กลับมายังเมือง....ที่ทองอยู่ตอนนี้ซึ่งแม้ผู้แต่งเองก็ยังจำไม่ได้ว่าเมืองชื่ออะไร แต่ทว่าภายในอนาคตเดี๋ยวผู้แต่งจะย้อนกลับไปอ่านและโน้ตไว้*****ปี๊บ***
ทองยืนมองชายคนนั้นอย่างตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้มันมองดูหน้าตาของชายผู้นั้น ซึ่งมีรูปร่างน่าตาหล่อเหลาจนสามารถจะเรียกได้ว่าสาวๆทั้งเมืองส่วนใหญ่ จะต้องชอบเขาอย่างช่วยไม่ได้
พรเดินเข้ามาอย่างมาดมั่น มันผู้นั้นเดินหน้ามาอย่างมาดมั่นเมื่อมาประจันหน้ากลับทุกคนก็ มันวางมือแนบอกอย่างสุภาพ ก้มศีรษะอย่างช้าๆ
“ทำความเคารพทุกท่าน ไม่ทราบว่าตัวพวกท่านมีธุระอันใดกับคนในจวนของข้ากันรึขอรับไม่ทราบว่าจะทำให้ข้าคลายข้อสงสัยได้หรือไม่?” ชายหนุ่มกล่าวถามอย่างสุภาพดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะจำพวกนางไม่ได้
แม่เล้าฝนรวบรวมความกล้าอย่างมากก่อนตอบไปด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุด“คุณชายต้องขออภัยด้วยที่มารบกวนดูเหมือนว่าตัวข้าและสหายจะมาสร้างความรำคานให้แก่ตัวท่าน ข้าว่าข้าจะกลับไปก่อนและจะนัดหมายกับคุณชายเต่าทีหลัง”
เมื่อกล่าวจบนางก็เดินท่าทางจะไปที่รถลากอย่างรวดเร็วแต่ทว่ากลับถูกขัดจังหวะอย่างช่วยไม่ได้ มือปราบภายในจวนที่ไม่ทราบว่าออกมาเมื่อไรเข้ามาขวางหน้าพวกนางที่จะมุ่งไปยังรถลาก
“ช้าก่อนข้าว่า พวกท่านหน้าตาคุ้นนะ ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันรึเปล่า”
พรเดินเข้าไปหาพวกนางอย่างเชื่องช้ามองไล่ดูอย่างละเอียดทีละคนๆแม่เล้าและสาต่างหลบหน้าด้วยความขาดกลัว แต่ก็พยายามควบคุมสีหน้าอย่างสุดชีวิต
แม้เล้าแสร้งตีหน้าบึ้ง“คุณชายท่านรู้หรือไม่ว่าการทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการสีมารยาทต่อพวกเราอย่างมากท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ หรือกลางวันแสกๆ เช่นนี้ท่านคิดจะชิงคน”
พรเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หน้าเสีย แม้มันจะเคยทำเรื่องไม่ดีไว้เยอะแต่การฉุดคร่าสตรีนี้มันมิเคยทำและไม่คิดจะทำด้วย เนื่องตำแหน่งของพ่อมันนี้ยังไม่มั่นคงจึงต้องค่อยๆสะสมอำนาจอย่างช้าๆ ช่วงนี้จึงไม่สามารถก่อเรื่องใหญ่โตได้แต่ทว่าภายในอนาคตก็ไม่แน่ว่ามันจะไม่ฉุดคร่าสตรีมาขืนใจ
การกระทำเช่นนั้นถือเป็นเรื่องสนุกอย่างยิ่ง มันอยากลองดูสักครั้งและยิ่งเป็นสตีที่มีสามีอยู่แล้วคาดว่าน่าจะรู้สึกดียิ่งไปกันใหญ่แต่ทว่าตัวมันในตอนนี้ยังมีความคิดเช่นนั้นไม่ได้
พรจึงโบกมือปล่อยให้พวกนางไปแต่ทว่าหลังจากที่พวกนางพากันทยอยขึ้นรถลาก กันจนเกือบจะครบพรจึงรู้สึกเหมือนนึกอะไรได้ จึงโบกมือให้มือปราบเข้าล้อมอีกครั้ง
เมื่อแม่เล้าแววตาที่ผ่อนคลายเมื่อครู่ก็หวั่นไหวนางคิดว่านางจะหนีชายชั่วผู้นี้พ้นแล้วแท้ๆเชียว นางปั้นสีหน้านิ่ง เอ่ยประโยคเดิม“ท่านเป็นถึงลูกของนายอำเภอของเมืองนี้ ท่านคิดจะข่มเหงสตรีกับเด็กเช่นพวกเรารึ?”
