“พิษนี้ไม่ได้ทำให้คนตาย แต่เป็นพิษที่ทำให้สลบไสลผู้ที่ถูกพิษจะทำให้เกิดอาการหลอน สุดท้ายจะตกอยู่ในห้วงนิทราในที่สุด”
ตู้เซ่าฝู่เรียนรู้อะไรจากเจินชิงฉุนมาไม่น้อยแม้พิษจิตหลอนนี้จะรุนแรงมาก ทว่าไม่ได้ยากเกินกว่าความสามารถของตัวเองเพียงแค่ยุ่งยากนิดหน่อย
เมื่อสักครู่ที่ตรวจสอบ ตู้เซ่าฝู่สัมผัสได้ว่าสตรีคนงามที่สลบไหลคนนี้เองก็เป็นจอมยุทธคนหนึ่งและมีระดับความสามารถสูงไม่ใช่ย่อย มีระดับฌานถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานระดับฌานถือว่ายังสูงกว่าตนเสียอีก
“พิษจิตหลอน งั้นควรทำอย่างไรดี?” ไต้ซิงอวี่เองก็พอเคยได้ยินเรื่องพิษจิตหลอนนางเป็นห่วงจนน้ำตาคลอเบ้าแล้ว ตื่นเต้นร้อนรนเป็นที่สุด
“ข้าต้องสกัดยาแก้พิษ น่าจะไม่มีปัญหาอะไรมากมาย”
ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า พูดกับไต้ซิงอวี่ว่า “ข้าต้องการห้องเงียบๆ สำหรับสกัดยาแก้พิษเจ้าช่วยข้าคุ้มกันประตูไว้อย่างให้ใครมารบกวน”
“พี่เป็นนักเวทยันต์ด้วยหรือ?”
ไต้ซิงอวี่มองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าประหลาดใจแสดงท่าทางสงสัยงงงวย เอ่ยถามว่า “ข้าคิดว่าท่านเป็นผู้ฝึกฌานเสียอีกเจ้าพวกสารเลวนั่นสู้ท่านไม่ได้สักคน”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ตอบไต้ซิงอวี่ทำแค่ยิ้มให้เล็กน้อย พร้อมกับแอบส่งสัญญาณบอกให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ติดตามตนมาตลอดให้มาช่วยคุ้มกันตอนตนสกัดยา
ที่พักเก่าโบราณ ดูงดงามวิจิตรอย่างสุภาพขนาดกว้างขวางมาก พอดูออกว่าน่าจะเป็นจวนที่พักของตระกูลใหญ่ ทว่าในขณะนี้กลับว่างเปล่าตามที่ไต้ซิงอวี่บอกว่าในที่พักโบราณนี้มีเพียงนางกับน้าเล็กอาศัยอยู่ด้วยกันสองคน
ณห้องแห่งหนึ่งที่น่าจะไม่มีคนพักอาศัยมานาน ทว่าห้องนี้กลับสะอาดมาก ตู้เซ่าฝู่ให้ไต้ซิงอวี่และอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคอยคุ้มกันอยู่หน้าห้องจากนั้นเขาก็เริ่มนั่งขัดสมาธิในห้อง กวัดแกว่งฝ่ามือร่ายพลัง จากนั้นด้านหน้าก็มีกระถางเตาแห่งวิญญาณปรากฏขึ้น
“พิษจิตหลอนส่วนใหญ่จะคล้ายกันมีความต่างกันเพียงเล็กน้อยวิธีการแก้พิษต่างกันไม่มาก ต้องใช้หญ้าชำระโลหิตกำหนึ่ง ผลระงับประสาทหนึ่งผล……”
หลังจากควานหาวัตถุดิบสำหรับแก้พิษอยู่สักพักตู้เซ่าฝู่ก็เริ่มทำการสกัดยา พลังงานห้าธาตุภายในกระถางเตาแห่งวิญญาณเริ่มปะทุจนเกิดลมปราณร้อนแผ่ซ่านออกมาโดยรอบ
ไต้ซิงอวี่ที่ยืนอยู่นอกประตูรู้สึกได้ว่ามีคลื่นลมปราณร้อนระอุแผ่ออกมาแววตาดูตื่นเต้นมาก จากนั้นนางก็หันไปมองที่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในร่างขนาดย่อที่นั่งยองๆรูปร่างเหมือนแมวอยู่นอกห้อง นางพูดกับมันว่า “ทำไมพี่เซ่าฝู่ถึงเลี้ยงแมวน้อยติดตัวตลอดเลยล่ะได้ยินผู้ใหญ่ว่ากันว่า ผู้ชายไม่เลี้ยงแมว ผู้หญิงไม่เลี้ยงสุนัขนี่นา”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจ้องไต้ซิงอวี่ตาเขม็งพูดในใจว่า “เจ้าต่างหากล่ะที่เป็นแมว ข้าคือสิงโต เป็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนในอีกรูปแบบหนึ่ง!”
ไต้ซิงอวี่ราวกับว่าสนใจในตัวอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมากขึ้นนางเดินวนรอบอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนหนึ่งรอบ จากนั้นนั่งยองๆ ข้างอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนมาอุ้มไว้ในอ้อมกอด จากนั้นลูบลงบนเกล็ดละเอียดบนตัวของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเบาๆกล่าวว่า “เจ้าแมวน้อยเจ้าดูพิเศษมากเลย เหมือนว่าพี่เซ่าฝู่จะเรียกเจ้าว่าเสียวหู่นี่แต่ข้าว่าชื่อเสียวหู่ไม่ค่อยเหมาะกับเข้าสักเท่าไร บนตัวเจ้ามีเกล็ดเป็นวงๆ บนตัวเต็มไปหมดต่อไปเรียกเจ้าเสี่ยวเชวียนเชวียนหรือเจ้าวงน้อยดีหรือไม่?”
“โฮก……”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนจ้องหน้าไต้ซิงอวี่อย่างไม่พอใจทว่าในร่างย่อทำให้เสียงของมันเล็กและแหลมขึ้น ทำให้เสียงเรียกมีความคล้ายเหมียวๆของแมวอยู่
เมื่อเห็นแมวน้อยในอ้อมแขนร้องขานรับ ไต้ซิงอวี่ก็ดีใจยิ้มออกมากล่าวว่า “เจ้าเห็นด้วยแล้วใช่หรือไม่ งั้นต่อไปข้าเรียกเจ้าว่าเสี่ยวเชวียนเชวียนแล้วกัน”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนรู้สึกเศร้ามากมันเป็นอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่ย่อส่วนต่างหาก เหตุใดจึงบังอาจมาตั้งชื่อเป็นเสี่ยวเชวียนเชวียนได้
“ดูท่าเจ้าเองก็ชอบชื่อเสี่ยวเชวียนเชวียนมากนะ ข้าก็ชอบเพราะมากเลยใช่หรือไม่ เสี่ยวเชวียนเชวียน” ไต้ซิงอวี่ทึกทักไปเองและชื่นชมอยู่กับแค่ตัวเองจากนั้นนางก็ยกอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนขึ้นมากอดแน่นๆ
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนผู้น่าสงสารถูกไต้ซิงอวี่กอดนัวเนียไว้แน่นมันก็ไม่กล้าเปิดเผยตัวจริงของมันให้ทราบในขณะนี้
เวลาค่อยๆผ่านไป ภายในห้อง ตู้เซ่าฝู่กำลังตั้งใจสกัดยาอยู่เองตามลำพังตอนนี้เขาพบว่าการสกัดยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ พอขาดเจินชิงฉุนไป เขาเองคนเดียวทำสำเร็จได้ยากเหลือเกิน
ทว่าระหว่างการสกัดยาแต่ละขั้นตอนก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเพราะยาแก้พิษนี้ไม่ใช่ยาระดับสูง ที่จริงไม่ได้ยากขนาดนั้น ขณะนี้เขาเป็นถึงนักเวทยันต์สามดาวจึงทำให้การสกัดยาทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
พลังจิตสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงภายในกระถางเตาแห่งวิญญาณตั้งแต่อุณหภูมิ น้ำวิเศษ วัตถุดิบยาเป็นต้น ทุกการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตู้เซ่าฝู่ไม่กล้าที่จะประมาทหรือทำอะไรหละหลวมหากพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจมีผลต่อการสกัดยาให้สำเร็จ
หลังจากผ่านการตั้งใจพยายามมาหลายชั่วยาม ตู้เซ่าฝู่ก็มาถึงขั้นสุดท้ายพลังจิตควบคุมให้ยาแต่ละตัวในยาวิเศษมาหลอมรวมกันโดยการใช้อุณหภูมิสูงภายในกระถางบีบอัดให้ตัวแย่ทั้งหลายค่อยๆหลอมรวมเป็นยาชนิดใหม่
