"เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่าจะทดแทนบุญคุณข้าสินะ…งั้นข้าขอชีวิตของเจ้าเป็นอย่างไร…ได้หรือไม่.."
เซียวเย่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นกระดกน้ำชาอีกครั้งอย่างสบายใจ
"ชีวิตของข้า….งั้นหรือ…ถ้าท่านอยากได้ก็มาเอาไปได้เลย…"
เฮ๋อเทียนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกเสียใจ
แต่เมื่อเซียวเย่ได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าคล้ายว่าคนตรงหน้ากำลังเข้าใจตนเองผิด กล่าวอธิบายเพิ่ม
“ไม่ใช่….ข้าไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น….รับนี่ไปสิ…เมื่อใดที่เจ้าไม่รู้ว่าจะไปที่ใด จงมุ่งสู่หัวเมืองกวางตุง ตามหาตระกูลเซียว บอกพวกเขาว่า คนที่ชื่อเย่ แซ่เซียว บอกให้มา….เมื่อใดที่เจ้ามุ่งหน้าไปถึงที่นั่น ก็แปลว่าเจ้าได้ทดแทนบุญคุณให้ข้าแล้ว ส่วนที่เหลือจะอยู่หรือจะไปก็แล้วแต่เจ้า”
เมื่อเซียวเย่กล่าวจบ ก็สะบัดมือเก็บถ้วยชาและกาน้ำเข้าไป ลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าอีกครั้ง ก่อนที่จะสวมหมวกฟาง ร่างกายเลือนลางหายไปในที่สุด…
"ท-ท่าน!"
เฮ๋อเทียน พยายามที่กวักมือเรียกเพื่อหวังให้อยู่รั้งรอก่อน แต่เซียวเย่ก็เหมือนไม่ได้ต้องการจะให้เป็นเช่นนั้น ตัดสินใจหายตัวเลือนลางไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน กระทำได้เพียงแค่นั่งมองดูเซียวเย่เลือนลางหายไปจากตรงนั้น..
“นี่มัน….ตำราเคล็ดวิชาต่อสู้! เคล็ดวิชาบ่มเพาะก็มีด้วย! ”
เฮ๋อเทียนก้มหน้าลงมามองตำราที่อยู่ในมือสองเล่ม มันเป็นสิ่งของที่เซียวเย่เป็นผู้มอบให้ เฮ๋อเทียนเผลอลูบคลำมันอย่างเอ็นดู ทั่วทั่งใบหน้าเต็มใบด้วยความรู้สึกคล้ายว่ากำลังลุ่มหลง
“เคล็ดวิชามารวานร?”
เฮ๋อเทียนตัดสินใจแอบเปิดอ่านตำราอย่างคร่าวๆ อ่านไปได้สักพักก็เงยหน้าขึ้น ก้มหน้าคุกเข่าบริเวณที่เซียวเย่หายตัวไป บ่งบอกถึงความซาบซึ้ง
พรึบ!
เฟี้ยว!
"เจ้าจะเลือกหนทางใด ก็ล้วนอยู่ที่ตัวของเจ้าเอง หวังว่าเจ้าจะเลือกไม่ผิด…"
เซียวเย่ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งที่บนท้องฟ้าสูง มองลงไปเบื้องหน้าที่ตำแหน่งเฮ๋อเทียน ก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปยังทิศทางแผ่นดินเฮ่อหวอ หวังข้ามชายแดนไปด้วยเหตุผลบางอย่าง…
…………..
ณ หัวเมืองกวางตุง ห่างออกไปจากเมืองไม่ไกลมากนัก ชายคนหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงพุ่งขึ้นไปบนภูเขา ก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปในน้ำตกยักษ์
ซู่!
ฟรึบ!
ชายคนนั้นเดินเข้าตามทางเดิน ปรากฎพบเข้ากับผู้คนมากมายอยู่ภายในนั้น ทุกคนจะสวมหน้ากากเอาไว้เพื่อบ่งบอกถึงสถานะของตนเอง เมื่อใดที่ชายคนนั้นเดินผ่านทุกคนจะต้องหยุดนิ่งและก้มหัวด้วยความเคารพและยำเกรง
ตึก! ตึก! ตึก!
