ความมืดมิดในยามราตรีเหนือพระราชวังหลวงตี้ตูแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาเหล็กกล้านับหมื่นลูกทับถมลงมา สายลมหนาวที่พัดมาจากทิศเหนือหยุดชะงักลงในพริบตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดอันน่าสะพรึงกลัว แม้แต่เสียงแมลงหรือเสียงหยดน้ำจากซอกหินที่เคยดังกังวานก็อันตรธานหายไปสิ้น บรรยากาศรอบด้านบีบอัดจนมิติเริ่มบิดเบี้ยวเป็นลอนคลื่นจาง ๆ
หลินเฟิงและหลินเทียนห่าวยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอยู่ใจกลางลานศิลาขาว แสงสีทองจากเสาอักขระทั้งเก้าต้นของ **"ค่ายกลสลับลักษณ์สัจธรรมเก้าสวรรค์"** ยังคงทอประกายเจิดจ้า คอยผลักดันไอหมอกอัปมงคลที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามา ทว่าในยามนี้ แสงสีทองเหล่านั้นกลับเริ่มสั่นระริกช้า ๆ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอริศัตรูที่มีอำนาจทำลายล้างกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน
"มันมาแล้ว..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ หน้ากากเหล็กธรรมดาสะท้อนประกายแสงสีทอง แววตาสีทองลึกล้ำดั่งดวงดาราจ้องมองตรงไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า
*ฟุ่บ...*
เหนือน่านฟ้าพระราชวังหลวง มิติทั่วทั้งบริเวณพลันฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีม่วงทมิฬความยาวหลายร้อยวา กลิ่นอายมารอันเข้มข้น คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและดวงวิญญาณที่โหยหวนพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้นปานน้ำพุปีศาจ ก่อนที่ร่างของบุรุษผู้หนึ่งจะก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าช้า ๆ อย่างเนิบนาบ ราวกับกำลังเหยียบย่างอยู่บนขั้นบันไดที่มองไม่เห็น
บุรุษผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีเทาหม่นหมองลวดลายอักขระมารล่องหน ใบหน้าของเขาซูบซีดทว่าหล่อเหลาราวกับคนหนุ่ม ทว่าดวงตาทั้งคู่กลับเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสด แผ่รังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นจนทำให้ชั้นบรรยากาศรอบตัวระเบิดออกเป็นเสียง *เปรี๊ยะ ๆ* ไม่ขาดสาย
เขาคือ **"จอมมารล่องหน อินเฉวียน"** ประมุขแห่งขั้วอำนาจมืดแดนเหนือ!
อินเฉวียนกวาดสายตาสีแดงฉานมองดูเสาแสงสีทองทั้งเก้าต้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย มุมปากของเขายกยิ้มอย่างดูแคลน "ค่ายกลระดับสวรรค์ขั้นสูง... ไม่เลว ช่างไม่เลวจริง ๆ เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีกลับสามารถสลักอักขระอนัตตาได้ล้ำลึกถึงเพียงนี้ มู่หรงคังมันตายด้วยน้ำมือของเจ้า ก็นับว่าสมควรแล้ว"
"อินเฉวียน..." หลินเทียนห่าวเค้นเสียงต่ำ มือขวากุมด้ามดาบแน่น ปราณมังกรทองในร่างระเบิดปะทุขึ้นมาเพื่อต่อต้านแรงกดดันระดับสวรรค์ขั้นสูงระยะปลาย "สิบหกปีก่อน เจ้าแอบสนับสนุนราชวงศ์มู่หรงเพื่อทำลายตระกูลหลินของข้า ยามนี้เจ้ายังกล้าก้าวเท้ามาที่นี่อีกงั้นรึ!"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!" อินเฉวียนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะของเขามีพลังโจมตีทางจิตวิญญาณที่รุนแรง บีบคั้นจนกำแพงวังที่เหลืออยู่พังทลายกลายเป็นผงธุลี "หลินเทียนห่าว เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์แล้ว ที่ข้ามาในวันนี้ ไม่ใช่เพราะหนี้แค้นอันไร้สาระของพวกเจ้า... ทว่าข้ามาเพื่อสิ่งนี้!"
อินเฉวียนสะบัดมือขวาชี้ตรงมายังอกของหลินเฟิง "ส่งศิลาสามภพชิ้นแรกและเศษอักษรอนัตตามาให้ข้าซะดี ๆ แล้วข้าจะประทานโอกาสให้เจ้าได้กลายเป็นข้ารับใช้ระดับสูงของนิกายมารสวรรค์ ไม่ต้องตกตายกลายเป็นผงคลีดินเหมือนพวกขยะราชวงศ์!"
