ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 99 เล่ห์เหลี่ยม

            “เสิ่นเสวียน!”

            เหลยป้าเทียนใบหน้ากระตุกเล็กน้อยตอนได้ยินชื่อของเสิ่นเสวียนแววตาของเขาฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด แต่ก็เพียงแวบเดียวเท่านั้นแล้วเขาก็กลับมามีสีหน้าปกติ

            “ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกเสียใจต่อสหายเสิ่นยิ่งนักข้าทำร้ายจิตใจของเขา หากเขาต้องการชีวิตของข้าก็เอาไปได้เลย”

            “ดูไม่ออกเลยว่าเจ้าจะเป็นคนกล้าทำกล้ารับเช่นนี้แต่อย่าคิดว่าคนอย่างข้าจะไม่กล้าสังหารเจ้า”

            ราชามารตะวันตกมองเหลยป้าเทียนเขาอยากลงมืออยู่หลายครั้งแต่ต้องอดกลั้นไว้ เขากำลังรอเสิ่นเสวียนอยู่ ให้เสิ่นเสวียนเป็นคนจัดการน่าจะดีกว่าแต่หลังจากรอมาครู่หนึ่งแล้วเสิ่นเสวียนยังไม่โผล่หน้าออกมาเลย

            “ขอเพียงท่านทั้งสองคืนดีกันได้แม้ตายข้าก็ยินดี”

            จากนั้นเหลยป้าเทียนก็ก้มหัวให้ราชามารตะวันตกอย่างนอบน้อม

            จะว่าไปแล้วเหลยป้าเทียนผู้นี้นับเป็นคนกล้าหาญคนหนึ่งเขาคุกเข่าลงได้เพื่อไม่ให้คนอื่นมองเห็นพิรุธของตนเองเขาสร้างรากฐานในเมืองเสียเยว่ได้อย่างมั่นคง ทำให้ตระกูลเหลยยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้แน่นอนว่าเขาต้องมากความสามารถคนอายุหกสิบกว่าปีคนหนึ่งสามารถปล่อยวางในตัวตนลงได้มีอยู่ไม่มากนัก

            “ลุกขึ้นเถอะไปบอกเจ้าเหนือ หากต้องการปรับความเข้าใจกัน ให้เขามาขอโทษข้าด้วยตนเอง”

            ราชามารตะวันตกกล่าวออกไปเสิ่นเสวียนไม่ออกมาแสดงว่าตอนนี้เสิ่นเสวียนยังไม่อยากทำอะไรเช่นนั้นเขาคงต้องปล่อยอีกฝ่ายไปก่อน

            “ขอบคุณผู้อาวุโสราชามาร”

            เหลยป้าเทียนโค้งคารวะราชามารตะวันตกอีกครั้งจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นด้วยจิตใจที่ผ่อนคลายลง แล้วถามราชามารตะวันตกอีกครั้ง“ได้ยินว่าท่านราชามารต้องการรวบรวมศาสตราวิเศษขั้นปฐพีอย่างนั้นหรือ”

            “มีอะไร”

            ราชามารตะวันตกมองอีกฝ่ายพลางกล่าว

            “ข้าน้อยยินยอมมอบทุกสิ่งที่มีเพื่อแลกเปลี่ยนกับศาสตราวิเศษขั้นปฐพี”ขณะที่กล่าวเหลยป้าเทียนโค้งกายให้ราชามารตะวันตกอีกครั้งด้วยท่าทีถ่อมตน

            “มอบให้ทั้งหมด? เจ้าไม่มีสิ่งของขั้นปฐพีเลยหรือ”

            “ข้าน้อยไม่ปิดบังข้ามีกริชขั้นเทียบปฐพีอยู่เล่มหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่ขั้นปฐพี”

            ก่อนหน้านี้เหลยป้าเทียนมีกริชอยู่จริงๆเขาป่าวประกาศออกไปว่ามันคือศาสตราวิเศษขั้นปฐพีมีเพียงตัวเขาที่รู้ว่ามันเป็นเพียงขั้นเทียบปฐพีเท่านั้น

            “สิ่งที่ข้าต้องการนั้นเรียบง่ายมากเงินห้าสิบล้านเหรียญทอง แล้วเจ้าก็เอาของไปได้เลย”

            ขณะที่กล่าวราชามารตะวันตกวาดมือออกไปกลางอากาศ พลันเกิดคลื่นพลังมิติขึ้นเบาๆจากนั้นกริชเล่มหนึ่งได้ปรากฏขึ้นบนมือของเขากริชเล่มนี้มีลวดลายเป็นรูปงูเลื้อยคดเคี้ยว มันถูกสร้างขึ้นจากทองดำ[1]ดูจากคลื่นพลังที่แผ่ซ่านออกมาแล้ว สิ่งนี้คือศาสตราวิเศษขั้นปฐพีอย่างแท้จริง

            “กริชนิลนาคาศาสตราวิเศษขั้นปฐพีระดับต้น เคยเป็นของรักของข้ามาก่อน”

            ราชามารตะวันตกเอากริชออกมาให้เหลยป้าเทียนเหลยป้าเทียนรับไว้ด้วยสองมือ ร่างของเขาสั่นเทิ้มเบาๆ

            เขาเคยใช้กริชมาก่อนตอนนี้ก็ยังเป็นกริชเหมือนเดิมอีก และยังเป็นศาสตราวิเศษขั้นปฐพีอย่างแท้จริงเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร หากมีกริชนิลนาคาเล่มนี้พลังของเขาต้องเพิ่มขึ้นถึงสองส่วน อานุภาพจะเพิ่มขึ้นมาก ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเสิ่นเสวียนเขาก็ไม่กลัว

            “ผู้อาวุโสตอนนี้ข้าไม่มีเหรียญทองมากมายขนาดนั้น คือว่า...”

