... “แล้ว... เ้ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรอย่าบอกนะว่าเ้าก็ตกลงมาจากหน้าผาด้วยเหมือนกัน”เขาพลันนึกถึงความเป็ไปได้อย่างหนึ่งซึ่งทำให้ความดีใจก่อนหน้านี้วูบหายไปและแทนที่ด้วยความใแทบจะทันที...
หยางเถาอวี้กำลังตั้งท่าจะอธิบายพลันนางััได้ถึงคลื่นพลังปราณดุร้ายสายหนึ่งเหนือท้องฟ้าห่างออกไปราวห้าร้อยหมี่พร้อมๆกับเสียงของทีเจวันกับรุ่ยเอ๋อร้องเตือนขึ้นมาในห้วงจิตแทบจะพร้อมกัน
‘นายหญิงระวังมีนกอสูรระดับสามตนหนึ่งกำลังบินเข้ามาหาเราเ้าค่ะ’ นกอสูรระดับสามเทียบได้กับความแข็งแกร่งระดับมัชฌิมนั่นเอง
‘เ้านายระวังมีสัตว์อสูรบินได้ตัวหนึ่งกำลังบินมาทางเราครับ’
มีเื่น่าประหลาดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นโดยที่ยังไม่มีใครฉุกใจคิดถึงในเวลานี้จิตััของหยางเถาอวี้เฉียบคมและแผ่รัศมีทำการออกไปได้กว้างไกลขึ้นเป็อันมากนางรับรู้ได้ถึงคลื่นพลังของนกอสูรตนที่ว่าพร้อมๆ กับรุ่ยเอ๋อและทีเจวัน
“แกว่ก...” เสียงนกร้ายร้องดังมาให้ได้ยินก่อนที่จะเห็นตัวเสียอีก
“เอ๋มีนกอสูรหลงเข้ามาอีกกระมัง”จางเหยาที่เคยได้รับการปกป้องจากหินแปรปรวนอย่างไม่รู้ตัวตลอดปีเศษเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจเขาไม่คิดแม้แต่น้อยว่าภัยกำลังจะมาถึงตัวอยู่รอมร่อดังนั้นจึงเดินออกไปยังปากถ้ำเพื่อดูเหตุการณ์ ทำให้หยางเถาอวี้ต้องรีบสาวเท้าตามออกไป
เมื่อเริ่มมองเห็นตัวนกอสูรตนนี้มีขนสีดำแซมแดงลำตัวที่กำลังสยายปีกกว้างถึงหกเจ็ดหมี่ ดูจากลักษณะแล้วเหมือนกับนกอสูรอินทรีเพลิงที่นางเคยอ่านผ่านตาในบันทึกสัตว์อสูรเป็อันมากอินทรีเพลิงเป็สัตว์อสูรธาตุไฟที่มีความแข็งแกร่งไม่น้อยเกิดมาก็เป็สัตว์อสูรนักล่าระดับสามแล้ว แสดงว่าเ้าตัวที่เห็นนี่ยังเพิ่งเป็ลูกนกแท้ๆไม่ใช่หรือ ประสาทััของมันช่างไวยิ่งนัก พลังรบกวนจากหินแปรปรวนเพิ่งหายไปไม่นานมันกลับััได้ถึงผลปราณอัคคีอย่างรวดเร็ว หยางเถาอวี้ชักรู้สึกแตกตื่นในใจแม้นางมีวิธีเอาตัวรอดมากมายอยู่ในมือ ทว่าการได้เผชิญหน้ากับอันตรายที่แท้จริงเช่นนี้ย่อมสร้างความหวาดกลัวให้แก่เด็กน้อยอายุยังไม่เต็มสิบเอ็ดปีดีนักและยังไม่เคยลงสนามรบแท้จริง
ก้าวแรกที่จางเหยาเดินออกไปถึงปากถ้ำเป็เวลาเดียวกับที่อินทรีเพลิงบินมาถึงพอดีเดิมมันคิดจะมากินผลปราณอัคคี แต่ทันทีที่เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่ใกล้บริเวณที่มังเล็งไว้สัญชาติญาณของมันย่อมเข้าใจว่าจางเหยาคือศัตรูที่เฝ้าต้นปราณอัคคีอยู่มันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย บินโฉบลงมาหมายชิงลงมือโจมตีจางเหยาก่อน