หลินเฟิงไม่ตอบคำถาม เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า พลังปราณมรรคาภพบริสุทธิ์ร้อยส่วนระเบิดพุ่งออกจากร่าง ขยายตัวกลายเป็นเงารูปมังกรจักรพรรดิห้าเล็บสีทองคำตระหง่านอยู่เหนือหัว ประชันหน้ากับกลิ่นอายมารสีม่วงทมิฬอย่างไม่ลดละ
"อินเฉวียน... เจ้ามีวิชาล่องหนที่หลากหลาย ทว่าต่อหน้าเนตรมรรคาของข้า กายาของเจ้าก็เป็นเพียงแค่เนื้อหนังที่รอวันเน่าเปื่อย วันนี้หัวของเจ้า... จะเป็นสิ่งแรกที่ข้าใช้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณคนตระกูลหลินที่แดนเหนือ!"
"โอหังนัก! ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่า ช่องว่างของขอบเขตพลังงานที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร!"
อินเฉวียนแค่นเสียงเย็น ร่างกายของเขาพลันเลือนหายไปจากสายตาและความรับรู้ของดวงจิตวิญญาณในพริบตา มันไม่ใช่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง ทว่าเป็นการ **"ผสานร่างเข้ากับความว่างเปล่า"** ผ่านศาสตร์ล่องหนขั้นสูงสุดระดับสวรรค์
*วิ้งงงงงงง!*
ทันใดนั้น ค่ายกลสลับลักษณ์สัจธรรมเก้าสวรรค์ส่งเสียงครางเตือนภัยอย่างรุนแรง เสาแสงสีทองทั้งเก้าต้นเริ่มบิดเบี้ยว รอยแยกมิตินับสิบรอยปรากฏขึ้นรอบตัวของหลินเฟิงในระยะประชิด ก่อนที่กรงเล็บมารสีม่วงขนาดยักษ์แปดข้างจะพุ่งทะลวงออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น ตะปบเข้าที่จุดตายรอบกายของเด็กหนุ่มพร้อมกัน!
"วิชามารล่องหน: แปดกรงเล็บโลกันตร์กลืนวิญญาณ!"
การโจมตีนี้มีความหลากหลายและพิสดารยิ่งนัก กรงเล็บแต่ละข้างแฝงไปด้วย **"กฎแห่งการฉีกขาดมิติ"** และพิษมารกัดกร่อนธาตุ หากผู้ฝึกตนขอบเขตสวรรค์ขั้นต้นสัมผัสถูก แม้แต่กายาศักดิ์สิทธิ์ก็ต้องละลายกลายเป็นน้ำเหลืองในอึดใจ
หลินเฟิงแววตาสีทองหมุนวนสลักอักขระ **"เนตรมรรคาไร้ลักษณ์: มองทะลุสุญญตา!"**
ในสายตาของเด็กหนุ่ม หน้ากากเหล็กภาพกรงเล็บมารที่น่ากลัวเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงเส้นสายพลังงานสีม่วงที่ไร้รากฐาน และเขาสามารถมองเห็นร่างเนื้อของอินเฉวียนที่แฝงตัวอยู่ในช่องว่างมิติห่างออกไปทางซ้ายสามก้าวได้อย่างชัดเจน
หลินเฟิงไม่หลบหลีก ทว่าขยับมือขวาชักกระบี่เพลิงมรรคาพ้นฝัก ใบกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ด้วยเปลวไฟของเพลิงสัจธรรมอนัตตา เขาตวัดกระบี่เป็นวงกลมรอบตัวช้า ๆ ทว่าทรงพลัง
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่สี่: ม่านเพลิงอนัตตาสลายลักษณ์!"
*ฟู่มมมมมมมม!*
เปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดพุ่งกระจายออกไปเป็นวงแหวนพลังงาน กรงเล็บมารสีม่วงทั้งแปดข้างที่พุ่งเข้ามา ทันทีที่สัมผัสกับเพลิงสีขาว กลับถูกเผาทำลายและสลายหายไปในอากาศธาตุปานน้ำแข็งต้องน้ำเดือด คลื่นพลังงานสะท้อนกลับกระแทกเข้าสู่ช่องว่างมิติ จนร่างของอินเฉวียนต้องหลุดออกจากสภาวะล่องหน กระเด็นถอยหลังไปกลางเวหานับสิบก้าว!
อินเฉวียนร่อนลงเหยียบพื้นศิลาขาวใบหน้าคมคายฉายประกายความเคร่งเครียดและเคร่งขรึมขึ้นมาเป็นครั้งแรก "เพลิงสีขาวนั่น... มันไม่ใช่เพลิงธรรมชาติ ทว่ามันคือกฎแห่งการลบทำลายล้าง! เจ้าเด็กนี่ครอบครองสัจธรรมชั้นสูงจริงๆ!"
