ตอนที่ 2.2 แรงปรารถนา
ลู่หยาหลันพยายามฝืนร่างกายไว้อย่างสุดกำลัง แต่แรงขับเคลื่อนจากบุรุษกลับบดขยี้นางราวกับ้าให้ร่างเล็กแหลกเหลวคาเตียง
เสียงลมหายใจหอบกระเส่าที่ระเลียดอยู่ข้างหู แรงเสียดทานจากแก่นกายแข็งขืน กลับยิ่งส่งให้ร่างของหญิงสาวไหวระริก เมื่อรวมเข้ากับฤทธิ์สุราปลุกกำหนัดก็ยิ่งยากจะควบคุมสติ
เมื่อมิอาจต้านทานก็จงเข้าร่วม ท้ายที่สุดนางก็พ่ายแพ้ให้กับเงามืดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในอก ความยับยั้งชั่งใจพังทลายลงจนสิ้น นางปล่อยให้ฝ่ามือหยาบจาบจ้วงลูบไล้ไปตามเรือนร่าง
ความแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านรุกล้ำเข้าหาเนื้อนุ่มเย้ายวนตรงรอยแยกระหว่างต้นขา ความ้าหนักหน่วงพร้อมที่จะฉุดรั้งให้นางจมดิ่งลงสู่ห้วงราคะ ที่ซึ่งยิ่งถลำลึกเท่าไรก็ยิ่งไร้หนทางจะถอนตัว
เมื่อความว่างเปล่าถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ น้ำหวานข้นเหนียวเอ่อล้นจนนางหลุดเสียงหวานออกจากริมฝีปากนุ่ม ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา ทว่าความดุดันที่ถาโถมเข้ามาในกายนางกลับไร้ซึ่งปรานี
“ฮึก...อ่ะ...อือ...”
สองมือหนาตรึงข้อมือเล็กให้ราบลงกับพื้นเตียง บังคับให้นางต้องเปิดรับทุกััหื่นกระหาย ร่างบางสะท้านไปตามแรงทุกครั้งที่เขาเน้นย้ำตัวตนเข้ามาในโพรงอ่อนนุ่มอย่างลึกซึ้ง
ความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วโสตประสาท สองขาหนีบเกร็ง
เธอกลายเป็เหยื่อที่ติดอยู่ในกับดัก ยิ่งเธอพยายามถอยกายหนี กลับยิ่งเป็การเติมเชื้อไฟให้คนเหนือร่างรุกรานเธอหนักหน่วงยิ่งขึ้น ราวกับ้าจะหลอมละลายร่างเธอให้กลายเป็เนื้อเดียวกันกับเขาอย่างไรอย่างนั้น
เอวคอดบิดเร้ากายระบายความเสียวซ่านที่เกินจะรับไหว ความรู้สึกภายในตีตื้นขึ้นมาเทียบเท่ากับเสียงหัวใจที่เต้นไปตามจังหวะรัวถี่
“อะ...อ่ะ...อ๊า...”
เสียงหวานสั่นพร่า ภายในหัวขาวโพลน ร่างบางกระตุกเกร็ง ความคับแน่นบีบคั้นปลดปล่อยธารน้ำแห่งความปรารถนาที่อัดอั้นเข้าไปจนท่วมท้น
หยดเหงื่อไหลซึมตามผิวเนื้อแดงซ่าน ความเหนื่อยล้าแล่นเข้าจู่โจมพร้อมกับสัญชาตญาณที่ถูกปลดปล่อยค่อย ๆ นำพาสติสัมปชัญญะให้เลือนรางหายไป
พรึบ!
ลู่หยาหลันสะดุ้งสุดตัว แผ่นหลังบางยกขึ้นเหนือฟูกนอน ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะะเิออกมาจากอก
ภาพความฝันอันเร่าร้อนเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำ จนต้องกะพริบตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อขจัดฝันร้ายเ่าั้ออกไป
ทว่าแสงตะวันยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางระเบียงไม้ที่เปิดโล่ง กลับฉายให้เห็นความจริงได้เด่นชัด
เธอพยายามยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองเพื่อดึงสติ แต่ความเจ็บแปลบที่แก้มยิ่งตอกย้ำว่าทุกอย่างล้วนไม่ใช่ภาพลวงตา
ยิ่งจังหวะที่ฝ่ามือปัดป่ายไปตามรูปหน้าจนสะดุดเข้ากับััขรุขระของรอยแผลเป็ พาดผ่านั้แ่โหนกแก้มยาวลงมาจนเกือบครึ่งซีกหน้า ความรู้สึกเย็นเยียบก็แล่นปราดไปตามกระดูกสันหลังของนางในทันที
"โง่เขลาที่สุด..." ผู้ที่อยู่ในร่างนางร้ายขยุมเส้นผมของตัวเองกำใหญ่ ภายในใจเปี่ยมด้วยความสิ้นหวัง
นอกจากนางจะหยุดยั้งเย่ว์อ๋องไม่ได้แล้ว นางยังเผลอร่วมเรียงเคียงหมอนกับบุรุษผู้เกลียดชังตน
หากเย่ว์อ๋องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าสตรีที่ร่วมอภิรมย์ตลอดทั้งคืนคือหญิงอัปลักษณ์ ลมหายใจของนางคงเหลืออยู่ไม่เกินครึ่งชั่วยามนี้เป็แน่
‘หนี...นางต้องหนีไป เดี๋ยวนี้!’