จางเหยาใยิ่งเหตุใดนกอสูรตนนี้จึงไม่เหมือนตัวอื่นที่มักบินเฉียงกระเท่เล่ผ่านมาและผ่านไปแต่เขาก็ยังนับว่ามีปฏิกิริยาว่องไวรีบยกไม้เท้าที่ทำจากกิ่งต้นปราณอัคคีขึ้นมาป้องกันไว้ด้านหน้ามืออีกข้างรีบยกขึ้นปัดป้องหยางเถาอวี้ไว้ด้านหลัง ปากร้องะโเตือน“แม่นางระวัง”
จางเหยาฟาดไม้เท้าในมือใส่กรงเล็บที่ยื่นลงมาหมายคว้าจับตนแต่ไหนเลยเรี่ยวแรงของเขาจะครณากรงเล็บที่กางออกมากว้างเป็หมี่ของอินทรีเพลิงตัวใหญ่ได้ฝ่ามือของเขาชาดิก ไม้เท้าหลุดกระเด็นออกไปหลายหมี่ทันทีจางเหยาใบหน้าซีดเซียวเหงื่อเกาะเต็มหน้าผาก คิดว่าตนต้องตายแล้วแหงๆอุตส่าห์เอาชีวิตรอดมาได้ตั้งปีกว่า จุดจบกลับต้องกลายมาเป็อาหารนก แต่เขายังมีแก่ใจห่วงเด็กสาวข้างหลังวินาทีเป็ตายจึงรีบหันมาทางหยางเถาอวี้และร้องบอก “แม่นาง หนีเข้าไปในถ้ำเร็วเข้าข้าจะคอยกันมันไว้ก่อน” ยังพูดไม่ทันขาดคำ ั์ตาที่หันมามองหยางเถาอวี้ก็พลันเบิกกว้างเขาเห็นนางพุ่งหมัดสวนผ่านตัวออกไปอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตา
พลั่ก...แกว๊ก... หมัดแสงพุ่งเข้ากระแทกจุดหัวใจกลางอกของอินทรีเพลิงอย่างแม่นยำได้ยินเสียงมันร้องเพียงคำเดียว จากนั้นจึงซวนเซตกลงสู่พื้น มันพยายามตะเกียกตะกายพยายามกระพือปีกหมายบินถอยหนีไปตั้งหลักใหม่ แต่ความเ็ปจุกแน่นที่ถูกโจมตีใส่จุดหัวใจซึ่งเป็จุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดแล่นแปลบปลาบจากบริเวณทรวงอกไปตลอดทั่วตัวจนแทบสิ้นเรี่ยวแรงหากเป็คนคงต้องเหงื่อกาฬแตกพลั่ก จุกเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ทั่วร่างอ่อนเปรี้ย
เดิมทีหยางเถาอวี้หวาดวิตกอย่างยิ่งทว่าเมื่อเห็นท่าทางออกตัวปกป้องจากจางเหยาบวกกับเหตุการณ์ที่เขากำลังจะเสียท่านั่นจึงกระตุ้นให้นางตัดสินใจพุ่งหมัดสวนจังหวะออกไปทันที
“ข้าไม่ชอบเห็นเืดังนั้นหากเ้าสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ ไม่โจมตีพวกเราอีก ข้าก็จะไว้ชีวิตเ้า”หยางเถาอวี้เอ่ยพร้อมส่งคลื่นจิตออกไปกล่าวแก่ลูกอินทรีเพลิง เวลานี้นางราวกับเปลี่ยนเป็คนละคนในเสี้ยววินาทีเป็ตาย นางตัดสินใจลงมือได้อย่างเฉียบคม หมัดเดียวเล็งจุดตายหากลงมือแรงกว่านี้อีกเพียงเล็กน้อย หัวใจของอินทรีเพลิงคงะเิเละคาอกเป็แน่
ลูกนกอินทรีเพลิงค่อยหยุดดิ้นลงเมื่อได้ยินเสียงพร้อมคลื่นจิตจากหยางเถาอวี้มันฟังภาษามนุษย์ไม่ออกทว่าคลื่นจิตนั้นทำให้มันรับรู้ว่าหยางเถาอวี้ไม่มีเจตนาร้ายต่อมัน
“เด็กดี”หยางเถาอวี้กล่าวพลางยื่นมือสูงขึ้นไปลูบหัวของมันเป็การปลอบโยน