ชายคนนั้นเมินเฉยต่ออาการของคนรอบข้าง ตัดสินใจเดินทางต่อไปยังทิศทางของตนเอง
ณ ภายในห้องแห่งหนึ่งที่ใต้น้ำตก มีคนกำลังนั่งประชุมอยู่ด้วยกันสี่คน
"ข้าว่าการที่มันต้องการให้พวกเราไปเข้าร่วมกับพวกมันถึงขนาดนั้น มันต้องมีสาเหตุอะไรสักอย่างแน่ๆ"
หมายเลขหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
"้….เห้อ….มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ประเด็นก็คือมันต้องการอะไรต่างหาก แต่ไม่ว่าพวกมันจะต้องการอะไร มันก็จะมีแต่ผลเสียที่พวกเราต้องแบกรับทั้งนั้น…"
หมายเลขสิบถอดหน้ากากพร้อมถอนหายใจอย่างเคร่งเครียด กล่าวออกมา
"กองกำลังพวกนั้น ล้วนมีแต่พวกขอบเขตปราณสวรรค์สนับสนุนกันทั้งนั้น เข้าร่วมไปก็มีแต่จะเอาคนของพวกเราไปตายเสียเปล่าๆ ถ้าเจ้านายทราบเรื่องนี้ มีหวังได้มีน้ำโหเป็นแน่…"
หมายเลขแปด กล่าวออกมาอย่างครุ่นคิด แอบคิดถึงผลเสียที่จะตามมา
"คิดมากไปก็เท่านั้น ไม่สู้รอหมายเลขศูนย์มาก่อนจะดีกว่า อีกไม่ช้าก็คงจะเดินทางมาถึง…"
เอี๊ยดดด
หมายเลขสองพึ่งจะกล่าวได้จบประโยค ประตูที่อยู่มุมหนึ่งของห้องก็เปิดออก ปรากฎชายคนหนึ่งเดินเข้ามา หมายเลขหนึ่งเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้เดินเข้ามา ก็กล่าวเรียก
“อ๊ะ! หมายเลขศูนย์! ท่านมาจังหวะพอดี! พวกเรากำลังรออยู่เลย..”
หมายเลขศูนย์หันหน้าไปมองทุกคนที่อยู่ภายในห้อง กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย
“ใครเป็นคนอนุญาต เรื่องสงครามที่หัวเมืองเฮ่อซุน? ”
คนอื่นๆที่อยู่ในห้องต่างก็จ้องหน้ากันสลับไปมา เพื่อหาคนที่สั่งการออกในครั้งนี้ หมายเลขสิบนิ่งเงียบอยู่สักพักก็ตัดสินใจกล่าวทำลายความเงียบในที่สุด
“.….พวกเราในที่นี้ ไม่มีใครที่อนุญาตหรอก….แต่ว่าข้ารู้ว่าเป็นผู้ใดที่อนุญาต และคนคนนั้นก็ยังอาสาที่จะไปเองอีกด้วย”
"ผู้ใดกัน..ถึงขนาดสั่งการออกไปโดยที่พวกเราไม่รับรู้ได้…."
หมายเลขหนึ่งกล่าวออกมา ก่อนที่จะมองสลับไปมากลับหมายเลขศูนย์ เพราะนอกจากหมายเลขศูนย์แล้ว ตนเองเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุด จะมีคนที่สั่งการออกไปโดยที่ตนเองไม่รับรู้ได้อย่างไร
"….เห้อ….เป็นแม่นางเสวี่ยหนิง…นางเป็นคนสั่งการและอาสาพากองกำลังส่วนหนึ่งออกไปด้วยตนเอง"
หมายเลขสิบถอนหายใจกล่าวออกมาให้คนอื่นๆได้ฟัง แต่กลับทำไมคนอื่นๆตื่นตกใจกับคำตอบนั้น
!!!!!!!!!!
"แม่นางเสวี่ยหนิง? ไม่ใช่ว่าพึ่งจะกลับมาจากทำภารกิจนั้นมิใช่หรือ! นางไม่เพียงจะไม่พัก แต่นางกลับอาสาไปทำงานต่อไปเลยงั้นหรือ นางช่างบ้าบิ่นเสียจริง แบบนี้ไม่ใช่จะพาคนของเราไปตายกันหมดเรอะ.."
