
เปิดพรีออเดอร์พี่เต้ อย่างเป็ทางการแล้วนะคะในรูปแบบรูปเล่ม ราคา 450 บาท ไม่รวมค่าส่ง จนถึงวันที่ 5 มี.ค. นี้ค่ะ ่พรีออเดอร์นี้ นอกจากจะได้รับพี่เต้ไปอ่านแล้ว ไรท์ยังแถมเล่มของน้องเต้ย ให้ไปนอนกอดคู่กันด้วยนะคะ
สามารถจับจองได้ที่โพสปักหมุดของ facebook อารัญ.นามปากกา ได้เลยค่ะ
การชำระเงิน เราจะแจ้งยอด หลังจากปิดพรีออเดอร์นะคะ จองนานๆกันไปเลยค่ะ รบกวนจองแล้วอย่าเทนะคะ เพราะว่าไรท์นับเล่มพิมพ์ตามยอดจองค่ะ
ร้านค้า เรามีเปอร์เซ็นต์แบบขั้นบันไดให้นะคะ สามารถรับไปจำหน่ายขั้นต่ำได้ 5 เล่มค่ะ ติดต่อที่เพจ นิยายผ่านตา
ขอบคุณค่ะ
ภูชิสส์ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ั์ตาคม ค่อยๆ ยกแก้วใสทรงสูงที่ใส่เบียร์เย็นจัดขึ้นมาจิบอย่างละเลียดผ่านลำคอลงไปอย่างช้าๆ วันนี้เขาเลือกที่จะมานั่งดื่มอยู่ที่ผับมีชื่อแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมืองหลวงตามลำพังคนเดียว ท่ามกลางเสียงเพลงสากลที่ดังกระหึ่ม อีกทั้งยังเป็จังหวะที่สนุกสนาน สาวๆ ส่วนใหญ่ที่มาเที่ยว ล้วนแต่งตัวสายเดี่ยว หรือไม่ก็เป็เกาะอก กระโปรงสั้นรัดรูปเพื่อโชว์เรียวขาสวย แต่ละคน ออกมาวาดลวดลายเต้นตามจังหวะ โยกย้าย ส่ายสะโพก สะบัดลีลาเซ็กซี่ ยั่วยวน กันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช ปลดปล่อยอารมณ์กันอย่างเต็มที่ อย่างที่ไม่มีใครยอมใคร
ผับเป็สถานที่แห่งหนึ่งที่ภูมิพัฒน์ ผู้เป็น้องชายสุดที่รักของเขา ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตได้เคยขออนุญาตมาเที่ยวกับเพื่อนเนื่องในงานวันเกิด หากแต่ตัวเขาเองนั้นไม่อนุญาตเนื่องจากว่าเห็นเป็สถานที่อโคจร มีทั้งแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และผู้หญิงค้าบริการ อีกทั้งด้วยอายุอานามของน้องชายยังเด็กเกินกว่าจะมาเที่ยวในสถานที่แบบนี้
ชายหนุ่มเคยบอกกับตัวเองว่า ถ้าหากทุกอย่างลงตัว เขาเองนี่แหละที่จะเป็คนพาน้องชายมาเที่ยวเปิดหูเปิดตาด้วยตัวเอง ยิ่งคิดถึงเขาก็ได้แต่ฝืนยิ้มให้กับตัวเอง เพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า มันไม่มีวันนั้นแล้ว
