ตอนที่124 :ศึกแบทเทิลของเมนเทอร์
“ลำดับต่อไปขอเชิญพบกับกลุ่ม ‘Happy Hug’ และเด็กฝึกทั้งเก้าคนของเมนเทอร์หลิวเยว่”
เฉียวเฉี่ยวมองไปทางด้านซ้ายมือของเขา และกล่าวว่า “พวกเขาคือ ซือซื่อ จี้ฮาง เสี่ยวฉวน เซียฉ่าวถังจาฉี จูปี้ถิง หูซือมั่ว จางอี๋เถิง ฟางปูยี่ และจางเหวินซิง”
ในทีมประกอบไปด้วยหญิงสาว4 คนและชายหนุ่ม 5 คนรวมเด็กฝึกทั้งสิ้น 9 คน วิ่งออกมาจากสะพานอันทรงเกียรติ
ตามกฎกติกาของรายการฮัวเซียนิววอยซ์ ในรอบแรก หลังจากการคัดเลือกสมาชิกออกไปแล้วเมนเมอร์สามารถตั้งชื่อสำหรับทีมของตนได้
และแน่นอนว่ายังมีชื่อเด็กฝึกที่ยังไม่สามารถคัดออกได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากความชอบส่วนบุคคล
ทีมของหลิวเยว่ถูกขนานนามว่ากลุ่ม ‘Happy Hug’
เมื่อเห็นเด็กฝึกของเขาปรากฎตัวบนเวทีหลิวเยว่ก็ได้เดินลงจากที่นั่งเมนเทอร์
เฉียวเฉี่ยวมองไปที่หลิวเยว่และแสดงท่าทางที่สุภาพ“ก่อนเริ่มถามอย่างเป็นทางการ คุณหลิวเยว่ คุณมีอะไรอยากจะสอบถามเด็กฝึกของคุณไหม?”
“ทีมของเราเรียกว่ากลุ่ม‘Happy Hug’” หลิวเยว่ ผายมือออก “วิสัยทัศน์ของทีมเรา คือ ร้องเพลงอย่างมีความสุขร่วมกัน! ฉันเชื่อใจเด็กของฉันทุกคน”
“แปะแปะแปะ! ”
เหล่าท่านผู้ชมปรบมือให้กับกลุ่ม ‘ Happy Hug’
ลำดับต่อไปขอเชิญเด็กฝึกทั้งเก้าคนของทีมเมนเทอร์อู๋อิง
เสียงปรบมือดังขึ้นเฉียวเฉี่ยว ผายมือไปทางด้านสะพานแห่งความรุ่งโรจน์ขวามือและกล่าวว่า “พวกเขาคือหวางเจิ้นนั่ว เย่เซี่ยนซิง เฉ่าเหยียน เซี่ยฮุ่ยเซียน เหมาหยูจาง ซีหลินน่า หลี่ย่าเอ๋อกั่วฉิน และจ้าวเผิงชู”
ในทีมประกอบไปด้วยหญิงสาว6 คนและชายหนุ่ม 3 คนเรียกได้ว่าทีมของเมนเทอร์อู๋อิง หนุนพลังหยิน และข่มพลังหยาง อย่างชัดเจน
“คุณอู๋อิง”เฉียวเฉี่ยวชี้ไปที่เด็กฝึกทั้ง 9คน และมองหน้าอู๋อิง “คุณมีอะไรจะอธิบายให้เด็กฝึกของคุณฟังไหม ? ”
“อืม! ” อู๋อิงยืนขึ้นจากที่นั่งของเขา “เด็กฝึกทั้งเก้าคน คุณแค่ต้องเป็นตัวของตัวเองแสดงความสามารถของคุณออกมาภายในเวลาสามนาที แล้วชัยชนะจะเป็นของคุณ”
เมื่อพูดจบอู๋อิงก็ได้ปรบมือให้กับเด็กฝึกของเขา !
