ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 31 จ้าวคฤหาสน์ และ เจ้าเมือง

            เฉินเซี่ยงสกัดกลั่นเม็ดยาชำระไขกระดูกแล้วเสร็จจากนั้นก็หย่อนมันลงไปในปาก แล้วเริ่มโคจรปราณศักดิ์สิทธิ์ทันที ขณะกำลังปรับแต่งเม็ดยาที่กลืนลงไปเขายังเริ่มดูดซับปราณธาตุทั้งห้าที่อยู่ระหว่างพิภพและสวรรค์ นอกจากนี้เขายังใช้ทักษะน้ำลายมังกรสร้างเป็นน้ำลายมังกรเพื่อใช้เร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรวิญญาณในเวลาเดียวกันอีกด้วย

             

            เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอรุณเริ่มสาดส่องมายังเมืองโหวหวางที่คึกคักข่าวคราวของคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงได้แพร่กระจายออกไปทั่วทั้งเมืองแต่ยังถือว่ามันเป็นปัญหาเล็กๆตราบเท่าที่ไม่มีผู้ใดถูกสังหาร มันก็เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเจ้าเมือง แต่เมื่อวานนี้บุตรชายของเขาถูกทำร้ายร่างกายถ้าเจ้าเมืองไม่ยื่นมือออกมาช่วย เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นตัวตลกของทุกคน

             

            เบื้องหน้าทางเข้าร้านของเฉินหลู่ซ่งล้อมรอบไปด้วยผู้คุ้มกันมากมายบนถนนเมืองโหวหวาง รถม้าหรูหราสองคันกำลังมุ่งหน้ามายังร้านของเฉินหลู่ซ่ง

             

            รถม้าทั้งสองคันหยุดจอดก่อนจะถึงทางเข้าร้านมีผู้คุ้มกันที่มาพร้อมกับรถม้าทั้งสองคันมากมาย รถม้าคันหนึ่งนั่งมาด้วยจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงอีกคันหนึ่งนั่งมาด้วยเจ้าเมืองโหวหวาง ทั้งสองคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือมาเพื่อตามหาเฉินเซี่ยง

             

            เฉินเซี่ยงกำลังฝึกฝนอยู่ในห้องของเขา แต่ด้วยสัมผัสอันแหลมคมทำให้ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นที่หน้าทางเข้าร้านเฉินเซี่ยงตื่นตัวในทันทีพร้อมกับตั้งใจฟังเสียงสนทนาของพวกเขา

             

            “จ้าวคฤหาสน์ฮว๋า คาดไม่ถึงว่าท่านจะมาที่นี่เพราะปัญหาของบุตรชายข้าข้าทราบว่าบุตรชายของข้าสร้างปัญหาให้แก่ท่าน แต่โปรดยกโทษให้เขาเถิด” สุ้มเสียงดังออกมาจากรถม้าสีดำเจ้าของน้ำเสียงคือเจ้าเมืองโหวหวางแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ที่เป็นที่รู้จักกันดีฮว๋าเกาหยุน

             

            “อืม.. ตอนนี้บุตรชายของเจ้านำปัญหามากมายมาให้คฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง!แต่ข้าไม่ได้เพราะเขา ที่ข้ามาก็เพราะไม่อาจนั่งเกียจคร้านโดยไม่ทำอะไรสักอย่างเมื่อมีคนมาสร้างปัญหาให้กับคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงของข้า”

             

            ด้วยเศษเสี้ยวของความโกรธจากน้ำเสียงที่เอ่ยมาทำให้รับรู้ได้ว่าน้ำเสียงนี้เป็นน้ำเสียงที่งดงาม นั่นทำให้เซี่ยงประหลาดใจ แท้จริงแล้วจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงเป็นสตรี!

             

            หลังจากจัดการกับตนเองเสร็จแล้ว เฉินเซี่ยงก้าวออกจากห้องผ่านไปยังสนามหลังร้าน และเข้าสู่ภายในร้านซึ่งพบว่าเฉินหลู่ซ่งอยู่ในนั้นเรียบร้อยแล้ว

             

            “ท่านปู่ ทำไมท่านไม่ซ่อนตัวหล่ะ?” เฉินเซี่ยงกระซิบถามแต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงเคาะประตูดังมา

             

            “จะไม่ให้ข้ากังวลเกี่ยวกับตัวเจ้ารึ..เด็กโง่? เจ้าเมืองและจ้าวคฤหาสน์ไม่ใช่บุคคลที่เจ้าจะไปตอแยด้วยได้”

             

            หลังจากประตูเปิดออก เฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่งมองเห็นทหารร่างใหญ่และทรงพลังกำลังยืนอยู่ภายนอกแน่นอนที่โดดเด่นที่สุดคือรถม้าที่หรูหราทั้งสองคันนั่น

             

            “ท่านต้องการสิ่งใด?” เฉินหลู่ซ่งถามขณะกำลังหัวเราะ

             