หากภูชิสส์คือคนที่เงียบขรึมแล้ว ภูมิพัฒน์ หรือเต้ย น้องชายคนสุดท้องของบ้านอัครวัชรโยธิน เขาจะเป็คนที่มีบุคลิกที่ตรงกันข้ามกับพี่ชายอย่างสิ้นเชิง ด้วยความที่เป็คนร่าเริง ยิ้มง่าย เขาเกิดมาทีหลังชายหนุ่มถึง 12 ปี ในตอนนั้นพ่อกับแม่ของตนยังคงทำงานประจำ ยังไม่ได้เริ่มประกอบธุรกิจรับออกแบบและก่อสร้างบ้านอย่างในปัจจุบัน ทำให้เด็กชายภูชิสส์ใน่เวลานั้น ต้องช่วยดูแลน้องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ การป้อนข้าวตุ๋น ป้อนนม อาบน้ำ ปะแป้ง ทุ่มเทเวลาในการดูแลน้องเป็อย่างดี พอโตขึ้นมาหน่อย เริ่มเดินได้ เด็กน้อยก็ยิ่งตามติดพี่ชาย ไปไหนก็ไปด้วยกันอยู่เสมอ จนใครๆ เริ่มมองว่าเหมือนคุณพ่อวัยใสที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน มักจะกระเตงลูกน้อยไปด้วยกันเสมอ แต่ภูชิสส์ก็หาได้สนใจสายตาและคำพูดของคน ยิ่งเมื่อครอบครัวของตนประกอบธุรกิจใหม่จนเข้าที่เข้าทางและประสบความสำเร็จ ภูมิพัฒน์จึงเป็เด็กที่มักจะได้ทุกสิ่งที่ตนเอง้าจากคนในครอบครัว หากแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
แผ่นพับโฆษณาของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ฮอนด้า รุ่น CBR1000RR ที่น้องชายนำมาให้เขาดูในวันหยุดสุดสัปดาห์ มาพร้อมกับแววตาออดอ้อนเป็ประกายถึงความอยากได้ อีกทั้งยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะขี่รถคันนี้ไปเรียนเพียงอย่างเดียว เมื่อรวมเข้ากับผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ อีกทั้งพฤติกรรมที่ไม่ออกนอกลู่นอกทาง มันเลยทำให้เขาพิจารณาและคิดทบทวนดีแล้วจึงตัดสินใจออกรถคันที่น้องชายอยากได้ให้ไว้ใน สีหน้าที่ดีใจอย่างมากของภูมิพัฒน์เมื่อเห็นรถคันที่ตนเองอยากได้นั้นมาจอดอยู่ที่โรงจอดรถของที่บ้านยังคงเป็ภาพติดตาเขาอยู่ไม่เลือนหาย
ข้อนี้ชายหนุ่มยอมรับว่าตัวเองผิดพลาดเป็อย่างมากที่ไม่รู้มาก่อนเลยว่า หลังจากวันนั้นน้องชายเริ่มมีกลุ่มลับนัดแข่งรถเพื่อเอาเงินรางวัลโดยเฉพาะ กว่าจะรู้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะมารู้เอาในวันที่ภูมิพัฒน์ ผู้เป็น้องชายหมดลมหายใจ บริเวณถนนหลวงตัดใหม่ ไม่ไกลจากบ้านที่พักเท่าไหร่นัก เด็กหนุ่มที่ยิ้มง่าย ร่าเริงคนนั้น เสียชีวิตลงด้วยความประมาท อยากได้เงินเดิมพัน ทั้งๆ ที่เงินก้อนนั้นมันก็ไม่ได้มากมายอะไรนักเลย ถ้าหากว่าน้องชายเอ่ยขอ เขาก็พร้อมที่จะให้อยู่แล้ว
เพล้ง!!