พรแม้จะได้ยินคำกล่าวคำเดิม แต่ครั้งนี้มันไม่เกิดอาการเช่นเดิมมันรู้ถึงสถานะของแม่เล้าและคนอื่นๆแล้ว มันจึงหัวเราะอย่างได้ใจ “ฮ้าๆๆข่มเหงอย่างนั้นหรือ สตรีที่เป็นนางคณิกาเช่นเจ้ามีสิทธ์ที่จะกล่าวเช่นนี้ด้วยอย่างนั้นรึ?”
ก่อนจะมองพวกนางอย่างเย้ยหยัน“ไม่คิดว่าพวกเจ้าจะตกต่ำจนถึงเร่ขายร่างกายตามข้างทางเช่นนี้ หากข้าจำไม่ผิดเจ้าคือเจ้าของหอนางโลมที่จะกำลังจะเจ๊ง หอนั้นสินะ แต่ก็ช่วยไม่ได้เจ้ามิดูแลอบรมสั่งสอนเด็กในสังกัดให้ดี สงสัยตอนนี้คงจะเจ๊งแล้วสิท่า”
มันจับปลายคางของสาขึ้นมาและดอมดมใกล้อย่างสมอารมณ์สาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวพลางหลับตาปี๋ พรหันไปมองแม่เล้าและกล่าวต่อ “เจ้าคงจะตกลงอะไรกับลูกพี่ลูกน้องของข้าล่ะสิ”ก่อนผลักใบหน้าของสาออกไปอย่างนุ่มนวลแต่เย็นชา
“แล้วพวกเจ้าให้อะไรเป็นของขวัญล่ะ? สตรีอย่างนั้นหรอ?”ก่อนจะคว้าข้อมือของสาพลางบีบแน่น“ข้าต้องการสตรีผู้นี้ไปปรนนิบัติข้า”เมื่อกล่าวจบ มันก็ฉุดสาวกระชากเข้าไปในจวน
สาดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แม้พวกนางจะเป็นนางโลมแต่นางก็ไม่ใช่สิ่งของให้ใครมาฉุดตามใจชอบได้
ในระหว่าที่ทั้งสองคนยื้อยุดอย่างรุนแรงทองก็มองเหตุการณ์นั้นอย่างห่วงๆ แต่ทว่ามันก็ไม่มีจิตปรารถนาแม้เพียงเล็กน้อยมันอยากจะรู้ว่าจะมีใครจะช่วยนางโดยไม่ห่วงตนเองรึเปล่า
แม้ว่าหากเหตุการณ์มันจะไปในทางที่ไม่คาดคิดเช่นไม่มีใครลงมือช่วยนางเลยสักคนมันก็กำลังเตรียมแผนการสำรองเพื่อช่วยนางไว้อยู่แม้ไม่รู้ว่าแผนการของมันจะสำเร็จหรือเปล่าแต่ทว่า มันก็จะลองเสี่ยงดู
ในขณะที่ทองกำลังประมูลแผนอยู่ในหัวอย่างนั้น ดินที่มีพื้นเพเป็นเด็กใสซื่อและมีคุณธรรมฝังอยู่ในจิตวิญญาณ มันทนต่อเหตุการณ์ที่สาถูกข่มเหงอย่างนี้ไม่ได้
มันพุ่งไปขวางหน้ายืนกางแขนกลากขาอย่างตัวสั่นงันงก“ปล่อยพี่สาวท่านนั้นเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นข้าจะแจ้งทางการและใช้กฎหมายมาจับพวกเจ้า
เมื่อทังหมดได้ยินเช่นนั้น เหล่ามือปราบที่คุ้มครองคุณชายของตนเองอยู่อย่างนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะจนฟันแทบหลุดส่วนตัวของทองนั้นเกิดอาการอับอายแทนดินอย่างช่วยไม่ได้
ก็กลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเรานี่แหละคนของทางการและเป็นผู้รับใช้กฎหมาย โบราณว่าเลือดข้นกว่าน้ำ หากเจ้านำเรื่องนี้ไปแจ้งอย่างลับๆพวกเขาอาจจะช่วยเหลือพวกเราอย่างเงียบและไม่แน่ว่าอาจจะนับถือบุญคุณกับตัวเจ้าด้วย แต่ดินตอนนี้เจ้าทำแผนข้ารวนไปหมดแล้ว