ลู่หยาหลันประคองร่างที่ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนัก ค่อย ๆ ลุกลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ นิ้วมือเรียวรวบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่อย่างลวก ๆ สายตาเหลือบมองบุรุษที่จมอยู่ในห้วงนิทราอยู่เป็ระยะ
ท่ามกลางแสงแดดรำไรที่ตกกระทบบนใบหน้านั้น กลับสะกดนางจนไม่อาจละสายตา
ใบหน้ายามหลับใหลของเย่ว์อ๋องดูสงบนิ่ง หากตัดความโเี้อำมหิตที่เขามีต่อนางออกไป เขาก็นับว่าเป็บุรุษที่รูปโฉมคมคายผู้หนึ่ง
ลู่หยาหลันเผลอทรุดกายลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง เท้าคางพลางไล่สายตาชื่นชมคนตรงหน้าอย่างเผลอไผล แม้กระทั่งเพลาเจียนตัวเช่นนี้ นางก็ยังมีอารมณ์ทำเื่ไร้ยางอายได้อย่างหน้าชื่นตาบาน
่เวลาที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลงคงอยู่ได้เพียงไม่กี่ปั้นเค่อ [1] ก็ถูกเสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งขัดจังหวะจากด้านนอกประตู
นางจึงต้องตัดใจทิ้งบุรุษรูปงาม แล้วปีนหนีออกไปทางหน้าต่างไม้ซึ่งเปิดแง้มไว้ แล้วหายลับไปทางเงามืดของแมกไม้อย่างรวดเร็ว
เปลือกตาที่ปิดสนิทของบุรุษบนเตียงก็เริ่มขยับไหว
ฉินฉีเย่ว์ลืมตาขึ้น ั์ตาคมกริบสีเข้มไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความง่วงงุน เขารู้เห็นทุกความเคลื่อนไหวของนางั้แ่ต้น แต่กลับแสร้งนิ่งเฉย
สายตาคมปลาบจับจ้องไปยังขอบหน้าต่างที่ยังคงไหวเอนตามแรงลม กลิ่นอายบางเบาของนางยังคงหลงเหลือไว้
"ทูลท่านอ๋อง กระหม่อมเฮยอานพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ชุดดำเอ่ยขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก
“เข้ามา”
ฉินฉีเย่ว์หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมทับอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฉีเฮยอานเปิดประตูเข้ามากล่าวรายงาน
“หลี่กงกงเดินทางมาแจ้งว่า อีกครึ่งชั่วยาม ฝ่าาจะเสด็จมาที่ตำหนักหลินเฟิงพ่ะย่ะค่ะ”
“หึ! ส่งสตรีไร้หัวนอนปลายเท้ามาให้ข้า รุ่งขึ้นก็คงจะมาดูว่าข้าจะแสดงท่าทีอย่างไร”
ผู้รายงานยังคงยืนนิ่งไม่ยอมขยับ พลางอึกอักเสมือนมีบางอย่างติดอยู่ในคอ “เอ่อ...ท่านอ๋อง”
เย่ว์อ๋องถอนหายใจสั้น ๆ เพียงเท่านั้นถ้อยคำของฉีเฮยอานก็พรั่งพรูออกจากปาก
“ท่านอ๋องจะให้ข้าน้อยไปตามพระชายามาเข้าเฝ้าฝ่าาด้วยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
มุมปากหยักลึกของคนฟังยกกดลึกลงไปอีกเล็กน้อย ใบหน้าเยียบเย็นอย่างไม่สบอารมณ์ฉายชัดขึ้นมา
“ไม่ต้อง ส่งคนไปจับตาดูนางไว้ก็พอ”