แก้วเบียร์แตกคามือของภูชิสส์ เสียงของแก้วที่แตกนั้นสามารถเรียกความสนใจของคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลให้หันกลับมามองได้ ซึ่งรวมไปถึงมธุรสที่กำลังเดินไล่แจกสินค้าตัวอย่าง ‘ถุงยางอนามัย’ ออกใหม่ที่ตัวของเธอเองนั้นรับงานพิเศษนี้ต่อมาจากนรมนเพื่อนสนิท
ชายหนุ่มสะบัดมือเร็วๆ อย่างลืมตัว คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าวันนี้จะเผลอออกแรงบีบแก้วในมือจนแตกได้ ก่อนที่จะสายตาของเขาจะประสานเข้ากับสายตาของหญิงสาวร่างเล็กมัดผมยาวแบบหางม้าที่ตอนนี้ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาพอดี
“น้องๆ” ภูชิสส์ไม่เรียกเปล่า พลางกวักมือให้เธอเดินเข้าไปหาใกล้ๆ
มธุรสที่ในตอนนี้ถือถาดสีเงินใบเล็กเดินแจกสินค้าตัวอย่างให้กับบรรดานักท่องราตรีชาย ทำหน้างงๆ พลางเหลียวซ้ายแลขวาหันไปมองรอบตัวอย่างไม่แน่ใจว่าลูกค้าที่ยืนตรงหน้านั้นเรียกหาใคร ก่อนที่จะเอ่ยถามชายหนุ่มอีกครั้ง
“คุณเรียกฉันเหรอคะ?”
“ใช่..เรียกเรานั่นแหละ ไปเอาแก้วใบใหม่มาให้ใบนึงสิ”
“ไปเอาแก้ว..” หญิงสาวทวนคำช้าๆ “เออ..ขอโทษนะคะ พอดีว่าดิฉันไม่ใช่พนักงานของที่นี่ และตอนนี้ก็กำลังทำงานอยู่ รบกวนคุณเรียกพนักงานของร้านก็แล้วกันนะคะ” มธุรสเชิดหน้าตอบ ก่อนจะเดินหมุนตัวออกไปให้ห่างจากโต๊ะของคู่สนทนา
“แล้วยูนิฟอร์มที่ใส่นี่คืออะไร?” ภูชิสส์สวนขึ้นมาทันควัน ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า หากแต่ยังใช้สายตามองไล่มองลงไปั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว ติดกระดุมคอบน ผูกหูกระต่ายเล็กๆ สีดำ แถมด้วยกางเกงขาสั้นสีดำแค่คืบเดียวแทบจะปิดอะไรเอาไว้ไม่มิด สวมถุงน่องบางสีดำเพื่อเสริมให้เรียวขาดูเพรียวยาว ส่วนจะขาวหรือเปล่านั้นเขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าในผับแห่งนี้ค่อนข้างมืด แสงไฟที่มีมันก็วูบไหวเสียอีก แต่ที่แปลกใจมากที่สุดนั่นก็คือ มืดขนาดนี้ คนเยอะขนาดนี้ ใส่ส้นสูงแหลมเดินได้นี่ ถือว่าเก่งมาก หรืออาจจะเป็ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของผู้หญิงก็เป็ได้
“พนักงานที่นี่ เค้าก็แต่งยูนิฟอร์มแบบนี้กันทุกคนไม่ใช่เหรอไง?”
มธุรสหน้าเสีย แถมอยากจะเอาถาดฟาดหัวตัวเองเสียจริงๆ เลยหลงลืมไปได้อย่างไรกัน วันนี้เธอมาแจกสินค้าตัวอย่างแทนเพื่อนสาวที่ผับชื่อดัง โดยที่จำเป็ต้องแต่งตัวให้เป็แนวเดียวกับทางร้านซึ่งเป็กฎที่ร้านตั้งขึ้นมา
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเอาแก้วใบใหม่มาให้ แต่อยากจะแนะนำนะคะว่า คราวหน้ากรุณาอย่าพาเด็กมาด้วยนะคะ มันดูไม่เหมาะสม” มธุรสบอก ใจจริงอยากจะด่ามากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ที่เห็นผู้ชายคนนี้พาเด็กนักศึกษาที่หน้าตาดูยังไงก็ไม่น่าจะเกิน19 เข้ามาเที่ยวในผับ แต่ก็อย่างว่าผับนี้ดัง คนมีเงินชอบมาเที่ยว อาจจะเข้ามาได้เพราะวีไอพี หรืออะไรก็ช่างเถอะ มันก็ไม่เกี่ยวกับกับเธออยู่แล้ว อีกอย่างถ้าขืนพูดอะไรมากเกินไปแล้วถูกคอมเพลนมามันก็คงจะดูไม่ดี งานจะหาย เงินจะหด ไม่ได้เด็ดขาด
ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อขอแก้วใบใหม่ให้กับคุณลูกค้าหนุ่มกิตติมศักดิ์คนนั้น เธอก็พลันได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
“เดี๋ยวก่อนครับพี่”
มธุรสหมุนตัวกลับไปตามเสียงเรียก เธอเห็นหนุ่มน้อยเดินตรงเข้ามาหา แถมยังทำหน้าตื่นเต้นใอย่างเห็นได้ชัด
“พี่เห็นผมด้วยเหรอครับ?”