นี่เป็นขั้นที่ทดสอบฝีมือมากที่สุดแล้วทว่าตู้เซ่าฝู่ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม คาดว่าหากเจินชิงฉุนมาเห็นภาพในตอนนี้ น่าจะโมโหจนอยากด่าเด็กหนุ่มพิลึกคนนี้
หลังจากผ่านการสกัดยาขั้นสุดท้ายไปแล้ว ตู้เซ่าฝู่ก็เก็บกระถางเตาแห่งวิญญาณไปน้ำยาลอยเข้าไปบรรจุอยู่ในขวดมรกตที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้านานแล้ว
“โฮก……”
หลังจากที่ผ่านขั้นตอนสุดท้ายไปแล้ว ตู้เซ่าฝู่ก็เก็บกระถางเตาแห่งวิญญาณจากนั้นก็สูดลมหายใจเข้ายาวๆ แม้ว่าการสกัดยาแก้พิษชนิดนี้ไม่ได้ยากมากทว่าเขาก็ใช้พลังไปไม่น้อย สีหน้าของเขาในขณะนี้จึงซีดลงเล็กน้อย
“แอ๊ด……”
ตู้เซ่าฝู่เปิดประตูออกมาขณะนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว ทว่าไต้ซิงอวี่ก็ยังคงเฝ้าคุ้มกันประตูอย่างดีมาตลอด
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนที่อยู่ในอ้อมแขนของไต้ซิงอวี่เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่ก็แสดงสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจออกมา มันถูกสาวน้อยคนนี้พูดกรอกหูเรื่อยๆจนแทบบ้าและหูชาไปแล้ว นางพูดได้ไม่รู้จักจบจักสิ้นจริงๆ
ตู้เซ่าฝู่กลับมาที่ห้องแรกห้องเดิมใช้มือซ้ายบีบมุมริมฝีปากสองข้างของสตรีคนงามที่ไม่ได้สติอยู่เบาๆให้ช่องปากเปิดออก ริมฝีปากบางๆ ของนางเผยอออกอย่างน่าหลงใหล ลักษณะปากที่เชิดออกมาเหมือนยั่วยวนให้คนมาจุมพิต
ตู้เซ่าฝู่สุขุมมีสติอย่างมากเขารีบนำยาแก้พิษที่บรรจุในขวดมรกตค่อยๆ กรอกเข้าไปในบางของสตรีคนงามคนนั้น
“พี่เซ่าฝู่ ทำไมน้าเล็กยังไม่ฟื้นอีกล่ะ?” ไต้ซิงอวี่ถามอย่างร้อนใจนางกอดอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นขนัด
ตู้เซ่าฝู่ตรวจสอบอาการของสตรีคนงามอีกครั้งจากนั้นกล่าวว่า “ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วทว่าคงต้องใช้เวลาสักพักกว่านางจะตื่น ทว่าน้าเล็กของเจ้ามีโรคเก่าติดตัวอยู่ในเมื่อข้าตัดสินใจจะช่วยแล้วก็ควรจะช่วยให้ถึงที่สุด ข้ารักษาให้หมดเลยแล้วกัน”
“ขอบคุณพี่เซ่าฝู่มากๆพี่เป็นคนดีจริงๆ น้าเล็กมักบอกว่า ผู้ชายเป็นของห่วยแตกเหมือนกันหมด แต่พี่เซ่าฝู่เป็นของดีเลิศแน่นอนข้ามั่นใจ” ไต้ซิงอวี่พูดอย่างดีใจ จากนั้นนางเพิ่งรู้สึกได้ว่าพูดผิด จึงกล่าวว่า “ไม่ ข้าพูดผิด พี่เซ่าฝู่ไม่ใช่สิ่งของ…………”
“ไม่ถูก พี่เซ่าฝู่ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น……”
ไต้ซิงอวี่ร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้วนางไม่รู้ว่านางควรจะพูดอย่างไรต่อไปดี เหมือนว่านางพูดอะไรออกมาก็ไม่ถูกล้วนไม่ใช่ความหมายที่นางอยากจะสื่อออกมา
ตู้เซ่าฝู่เห็นก็รู้สึกเหนื่อยใจเขาโบกมือ บอกกับไต้ซิงอวี่ว่า “พอได้แล้วข้าเข้าใจความหมายของเจ้าแล้ว เจ้าออกไปรอข้างนอกกับเสียวหู่เถิดข้าจะช่วยรักษาอาการป่วยน้าเล็กเจ้าให้”
“อื้อ” ไต้ซิงอวี่พยักหน้า จากนั้นพูดกับตู้เซ่าฝู่ “พี่เซ่าฝู่แมวน้อยตัวนี้ชื่อเสียวหู่ไม่เพราะเท่าไร ข้าเปลี่ยนชื่อใหม่ให้มันแล้วตั้งชื่อให้ว่าเสี่ยวเชวียนเชวียน เพราะหรือไม่?”