หากข่าวเรื่องการข่มเหงสาวคณิกาถูกแพร่ออกไปแล้วล่ะก็มีหวังเราไม่เพียงแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือยังจะถูใส่ร้ายจนไร้แผ่นดินกลบหน้าเป็นแน่
แต่แน่นอนว่าทองไม่กล่าวสิ่งที่ตนเองให้ดินรู้แน่เด็กคนนี้เป็นคนซื่อตรง แต่ก็แฝงด้วยความดื้อรั้นไม่ยอมคนอย่างเห็นได้ชัดมันไม่คิดว่าดินจะหยุดเจตนาของตนเพียงแค่นี้ไม่แน่เหตุการณ์ในครั้งนี้อาจสร้างรอยเล็กๆในใจของดินเป็นแน่ในอนาคตรอยนี้อาจจะกว้างจนไม่สามรถซ่อมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
แต่ทว่าในตอนนี้ทองเองก็ไม่มีแผนอะไรที่จะสามารถช่วยดินได้มันครุ่นคิดจนปวดหัว ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้มันก็ไม่สามารถหาทางได้จริงๆ
แต่ทว่าในขณะที่มันครุ่นคิดนี่ก็เป็นอีกครั้งที่มันเกิดเรื่องเหนือความคาดหมา ไม่ว่าจะเป็นแม่เล้าหรือคนอื่นที่มองดูสาถูกฉุกไปด้วยความความหวาดกลัวและเจ็บแค้นในอกตอนนี้พวกนางกลับกรูไปทางดินยืนขวางอย่างพร้อมใจ
ทองไม่ทราบวาเกิดอะไรขึ้นแต่ทว่าเมื่อครู่ดวงตามันกลับเห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวรอบล้อมตัวดินอย่างพักดีและบ้าครั่งราวกลับข้ารอบใช้ที่โกรธแทนผู้เป็นนาย และทันใดคนอื่นก็ต่างล้อมรอบดินอย่างเด็ดเดี่ยว
แม้แต่ทองเองก็มีอยู่แวบหนึ่งที่มันรู้สึกราวกับข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตว์ต้องคอยปกป้องผู้เป็นนายแต่ทว่ามันก็เกิดอาการหน้ามืดอยู่ครู่หนึ่งก่อนได้สติ จึงทำให้มันรู้สึกตัว
มันเกิดเหตุอันใดขึ้น
ความคิดประหลาดใจปนตกใจดังขึ้นในความคิดของฟ้าตอนนี้นางรู้สึกเลือดในตัวกำลังเดือดพล่านและรู้สึกว่าพละกำลังและจิตวิญญาณของนางเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลจนแทบจะฝ่าด่านคอขวดที่กั้นระหว่างกึ่งปรมาจารย์และอาจารย์ได้อยู่แล้วเพียงแค่นางปรารถนานางก็จะฝ่าด่านไปได้อย่างง่ายดาย
ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อหันไปสัมผัสทางทิศทางที่น้ำกำลังนอนพักฟื้นอยู่ก็รับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณมหาศาลของเช่นตัวอย่างและพลังวิญญาณของนางทั้งสองก็กู่ร้องเข้าหารกันราวกับพี่น้องที่แยกจากกันมานาน
