จินหวังเฟย

    เล่ม 2 - ตอนที่ 7 ความซวยมาเยือนโอวหยางไป๋


    โอวหยางไป๋รายงานต่อองค์ฮ่องเต้ตามความจริงทุกประการ จินเยี่ยถงเกรี้ยวกราดแล้วก็สงบ...เกรี้ยวกราดแล้วก็สงบ มือคอยกุมท้องทางด้านขวาอยู่เนืองๆ สีหน้าดูย่ำแย่ยิ่งนัก“ฝ่าบาท...พระวรกายของฝ่าบาทไม่ดีขึ้นเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ยังปวดอยู่เรื่อยๆ”“ถนอมพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”โอวหยางไป๋ไม่เอ่ยถึงหมอหลวง เพราะเดี๋ยวจะเป็นการคร่าชีวิตของคนเหล่านั้นไป และเมื่อออกมาจากห้องทรงพระอักษร ขันทีผู้หนึ่งก็เข้ามาบอกกับเขาเสียงเบาอย่างกลัวๆ กล้าๆ เพราะเป็นสายขายข่าวให้กับทางหอสุรากุ้ยฮวา“ใต้เท้าโอวหยาง...น้องสาวบุญธรรมของใต้เท้ารอพบอยู่ที่หอสุรากุ้ยฮวา ว่าที่ชายาเอกจินอ๋องมีเรื่องสำคัญที่จะพูดคุยกับใต้เท้า”โอวหยางไป๋ยังไม่รู้ว่าจางหานเฟิ่งเป็นเจ้าของหอสุรากุ้ยฮวาตัวจริง ทว่าการไปเยือนหอสุรากุ้ยฮวานั้นย่อมต้องมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมอย่างแน่นอน บางทีนางอาจจะได้ข้อมูลมาจากหลงจู๊ การที่นางเป็นหุ้นส่วนกับหอสุรากุ้ยฮวานั้นดีอยู่ไม่น้อยสำหรับเขา
    ครึ่งชั่วยามแล้วที่นางนั่งรอ ในที่สุดพี่ชายบุญธรรมก็ปรากฏตัว ร่างสูงโปร่งสง่าองอาจก้าวเข้ามาในห้องหมายเลขหนึ่งที่นางนั่งอยู่“ข้านั่งรอท่านจนก้นของข้าจะมีรากงอกออกมาแล้ว”“เจ้าเป็นสตรี เป็นถึงน้องสาวบุญธรรมของข้า เจ้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร” โอวหยางไป๋ก้าวเข้าไปหา อีกทั้งยังใช้งานฝ่ายตรงข้ามหน้าตาเฉย “รินน้ำชาให้ข้าถ้วย ข้าคอแห้งยิ่งนัก”“เจ้าค่ะ” นางพลิกถ้วยชาและรินน้ำชาให้อย่างคล่องแคล่ว“เอ๊ะ! เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” โอวหยางไป๋หันไปเห็นองครักษ์หนิงที่ตรงมุมห้องก็ถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ เพราะองครักษ์หนิงน่าจะหยุดพักรักษาตัวหลังจากที่เพิ่งจะถูกพิษห้าอสรพิษเข้าไป ไฉนถึงมายืนอยู่ตรงนี้ “แล้วพิษห้าอสรพิษในกายของเจ้า หายไปหมดแล้วใช่หรือไม่”“ข้าน้อยเดินลมปราณในร่างกายดูแล้ว พิษได้สลายไปหมดแล้วขอรับ” องครักษ์หนิงตอบกลับมา แววตายามนี้ที่มองโอวหยางไป๋อ่อนโยนเพิ่มขึ้นสามส่วน“จิ้นชิงไม่อยู่” โอวหยางไป๋หันกลับมามองหน้าจางหานเฟิ่ง เขาเป็นคนช่างสังเกตอยู่แล้ว เมื่อไม่เห็นขุนพลผู้นี้จึงถามออกมา“เพราะเช่นนี้ข้าถึงได้อยากพบท่าน ข้าส่งจิ้นชิงตามคนผู้หนึ่งไป และคนผู้นั้นก็สวมแหวนวงนี้” นางวางมือลงบนกระดาษที่มีรูปแหวน“พบเจอคนผู้นั้นแล้วหรือ” โอวหยางไป๋มีสีหน้าประหลาดใจยิ่ง เพราะเพิ่งจะผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วยามเอง นางก็เจอคนผู้นั้นเข้าให้แล้ว“ถูกต้องแล้ว ข้ามาหาหลงจู๊เพราะต้องการให้ทางหลงจู๊ช่วยเหลือ ช่างบังเอิญอย่างยิ่งที่ข้าเจอคนผู้นั้นที่นี่เข้าพอดี”“คนผู้นั้นเป็นใคร” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ถามทันใด“องค์ชายห้าแห่งแคว้นเป่ย ยวิ๋นเทียนมู่!”“แคว้นเป่ย” โอวหยางไป๋เผยรอยยิ้มที่ดูเหี้ยมโหดขึ้นทีละน้อย สีหน้านุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น โกรธเกรี้ยว และดุดัน“ถูกต้องแล้ว องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยมาพบกับองค์ชายห้าที่นี่ ท่านต้องให้คนจับตัวองค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่เอาไว้ให้ได้ อย่างน้อยก็เอาไว้ใช้เป็นหลักฐานหรือพยานให้กับเชวียนอ๋องไปเอาเรื่องกับแคว้นเป่ย พวกเราสามารถผลักเรื่องสงครามออกจากแคว้นจ้าวได้”“เจ้า!” โอวหยางไป๋มองหน้าน้องสาวบุญธรรมด้วยความตะลึงงัน จากนั้นก็พยักหน้ายอมรับอย่างเห็นด้วย“ท่านผู้เฒ่าฉี...ถ้าข้าพูดกับเขา ข้าเชื่อว่าเขาจะชี้ตัวผู้ซื้อยาพิษใจขาดให้แน่” นางคิดเกลี้ยกล่อมฉีฉินให้เป็นพยานอีกคน“เจ้า!”“แผนการของข้าดีหรือไม่...รอบคอบที่สุดแล้วนะ” นางสบสายตาด้วยเขม็ง“อืม...” โอวหยางไป๋พยักหน้าเห็นด้วย“อีกสองวันขบวนราชทูตแห่งแคว้นเป่ยจะออกเดินทาง” นางปรึกษาเรื่องอื่นเพิ่มเติมเสียงครุ่นคิดและเป็นการเป็นงาน“ถูกต้องแล้ว ขบวนราชทูตแห่งแคว้นเป่ยจะเดินทางกลับในอีกสองวัน องค์รัชทายาทยวิ๋นเหวินหรงช่างร้ายกาจนัก สอดมือเข้ามายุ่งจนได้” โอวหยางไป๋ยิ้มออกมาก็จริง แต่รอยยิ้มดูเอาเรื่องนัก“ข้าจะให้จิ้นชิงติดต่อท่านก็แล้วกัน จริงสิ...ท่านน้าตงเอายาพิษหยกวารีไปให้เชวียนอ๋องกินแล้วนะ” นางไม่ลืมที่จะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา“ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว” โอวหยางไป๋มีสายลับมารายงานข่าวอยู่ข้างหูเนืองๆ“จริงสิพี่ชาย ช่วยอะไรข้าหน่อยได้หรือไม่ ท่านเล่นงานคนผู้หนึ่งให้ข้าที” นางยื่นสมุดบัญชีลับของนายอำเภอเซียงตงไปให้“นี่คืออะไร” โอวหยางไป๋ถามกลับก่อนจะพลิกสมุดเปิด“สมุดบัญชีลับของนายอำเภอเซียงตงที่โกงกินบ้านเมือง คนผู้นี้มิใช่คนซื่อมือใสสะอาดแต่อย่างใด และหัวหน้ามือปราบจ้านที่เป็นน้องชายของนายอำเภอเซียงตงก็เป็นคนชั่วช้าสามานย์ยิ่งนัก กล้าแย่งชิงฮูหยินของผู้อื่นและทำร้ายสามีของฮูหยินผู้นั้นจนพิการ”“ได้ ข้าจะจัดการให้ ถือว่าตอบแทนบุญคุณของเจ้าก็แล้วกัน” โอวหยางไป๋คลี่ยิ้มผลิบาน ยามนี้ต้องเอาใจสตรีตัวน้อยตรงหน้าเพราะเพิ่งจะเอาชีวิตของนางไปขู่ตาเฒ่าเจ้าแห่งพิษ“ตอบแทนบุญคุณของข้า?” นางยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นยิ้ม เพราะได้เตรียมผงยาพิษสลายกำลังเอาไว้ต้อนรับคนผู้นี้แล้ว“ใช่ เจ้ารู้หรือไม่ว่า ข้าโดนท่านอ๋องซัดเสียหลายกระบวนท่า ถ้าเจ้าไม่เชื่อ เจ้าลองถามจิ้นชิงก็ได้ ข้ามีพยาน” โอวหยางไป๋จิบน้ำชาไปอึกหนึ่ง เขาพูดเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้นางหายโกรธ“ข้ากำลังคิดว่าองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยรีบร้อนเดินทางออกจากแคว้นจ้าว” นางวกกลับมาคุยเรื่องการเมืองระหว่างแคว้นอีกครั้ง“ต้องรีบสิ เพราะเราจับได้แล้วว่าเป็นฝีมือของแคว้นเป่ย องค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่มาเยือนแคว้นจ้าวในครั้งนี้โดยที่ไม่ได้มากับขบวนราชทูต”“จริงอย่างที่ท่านพูด ข้าพบกับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยขณะเดินทางล่วงหน้ามายังเมืองหลวงพร้อมกับจูเก่อเซียง บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย” นางพยักหน้าว่าใช่“คงเดินทางมาด้วยเรื่องนี้ก่อนเป็นแน่” โอวหยางไป๋วางถ้วยชาที่อยู่ในมือลง“จิ้นชิงกำลังติดตามองค์ชายห้าไป ท่านส่งคนของท่านไปตามจับตัวมาให้ได้ ในเมื่อเข้ามายังแคว้นจ้าวอย่างลับๆ จะโวยวายขึ้นมาก็กระไร เพราะจะยิ่งเป็นการเผยพิรุธออกมา” นางมีสีหน้าเยือกเย็น สุขุม และครุ่นคิด“จริงอย่างที่เจ้าพูด เอาละ ข้าจะไปจัดการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้ จริงสิ...ท่านอ๋องจะไม่อยู่ในเมืองหลวงหลายวัน” โอวหยางไป๋ขยับตัวเตรียมลุกขึ้นจากเก้าอี้“ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว”“อืม...”“พี่ชาย...ข้ามีของขวัญบางอย่างจะมอบให้ท่าน”นางยื่นมือข้างหนึ่งที่กำลังกำอยู่ออกไปตรงหน้าโอวหยางไป๋ เมื่อเสนาบดีฝ่ายซ้ายหลุบสายตามองมา จางหานเฟิ่งก็สาดผงพิษสลายกำลังพลางยกแขนอีกข้างปิดจมูกของตัวเองเอาไว้“นี่เจ้าทำอะไร!” โอวหยางไป๋ถอยหนีว่องไวองครักษ์หนิงที่อยู่ตรงมุมห้องเกือบจะพุ่งเข้าหาด้วยความตกใจ เสนาบดีฝ่ายซ้ายถูกเล่นงานเสียแล้ว นางยิ้มแล้วลุกขึ้นยืนพลางกำมือทั้งสองข้าง และตอบอีกฝ่ายออกไปพร้อมรอยยิ้มเอาเรื่อง“ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็แค่อยากจะแก้แค้นท่านเท่านั้น”“นั่นพิษอะไร” โอวหยางไป๋สูดเข้าไปเต็มๆ เสียแล้ว ยามนี้รู้สึกหนาวยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ ถ้าเป็นพิษร้ายแรง ได้ไปท่องปรโลกเป็นแน่ เขายังไม่อยากตายในตอนนี้“แค่ผงพิษสลายกำลัง ท่านอ๋องแนะนำให้ข้าใช้กับท่าน อีกสักครู่พี่ชายก็จะไม่มีเรี่ยวแรง” สตรีตัวน้อยเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และมุ่งมั่นออกมา“นี่เจ้า!” โอวหยางไป๋ชี้นิ้วใส่หน้า“ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ข้าจะอัดท่านให้หายแค้น” นางหักข้อนิ้วทั้งซ้ายและขวาเสียงดังกร๊อบ ดวงตาหงส์ที่จ้องโอวหยางไป๋เปี่ยมความรื่นเริง“เจ้า!”คนกำลังจะถูกอัดถอยหนี ขืนอยู่ต่อคงได้โดนอัดน่วมแน่ พอก้าวไปทางประตูห้องหมายเลขหนึ่ง เสียงของจางหานเฟิ่งก็ดังขึ้น นางสั่งสาวใช้ของตัวเอง“ตันตัน!”ตันตันพุ่งไปที่ประตูอย่างรู้งาน สองแขนกางออกขวางโอวหยางไป๋ และดวงตาจ้องอยู่ที่มหาบุรุษฝ่ายบุ๋นเขม็งอย่างไม่ยอมให้ผ่านไปโดยเด็ดขาด