“เสี่ยวเชวียนเชวียน?” ตู้เซ่าฝู่จากนั้น อมยิ้มมองไปที่อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน กล่าวว่า “เพราะดีนะ งั้นก็ชื่อเสี่ยวเชวียนเชวียนแล้วกัน”
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามเบาๆแสดงสายตาต่อต้าน ทว่าไร้ผลใดๆ จากนั้นมันก็ถูกไต้ซิงอวี่อุ้มออกไปจากห้องปล่อยให้ตู้เซ่าฝู่กับสตรีคนงามที่หลับใหลอยู่ในห้องกันเพียงลำพัง
หากสตรีงามคนนั้นมีสติอยู่คงอยากจับไต้ซิงอวี่มาตีก้นให้ลายแน่ นางหนูคนนี้กล้าปล่อยให้นางอยู่กับชายแปลกหน้าเพียงลำพังในห้องได้อย่างไรยิ่งกว่านั้นนางกำลังสลบไสลอยู่ด้วย
มีบุรุษรูปงามมีความสามารถมากมายหรือชายจากกลุ่มมีอิทธิพลหรือร่ำรวยในมณฑลหลันหลิงไม่รู้ตั้งเท่าไรที่อยากใกล้ชิดนางแทบจะยอมถวายทุกอย่างเพื่อให้ได้นางมาครองกัน
“ช่างเป็นสตรีที่งดงามจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่มองดูสตรีที่สลบไสลอยู่บนเสื่อที่เตียงเขาจ้องมองสำรวจนางอย่างละเอียด รู้สึกว่ายิ่งมองก็ยิ่งสวย นางมีความสวยที่ต่างออกไปจากเยี่ยจื่อจินกับไป๋ไฉ่อีเยี่ยจื่อจินกับไป๋ไฉ่อีแม้ว่าสวยมากทว่าความสง่าน่าดึงดูดของนางดึงดูดใจผู้ชายได้มากกว่า
ตู้เซ่าฝู่คิดชมตัวเองในใจว่าเป็นสุภาพบุรุษจริงๆเพราะเห็นสตรีงามสลบไสล แต่ตนไม่คิดจะทำอะไรล่วงเกินเลย
ยิ่งไปกว่านั้นตู้เซ่าฝู่คิดว่าตัวเองยังเด็กอยู่ตัวเองควรเพ่งสมาธิความสนใจในเรื่องการฝึกฝนวิชา
ดังนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ทำเพียงคิดว่าสตรีคนนี้สวยมากแค่นั้นจากนั้นก็เริ่มทำการรักษาอาการป่วยให้สตรีนางนี้
จากการที่ตู้เซ่าฝู่ตรวจสอบอาการสองครั้งพบว่าที่บริเวณจุดเสินเชวี่ยที่อยู่ตรงหน้าท้องของสตรีคนงามมีบาดแผลเก่าอยู่และน่าจะเกิดขึ้นนานแล้วซึ่งอาการบาดเจ็บนี้มีผลต่อการฝึกฌานทำให้บรรลุฌานขั้นที่สูงขึ้นได้ยาก
ตู้เซ่าฝู่คาดว่าอาการบาดเจ็บนี้มีผลทำให้แม่นางคนนี้ไม่มีบรรลุฌานเพิ่มขึ้นมาเป็นเวลาประมาณสามปีแล้ว
สตรีงามนางนี้ขณะนี้อายุไม่น่าจะเกินยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองก่อนหน้าสามปีก็อยู่ในขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานแล้วอายุสิบกว่าปีก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานแล้วนางเป็นจอมยุทธสาวที่มีพรสวรรค์มากจริงๆ
ทว่าการรักษาอาการในตอนนี้ทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อยในการรักษาอาการบาดเจ็บจำเป็นต้องสัมผัสร่างของสตรีคนนี้ยิ่งไปกว่านั้นบาดแผลอยู่ใกล้จุดเสินเชวี่ย และจุดเสินเชวี่ยอยู่ตรงท้องน้อยแม้ว่ามีเสื้อผ้าบังอยู่ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความงดงามของนางอยู่……
“ข้ามาช่วยเหลือคน นางคือน้าเล็กของไต้ซิงอวี่ นางเป็นผู้ใหญ่กว่าข้า”
ตู้เซ่าฝู่พูดกับตัวเองเบาๆจากนั้นใบหน้าก็ยิ้มออกมา เขาร่ายพลังฝ่ามือเริ่มทำการรักษาอาการบาดเจ็บสตรีนางนั้นการเคลื่อนไหวของฝ่ามือทำให้อักษรยันต์ที่เปล่งแสงเคลื่อนไหวตามเมื่อร่ายพลังเสร็จเขาก็นำมือไปวางแนบที่ท้องน้อยของสตรีงามคนนั้นไว้แน่น
“อืม……”
สตรีคนงามยังคงสลบไสลอยู่ ทว่าร่างของนางเริ่มสั่นไหวและเริ่มครางอืมออกมาเบาๆ น้ำเสียงของนางน่าฟังมาก