            ด้วยรถม้าทั้งคัน ตอนนี้กำลังมีบุคคลสองคนเดินลงมาผู้ที่มีร่างแข็งแรงกำยำคือเจ้าเมืองโหวหวาง เขาสวมใส่ชุดคลุมสีทองที่ประดับประดาไปด้วยเครื่องประดับสีทองอร่ามบนใบหน้าของเขายังประดับเคราเล็กน้อย

             

            อีกผู้หนึ่งคือจ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงสตรีผู้มีท่วงท่าสง่างามพร้อมรอยยิ้มที่อ่อนโยน ใบหน้าปกคลุมไปด้วยผ้าขาวบาง เผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่งามดูอ่อนเยาว์เมื่อนางมองมายังเฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่ง สามารถเห็นดวงตาที่ระยิบระยับราวกับสายน้ำได้อย่างชัดเจน

             

            “มันคือเจ้าที่ทำร้ายบุตรชายข้า?” ฮว๋าเกาหยุนกวาดตามองไปยังเฉินเซี่ยงแล้วกล่าวถาม

             

            “ใช่!”

             

            บนใบหน้าเฉินเซี่ยงไม่ปรากฏความกลัว แม้เขาจะเผชิญหน้ากับบุคคลผู้สูงศักดิ์ของเมืองโหวหวางแต่เขายังสุขุมอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของฮว๋าเกาหยุนบรรลุระดับ 8ขอบเขตนักสู้ แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเซี่ยงยังไร้ซึ่งความกลัว กลับกันเขาอยากประลองกับเจ้าเมืองมากกว่าในเวลานั้นกลุ่มคนจากฝูงชนต่างวิ่งออกมาและชี้ไปที่เฉินเซี่ยงพร้อมสาปแช่ง ชัดเจนว่าคนเหล่านี้คือกลุ่มผู้คุ้มกันที่ได้รับบาดเจ็บเพราะเฉินเซี่ยงที่คฤหาสน์นั่น

             

            “ท่านจ้าวคฤหาสน์ ไอ้หมอนี่มันบุกเข้าไปในคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงพร้อมกับทำร้ายพวกข้าและผู้จัดการร้าน” ผู้คุ้มกันผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความเจ็บปวด

             

            ฮว๋าเกาหยุนยิ้มอย่างเย็นชาแล้วหันหน้าไปหาจ้าวคฤหาสน์พร้อมกล่าว“เรื่องนี้ได้รับการยืนยันแล้วท่านจ้าวคฤหาสน์ฮวา ท่านจะกล่าวเช่นไร!?”

             

            ประโยคต่อมาของจ้าวคฤหาสน์ฮวาสร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคน

             

            “ผู้ที่มีส่วนรู้เห็นในการทำลายร้านนี้..ข้าขอไล่มันออกจากคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยง!แม้ว่านายน้อยท่านนี้จะเป็นผู้ที่สร้างปัญหาให้กับคฤหาสน์ของเรา แต่สาเหตุทั้งหมดล้วนมาจากคนของคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงที่เป็นผู้กระทำผิดก่อนนอกจากนี้เรายังไม่ได้สืบสวนหาความจริงเลย เช่นนั้น ข้า..ฮวาหยุ่ยถิงขอใช้โอกาสนี้กล่าวขออภัยแก่นายน้อยท่านนี้และคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงของเราจะทดแทนในสิ่งที่นายน้อยท่านนี้ได้เสียไป”

             

            จ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงเดินทางมาไกลเพียงเพื่อขอโทษคนผู้นี้!ไม่เพียงฮว๋าเกาหยุนที่ตกใจ แม้แต่เฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่งยังมึนงง ความประทับใจของพวกเขาที่มีต่อจ้าวคฤหาสน์เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ซูเหม่ยเหยาได้กล่าวไว้ จ้าวคฤหาสน์สมุนไพรดันเซี่ยงบุคคลที่แยกแยะระหว่างสิ่งที่ถูกและสิ่งที่ผิดได้อย่างชัดเจน

             

            “แม้จ้าวคฤหาสน์ฮว๋าจะไม่เอาเรื่องเจ้า แต่ข้าจะไม่ทำเช่นนั้น!จับมัน!! มันผู้นี้เป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในเมืองโหวหวาง และยังทำร้ายผู้คนมากมายจัดการพวกมันอย่างโหดเหี้ยม!!”

             

            ฮว๋าเกาหยุนไม่ได้เป็นคนง่ายๆ ดังเช่นสตรีที่อ่อนโยนและนุ่มนวล

             

            ฮวาหยุ่ยถิงถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมกล่าว“เจ้าเมืองฮว๋าบุคคลเบื้องหน้าท่านทั้งสองนี้คือนักปรุงยา ท่านอยากเป็นศัตรูกับเหล่านักปรุงยาเช่นนั้นรึ?”