จางเหยามองภาพตรงหน้าทั้งหมดั้แ่ฉากที่หยางเถาอวี้พุ่งตัวออกไปจัดการอินทรีเพลิงจนปากอ้าตาค้างคางแทบร่วงลงไปถึงอก“จะ เ้า... เป็ผู้ฝึกปราณ”
“อื้มเป็เช่นนั้น”เดิมทีหยางเถาอวี้ยังสองจิตสองใจว่าจะเปิดเผยตัวตนให้จางเหยาได้รับรู้ดีหรือไม่นางคิดอยากทดสอบนิสัยใจคอของจางเหยาดูอีกสักระยะแต่เหตุการณ์เมื่อครู่ช่วยเป็คำตอบให้แก่ความลังเลใจทั้งหมด ดูท่ายายหลานคู่นี้คงมีพื้นนิสัยไม่แตกต่างกันมีเมตตาและมีน้ำใจต่อผู้อื่นแม้เป็คนแปลกหน้าต่อกัน
“ขอเวลาข้ารักษาเ้าลูกอินทรีเพลิงก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกันมันได้รับาเ็ที่จุดหัวใจ หากข้าไม่รักษา อีกไม่นานมันคงต้องตาย”หยางเถาอวี้ตัดบทก่อนเพราะรู้ว่าจางเหยาคงมีคำพูดมากมายคิดอยากถาม
“อื้ม”‘ลูก’ นกอินทรีเพลิงเหรอ ตัวใหญ่เบ้อเริ่มปานนี้เป็แค่ลูกนกหรือ จางเหยาแอบคิดในใจแต่ก็เดินไปนั่งลงที่ใต้ต้นปราณอัคคีเพื่อรอดูเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ
หยางเถาอวี้ขยับเข้าไปใกล้ลูกนกอินทรีเพลิงนางวางมือลงบนจุดหัวใจของมันพร้อมถ่ายเทพลังปราณส่วนหนึ่งเข้าไปคลายอาการจุกเกร็งของกล้ามเนื้อหัวใจเป็เบื้องต้นก่อนจะหยิบเม็ดยารักษาอาการาเ็ภายในระดับสามออกมาจากมิติของรุ่ยเอ๋ออย่างไม่เสียดายนางป้อนยาเข้าไปในปากของลูกนกอินทรีเพลิงตามด้วยน้ำทิพย์ขวดหนึ่งเพียงชั่วสามอึดใจ อาการเ็ปทรมานที่เคยมีก็ทุเลาลงจนลูกนกอินทรีเพลิงหยุดดิ้นครวญครางมันค่อยๆ ผงกศีรษะขึ้นมองหยางเถาอวี้อย่างสำนึกขอบคุณ แม้นางจะเป็ฝ่ายทำร้ายมันแต่ต้องรู้ว่าโดยธรรมชาติของโลกบำเพ็ญเซียนแห่งนี้ดำรงชีวิตกันอยู่แบบผู้ล่าและผู้ถูกล่าผู้อ่อนแอย่อมตกเป็เหยื่อของผู้แข็งแกร่ง แรกเริ่มเดิมทีมันนึกว่าตนเป็ผู้ล่าจึงย่ามใจโฉบบินลงมาหมายจับเหยื่อแต่เมื่อเหยื่อที่คิดว่าไร้พิษสงกลับกลายเป็ผู้ล่าที่แข็งแกร่งกว่า มันย่อมไม่ควรจะหนีพ้นความตายไปได้คิดไม่ถึงมนุษย์ตัวน้อยผู้นี้กลับไว้ชีวิต ทั้งยังรักษามันอีกด้วย
แกว่ก...มันอยากขอบคุณนางที่ไว้ชีวิต
“เด็กดี”คล้ายหยางเถาอวี้จะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของมัน นางจึงยื่นมือขึ้นไปลูบหัวมันอีกครั้ง“พักอีกสักหน่อยเ้าก็กลับบ้านได้แล้วหละ”ครั้นกล่าวจบหยางเถาอวี้จึงเดินไปทางจางเหยา
“พี่เหยา..ข้าขอเรียกท่านว่าพี่เหยานะเ้าคะ ข้ารู้ว่าท่านอายุมากกว่าข้า” หยางเถาอวี้เอ่ย
“อื้มได้สิ งั้นข้าเรียกเ้าว่าอวี้เอ๋อได้หรือไม่” จางเหยาเอ่ยตอบและถามออกไปพร้อมกัน
“ย่อมได้แน่นอน”หยางเถาอวี้ยิ้มกว้าง รอยยิ้มงดงามสดใสตรึงตาเล่นเอาจางเหยาแทบลืมหายใจและเผลอหน้าแดงขึ้นมาน้อยๆ อย่างช่วยไม่ได้
“ก่อนอื่นเลยข้าอยากขออนุญาตพี่เหยาแบ่งผลปราณอัคคีที่มีอยู่บนต้นทั้งหมดห้าผลนี้มาสักสามผลได้หรือไม่”หยางเถาอวี้เอ่ยปากขอ
“ย่อมได้แน่นอนๆ”ราวกับลืมคำพูดอื่นใดไปหมดสิ้น เวลานี้จางเหยาพูดแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ
หยางเถาอวี้ลงมือเด็ดผลปราณอัคคีลงมาสามผลตามที่เอ่ยปากขอนางเก็บเข้าไปในมิติส่วนตัวสองผลเพราะอยากนำผลปราณอัคคีเข้าไปเพาะในมิติสักผลหนึ่งอีกผลเก็บไว้เป็ส่วนผสมทำยาวิเศษ สำหรับมนุษย์แล้วย่อมไม่อาจกินผลไม้พลังธาตุโดยตรงจะต้องกลั่นหลอมหรือปรุงเป็ยาก่อนจึงจะสามารถดูดซับพลังธาตุในผลไม้จำพวกนี้ได้ ส่วนจางเหยานั้นถือเป็ข้อยกเว้นนางถือผลปราณอัคคีที่เหลือเดินกลับไปหาลูกนกอินทรีเพลิงและยื่นให้ถึงปากมัน เห็นดังนั้นลูกนกอินทรีเพลิงก็เข้าใจมันงับลงบนผลปราณอัคคีและกลืนลงท้องอย่างไม่ลังเลใจ อา... อร่อยยิ่งนักพลังธาตุไฟค่อยๆ แผ่กระจายออกไปทั่วร่างของมัน เพียงไม่นานก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังปราณและพลังธาตุที่เพิ่มพูนยิ่งขึ้นไปในร่างกายมันเป็สัตว์อสูรธาตุไฟอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องกลั่นพลังธาตุในผลปราณอัคคีแต่อย่างใด มันหันไปมองผลไม้ที่เหลืออยู่บนต้นอีกสองผลดวงตาฉายแววปรารถนา น้ำลายหยดติ๋งๆ จากมุมปาก แต่มันกลับไม่มีทีท่าจะขยับบินขึ้นไปแย่งชิง
หยางเถาอวี้เห็นดังนั้นจึงรู้สึกพอใจมันไม่น้อยเ้าลูกนกตัวนี้อยู่เป็ทีเดียว
“เอ่อ...อวี้เอ๋อ อีกสองผลที่เหลือเ้าก็เก็บไปเถอะ”จางเหยาเมื่อได้รับรู้ว่าหยางเถาอวี้เป็ผู้ฝึกปราณจึงบังเกิดความคาดหวังว่านางคงมีหนทางพาเขากลับไปหายายจางเวลานี้ผลปราณอัคคีจึงนับว่าไม่มีความจำเป็สำหรับเขาอีกต่อไป
“งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้ยิ้มพร้อมทะยานร่างขึ้นไปเก็บผลปราณอัคคีที่เหลือลงมาอันที่จริงนางก็แอบโลภอยากย้ายต้นปราณอัคคีเข้าไปปลูกในมิติส่วนตัวเหมือนกันแต่ในเมื่อมีเมล็ดให้เพาะแล้วจึงได้ตัดใจ อีกอย่างจางเหยาอยู่ตรงนี้ด้วยหากย้ายต้นปราณอัคคีทั้งต้นเข้าไปปลูก ความลับเื่มิติส่วนตัวของนางก็คงไม่เป็ความลับอีกต่อไป
คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสามารถปลูกต้นปราณอัคคีด้วยการเพาะเมล็ดนึกไปนึกมาหยางเถาอวี้จึงคิดถึงวิธีการต่อตา นางไม่รอช้าขยับขึ้นไปกรีดเอาตาไม้บนต้นปราณอัคคีลงมาหลายตาเลยทีเดียว
“นั่นเ้าทำอะไรหรือ”จางเหยาเห็นเข้าจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ข้าจะเอาไปทดลองต่อตากับต้นไม้ชนิดอื่นเ้าค่ะ”
“โอ๋ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย การต่อตาคืออะไรเหรอ”