มันไม่รอช้า สะบัดมือขวาเรียกอาวุธคู่กายออกมา มันคือ **"ระฆังมารสยบดวงจิต"** อาวุธวิเศษระดับสวรรค์ขั้นต่ำ ตัวระฆังทำจากสำริดโบราณลวดลายใบหน้าผีปีศาจนับพันที่กำลังกรีดร้อง แผ่ไอระเหยสีม่วงคล้ำแฝงกลิ่นอายความมืดมนอันลึกล้ำ
*แก๊งงงงงงงง!*
อินเฉวียนสั่นระฆังคราหนึ่ง คลื่นเสียงสีม่วงคล้ำที่มองเห็นด้วยตาเปล่าพุ่งกระจายออกไปทั่วนครหลวงตี้ตู คลื่นเสียงนี้มีความหลากหลายในการโจมตีดวงจิตวิญญาณโดยตรง มันจะเข้าไปปลุกปั่นความกลัว ความโลภ และความแค้นในส่วนลึกของหัวใจศัตรู ทำให้ทะเลวิญญาณระเบิดออกทลายตนเอง
หลินเทียนห่าวที่อยู่เบื้องหลังถึงกับหน้าตาบิดเบี้ยว กระอักเลือดสดออกมาคำโต ทะเลวิญญาณที่เพิ่งฟื้นตัวเกิดอาการปั่นป่วนอย่างรุนแรงเนื่องจากคลื่นเสียงมาร
หลินเฟิงเห็นดังนั้น แววตาสีทองทอประกายกร้าว เขาก้าวเท้าขยับมาบังเบื้องหน้าบิดา นิ้วชี้ซ้ายตวัดวาดอักขระมรรคาภพสีทองกลางอากาศอย่างรวดเร็ว ปลดปล่อยข่ายพลังงานสีทองเข้าครอบคลุมร่างของหลินเทียนห่าวเพื่อตัดขาดคลื่นเสียงอัปมงคล
"อินเฉวียน... เล่นสนุกกับจิตวิญญาณของคนตายมานาน วันนี้ข้าจะใช้ดรรชนีอนัตตา... ส่งเจ้าไปอยู่กับพวกมันเอง!"
หลินเฟิงยกนิ้วชี้ขวาขึ้นตรงไปข้างหน้าช้า ๆ พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ของเศษอักษรอนัตตาควบแน่นที่ปลายนิ้วจนเกิดเป็นจุดแสงขนาดเล็กที่สว่างจ้าดั่งดวงตะวันดวงใหม่
"ดรรชนีอนัตตา ขั้นที่สาม: สัจธรรมทำลายสูญ!"
*วิ้งงงงงงงง!*
ลำแสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากปลายนิ้วชี้ของหลินเฟิง แหวกอากาศและตัดผ่านคลื่นเสียงมารของระฆังสำริดโบราณอย่างง่ายดายปานมีดโกนตัดเส้นด้าย ลำแสงพุ่งตรงเข้าหากลางอกของจอมมารอินเฉวียนด้วยความเร็วเหนือกาลเวลา!
อินเฉวียนสัมผัสได้ถึงวิกฤตความตายอันคมกลั่น แววตาสีแดงของมันเบิกกว้างด้วยความสยดสยอง มันรู้ดีว่าหากถูกลำแสงสีขาวนี้พุ่งชนตรง ๆ ต่อให้มันมีกายาศักดิ์สิทธิ์ระดับสวรรค์ขั้นสูง ก็ต้องดับสูญกลายเป็นผงธุลีเหมือนกับแปดโลกันตร์ล่องหน
"วิชาลับมารสวรรค์: โล่โลหิตอวตารเก้าชั้น!"
อินเฉวียนตบเข้าที่หน้าอกของตนเอง เลือดสดพุ่งกระฉูดออกมาควบแน่นกลายเป็นโล่พลังงานสีแดงฉานเก้าชั้นขวางหน้า ทว่า... ลำแสงสีขาวของดรรชนีอนัตตา ทันทีที่ปะทะกับโล่โลหิต ชั้นที่หนึ่ง... ชั้นที่สอง... ชั้นที่สาม... กลับทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดายปานแทงผ่านแผ่นกระดาษ!
*ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!*
โล่โลหิตระเบิดแตกกระจายไปทีละชั้น ความสิ้นหวังคืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจของพญามารแดนเหนือเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี มหาศึกนัดสำคัญเพื่อชำระแค้นและแย่งชิงความลับแห่งมรรคาภพ กำลังจะก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุด และก้าวต่อไปของหลินเฟิง... จะเป็นก้าวที่เปลี่
ยนโฉมหน้าของใต้หล้าไปตลอดกาล!