             

            ฮว๋าเกาหยุนสะดุ้งเฮือก แม้แต่ผู้คุ้มกันและเหล่าทหารของเขาเองก็เป็นเช่นเดียวกัน!เด็กหนุ่มและชายชราที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาคือนักปรุงยา สมควรจะทราบว่านักปรุงยานั้นหาได้ยากยิ่งในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้นี้โดยเฉพาะนักปรุงยาอาวุโส พวกเขามักจะอยู่ในตระกูลที่น่าเกรงขามพร้อมกับตำแหน่งสูงส่งและได้รับความเคารพนับถือเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?และทำไมเขามีสภาพซอมซ่อเช่นนี้?

             

            เฉินเซี่ยงและเฉินหลู่ซ่งไม่ได้กล่าวอะไรตั้งแต่ต้นพวกเขายืนอยู่อย่างใจเย็นและไม่เกรงกลัว

             

            เฉินหลู่ซ่งกล่าว “ท่านเจ้าเมืองฮว๋าชายชราเช่นข้าผู้นี้ได้ซื้อร้านแห่งนี้มาหลายต่อหลายปีแล้ว บุตรชายของท่านต้องการซื้อที่นี่แต่ข้าไม่ขาย เขาใช้ช่วงที่ข้าไม่อยู่นำผู้คนมาทำลายร้านข้า ถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านสามารถเดินเข้ามาดูได้!”

             

            “ท่าน… ท่านสมควรเป็นเจ้าแห่งตึกเม็ดยาวิญญาณในเมืองโวหูแล้วก็...นายน้อยท่านนี้ต้องเป็นอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงของตระกูลเฉิน”

             

            อัจฉริยะตระกูลเฉิน.. คือผู้ที่เอาชนะได้ทั้งอัจฉริยะและผู้อาวุโสแห่งตระกูลเหยา? คือผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วจักรวรรดินักสู้ตอนใต้..เฉินเซี่ยง? เขามาที่เมืองโหวหวางจริงๆนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเจ้าแห่งตึกเม็ดยาวิญญาณ ทุกคนต่างล่วงรู้กันมานานแล้วว่าเจ้าแห่งตึกเม็ดยาวิญญาณได้ถอนตัวจากตระกูลเฉินแล้ว!

             

            “ข้าในตอนนี้ไม่ใช่เจ้าแห่งตึกเม็ดยาวิญญาณแล้ว ข้าเป็นเพียงข้ารับใช้ของเจ้าเด็กบ้านี่” เฉินหลู่งซ่งหัวเราะแต่คำกล่าวของเขากลับทำให้ทุกๆ คนกลัวจน...หด

             

            เจ้าแห่งตึกเม็ดยาวิญญาณเป็นที่รู้จักพอสมควรในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้แต่ตอนนี้เขาได้กลายไปเป็นข้ารับใช้ของคนผู้หนึ่ง ถ้าคนอื่นๆ ไม่ได้ยินจากปากของเขาเองคนเหล่านั้นย่อมไม่เชื่อ

             

            ขนคิ้วของฮว๋าเกาหยุนขยับขึ้นลงอย่าต่อเนื่องสองคนนี้คือนักปรุงยา เขาไม่คิดว่าบุตรชายโง่เง่าของเขาจะขัดแย้งกับนักปรุงยาทั้งสองนี้นี่เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย

             

            เฉินเซี่ยงมองไปยังฮว๋าเกาหยุนพร้อมกล่าวอย่างเย็นชา“เจ้าเมืองฮว๋าบุตรชายของท่านพยายามจะยึดครองทรัพย์สินตระกูลเฉินของพวกเรา ถ้าเป็นบุคคลอื่น ข้าคงสังหารมันไปแล้ว!ท่านสมควรรู้ว่ามันเป็นปัญหาที่ร้ายแรงอย่างมาก หากทรัพย์สินของท่านถูกคุกคาม!”

             

            คำกล่าวของเฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยปราณสังหารผู้คนส่วนใหญ่ต่างสั่นสะท้านลงไปถึงกระดูก แม้ว่าตระกูลเฉินจะไม่ใช่ตระกูลนักสู้ชั้นสูงในเมืองโหวหวางแต่พวกเขาได้คงอยู่มานานหลายปีแล้ว ด้วยมรดกที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของพวกเขาล้วนไม่อาจมองข้ามได้

             

            ฮว๋าเหาหยุนขมวดคิ้ว ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความโกรธแต่มันไม่อาจจู่โจมได้ เพราะถ้ามันทำเช่นนั้น มันย่อมถูกตระกูลเฉินตอบโต้เป็นแน่ แม้ว่าตัวมันจะมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเหยาแต่มันก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ในแง่ของผลประโยชน์เท่านั้น

             

            “พวกเราไป!” ฮว๋าเกาหยุนตะโกนอย่างเย็นชา เขากล้ำกลืนความโกรธในใจและควบรถม้าจากไป……………….

             

            ............................................................