            “ไม่มีคือว่าอะไรทั้งนั้นนำเงินมาห้าสิบล้านเหรียญทอง ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาคุย”

            ราชามารตะวันตกนั่งด้วยท่าทางน่าเกรงขามมีพรสวรรค์ในการทำการค้าเป็นอย่างมาก

            “ผู้อาวุโสโปรดรอก่อนข้าจะไปนำเงินมาเดี๋ยวนี้”

            หลังจากเหลยป้าเทียนส่งกริชคืนให้ราชามารตะวันตกเขาก็มุ่งหน้าไปยังจวนราชามารทิศเหนืออย่างรวดเร็วกลัวว่ากริชนิลนาคาจะถูกคนอื่นซื้อไปเสียก่อนเขาจะรีบไปรวบรวมเงินแล้วกลับมาซื้อไปให้ได้

            เดิมทีเขาคิดว่าจะเป็นเพียงกระบี่หรือไม่ก็ดาบคิดไม่ถึงว่าจะเป็นกริช สำหรับเขาแล้วมันคือกำไรมหาศาลแต่ไม่กล่าวไม่ได้เลยว่าราชามารตะวันตกตั้งราคาไว้โหดเหี้ยมมากจริงๆห้าสิบล้านเหรียญทองมากพอที่จะซื้อศาสตราวิเศษขั้นปฐพีได้ถึงสองชิ้นเลยทีเดียว

            ราชามารตะวันตกมองเหลยป้าเทียนเดินออกไปด้วยรอยยิ้มเย็น

            “เจ้าคนชั่วเสียดายที่ยังสังหารเจ้าไม่ได้”

            เขาลูบกริชนิลนาคาของตนเองเบาๆมันเคยเป็นของรักของเขาจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้มันแล้วก่อนหน้านี้เขาหารือกับเสิ่นเสวียนได้ความว่าจะหาของล้ำค่าชิ้นหนึ่งเพื่อล่อเหลยป้าเทียนออกมาและคงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่ากริชเล่มนี้แล้ว

            “เอ๊ะแล้วสองคนนั้นล่ะ!”

            ราชามารตะวันตกลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องของเสิ่นเสวียน

            ก่อนหน้านี้เขาให้เริ่นเสี้ยวเทียนไปเรียกเสิ่นเสวียนมาแต่รออยู่นานก็ไม่มีใครกลับมาเลย

            ตอนที่เขามาถึงห้องของเสิ่นเสวียนกลับไม่มีใครอยู่เลยทิ้งไว้เพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง

            ‘ผู้อาวุโสราชามาร พวกข้าออกไปหาของเล็กน้อย ท่านรออยู่ที่นี่ก่อนที่นี่มีพวกสอดแนมอยู่ หากออกไปกันทั้งหมดจะไม่ค่อยดีสักเท่าไร’

            “เจ้าพวกเด็กดื้อออกไปเที่ยวเล่นไม่เรียกข้าสักคำ”

            ได้เห็นข้อความนั้นทำให้ราชามารตะวันตกถลึงตามองด้วยความไม่สบอารมณ์

            ส่วนภายในเมืองเสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยกำลังเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานเสิ่นเสวียนเรียกการกระทำของเขาอย่างสละสลวยว่า ‘ยิ่งเข้าใจโลกยิ่งหลอมรวมเข้ากับโลกได้ดีขึ้น’ ส่วนเสิ่นเสี่ยวเม่ยก็อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่างทั้งสองจึงได้ใช้เวลาด้วยกัน เที่ยวเล่นไปรอบเมือง

            แต่สิ่งที่เสิ่นเสวียนไม่ได้สังเกตก็คือเขาไม่ได้ให้เริ่นเสี้ยวเทียนมาด้วย และเริ่นเสี้ยวเทียนก็ไม่ได้อยู่ที่โรงเตี๊ยม

            เขาไปไหนแล้วก็มิอาจรู้ได้

            กระทั่งตกดึกเสิ่นเสวียนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยเที่ยวเล่นกันจนเหนื่อยจึงกลับไปยังจุ้ยเซียนจูพวกเขาเห็นเพียงราชามารตะวันตกมองเสิ่นเสวียนด้วยแววตาโกรธเคืองส่วนเริ่นเสี้ยวเทียนก็ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ไม่พูดไม่จา

            “มาสร้างเรื่องไว้ที่นี่พวกเจ้าทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ!”

