"ผู้ใดกันที่บังอาจโจมตีตระกูลเหยาของข้าาาาา!"ทันใดนั่นก็มีเสียงตวาดดังลั่นออกมาจากส่วนลึกสุดของตระกูล
พร้อมกับมีร่างหกร่างพุ่งตามออกมาติดๆ นำมาโดยบุรุษผมขาวผู้หนึ่ง ที่มีการบ่มเพาะระดับเซียนขั้นสาม ส่วนอีกห้าคนที่เหลือคือมหาจักรพรรดิขั้นเจ็ดสองคน และมหาจักรพรรดิขั้นหนึ่งอีกสามคน
ชายผมขาวคือเหยาเจิ้ง ประมุขตระกูลเหยา ส่วนผู้ที่ตามหลังมาคือผู้อาวุโสในตระกูล เดิมทีตอนต่อสู่กับตระกูลหยาง ระดับการบ่มเพาะของหยางเจิ้งและผู้อาวุโสที่เหลือรอดสองคนยังไม่ได้ถึงระดับนี้
เห็นทีการกวาดล้างตระกูลหยางจะทำให้พวกเขาได้กำไรมาไม่น้อยเลยทีเดียว!? ถึงกลับสามารถทะลวงระดับได้ในเวลาอันสั้น ซ้ำยังสร้างมหาจักรพรรดิขึ้นมาได้อีกถึงสามคน
เมื่อเห็นคนทั้งหกปรากฏตัวขึ้นมา หยางตงเทียนก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด เขาส่งเจดีย์กักวิญญาณให้ลอยออกไป จากนั้นก็บังคับกระบี่ปราณเข้าโจมตีพิฆาตสังหารคนทั้งหกในทันที! โดยไม่แม้แต่จะพูดจาให้มากความเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นปราณกระบี่คมกริบ พุ่งเข้ามาโจมตีตนเองด้วยความรวดเร็ว! ทั้งหกก็ถึงกลับขนลู่ซู่! รีบหมุนเวียนลมปราณและสำแดงเคล็ดวิชาออกมาเพื่อหวังจะป้องกัน
แต่มันก็ไม่เป็นผลแม้แต่น้อย เมื่อเคล็ดวิชาเหล่านั้นสัมผัสเข้ากับกระบี่ปราณของหยางตงเทียน พวกมันก็พังทะลายลงในทันที! ปราณกระบี่ยังคงพุ่งเข้าใส่ทั้งหกคน! โดยที่ความเร็วไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
ฉับ!!!
"ม๊ายยย!!"
"อ๊ากกก!!"
"หนี!!"
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ทั้งหกคนก็รีบสละร่างกายของตนเองทิ้งในทันที จิตวิญญาณที่เหลืออยู่ของเหยาเจิ้ง ร้องเตือนผู้อาวุโสคนอื่นๆด้วยความหวาดกลัว
จากนั้นพวกเขาก็แยกกันหนีไปคนละทิศคนละทาง แต่ไหนเลย จะสามารถหลบหนีจากอาณาเขตการโจมตีของเจดีย์กักวิญญาณไปได้
ทันทีที่จิตวิญญาณของทั้งหกคนหลดออกจากร่าง เจดีย์กักวิญญาณที่เตรียมพร้อมรอโจมตีอยู่ก่อนแล้ว ก็ดูดเอาจิตวิญญาณของทั้งหกเข้าไป แล้วลงมือทำลายจิตวิญญาณของทั้งหกทิ้ง ตามคำสั่งของหยางตงเทียนในทันที!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับมหาจักรพรรดิขึ้นไป หากยังไม่สิ้นอายุขัย สามารถสละร่างกายถอดจิตวิญญาณเพื่อหลบหนีได้ ในอนาคตหากว่ามีร่างที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างถูกต้อง ก็สามารถเข้าไปครอบครองร่างนั้น และกลับมามีชีวิตปรกติได้อีกครั้ง
แต่วัตถุดิบและส่วนประกอบในการสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่นั้น มีความล้ำค่าและหายากเป็นอย่างมาก! นับว่าหาไม่ได้แล้วในยุคนี้ แต่ถึงจะหาได้! ก็มีแต่เทพโอสถขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถหลอมสร้างมันขึ้นมาได้
แต่ถึงอย่างไรก็เพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน หยางตงเทียนเลือกที่จะทำลายจิตวิญญาณของคนเหล่านี้ทิ้งไปเสียดีกว่า เพื่อไม่ให้พวกมันมีโอกาสกลับมาสร้างความยุ่งยากให้กับเข้าได้อีกในภายหลัง
.......................