หมายเลขแปดหันไปมองหน้าหมายเลขสิบด้วยความแปลกใจ กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่คล้ายว่ายังไม่อยากจะเชื่อ
"….ไม่ใช่แบบนั้น หมายเลขแปด…เจ้าไม่ค่อยได้คลุกคลีกับนาง เจ้าจึงไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับนิสัยนางสักเท่าไหร่นัก…นางไม่ใช่คนที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยง…นอกเสียจากว่า…นางจะเต็มใจไปเสียเอง!"
หมายเลขศูนย์สะบัดมือไปมา เป็นเชิงว่าหมายเลขแปดกำลังเข้าใจผิด อ้าปากกล่าวอธิบายต่อ
“ใช่แล้ว…ข้าก็คิดเช่นเดียวกับหมายเลขศูนย์ ข้าได้แอบลองตรวจสอบรายชื่อที่นางพาไปด้วยแล้ว นักฆ่าส่วนใหญ่ที่นางพาไปด้วย เป็นพวกระดับล่างองค์กร ถึงเสียชีวิตจากการทำภารกิจ ก็ไม่ได้ส่งผลเสียให้กับสมาคมของพวกเราเลย…”
หมายเลขสิบแสดงท่าทีว่าเห็นด้วยกับหมายเลขศูนย์ กล่าวอธิบายต่อ
"เจ้าจะบอกว่า…แม่นางเสวี่ยหนิงพาตัวเองไปเสี่ยงตายงั้นรึ?"
หมายเลขสองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เผลอลุกขึ้นอุทานกล่าวออกมาไม่รู้ตัว
“แต่ว่า…นางจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไรกัน ไม่ใช่ว่าถ้าทำแบบนั้น…นางก็อาจจะไม่รอดชีวิตกลับมาก็ได้มิใช่หรือ ถ้านางฉลาดเลือกแบบที่หมายเลขศูนย์บอกจริง นางจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันเล่า?”
หมายเลขแปดครุ่นคิดตามเหตุผลของคนอื่นๆ ก่อนที่จะกล่าวตามความคิดเห็นของตนเองออกมา
“…ถ้าพวกเราไม่เข้าร่วม พวกมันข่มขู่เราว่า จะรวมพลังกันต่อต้านกำจัดพวกเรา ซึ่งมันก็น่าสงสัยตรงที่ว่า พวกเราไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการทำศึกสงครามจำพวกนั้น พวกมันจะต้องการความช่วยเหลือจากพวกเราไปเพื่ออะไรกัน? ข้าคาดการณ์ว่าพวกมันต้องการที่จะรู้ซึ้งถึงพลังที่แท้จริงของพวกเรา พวกมันคงต้องการที่จะรู้ว่าขุมกำลังของพวกเรามีขอบเขตปราณสวรรค์หรือขอบเขตสัมผัสสวรรค์อยู่บ้างหรือไม่ พวกมันถึงได้ตัดสินใจกระทำตามเช่นนี้….แม่นางเสวี่ยหนิงคงจะมองออกถึงเหตุผลข้อนี้ นางจึงตัดสินใจลองเสี่ยงด้วยตนเองเป็นแน่…”
หมายเลขหนึ่งยกมือขึ้นมาลูบคางพลางครุ่นคิดกล่าวอธิบายออกมายืดยาว
"แม่นางเสวี่ยหนิงทำอะไรเกินตัวเกินไปแล้ว อย่างน้อยนางก็น่าจะมาปรึกษาพวกเราก่อนสิ ทำไมถึงได้ใจร้อนถึงเพียงนี้…เราควรจะส่งคนไปช่วยนาง นางภักดีต่อองค์กรเราอย่างแท้จริง…"
หมายเลขสองกล่าวออกมาด้วยท่าทางเคร่งเครียด
“ไม่ใช่หรอก! นางภักดีต่อนายท่านต่างหาก นางไม่อยากให้คนอื่นๆและสมาคมของเราต้องเดือดร้อน นางจึงตัดสินใจจะไปด้วยตนเอง….”