เต่าเห็นท่าทีทีเกิดกับฟ้าก็เอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วงปนเล่นมุข“แม่นางฟ้า ท่านเป็นอะไร หรือสวรรค์เรียกตัวท่านกลับแล้ว”
ฟ้าหันไปจ้องมองเต่าด้วยดวงตาเขียวปั้ดอย่างช่วยไม่ได้”มันใช่เวลามาเล่นมุขหรือไม่เจ้าตามข้าไปที่ๆพักของน้ำเร็วเข้า”
เมื่อกล่าวจบนางก็คว้าคอเสื้อของเต่าและกระชากพุ่งออกประตูไปอย่างรุนแรงเหลือเพียงเศรษฐีกุ้งและนายอำเภอพลที่ยืนมองท่าทีของทั้งสองคนที่ออกไปทางประตูตั้งแต่ต้นจนจบ
ทั้งสองคนหันหน้ามามองกันอย่างช่วยไม่ได้ “ท่านนายอำเภอเราสองคนจะไปด้วยดีหรือไม่”
พลได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้า เดินเร็วออกไปอย่างเร่งรีบกุ้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินนำไปแล้ว ก็ตามไปกันติดๆ
เมื่อเต่าและฟ้ามาถึงห้องของแม่นางน้ำพักอาศัยอยู่ ไม่นานก็เห็นร่างของสตรีที่มีฝ้าพันแผลมัดอยู่บ้างเดินกระเสือกกระสนออกมาจากประตูอย่างน่ารันทด
ฟ้าเมื่อเห็นเช่นนั้นก็โยนเต่าออกไผข้าทาง ที่มีพุ่มไม้อยู่จึงทำให้ไม่เจ็บจากแรงกระแทกมากนัก แต่ทว่ากลับบาดเจ็บด้วยกิ่งไม้แทนเสีย
ฟ้าลอยตัวไปโอบกอดน้ำอย่างนุ่มนวล นางประคองศีรษะของน้ำไม่ให้ตกด้วยอ้อมอกของนาง
เต่าที่ถูกโยนไปดังเศษขยะก็บ่นอุบด้วยความขุ่นเคืองแต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่พวกนางทั้งสองคนโอบกอดกันก็เกิดอาการใจเต้น ตัวมันปรารถนาในตอนนี้เล็กว่าอยากจะไปแทรกระหว่างพวกนางทั้งสองเสียจริงๆ
ฟ้ารับรู้เจตนาอันหื่นกามของเต่าได้ ก็โฉบมองนางด้วยดวงตาเขียวนางสะบัดมือนางรุนแรงและไม่นาน เต่าที่นั่งจ้องมองพวกนางทั้งสองอย่างหื่นกามก็ปลิวกระเด็นหมุนไปสามตลบอย่างรุนแรง
“หากคราวหน้าข้าจับได้ว่าเจ้ามองข้าด้วยความคิดอันหยาบช้าเช่นอีกนั้นแล้วละก็ข้าจะควักลูกตาเจ้าไปให้สุนัขกิน”
เต่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าจ๋อยแต่ทว่าเพียงเดียวมันก็ฉุกคิดขึ้นมาได้“แม่นางฟ้าผู้นี้บอกว่าอย่าคิดทะลึ่งให้นางจับได้เป็นไปได้หรือไม่นางจะบอกเราอ้อมๆว่าตราบใดที่ข้าทำ โดยไม่ให้นางจับได้ นางก็อนุญาตให้ข้าคิดทะลึ่งกับนางได้หรือเปล่า”
เมื่อคิดเช่นนั้นมันก็หัวเราะกับตนเองอย่างน่ารังเกียจ “เฮะๆๆๆแม่นางคนนี้หากมีใจให้ก็บอกข้ามาตรงๆเสียซะสิ ไม่น่าอ้อมค้อมให้เสียเวลาเลย”
ฟ้าเมื่อเห็นท่าทีของเต่าเช่นนั้นก็รู้สึกตงิดๆ อยากฆ่าคนขึ้นมาทันใดในตอนนี้นางรู้สึกเสียใจแล้วจริงที่ช่วยเต่าเอาไว้ ถ้าตอนนั้นรู้ว่าหากมันเป็นคนเช่นนี้ตีนางให้ตายนางก็ไม่ช่วยหรอก