จ้าวเผิงชูถือไมโครโฟนในมือและให้กับอู๋อิง
จากนั้นเด็กฝึกต่างพากันตะโกนใส่ไมโครโฟนพร้อมกัน
“สู้ ! ”
ทุกคนที่อยู่ณ ที่แห่งนี้ดูเหมือนจะยิ่งทวีความตื่นเต้นจึงพากันปรบมือไปพลางส่งเสียงโห่ร้องไปพลาง
“ขอบคุณเมนเทอร์อู๋อิงมากครับ! ”
เฉียวเฉี่ยวปรบมือแล้วผายมือไปยังสะพานอันทรงเกียรติทางซ้ายมืออีกครั้ง “ลำดับต่อไปที่เราจะไม่เชิญก็คงไม่ได้นั้นคือ เหล่าเด็กฝึกทั้ง 9 คนของทีมคู่แข่งอย่างทีมหยูเฉิงหมิงพวกเขาประกอบไปด้วย ต่งจือเยี่ยน จูเหวินถิง จางซิน ต๋าปู้ หลี่ซั่ว จัวโยวเยียนเซียวหมินเย่ โหมวอันฉี และเฉินยิงเอิน”
ในทีมประกอบไปด้วยหญิงสาว6 คน ชายหนุ่ม 3 คนต่างพากันขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับเสียงเพลง
“เมนเทอร์เฉิงหมิงมีอะไรจะพูดกับบรรดาเด็กฝึกของคุณสักหน่อยไหมครับ ? ” เฉียวเฉี่ยวพูดขึ้น
หยูเฉิงหมิงยืนขึ้นเช่นกันแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านั้นฉันมักจะพูดเสมอว่า มิตรภาพต้องมาก่อนการแข่งขันมาทีหลัง ! วันนี้ ฉันจะให้พวกคุณสลับคำกัน ! จริงสิ พวกคุณต้องดีใจมีความสุข และต่อสู้กับเกมที่น่าสนุกนี้อย่างจริงจัง ขอให้สนุกกันเต็มที่ ! ”
นิสัยของหยูเฉิงหมิงชอบความสนุกมากเขานำการแข่งขันมาเล่นเป็นเกม แต่กลับสอดคล้องกับสไตล์ของเขา
“ขอบคุณเมนเทอร์เฉิงหมิงมากพวกคุณอยากจะพูดอะไรกับทีมคู่แข่งของพวกคุณไหม ? ” เฉียวเฉี่ยวหันไปมองทั้ง9 คนที่อยู่บนเวที
ทั้ง9 คนต่างสบตากันและกัน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง“ทีมเฉิงหมิง แข็งแกร่งที่สุด ! ”
“แปะแปะแปะ! ”
เสียงปรบมือดังขึ้นคลื่นเสียงที่น่าดึงดูดของทีมหยูเฉิงหมิงดังกระหึ่มยิ่งขึ้น
“สุดท้ายเราขอเชิญเด็กฝึกทั้ง 9 คนของทีมเฉินอี้เจี๋ยขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ ! ”
เฉียวเฉี่ยวแนะนำสมาชิกของทีมเฉินอี้เจี๋ยมาจนถึงลำดับสุดท้าย“พวกเขาประกอบไปด้วย หลิวจือเซีย เฉียวเคอซิน หานชว่าย เย่เสี่ยวหยู หยูจือเป่ยเหยียนจวิ้น เซี่ยฉีหมิง เซี่ยวข่ายเย่ ! ”
“หลิวจือเซียหลิวจือเซีย ! ”
ซึ่งแตกต่างจากทีมคู่ต่อสู่ทั้งสามทีมก่อนหน้านั้นหลังจากที่สมาชิกในทีมเฉินอี้เจี๋ยเดินออกมาจากสะพานอันทรงเกียรติทางซ้ายมือผู้ชมทั้งสตูดิโอต่างส่งเสียงปรบมืออย่างสนั่นหวั่นไหว หลังจากนั้นเสียงก็ค่อย ๆประสานกัน สุดท้ายก็รวมกันเป็นคำว่า ‘หลิวจือเซีย’
ทั่วทั้งสตูดิโอที่พร้อมใจกันระเบิดเสียงนั้นออกมาแม้แต่เฉียวเฉี่ยวเองก็ยังต้านทานไม่อยู่
เหล่าเด็กฝึกที่เตรียมรบอีกสามทีมต่างก็พากันตื่นตกใจเพราะเหตุการณ์นี้
พวกเขาแสดงออกสีหน้าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งหมดต่างก็ยกให้หลิวจือเซียกลายเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดในรายการ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ ในครั้งนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ้าวเผิงชูของทีมอู๋อิงที่มองเข้าไปในดวงตาของหลิวจือเซียที่อยู่บนเวทีสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาจนแทบจะเป็นสีแดง
เหตุการณ์ที่แสนจะบ้าคลั่งนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนานกว่า 5-6 นาที ก่อนที่จะสงบลง
“ยินดีต้อนรับทุกท่าน”เฉียวเฉี่ยวหยุดรอครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยมีอะไรจะพูดกับเหล่าเด็กฝึกของคุณหน่อยไหมครับ ? ”
“ฉันรู้สึกว่าทำไมยิ่งเห็นพวกคุณยิ่งรู้สึกถูกชะตามากขึ้น ทุกคนดูเข้าตามากเลยทีเดียว ! ”
เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยเดินลงจากที่นั่งยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนตาหยี
“ฉันมีความรู้สึกผูกพันธ์ใช่ คงจะรู้สึกผูกพันจริง ๆ! นี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่งต้องคว้าไว้ให้มั่น! ความดีใจที่แสนคุ้มค่านี้โอกาสที่ควรค่าแก่การฉลอง สู้ ๆ นะทุกคน ! ”
“แปะแปะแปะ ! ”
มีเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งคาดว่ามือของทุกคนคงจะปรบจนแดงหมดแล้ว
“ทุกท่านครับเชิญกลับไปเตรียมตัวแข่งขันได้ ! ” เฉียวเฉี่ยวผายมือไปยังที่นั่งในโซนเตรียมตัวแข่งขันของทีมเฉินอี้เจี๋ยแล้วพูดต่อว่า “สะพานอันทรงเกียรติ จงลอยขึ้น ! ”
หน้าจอขนาดใหญ่ทั้งซ้ายและขวาของเวทีค่อยๆ ลอยขึ้นมา สุดท้ายก็ปิดเส้นทางทั้งสองจนแน่นขนัด
“คืนนี้เป็นการตัดสินชะตาชีวิตของทีมเมนเทอร์ทุกท่าน นี่คือ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ และนั่นคือนักวิจารณ์เพลงมืออาชีพทั้ง 51 ท่าน ! ”
เฉียวเฉี่ยวถือรายชื่อในมือพร้อมกับอธิบายว่า “พวกเขาต่างก็ประกอบไปด้วยโปรดิวเซอร์เพลงที่โด่งดัง นักวิจารณ์เพลงผู้ทรงอิทธิพลดีเจคลื่นวิทยุผู้ทรงคุณวุฒิ และสื่อมวลชนชั้นนำของประเทศจีน ! ”
เมื่อเสร็จสิ้นการแนะนำแล้วเฉียวเฉี่ยวก็โค้งตัวคำนับให้แก่กลุ่มนักวิจารณ์ “ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามานะครับคงต้องลำบากพวกท่านแล้วละครับ ! ”
เหล่าผู้ชมต่างก็ปรบมือเป็นการให้เกียรติและต้อนรับแก่นักวิจารณ์เพลงมืออาชีพทั้ง51 ท่าน
“รอบที่หนึ่งทีมคู่ต่อสู้ที่ต้องเปิดฉากคือ ทีมหยูเฉิงหมิงและทีมอู๋อิง ! ”
ในเลนส์กล้องเฉียวเฉี่ยวได้พูดขึ้นว่า “พวกคุณมีเวลา 30 วินาทีในการคิดว่าจะส่งใครลงสนามในรอบแรก ! นับถอยหลัง 30 วินาที ตอนนี้ เริ่มได้ ! ”
ผู้ชมที่อยู่ในสตูดิโอต่างก็เริ่มส่งเสียงโห่ร้อง
ตรงหน้าของเมนเทอร์ทุกคนต่างก็มีกล่องทรงโบราณอยู่หนึ่งใบ
ภายในกล่องนั้นมีป้ายชื่อไม้ของเด็กฝึกทั้ง9 คนในแต่ละทีมของพวกเขาซึ่งป้ายไม้ชนิดนี้เหมือนกับป้ายห้อยในสมัยโบราณทำนองนั้น มีขนาดเท่ากำปั้นด้านหน้ามีการแกะสลักชื่อของเด็กฝึกไว้ ส่วนด้านหลังมีการแกะสลักคำว่า ‘สงคราม’ !
กระทั่งเห็นหยูเฉิงหมิงและอู๋อิงเปิดกล่องนั้นอย่างรวดเร็วล้วงหยิบแผ่นป้ายไม้แผ่นหนึ่งออกมาจากด้านใน มาถือไว้ในมือ
“ไม่ต้องใช้เวลาถึง30 วินาทีหรอก 10 วินาทีก็พอแล้ว ! ” หยูเฉิงหมิงพูดอย่างเชื่อมั่น
“หมดเวลาแล้ว ! ” เฉียวเฉี่ยวยื่นแขนออกไปข้างหน้า“ทั้งสองคน เชิญขึ้นบนเวที ได้โปรดนำแผ่นป้ายมาให้ผม ! ”
ทั้งสองคนเดินมาถึงตรงกลางเวทีแยกกันยืนประกบข้างซ้ายและข้างขวาของเฉียวเฉี่ยว
เฉียวเฉี่ยวยื่นมือไปทางทั้งสองคนจากนั้นก็รับป้ายไม้มาถือไว้ในมือ ก่อนจะพูดกับเหล่าผู้ชม
“สิ่งที่อยู่ในมือผมตอนนี้คือรายชื่อเด็กฝึกของทีมอู๋อิงและทีมหยูเฉิงหมิง เปิดศึกคู่แรก นี่คือป้ายชื่อของเด็กฝึกที่เมนเทอร์เลือก! ”
เฉียวเฉี่ยวก้มหน้ามองป้ายไม้แวบหนึ่งแล้วพูดว่า “เมนเทอร์หยูเฉิงหมิง เด็กฝึกคนแรกที่เขาเลือกคือ เฉินยิงเอิน ! ส่วนเด็กฝึกที่เมนเทอร์อู๋อิงส่งมาเป็นคนแรกคือ...”
……………………..
ศึกของเมนเทอร์คู่แรกได้เริ่มต้นขึ้นแล้วหลิวจือเซียนั่งอยู่ในโซนเตรียมตัวในฐานะผู้ชมที่อยู่ด้านข้างคนหนึ่งกลับอดชื่นชมการแข่งขันของเด็กฝึกนิววอยซ์เหล่านี้ไม่ได้ !
ตามหลักความเป็นจริงนับตั้งแต่เข้าร่วมการคัดเลือกของรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ จวบจนตอนนี้ อย่างน้อยก็กินเวลาเกินหนึ่งเดือนแล้วอย่าว่าแต่คนในทีมคู่ต่อสู้อีกสามทีมที่เหลือเลยเขาแทบไม่รู้จักแม้แต่คนของทีมตัวเองเขาก็เพิ่งจำได้ในตอนที่เฉียวเฉี่ยวทำการแนะนำทีมเมื่อครู่
ทุกคนต่างสงบจิตสงบใจฟังเสียงร้องของเด็กฝึกทั้งสองคน ซึ่งถือว่าเพลิดเพลินไม่เบาเลยทีเดียว
ทีมหยูเฉิงหมิงกับทีมอู๋อิงใช้เวลาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง 15 นาที สุดท้ายเฉินยิงเอินของทีมหยูเฉิงหมิงก็เป็นฝ่ายชนะส่วนเซี่ยฮุ่ยเสียนของทีมอู๋อิงเป็นฝ่ายถูกคัดออก
หลังจากที่ทุกคนส่งตัวเซี่ยฮุ่ยเสียนแล้วเฉียวเฉี่ยวก็ได้ทำการแนะนำต่อ“ทีมของเมนเทอร์ที่จะทำการแบทเทิลกันในลำดับต่อไปคือ เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยและเมนเทอร์หลิวเยว่ ! นับถอยหลัง 30 วินาที ตอนนี้เริ่มได้ ! ”
ทีมของเฉินอี้เจี๋ยและหลิวเยว่ดำเนินการไปอย่างรวดเร็วดูเหมือนจะมีการตัดสินไว้นานแล้ว ใบหน้าของเฉินอี้เจี๋ยที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นใบหน้าของหลิวเยว่กลับฉายชัดความจนปัญญาออกมา
ทั้งสองคนเดินขึ้นมาบนเวทีจากนั้นก็นำป้ายส่งให้กับเฉียวเฉี่ยว
“อี้เจี๋ยเป็นเมนเทอร์ใหม่”เฉียวเฉี่ยวถือป้ายไม้ไว้ในมือ “บอกพวกเราได้ไหม ว่าตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไร ?”
หลิวเยว่อู๋อิง รวมทั้งหยูเฉิงหมิง ต่างก็เป็นเมนเทอร์ของรายการ ‘ฮัวเซียนิววอยซ์’ซีซั่นแรก ถ้าเปรียบเทียบกับพวกเขาแล้ว เฉินอี้เจี๋ยเป็นเมนเทอร์ใหม่โดยสมบูรณ์
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉียวเฉี่ยวเฉินอี้เจี๋ยก็ครุ่นคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง ก่อนจะกลั้วหัวเราะ หึหึ“อย่ากังวลไป”
“เอาล่ะเราคงไม่ต้องเกรงใจกันแล้วนะ ลดความกังวลของคุณสักหน่อย”เฉียวเฉี่ยวหยิบแผ่นป้ายขึ้นมา “เด็กฝึกคนแรกที่ทีมหลิวเยว่เลือกมาคือ เซียฉ่าวถัง ! ”
“แปะแปะแปะ ! ”
เหล่าผู้ชมต่างพากันปรบมือเวลานี้ต่างให้การต้อนรับเซียฉ่าวถัง
โซนเตรียมตัวชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ย้อมผมเป็นสีน้ำตาลอ่อน แต่งกายด้วยชุดสูท ยืนขึ้นจากนั้นก็ผายมือไปยังเหล่าผู้ชม
“เมนเทอร์เฉินอี้เจี๋ยเด็กฝึกคนแรกคือ ! ” เฉียวเฉี่ยวหยิบป้ายไม้โบราณอีกหนึ่งชิ้นออกมาแล้วยื่นไปทางเลนส์กล้อง “หลิวจือเซีย ! ”
“หลิวจือเซีย ! ”
“หลิวจือเซีย ! ”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นอีกหนึ่งระลอกเหล่าผู้ชมต่างมองไปยังทิศทางของเวทีด้วยความตื่นเต้นคาดไม่ถึงว่าจะได้ฟังหลิวจือเซียเร็วขนาดนี้
ในขณะเดียวกันหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่กลางเวที เริ่มฉายภาพนับตั้งแต่ที่หลิวจือเซียและเซียฉ่าวถังเข้าร่วมการแข่งขันรอบสุ่มคัดเลือกมาจนถึงรอบแบทเทิล
“ในสนามที่สองเซียฉ่าวถังของทีมหลิวเยว่ ปะทะกับหลิวจือเซียของทีมเฉินอี้เจี๋ย ! ” เฉียวเฉี่ยวพูดขึ้นว่า “ขอเชิญทั้งสองคนขึ้นบนเวทีด้วยครับ ! ”
หลังจากที่ทั้งสองคนขึ้นบนเวทีแล้วก็กอดกับเมนเทอร์ของตัวเอง
เฉียวเฉี่ยวพูดด้วยความหวังดี“ท่านทั้งสอง มีอะไรอยากจะพูดกับเด็กฝึกของตัวเองไหม ? ”
หลิวเยว่พูดขึ้น“จริง ๆ แล้ว ต่อให้พูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ จากประสบการณ์ของผม นับตั้งแต่เสียงดนตรีดังขึ้นพวกคุณแค่สนุกกับมันให้เต็มที่ อย่างอื่นไม่ต้องไปคิดถึงมันเลย ! ”
เฉินอี้เจี๋ยตบไหล่ของหลิวจือเซียแล้วพูดว่า “อืม เขาพูดถูก ! ”
เมื่อพูดประโยคนี้จบลงเหล่าผู้ชมและนักวิจารณ์ที่อยู่ ณ ที่นี่ก็พากันคลี่ยิ้ม คน ๆ นี้ขี้เล่นชะมัด !