หมายเลขหนึ่งกล่าวออกไป
!!!!!!!!!
แต่เมื่อทุกคนได้ยินคำกล่าวของหมายเลขหนึ่ง ก็เริ่มคิดตามกันอย่างรอบคอบ แต่อยู่ๆใบหน้าของทุกคนก็เกิดแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวขึ้นมากะทันหัน หมายเลขสิบสูดหายใจเข้าลึกหลายรอบ กล่าวออกมาอย่างติดๆขัดๆ
"ล-แล้ว!…ถ้าเกิดว่า…ม-แม่นางเสวี่ยหนิงเกิดเป็-…"
พรึบ!
“พวกเจ้าทุกคนจงกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิม หมายเลยหนึ่ง! เจ้าคอยรับหน้าที่ประสานงานต่อจากข้า ข้าจะไปตามแม่นางเสวี่ยหนิงกลับมาตัวตนเอง!”
เมื่อคิดได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดแม่นางเสวี่ยหนิงเป็นอะไรขึ้นมา นายท่านของตนเองก็อาจจะไม่ยอมอยู่เฉย หมายเลขศูนย์ก็ไม่อาจลังเลนิ่งเฉยได้อีกต่อไป รีบลุกขึ้นยืนสั่งการเรื่องต่างๆอย่างฉับไวหายตัวไปในที่สุด…
…….
เฟี๊ยว!
ฟรึบ! ฟรึบ! ฟรึบ!
เซียวเย่เคลื่อนที่เหาะลงมาด้านล่าง ตัดสินใจเคลื่อนที่ผ่านพื้นดิน กระโดดไปมาระหว่างต้นไม้ พยายามสังเกตมองโดยรอบอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะพยายามสังเกตหาสักเท่าไหร่ ก็เหมือนมันจะไร้ค่า มองไปทางไหนก็เหมือนจะไม่เจอหนทาง
".…เห้อ! ก็กะไว้แล้วว่าจะต้องมางมเข็ม แต่ก็ไม่นึกว่ามันจะหน้าลำบากใจถึงเพียงนี้….เอ๊ะ!.."
เซียวเย่กล่าวออกมาด้วยหน้าตาที่เหนื่อยล้า ตัดสินใจยืนอยู่กับที่เพื่อหวังที่จะหยุดพักผ่อน แต่ทันใดนั้นก็เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเข้า รีบเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วไปที่ต้นเสียง ก่อนที่จะถึงจุดหมายเซียวเย่แอบเคลื่อนที่เข้าไปใกล้ แอบมองและฟังอยู่ห่างๆ
ฟรีบ!
เมื่อเซียวเย่เพ่งมองออกไปโดยรอบ ก็พบเห็นเข้ากับสัตว์อสูรมากมายหลายเผ่าพันธ์ที่มีจำนวนอยู่นับไม่ถ้วน ที่นี่อยู่ด้วยกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ซอมซ่อ ใช้ชีวิตกันเหมือนกับผู้คนหรือมนุษย์ทั่วไป แต่ที่สะดุดสายตาเซียวเย่ที่สุดก็คือ ตำแหน่งกรงขังสัตว์อสูรที่มีอสูรลักษณะคล้ายลิงปรากฎอยู่ เซียวเย่เพ่งสมาธิไปที่สัตว์อสูรวัวและอีกาที่อยู่หน้ากรง หวังเพื่อจะหาสาเหตุ
"…22….23…24…28…29….3-…"
"เจ้าวัวโง่! เมื่อกี้เจ้านับผิดแล้ว! 24 แล้วมันก็ต้อง 25 และต่อด้วย 26 กับ 27 ต่างหาก เจ้าจะต้องนับผิดอีกสักกี่รอบ แล้วอย่างงี้เมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้บุกไปฝั่งดินแดนต้าเชียงกัน!!!"
สัตว์อสูรวัวกำลังทำท่าทางคล้ายว่ากำลังนับอสูรลิงอยู่ ก่อนที่จะส่งพวกมันเข้าไปทีละตัวตามจำนวนตัวเลขที่มันนับ แต่อยู่ๆสัตว์อสูรอีกาที่อยู่ข้างๆก็โวยวายออกมาด้วยความโมโหและไม่พอใจ