หยางเถาอวี้ใช้เวลาครู่หนึ่งอธิบายวิธีต่อตาพร้อมกับให้รุ่ยเอ๋อฟังไปด้วยนางโยนตาไม้ที่ตัดออกมาเข้ามิติไปและขอให้รุ่ยเอ๋อนำไปต่อตากับต้นกำเนิดปราณพิภพที่เกิดจากการตอนกิ่งซึ่งเวลานี้มีหลายสิบต้นเลยทีเดียว
“ที่แท้ก็มีวิธีแบบนี้อยู่ด้วยเ้ารอบรู้จริงๆ”
“มิกล้ารับๆข้าก็แค่จำมาจากตำราเท่านั้น”
“ว่าแต่อวี้เอ๋อเ้ามีวิธีพาข้ากลับขึ้นไปใช่หรือไม่” จางเหยาเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้มากที่สุด
“วิธีนั้นย่อมมีอยู่”หยางเถาอวี้หรี่ตากรอกตาครุ่นคิด นางควรซัดจางเหยาให้สลบลากเข้ามิติส่วนตัวพากลับบ้านดี หรือขอให้จางเหยาทำพันธะสัญญานายบ่าวหรือพันธะสัญญาเป็ตายกับนางแล้วจึงค่อยเปิดเผยถึงมิติส่วนตัวหรือใช้วิธีอื่นดีหนอ นางคิดพลางเหลือบมองไปทางลูกนกอินทรีเพลิงที่ไม่ยอมจากไปซักทีทั้งๆที่หายดีแล้ว ผลปราณอัคคีก็ได้กินแล้ว ผลที่เหลืออยู่บนต้นก่อนหน้านี้ก็ถูกนางเก็บลงมาหมดแล้วเหตุใดมันยังไม่ยอมจากไปเสียที แถมยังก้มหัวลงมาคลอเคลียนางเสียงั้นเดี๋ยวแม่ก็จับมาเลี้ยงซะเลย ยิ่งถูกใจอยู่ด้วย
คิดได้ดังนี้แล้วจึงหันไปถาม“เ้าอยากไปอยู่กับข้าหรือไม่”
ลูกนกอินทรีเพลิงราวกับเข้าใจมันก้มหัวลงมาคลอเคลียนางอีกครั้งอย่างประจบ หยางเถาอวี้ไม่รู้รอบตัวนางมีบรรยากาศอย่างหนึ่งซึ่งทำให้คนรอบข้างรู้สึกสุขสงบ คอยแต่จะอยากอยู่ใกล้
นางยิ้มเ้าเล่ห์“งั้นข้าถือว่าเ้าตกลงนะ”กล่าวจบหยางเถาอวี้จึงยกนิ้วขึ้นจิ้มลงตรงกึ่งกลางหน้าผากของมันเพื่อสร้างพันธะผูกอสูรทันทีวินาทีที่ผูกพันธะสัญญาสำเร็จ ลูกนกอสูรอินทรีเพลิงพลันเลื่อนระดับพลังสู่ขั้นสี่ซึ่งเทียบได้กับขั้นปัจฉิมของมนุษย์มันร้องแกว่กๆ กระพือปีกดีใจยกใหญ่ มันไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไปทั้งยังได้เลื่อนระดับพลัง
“เอ๋เ้าเป็ตัวเมียหรอกหรือนี่” นางเอ่ยอย่างแปลกใจหลังสร้างพันธะสัญญาผูกอสูรกับลูกนกอสูรอินทรีเพลิงสำเร็จ“อา พ่อแม่ของเ้าถูกสัตว์อสูรระดับสูงที่อยู่ในเขตลึกของป่าหมื่นอสูรฆ่าตายไปเมื่อเดือนที่แล้วหรือช่างน่าสงสารนัก ต่อไปนี้ก็มาอยู่กับข้านี่แหละ รับรองว่าเ้าจะไม่เหงาอีกแน่”
“แกว่ก”ลูกนกอสูรอินทรีเพลิงพยักหน้าขึ้นลง
“ข้าขอตั้งชื่อให้เ้าว่าเสี่ยวเอี๋ยนก็แล้วกัน เ้าชอบหรือไม่”
‘ชอบเ้าค่ะนายหญิงขอบพระคุณเ้าค่ะ’
‘อีกหน่อยพอต้นปราณอัคคีในมิติของข้าโตจนออกผลเ้าก็จะมีผลปราณอัคคีกินไม่ขาดแน่ สองลูกที่เหลือนี่ ข้าขอเก็บไว้วิจัยก่อนนะอาจจะทำยาได้หลายเม็ด อิอิ’ นางออกตัว