            ราชามารตะวันตกกล่าวด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

            “ผู้อาวุโสอย่าได้โกรธเคืองข้ากับเสี่ยวเม่ยออกไปหาซื้อของเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสหายเริ่นไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกหรือ”

            “ข้าหรือ! วันนี้ข้าออกไปดูที่นอกเมืองมาถึงเวลาเตรียมตัวให้พร้อมแล้ว”

            “ที่สุสานตอนนี้มีคนมาประจำการแล้วถึงตอนนั้นต้องคึกคักมากแน่ๆ” เริ่นเสี้ยวเทียนกล่าวยิ้มๆ

            “น่าสนุกยิ่งนักท่านพี่ ข้าเข้าไปได้ไหม”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยได้ยินว่ามีคนมากมายจึงถามขึ้นอย่างสงสัย

            “ได้สิถึงตอนนั้นเจ้าเข้าไปกับพี่เลย”

            “เยี่ยมไปเลย”เสิ่นเสี่ยวเม่ยดีใจมาก

            “ตอนนี้ไม่ใช่เวลากล่าวถึงเรื่องนี้วันนี้เจ้านั่นมาหาข้า ข้าทำตามแผนจะขายกริชให้กับเขาแล้ว”

            ราชามารตะวันตกกล่าวขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์แม้จะบอกไปแล้วว่าห้าสิบล้านเหรียญทอง แต่อาจทำให้เขาต้องเสียของรักไป

            “ได้หลังจากนี้พวกเราจะทำตามแผนการกัน”

            เสิ่นเสวียนยกจอกสุราขึ้นชนกับจอกของราชามารตะวันตกจากนั้นทั้งสองก็ยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย

            ทว่าคนที่สอดแนมอยู่ภายนอกกลับมองเห็นว่ามีคนไม่กี่คนกำลังดื่มและพูดคุยกันสิ่งที่พวกเขาเห็นล้วนเป็นสิ่งที่เสิ่นเสวียนต้องการให้เห็นหากเสิ่นเสวียนไม่อยากให้พวกเขารู้ ต่อให้พวกเขาเอาหัวพุ่งชนก็ไม่มีทางรู้ได้

            หลายวันต่อมาพวกเสิ่นเสวียนยังคงเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองให้ราชามารตะวันตกรออยู่ในโรงเตี๊ยมเพียงลำพัง จนเขาอึดอัดใจแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้วหากรู้ก่อนหน้าคงพาสตรีของเขามาด้วย จะได้ไม่ต้องเบื่อหน่ายเช่นนี้

            ส่วนเหลยป้าเทียนได้กลายเป็นตัวกลางระหว่างราชามารตะวันตกและราชามารทิศเหนือไปแล้วทุกวันเขาจะไปมาหาสู่ทั้งสองคนไม่ได้พัก

            ส่วนช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างเหลยป้าเทียนและราชามารตะวันตกก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิมอีกหนึ่งก้าวจนเหมือนพวกเขาแทบจะสวมกางเกงตัวเดียวกันได้แล้ว

             

            แปดวันต่อมา

            ณจุ้ยเซียนจู ภายในที่พักของราชามารตะวันตกราชามารตะวันตกและเหลยป้าเทียนนั่งอยู่ในนั้น ดื่มสุราไปพลางเล่นหมากไปพลางเหมือนสหายทั่วๆ ไป

            “เหลืออีกสองวันสุสานใหญ่จะเปิดแล้ว”

            ราชามารตะวันตกหยิบหมากสีขาวขึ้นวางบนกระดานพลางกล่าว

            “น่าเสียดายที่พวกเราเข้าไปไม่ได้”

            เหลยป้าเทียนส่ายหัวพลางกล่าว

            “เจ้ามีความเห็นอย่างไรต่อมือลอบสังหารเหล่านั้น”

            ราชามารตะวันตกเงยหน้ามองเหลยป้าเทียนด้วยแววตาล้ำลึก

            “มือลอบสังหาร...”

            เหลยป้าเทียนกล่าวพึมพำ

            “ข้าคิดว่าความเข้าใจผิดของท่านทั้งสองหมดสิ้นไปแล้วเมื่อสุสานใหญ่เปิดออก หากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นแล้วท่านทั้งสองร่วมมือกัน จะต้องจัดการกับศัตรูได้อย่างแน่นอนข้าน้อยไร้ความสามารถ หากได้กริชนิลนาคามาครองคงช่วยได้บ้าง”

            “ความจริงราชามารทิศใต้ตายไปแล้วข้าว่าเจ้าเหมาะสมกับตำแหน่งราชามารทิศใต้มากกว่าใคร เจ้าคิดเห็นอย่างไร”

            ราชามารตะวันตกมองเหลยป้าเทียนด้วยรอยยิ้มคิดเพิ่มตำแหน่งให้เหลยป้าเทียนเป็นราชามารในพริบตา

            ...........................................................

            [1] ทองดำ คือทองชนิดหนึ่ง โบราณเข้าใจกันว่ามีสีดำ นับถือเป็นของวิเศษ

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน