บทที่47 หอกเทพทะเลดาว
ณ แผนก GM“หน่วยเฝ้าระวังบุคคลและเหตุการณ์พิเศษ”
หน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานใหม่ภายใต้แผนกGM (Game Master)มีหน้าที่ในการจับตาบุคคลที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังฯ ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพในการผลักดันและขับเคลื่อนโลก“Destiny of Wars (DoW)” ให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญโดยจำนวนตัวเลขของบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อทั้งหมดที่หน่วยฯ เฝ้าจับตาดูอยู่ในเวลานี้มีจำนวนเพียงแค่หลักพันเท่านั้น และบุคคลที่เข้าข่ายการเฝ้าระวังนี้ ก็ล้วนแต่เป็นผู้เล่นที่ทำให้“มาร์กี้” ส่งสัญญาณการแจ้งเตือนในระดับ 2 ขึ้นไป
จากผู้เล่นจำนวนเกือบ4 พันล้านคนในเวลานี้ เทียบกับผู้เล่นหลักพันที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของหน่วยเฝ้าระวังนี้เรียกได้ว่า “น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย” หากคิดเป็นอัตราส่วนแล้วก็คงจะมีไม่ถึง0.0000001 เปอร์เซ็นต์จากผู้เล่นทั้งหมดเสียด้วยซ้ำแต่ด้วยจำนวนเพียงเท่านี้กลับทำให้โลก “DoW”ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังดึงเอาศักยภาพในการประมวลผลของ“มาร์กี้” ออกมาได้ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากในสายตาของบรรดาผู้พัฒนาเกมฯ
และในบัญชีรายชื่อผู้เล่นหลักพันนี้ก็ยังมีการแบ่งระดับชั้นของการเฝ้าระวังฯ ออกเป็น 4 ระดับด้วยกัน คือ “ระดับเฝ้าระวังสูงสุด”“ระดับเฝ้าระวังพิเศษ” “ระดับเฝ้าระวังปกติ” และ “ระดับจับตามอง”โดยหน่วยงานเฝ้าระวังฯ จะคอยจับตาสอดส่องดูความเคลื่อนไหวภายในเกมของผู้เล่นในแต่ละระดับฯก่อนจะสรุปรายงานความเคลื่อนไหวในแต่ละสัปดาห์ส่งให้แก่ทางผู้บริหารต่อไป
ตามนโยบายของเกมนี้สิทธิ์ในการควบคุมเกมทั้งหมด เป็นความรับผิดชอบของอภิมหาซูเปอร์ระบบประมวลผลอัจฉริยะอย่าง“มาร์กี้” แต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจีเอ็ม (GM) หรือเหล่าผู้พัฒนาเกมฯก็ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงได้แม้แต่น้อย โดยทางผู้พัฒนาเกมฯ มีสิทธิ์เพียงนำเสนออีเวนต์และเพิ่มระบบอำนวยความสะดวกบางอย่างลงไปให้แก่ผู้เล่นได้เพียงเท่านั้นแต่อย่างไรก็ตาม อำนาจในการตัดสินใจว่า ระบบจะยอมรับอีเวนต์ หรือสิ่งอื่นใดที่ทางผู้พัฒนาฯใส่เพิ่มเติมลงไปในโลกจำลองหรือไม่นั้น ย่อมต้องให้ “มาร์กี้” เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายอีกที
แต่การสรุปรายงานความเคลื่อนไหวในเกมนั้นถือว่าเป็น “ข้อมูลสำคัญ” ที่ฝ่ายพัฒนาเกมฯ จะต้องนำไปทบทวนกำหนดมุมมองและทิศทางของเกมเสนอต่อมาร์กี้เพื่อให้มาร์กี้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ ก่อนที่จะผลักดันเหตุการณ์ฯ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ลงไปในเกมให้แก่ผู้เล่น หากทางผู้พัฒนาเพิกเฉยหรือปล่อยให้มาร์กี้เป็นคนบริหารจัดการจัดการทุกสิ่งอย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้เล่นแล้วล่ะก็...การดำรงชีวิตของผู้เล่นส่วนใหญ่ในโลกของ“DoW” จะเป็นไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก ไม่ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริงแม้แต่น้อย
หรือบางที การใช้ชีวิตในโลกจำลองของผู้เล่น...อาจจะยิ่งโหดหินกว่าโลกจริงอีกหลายเท่าก็เป็นได้เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จะส่งผลให้จำนวนผู้เล่นของเกมลดลงไปเป็นอย่างมาก และหากจำนวนผู้เล่นลดลง...รายได้ของบริษัทWWEก็จะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง
ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นทางผู้พัฒนาเกมได้นำเสนอข้อมูลฯ และได้เสนอข้อพิจารณาต่อมาร์กี้ไปแล้วเป็นจำนวนมากจนทำให้ผู้เล่นที่อยู่ในโลก “DoW” สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าไม่ว่าจะเป็นระบบสินค้าออนไลน์ฯ ระบบการประมูลฯ ระบบการบัพค่าสถานะต่าง ๆและล่าสุด...สิ่งที่ผู้พัฒนาได้ยื่นเรื่องต่อมาร์กี้จนได้รับการอนุมัติฯ ก็คือ “การเปิดระบบวาร์ป”ให้ผู้เล่นสามารถเข้าไปในดันเจี้ยน “เมืองปะการังสีรุ้ง”ได้โดยไม่ต้องผ่านวิธีการปกติ ซึ่งเงื่อนไขเดิมในการเข้าไปยังเมืองแห่งนี้ ทีมผู้พัฒนาต่างมองว่า“ค่อนข้างโหดร้าย” ต่อผู้เล่นมือใหม่และผู้เล่นที่มีระดับต่ำมากเกินไป นอกจากนี้ ทางทีมงานผู้พัฒนาเกมก็ยังได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ในโลกจำลอง เพื่อผลักดัน “ระบบช่วยเหลือผู้เล่นรูปแบบใหม่” ส่งให้แก่ทางมาร์กี้พิจารณาอนุมัติอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้...
หน่วยเฝ้าระวังบุคคลและเหตุการณ์พิเศษนี้มีผู้ชำนาญการเฉพาะด้านอย่าง “จีเอ็ม 108” ผู้ที่เคยได้รับการมอบหมายให้ปฏิบัติงานในลักษณะนี้มาอย่างยาวนานมารับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเป็นการเฉพาะอีกด้วย
สำหรับจีเอ็มในหน่วยงานนี้มีด้วยกันทั้งหมดเกือบ 20 ชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแต่เป็นจีเอ็มที่มีเลขรหัส “หลักร้อย”กันทั้งสิ้น พวกมันทั้งหมดจะแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ เพื่อเฝ้าจับตามองผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเฝ้าระวังตามระดับชั้นของการเฝ้าระวังฯ โดยผู้เล่นที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังสูงสุดย่อมหนีไม่พ้นบรรดาหัวหน้ากิลด์ใหญ่ๆ และผู้เล่นระดับสูง ซึ่งทำให้มาร์กี้ส่งสัญญาณแจ้งเตือนได้ตั้งแต่ระดับ 3-5 และในบัญชีที่ว่ากลับมีผู้เล่นที่เข้าข่ายฯ เพียงแค่ไม่เกิน 30 คนเท่านั้น
โดยผู้ที่รับผิดชอบในการจับตามองผู้เล่นกลุ่มนี้มีจำนวนด้วยกันทั้งหมด 5 คน นำโดยจีเอ็ม 108 และผองเพื่อนซึ่งเป็นจีเอ็มระดับสูงอีก 4 คน แต่การเฝ้าจับตากลุ่มของผู้เล่นที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังสูงสุดนี้กลับมีผู้เล่นรายหนึ่ง ถูกแยกการติดตามจากผู้เล่นอื่น ๆ เป็นพิเศษ นั่นก็คือผู้เล่นมนตรา โดยผู้ที่รับหน้าที่จับตามองผู้เล่นมนตราก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...กลับเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม“Montra FC By 108” อย่างจีเอ็ม108 นั่นเอง
สาเหตุที่จีเอ็ม108 ต้องคอยจับตาดูผู้เล่นมนตราอย่างใกล้ชิดนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความชื่นชอบในความ“เทพ” ของผู้เล่นมนตราเป็นการส่วนตัว มันถึงกับประกาศออกตัวต่อหน้าเพื่อนร่วมงานทั้งหลายว่าตนเองได้ปวารณาตัวเป็นแฟนคลับหมายเลข 1 ของผู้เล่นรายนี้มาแล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็คือทางผู้ใหญ่ในบริษัทฯ ได้มอบหมายเป็นการลับให้จีเอ็มผู้นี้ คอยติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายนี้ทุกฝีก้าวมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ อยู่แล้ว เนื่องจากทางทีมงานผู้พัฒนาฯ ได้ประเมินและคาดหวังว่า ผู้เล่นรายนี้ อาจเป็นผู้เล่นที่สามารถดึงศักยภาพการประมวลผลของมาร์กี้ออกมาได้สูงที่สุด...จากผู้เล่นจำนวนกว่า4 พันล้านคนนั่นเอง
เนื่องจากตัวเกมแพชปัจจุบันฯยังไม่มีระบบจัดอันดับผู้เล่นและระบบค่าชื่อเสียง ดังนั้นชื่อของผู้เล่นมนตรา จึงไม่โด่งดังในหมู่ผู้เล่นมากเท่ากับบรรดาผู้เล่นซึ่งเป็นหัวหน้ากิลด์ใหญ่ ๆ ของโลก หรือผู้เล่นที่มีชื่อติดอันดับอยู่ในตารางคะแนนอันดับนักล่าดังนั้นจึงไม่แปลกที่กลุ่ม “Montra FC By 108” จะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากนัก แม้ว่ากลุ่มแฟนคลับของผู้เล่นคนดังกล่าวนี้จะถูกตั้งขึ้นในกระดานข่าวของเกมออนไลน์เกมนี้...มาเกือบ 1 ปีแล้วก็ตาม
แต่อีกไม่นานหลังจากนี้...ความวุ่นวายและหายนะอันสืบเนื่องมาจาก “ไอดอล” ที่มันชื่นชอบ จะคืบคลานเข้ามาเยือนจีเอ็ม 108จนถึงขั้นต้องหามจีเอ็มผู้นี้ส่งโรงพยาบาลอย่างช่วยไม่ได้ นั่นก็เพราะงานในส่วนที่มันต้องรับผิดชอบรวมไปถึงภารกิจปกป้องผู้เล่นมนตราในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มมนตราแฟนคลับ...ได้ถาโถมโหมกระหน่ำจีเอ็มผู้นี้จนแทบไม่เป็นอันกินอันนอนกันเลยทีเดียว
แต่ในเวลานี้ จีเอ็ม108 ก็กำลังนั่งลุ้นและเอาใจช่วยหญิงสาวในการทำภารกิจของวังเจ้าสมุทรฯอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์ของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ...จนแทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหน
............
“ปลดปล่อย!!”
เพียง 1 คำสั้นๆ ก็ทำให้พื้นหินของลานกว้างหน้าปราสาทวังเจ้าสมุทรถึงกับสั่นสะเทือนขึ้นมาในทันทีวงเวทน้อยใหญ่จำนวนหลายสิบวงที่หญิงสาวได้ลงอักขระวาดเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ของบริเวณของลานหน้าปราสาทฯบัดนี้ มันได้สำแดงเดชปลดปล่อยอิทธิฤทธิ์ของเวทมนตร์หลากชนิดหลายธาตุฯ ทำงานสอดประสานเชื่อมโยงถึงกันอย่างลงตัวโดยมีเป้าหมายเพียง 10 ชีวิต ซึ่งมีรายชื่อบนศีรษะเป็นสีฟ้าเท่านั้น
อาคมผนึกจำนวนหลายวงทำหน้าที่พันธนาการร่างของมินิบอสทั้ง10 ตัว เอาไว้อย่างแน่นหนา ส่วนวงเวทโจมตีหลากหลายธาตุ พวกมันต่างก็ปลดปล่อยพลังทำลายออกมาอย่างเต็มกำลังพร้อมกับแสดงผลตามคุณสมบัติของธาตุแต่ละธาตุออกมาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
แต่ถึงกระนั้น วงเวทเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เจ้ามินิบอสทั้ง10 ตายลงอย่างรวดเร็วตามที่หญิงสาวคิดไว้ เพราะฝ่ายตรงข้ามทั้ง 10 มีระดับสูงถึง300 ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกมันย่อมจะไม่ใช่ธรรมดา แม้พลังชีวิตของพวกมันค่อย ๆลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เวลาผ่านมาเกือบ 10 วินาทีแล้ว พลังชีวิตของพวกมันทั้ง 10 ก็ยังเพิ่งจะลดลงไปเพียง2-3 ส่วนเท่านั้น
มีนพยายามเค้นสมองหาสาเหตุที่ทำให้วงเวทเหล่านี้สร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่ยิ่งคิดหญิงสาวยิ่งไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้สุดท้ายก่อนที่การแสดงผลของวงเวทจะจบลง มีนจึงตัดสินใจล้มเลิกการหาต้นเหตุแห่งความผิดพลาดแต่เปลี่ยนมาเป็นหาวิธีจัดการพวกมันให้จบสิ้นไปก่อนดีกว่า เพราะหากปล่อยเวลาให้ล่วงเลยออกไปเช่นนี้ฝ่ายที่จะพ่ายแพ้...ก็คงจะไม่ต้องเดาอีก
หลังจากหญิงสาวได้ลองเปรียบเทียบอัตราการลดลงของพลังชีวิตมินิบอสทั้ง10 กับอัตราการสิ้นเปลืองพลังเวทของตน มีนคาดว่าด้วยทักษะและไอเทมฟื้นพลังเวททุกอย่างที่ตนมีอยู่อาจไม่เพียงพอต่อการคงสภาพของวงเวทเหล่านี้ได้นาน จนถึงเวลาที่พลังชีวิตของพวกมันหมดลงเสียด้วยซ้ำ
แม้ตัวเองจะได้อัญมณีเวทมนตร์มาช่วยแบ่งเบาภาระในการจ่ายพลังเวทไปส่วนหนึ่งแล้วแต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะศัตรูกลุ่มนี้ได้ทันเวลาอยู่ดี เพราะเมื่อใดที่พลังเวทของตนหมดลงนั่นก็หมายความว่า เวลาแห่งความพ่ายแพ้ก็จะมาถึง...
การเอาชนะเจ้าพวกนี้โดยไม่เสียอะไรเลย...ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนั้นมีนจึงรีบส่งสัญญาณไปที่ปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว ซึ่งรออยู่ด้านนอกของลานกว้างหน้าปราสาทฯส่วนตัวเองก็เริ่มร่ายบทเวท [โซ่สายฟ้า] เพื่อดึงเอาร่างมินิบอสทั้ง 10 ให้มารวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนเพียงจุดเดียวตรงตำแหน่งใจกลางของลานกว้างฯ
“เด็ก ๆผสานร่าง” มีนออกคำสั่งต่อปลาตีนน้อยหมด หลังจากที่พวกมันได้เตรียมความพร้อมมาพักใหญ่
วาบ!!
จากปลาตีน 12 ตัวหลังจากผ่านผสานร่างเสร็จแล้ว จำนวนของมันก็ลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งในทันที
แต่หญิงสาวกลับยังไม่พอใจแค่นั้น…
“อีกรอบ!!” มีนสั่งการต่อพวกมันทั้ง 6 อีกครั้ง
วาบ!!
ปลาตีนสีตัวเขื่องทั้ง6 บัดนี้ กลับเหลือเพียง 3
แต่จำนวน 3ตัวของพวกมันในเวลานี้ กลับเป็นจำนวน 3 ตัว ซึ่งมีค่าสถานะเป็น 4 เท่าจากค่าสถานะพื้นฐานแม้ว่าค่าสถานะของพวกมันจะไม่ได้สูงส่งปานเทพเจ้าฯ ดังเช่นร่างเทพเทวาของหญิงสาวในตอนนั้นแต่ค่าสถานะ 4 เท่าในขณะที่พวกมันมีระดับเข้าใกล้ 300 ไปทุกที เพียงเท่านี้...หญิงสาวจึงคิดว่าคงน่าจะเพียงพอสำหรับปิดฉากสังหารมินิบอสระดับ 300 ทั้ง 10 ได้อย่างไม่ยากเย็นแล้ว
“โจมตี!!” มีนสั่งให้ปลาตีนน้อยทั้ง 3 ยิงลำแสง [แอกโซโลตล์] โจมตีเป้าหมายในทันที หลังจากที่พวกมันรวมร่างกันเสร็จ
ตูม ๆ ๆ
ลำแสงสีแดงปนดำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง3 เมตร ด้วยพลังโจมตี 24 เท่า พุ่งออกจากปากเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 3 อย่างรวดเร็ว ลำแสงทั้ง3 เส้น กระทบร่างของมินิบอสทั้ง 10 ซึ่งถูกพันธนาการด้วยอาคมผนึกฯ และถูกลดพลังชีวิตพร้อมกับติดสถานะผิดปกติจากโซ่สายฟ้าที่หญิงสาวใช้ดึงร่างของพวกมันให้มากระจุกตัวจนรวมกันอยู่เป็นจุดเดียว และเมื่อพวกมันถูกลำแสงอันทรงพลังฯยิงทำลายในระยะเผาขนเช่นนี้ มีหรือ? พวกมันทั้ง 10 จะสามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน…เสียงร้องอันบาดหูของพวกมัน ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในตำแหน่งใจกลางของกลุ่ม ได้แต่ยกมือขึ้นมาอุดหูเอาไว้เพียงเท่านั้น
ทักษะเผ่าพันธุ์[ลำแสงแอกโซโลตล์] แม้ว่าจะมิใช่ทักษะเวทมนตร์ ซึ่งมีความสามารถในการแบ่งแยกมิตรหรือศัตรูตามหลักพื้นฐานของเวทมนตร์แต่ลำแสงของเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ กลับไม่สร้างความเสียหายแก่ผู้ที่อยู่ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกันนั่นก็หมายความว่า แม้ลำแสงสุดอันตราย ซึ่งโจมตีมาจากปลาตีนน้อยทั้ง 3 จะสร้างความเจ็บปวดทรมานและกัดกร่อนทำลายพลังชีวิตของผู้ที่สัมผัสถูกอย่างรุนแรงจนต้องส่งเสียงกรีดร้องออกมา เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดออกไปบ้าง แต่หญิงสาวผู้ที่อยู่ท่ามกลางลำแสงสุดทรงพลังนี้กลับรู้สึกอบอุ่นสบายตัวราวกับได้รับไอแดดอุ่น ๆ ในยามเช้าเพียงเท่านั้น
ร่างของมินิบอสทั้ง10 เริ่มผุกร่อนและค่อย ๆ สลายไปจนกลายเป็นแสงสีเทา เมื่อพลังชีวิตของพวกมันหมดลงพร้อมกับการแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ของระบบฯ
“ผู้เล่นมนตราได้สังหารสัตว์อสูรชั้นองครักษ์ ระดับ 300 ‘ราชองครักษ์หมึกยักษ์’ ได้รับค่าประสบการณ์ 8,000,000 หน่วยสัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ ได้รับค่าประสบการณ์ 12,000,000หน่วยค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ 297 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ‘เอรีส’ ได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ293 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ‘ทอรัส’ …………”
......
......
......
“ผู้เล่นมนตราได้สังหารสัตว์อสูรชั้นองครักษ์......”
“ผู้เล่นมนตราได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ 300 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราไม่สามารถเลื่อนระดับได้เกิน 300 ค่าประสบการณ์ที่ผู้เล่นได้รับ จะถูกถ่ายโอนไปให้สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯกรุณาตรวจสอบค่าสถานะของตัวละครค่ะ”
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ‘เอรีส’ ได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ299 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
......
......
......
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ‘เอรีส’ ได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ300 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
......
......
......
“สัตว์อสูรในพันธสัญญาฯ‘เอรีส’ ได้รับการเลื่อนระดับเป็นระดับ301 กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
......
......
......
หลังจากสิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯหญิงสาวได้แต่ตกตะลึงยืนอึ้งจนแทบทำอะไรไม่ถูก...ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน
อย่างแรกคือ มีนไม่คิดว่าเจ้ามินิบอสทั้ง 10 จะให้ค่าประสบการณ์มากมายมหาศาลถึงเพียงนี้ จนทำให้ระดับของตนเพิ่มขึ้นจากระดับ297 มาเป็น 300 ได้ ทั้ง ๆ ที่มีตัวดูดค่าประสบการณ์มากถึง 13 ตัวด้วยกัน(รวมดราโกเนียสด้วย)
อย่างที่สองคือ มีนไม่คิดว่าหลังจากที่ค่าประสบการณ์ของตนเต็มแล้ว ค่าประสบการณ์ส่วนเกินยังสามารถถ่ายโอนไปยังสัตว์อสูรในพันธสัญญาฯได้อีกต่างหาก
และเหตุผลประการสุดท้ายที่ทำให้หญิงสาวผู้นี้ตกตะลึงเป็นอย่างมากก็คือเจ้าปลาตีนน้อยทั้ง 12 กลับสามารถเพิ่มระดับได้อย่างต่อเนื่อง จนพวกมันมีระดับทะลุไปถึง302 แต่ตัวเองผู้เป็นเจ้านายของพวกมันกลับถูกจำกัดระดับเอาไว้อยู่ที่ 300 เพียงเท่านั้นแต่กระนั้นมีนกลับไม่ได้รู้สึกแย่ หรือรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่ “ไม่ยุติธรรม”เท่าใดนัก...เมื่อได้ยินคำพูดของพวกปลาตีนน้อยที่ตามมา
“เย่ ๆ ๆ พวกเราแข็งแกร่งกว่าท่านแม่แล้ว”เอรีสตะโกนโหวกเหวกบอกพวกพ้องด้วยความดีใจ
“เราก็ด้วย เย่ๆ ๆ” เจมีสกล่าวเสริมฯ
“ช่าย ๆ ๆ ๆ เย่ๆ ๆ พวกเราเก่งกว่าท่านแม่แล้ว ดีใจ ๆ ๆ” ลีโอแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตาก่อนที่ทอรัสจะหันมากล่าวกับหญิงสาวผู้เป็นแม่ “จากนี้ไป พวกเราจะคอยปกป้องท่านแม่เองนะขอรับ”
“ช่าย ๆ ๆ ๆ” ปลาตีนน้อยหลายตัวส่งเสียงสนับสนุนฯ
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงย่อตัวลงพร้อมกับเรียกปลาตีนน้อยทั้งหลายเข้ามาลูบหัวด้วยความเอ็นดูพร้อมกับกล่าวว่า “จ้าเด็ก ๆ ต่อไปนี้ แม่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะ”
“รับซาบ ๆ ๆ ๆเจ้าคร่า/ขอรับ ท่านแม่...” ทุกตัวต่างส่งเสียงตอบรับพร้อมกันด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า
หลังจากได้หยอกล้อกับพวกเด็กๆ อยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวจึงลุกขึ้นมาฟื้นฟูพลังและเตรียมความพร้อมให้แก่ตัวเองก่อนที่จะเดินเข้าไปในตัวปราสาทวังจ้าวสมุทรที่เปิดประตูรอไว้นานแล้ว...
“เด็ก ๆกลับเข้าไปในคลัง...รอสัญญาณเรียกจากแม่นะ” มีนสั่งการเด็ก ๆ
“รับซาบ ๆ ๆ ๆๆ” ปลาตีนน้อยทุกตัวรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงสดใส จนหญิงสาวสามารถสัมผัสได้ถึงอารมณ์แห่งความสุขของพวกมัน
มีนมุ่งตรงเข้าไปในตัวปราสาทอย่างไม่รีบร้อนเมื่อผ่านพ้นประตูปราสาทเข้ามาก็พบว่า เจ้าบอสหัวทองทั้ง 5ต่างก็นั่งประจำที่อยู่บนบัลลังก์สีทองตรงสุดปลายของห้องโถงด้วยสีหน้าอันเรียบเฉยไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ
มีนเดินตรงเข้าไปในตัวปราสาทอย่างใจเย็นก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กับเสาต้นใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงใจกลางของปราสาทหลังนี้ โดยพบว่าตัวของเสาค้ำปราสาทในขณะนี้ได้ส่องแสงสีครามจาง ๆ ออกมา เหมือนเป็นการตอบสนองต่อใบหอกในมือของตนอยู่ และเมื่อหญิงสาวได้มองอักขระเล็กๆ ที่สลักอยู่รอบ ๆ โคนเสาอย่างละเอียด...ก็ได้พบกับคำตอบ ในสิ่งที่ตัวเองสงสัยทันที
มันคือ “บทเวทบทหนึ่ง”ที่ใช้สั่งการและควบคุมเจ้าเสาต้นนี้ ซึ่งบทเวทบทที่ว่านี้ ล้วนแต่สอดแทรกไปด้วยอักขระพิเศษทั้ง8ที่หญิงสาวได้รับจากสุสานมังกรหิมะบรรพกาลอีกด้วย
ความโชคดีของมีนในเรื่องนี้ก็คือชิ้นส่วนของ “หอกเทพทะเลดาว” ชิ้นส่วนนี้ หากตัวเองเข้ามาเอามันออกไป ก่อนที่จะได้รับอักขระพิเศษทั้ง8ตนคงไม่สามารถเรียกใช้งานมันได้ในทันทีอย่างแน่นอนและคงต้องเสียเวลาไปไม่น้อยในการตีความ เพื่อให้เข้าใจความหมายของอักขระทั้ง 8อย่างถ่องแท้...
สาเหตุก็เพราะว่าถึงแม้ตัวมีนเองจะเป็นผู้ครอบครอง “ใบหอก” ซึ่งถือว่า “เป็นกุญแจสำคัญ”ของหอกทะเลดาวเล่มนี้ก็จริงอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนของ “ด้ามหอก” ที่เปรียบเสมือนต้นกำเนิดแห่งพลังของหอกทะเลดาวชิ้นส่วนนี้กลับเป็น “ชิ้นส่วนสุดท้าย” ที่จะทำให้หอกทะเลดาวกลับมาเป็น “ไอเทมเทพเจ้า”ที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง
สัตว์อสูรระดับบอสทั้ง5จ้องมองร่างของผู้บุกรุก ตั้งแต่อีกฝ่ายได้ก้าวย่างเข้าสู่ตัวปราสาทเป็นเวลานานแล้วแต่กระนั้นพวกมันก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ตอบสนอง คล้ายกับรอให้หญิงสาวเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาพวกมันเอง…
แต่หลังจากที่พวกมันพบความผิดปกติบางอย่างของต้นเสาค้ำปราสาทฯซึ่งส่องแสงสว่างจาง ๆ ออกมาเป็นจังหวะนั้น แม้พวกมันจะไม่ทราบว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นมีความหมายเช่นไร? เพราะตั้งแต่พวกมันครอบครองปราสาทหลังนี้ต่อจากเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์พวกมันต่างก็พยายามจะไขความลับของเสาต้นนี้มาอย่างยาวนาน เพียงแต่ไม่พบว่าเสาค้ำปราสาทต้นนี้...มีความลับอะไรซ่อนอยู่
แต่หลังจากผู้บุกรุกสาวเดินเข้ามาใกล้ต้นเสาฯพวกมันกลับได้เห็นปฏิกิริยาอันแปลกประหลาดของเสาต้นนี้ อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน...
บอสหัวทองทั้ง 5รีบลุกออกจากบัลลังก์ในทันที เมื่อได้เห็นผู้บุกรุกบ่นพึมพำบางอย่างอยู่ที่โคนเสาต้นนั้นมาพักใหญ่แล้ว
มีนพยายามควบคุมสมาธิของตัวเองให้จดจ่ออยู่กับบทเวทที่สลักอยู่รอบโคนเสาต้นนี้หลังจากได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบฯ อันเกิดจากความเคลื่อนไหวของเจ้าบอสทั้ง 5
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 350 ‘ราชันย์สิงโตทะเล’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 350 ‘ราชันย์ปลาไหลไฟฟ้า’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 350 ‘ราชันย์ฉลามยักษ์’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 350 ‘ราชันย์แมงกะพรุนไฟ’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราพบสัตว์อสูรชั้นราชา ระดับ 350 ‘ราชันย์หมึกยักษ์’ หากผู้เล่นเสียชีวิตระดับจะลดลง 5 ระดับค่ะ”
เสียงแจ้งเตือนสิ้นสุดลงพร้อมๆ กับเสียงคำกล่าวร่ายเวทคำสุดท้าย ซึ่งเปล่งออกมาจากปากของหญิงสาว
ไม่รอช้า มีนรีบใช้มือข้างที่ว่างอยู่ยื่นออกไปสัมผัสต้นเสาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อสิ้นสุดคำร่ายฯ
วาบ!!
เกิดแสงสว่างแสบตาแผ่ขยายออกมาจากต้นเสาก่อนจะลุกลามสว่างไสวไปจนทั่วทั้งโถงของปราสาทฯ
ไม่นาน เสาต้นยักษ์ก็เกิดการสั่นสะเทือนและส่งแรงกระเพื่อมออกมาเป็นระลอกอย่างคงที่ ซึ่งการสั่นสะเทือนครั้งนี้ กลับส่งผลให้ปราสาทวังเจ้าสมุทรทั้งหลังเกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรงตามมาด้วย
จากนั้นต้นเสาอันใหญ่โตที่เคยค้ำปราสาทหลังนี้เอาไว้...กลับลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว
จากเสาค้ำปราสาทต้นขนาดมหึมาบัดนี้กลับหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ากับไม้พลองของลูกเสือ ซึ่งมีความยาวไม่ถึง 2เมตรเท่านั้น
จากนั้นไม้พลองลูกเสือที่ว่าก็ค่อย ๆ ลอยเข้ามาอยู่ในมือของหญิงสาวผู้เอื้อนเอ่ยบทร่ายอย่างรวดเร็ว
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {ด้ามหอกทะเลดาว} จำนวน 1 ชิ้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
ยังไม่ทันจะเปิดรายละเอียดของไอเทมที่ได้รับขึ้นมาตรวจสอบ{ใบหอกติดลูกแก้วทะเลดาว} ในมืออีกข้าง ก็ลอยหลุดออกจากมือหญิงสาวอย่างง่ายดายก่อนที่มันจะพุ่งตรงไปยังส่วนปลายของ {ด้ามหอกทะเลดาว} ในทันที
กริ๊ก!!
เสียงเสียบของสลักข้อต่อระหว่างด้ามและใบหอกดังก้องขึ้นมาทั่วทั้งห้องโถงแห่งนี้ พร้อม ๆ กับเสียงประกาศแจ้งเตือนของระบบฯ ในข้อความโลก…
ติ้ง!!
“เรียนผู้เล่นทุกท่านโปรดทราบฯเนื่องจากมีผู้เล่นได้ผ่านเงื่อนไขสำคัญของเนื้อเรื่องได้สำเร็จฯ ทางเกมจึงได้ปลดล็อกในส่วนของเนื้อหาบทใหม่ให้แก่ผู้เล่นฯขอให้ผู้เล่นทุกท่านศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ฯ ค่ะ”
............