“พี่เหยาเ้าคะข้าผูกพันธะสัญญากับเสี่ยวเอี๋ยนแล้ว พวกเราอาศัยมันกลับบ้านกันเถิดข้าอยากให้ท่านได้พบท่านยายโดยเร็ว ท่านยายจะต้องดีใจมากแน่ๆ”หยางเถาอวี้หันไปชวนจางเหยา
“ตกลงตัวข้าเองก็ดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว” เขาไม่กล้านึกฝันมาก่อนว่าตนจะมีโอกาสได้กลับไปหายายจาง
“อื้มงั้นเตรียมตัวนะเ้าคะ” กล่าวจบหยางเถาอวี้จึงใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับไหล่ของจางเหยาพร้อมกับทะยานตัวพาจางเหยาขึ้นไปนั่งบนหลังของเสี่ยวเอี๋ยนนางแผ่ลมปราณออกมาปกคลุมรอบตัวจางเหยาและตนเอาไว้เพื่อควบคุมมิให้ตกจากหลังเสี่ยวเอี๋ยนรวมถึงป้องกันแรงปะทะจากลมขณะบินไปด้วย
“ไปกันเถอะเสี่ยวเอี๋ยน”นางกระตุ้นเตือนให้เสี่ยวเอี๋ยนออกบินเมื่อเตรียมตัวพรักพร้อมในใจของคนทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นหยางเถาอวี้ดีใจแทนสองยายหลานที่จะได้กลับมาพบกันในที่สุดส่วนจางเหยาก็ดีใจทั้งเพราะรู้สึกว่าจะได้กลับไปพบยายจาง ทั้งเหมือนได้ชีวิตกลับคืนมา
เสี่ยวเอี๋ยนบินเร็วมากใช้เวลาแค่ราวสองเค่อเศษก็บินขึ้นจากผาเหยียบเมฆาไปถึงบ้านยายจาง
เวลานี้เป็่ค่ำพวกคนงานเลิกงานและกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่ลานสวน หลายคนได้ยินเสียงกระพือปีกดังพรึ่บพรั่บบนฟ้าจึงพากันเงยหน้าขึ้นมองก่อนที่จะตื่นใและส่งเสียงร้องบอกต่อๆกัน
“พวกเราดูนั่นเร็วเข้านกั์” อาตงร้องะโบอกพรรคพวกด้วยความใเพราะเสี่ยวเอี๋ยนกำลังบินตรงมาทางพวกเขา
“ไหนๆนั่นนกอสูรไม่ใช่เหรอเนี่ย” อาจูเพ่งตามอง
“แย่แล้วนกอสูรบุก พวกเราหนีเร็วเข้า” อาเฮยเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เร่งร้องเตือนทุกคนทำท่าจะวิ่งหนี
“ไม่ต้องใข้าเอง” หยางเถาอวี้เห็นแต่ไกลว่าคนงานที่อยู่เบื้องล่างกำลังลุกขึ้นวิ่งหนีราวกับผึ้งแตกรังก็มิปานนางจึงส่งเสียงผนึกลมปราณลงไปยังทุกคนทันที
“หาเสียงนี้ เสียงของคุณหนูไม่ใช่เหรอ”อาเฮยชะงักเท้าก่อนจะเพ่งสายตามองขึ้นไปอีกครั้งครู่ต่อมาเมื่อเสี่ยวเอี๋ยนลดเพดานบินลง เขาจึงเห็นหยางเถาอวี้ที่อยู่บนหลังของเสี่ยวเอี๋ยนได้ถนัด“นั่นคุณหนูหยางจริงๆ ด้วย พวกเรา ไม่ต้องตื่นกลัว นั่นเป็คุณหนูเอง”อาเฮยรีบะโบอกพรรคพวก บรรดาคนงานที่วิ่งแตกฮือกันไปคนละทิศละทางจึงหยุดฝีเท้าลง
“ไปเจอกันที่ลานหน้าบ้านท่านยายนะ”หยางเถาอวี้สั่งการก่อนจะให้เสี่ยวเอี๋ยนบินไปร่อนลงยังหน้าลานบ้านหลังใหญ่ที่ตนกับยายจางอาศัยอยู่
----------
https://www.youtube.com/watch?v=DY3OKAYkCKM
https://sites.google.com/site/plantreproductio/kar-subphanthu-baeb-mi-xasay-phes/kar-khyay-phanthu-doy-mnusy/kar-tidta