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป ผู้คนภายในตระกูลเหยาก็ถูกฆ่าล้างจนหมดสิ้น
"พวกเจ้าทั้งสอง ลงไปเก็บรวบรวมทรัพย์สินที่มีค่าทั้งหมดกลับขึ้นมาบนเรือเหาะ ข้าจะขึ้นไปรอที่ด้านบน!"เมื่อออกคำสั่งแก่ผู้อาวุโสทั้งสองเสร็จแล้ว หยางตงเทียนก็ทะยานขึ้นไปบนเรือเหาะในทันที
"ขอรับ!/เจ้าค่ะ!"ผู้อาวุโสทั้งสองกล่าวตอบรับ จากนั้นพวกเขาก็ทะยานลงไปที่ด้านล่างด้วยความรวดเร็ว
พอไปถึงพวกเขาก็เริ่มเก็บแหวนมิติและอาวุธต่างๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามศพที่ถูกหยางตงเทียนสังหาร
ส่วนหยางตงเทียนที่นั่งรออยู่ด้านบน ก็นำชาหอมหมื่นลี้ออกมาชงดื่ม ชายหนุ่มค่อยๆดื่มด่ำกับชาที่หอมกรุ่นอย่างช้าๆ เพื่อปลอบประโลมจิตใจของตนเองให้สงบลง จากการที่ตนพึ่งจะลงมือสังหารคนไปมากมาย
...................
เวลาผ่านไปอีกประมาณสองเค่อ ผู้อาวุโสทั้งสองก็กลับขึ้นมา
"เก็บรวบรวมมาทั้งหมดแล้วขอรับ!"เมื่อขึ้นมาถึงตงฟางหยูก็กล่าวรายงานขึ้นมา จากนั้นพวกเขาก็นำทรัพสมบัติทั้งหมดออกมาจากแหวนมิติ
มันถูกกองอยู่ที่พื้นเรือราวกลับภูเขาขนาดย่อม! ในนั้นมีทั้ง สมุนไพร โอสถ วิชายุทธ! แก่นอสูร อาวุธ แร่ หินวิญญาณ เครื่องเรือนและจิตกรรมต่างๆและอีกมากมาย นับว่าตระกูลเหยามั่งคั่งไม่น้อยเลย แต่ของบางส่วนก็เป็นของที่พวกเขาฉกชิงมาจากตระกูลเหยา
"ดี! เช่นนั้นก็ออกเดินทางกันไปที่ตระกูลอวิ๋นต่อ!! "หยางตงเทียนกล่าวขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นแล้วกำออกไปในอากาศ
ครืด!!!
พลังวิญญาณของเทพโอสถขั้นสูง ม้วนตลบบดขยี้สิ่งปลูกสร้างและซากศพที่นอนตายเกลื่อนกลาดที่กองอยู่ด้านล่างจนแหลกสลายหายไปในพริบตา
"ขอรับท่านประมุข!"ตงฟางหยูก็ไม่ได้ถามสิ่งใดต่อ เขากล่าวตอบรับแล้วบังคับเรือเหาะตรงไปยังจุดหมายต่อไป
ไม่รู้ว่าตระกูลเหยาและตระกูลอวิ๋นไปทำสิ่งใดเอาไว้ ถึงต้องโดนท่านประมุขกวาดล้างเช่นนี้? เฮ้อ~ ช่างหน้าเวทนายิ่งนัก!
“ผู้อาวุโสรอง เจ้าเรียกศิษย์ทั้งสามขึ้นมาช่วยกันแยกทรัพย์สมบัติเหล่านี้ ส่วนเจ้าก็คอยดูแลควบคุม ให้พวกเขาแยกประเภทของสิ่งของทั้งหมดออกจากกัน จากนั้นก็นำไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บสบบัติที่ชั้นล่างของเรือ!” หยางตงเทียนหันมากล่าวสั่งฟางชิงหลัน
"เจ้าค่ะท่านประมุข"ฟางชิงหลันประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม จากนั้นนางก็ลงไปยังชั้นที่สองของเรือ ไม่นานนางก็กลับขึ้นมาพร้อมกับรุ่นเยาว์ทั้งสาม
เมื่อขึ้นมาถึง นางก็จัดแจงหน้าที่ให้กลับทั้งสามคนทันที ทันทีที่ทั้งสามคนเห็นทรัพย์สมบัติมากมายกองอยู่ตรงหน้า พวกเขาก็ตกตะลึงจนดวงตาแทบกระเด็นออกมา เพราะว่าพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งของล้ำค่ามากมายเช่นนี้มาก่อน
"ทรัพย์สมบัติมากมายเหล่านี้มาจากที่ใดกันหรือเจ้าค่ะ!!? "มู่ชิงชิง สาวน้อยช่างพูดช่างจาเอ่ยถามอาจารย์ของนางด้วยความตื่นเต้น มู่หยางและอิงฮวาก็หันหน้ามามองฟางชิงหลันเพื่อรอคำตอบเช่นเดียวกัน
"พวกเจ้าจงคัดแยกทรัพย์สมบัติเหล่านี้ออกเป็นประเภทเสีย! เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรรู้ ไม่เช่นนั้นมันจะนำปัญหามาสู่พวกเจ้าได้!"ฟางชิงหลันกล่าวออกมา โดยไม่ได้บอกที่มาที่ไปของสิ่งของเหล่านี้
ใช้เวลาเพียงหนึ่งวันพวกเขาทั้งสามคนก็แยกทรัพยากรเหล่านี้เสร็จสิ้น จากนั้นหยางตงเทียนก็สั่งให้พวกเขาขนมันลงไปไว้ที่ชั้นล่างสุดของเรือ
และทำการแจกจ่ายหินวิญญาณ ให้พวกเขาคนละหนึ่งร้อยก้อน พร้อมด้วยโอสถรวมปราณอีกคนละสิบเม็ด จากนั้นก็ให้พวกเขากลับไปฝึกฝนต่อ
...................
จนตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านพ้นไปอีกเจ็ดวันแล้ว พวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดหมายแล้วเช่นกัน หยางตงเทียนก็ใช้วิธีเช่นเดียวกันกับตระกูลเหยา ในการกวาดล้างตระกูลอวิ๋น
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ หยางตงเทียนก็สามารถสังหารสมาชิกของตระกูลอวิ๋นได้ทั้งหมด จากนั้นชายหนุ่มก็สั่งให้ผู้อาวุโสทั้งสองลงไปเก็บสินสงครามตามเดิม
ส่วนเขาก็ขึ้นมารออยู่บนเรือเหาะ เขาลงมือชงชาจากนั้นก็เดินไปที่หัวเรือและจ้องมองไปยังสุดขอบฟ้า
"หยางตงเทียน เจ้าเห็นหรือไม่? ข้าได้ทำการแก้แค้นให้กับเจ้าและคนในตระกูลแล้ว......"
"ตอนนี้บนตัวข้านั้นไม่มีสุรา มีเพียงแค่ชากานี้ ข้าขอดื่มให้กับเจ้าและสมาชิกในตระกูลหยางทุกคน....."
"พวกเจ้าทุกคนจงไปสู่ภพภูมิที่ดีเถิด... นับจากนี้เจ้าและข้าถือว่าเป็นคนๆเดียวกัน ข้าจะใช้ร่างนี้สร้างเกียรติยศและชื่อเสียง ให้เป็นที่เล่าขานของผู้คนไม่รู้ลืม จวบจนฟ้าดินสูญสลายยย...."
กล่าวจบ หยางตงเทียนก็เทชาใส่จอกเพื่อเตรียมไว้ให้ตนเอง จากนั้นเขาก็ยกชาขึ้นดื่มลวดเดียวจนหมด ส่วนชาในกา เขาก็ทำการเทมันให้ลอยไปตามสายลม
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ใบหน้าของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาด้วยความโล่งและสบายใจ
เขายืนจ้องมองขอบฟ้าอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยามโดยที่ไม่ไหวติง จากนั้นเขาก็กลับมานั่งรอผู้อาวุโสทั้งสองอยู่ที่โต๊ะตามเดิม
ผ่านไปไม่นาน พวกเขาทั้งสองก็กลับขึ้นมาบนเรือเหาะ หยางตงเทียนก็ลงมือทำลายหลักฐานตามเดิม จากนั้นก็ปล่อยให้ฟางชิงหลันจัดการทุกอย่าง
"ทีนี้เราจะเดินทางไปที่ไหนกันต่อขอรับท่านประมุข?"ตงฟางหยูกล่าวถามขึ้นมา
“เรื่องของข้าเสร็จสิ้นแล้ว จากนี้ก็เดินทางไปตามเมืองต่างๆก่อน เผื่อว่าจะเจอรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ หรือทรัพย์สมบัติล้ำค่า…"
"ระหว่างเดินทางพวกเราก็มาคุยกันถึงสถานที่ ที่จะใช้เป็นที่ลงหลักปักฐานกันก่อนเถอะ! จะได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งเสียที!!”
หยางตงเทียนกล่าวอธิบายออกมา ตามที่เขาได้วางแผนเอาไว้
"ขอรับ!"เมื่อตอบรับแล้ว ตงฟางหยูก็มองดูแผนที่เล็กน้อย จากนั้นก็บังคับเรือเหาะ ให้บินพุ่งออกไป.….