“เห็นสิคะ ถามอะไรแปลกๆ แล้วคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นน่ะเป็คุณพ่อของน้องหรือเปล่าคะ แต่พี่ขอเตือนเราหน่อยนะคะว่า สถานที่แบบนี้ไม่ใช่ที่ๆ เด็กจะมาเที่ยวเล่น ถึงแม้ว่าจะมีผู้ปกครองมาด้วยก็ตาม มันก็ไม่ดีนะคะรู้ไหม”
เด็กหนุ่มหัวเราะ เอามือเกาหัวแก้เก้อ พลางนึกในใจ ‘เออนะ.. ตอนเป็คนก็โดนบ่น ตอนเป็ผีก็ดันโดนบ่นอีกแฮะ’
“เอาเป็ว่า เดี๋ยวพี่จะรีบบอกให้พนักงานเอาแก้วใบใหม่ไปให้คุณพ่อของน้องก่อนก็แล้วกันนะคะ พี่จะได้รีบไปทำงานต่อ ขอตัวก่อนนะคะ” มธุรสรีบพูดตัดบทเพราะไม่อยากเสียเวลาทำงาน เนื่องจากว่าการที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อนเร็วหรือช้านั้น มันขึ้นอยู่กับสินค้าด้วยว่าแจกหมดหรือยัง
“เดี๋ยวก่อนครับ” คู่สนทนารีบพูดสวนขึ้นมา ก่อนที่จะเอื้อมมือไปคว้าท่อนแขนของหญิงสาวให้หันมาคุยต่ออย่างลืมตัว หากแต่มือของเขานั้นทะลุผ่านแขนเรียวไปโดยที่เธอไม่ทันสังเกตเห็น
“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เออ..ผมชื่อเต้ยครับพี่ ส่วนผู้ชายที่นั่งดื่มอยู่ที่โต๊ะไม่ใช่พ่อผมนะครับ แต่ว่าเขาเป็พี่ชายผม ชื่อพี่เต้ แล้วพี่ชื่ออะไรครับ เผื่อวันหน้าเราอาจได้เจอกันอีก” ภูมิพัฒน์รีบออกตัวให้ไว เพราะเขารู้อยู่แล้วว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน
“พี่ชาย..” มธุรสทวนคำกลั้วหัวเราะ บุคลิกที่เห็นนี่แก่กว่าคำว่าพี่ชายไปไกลหลายขุมมาก “พี่ชื่อหวาน น้ำหวานนะ แต่พี่คิดว่าเราคงไม่น่าจะได้เจอกันแล้วล่ะ”
พูดจบหญิงสาวก็เดินออกไปที่เคาน์เตอร์เพื่อบอกให้พนักงานของทางร้านให้นำแก้วเปล่ามาให้ที่โต๊ะของภูชิสส์ ซึ่งคนที่นำเอามาให้นั้นต้องเป็พนักงานของทางร้านไม่ใช่เธอ
ภูมิพัฒน์นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ข้างภูชิสส์ พลางมองไปยังผู้คนรอบๆ ตัวอย่างสนุกสนาน โยกศีรษะตามจังหวะเข้ากับเพลง ก่อนที่จะเบนสายตามองไปยังพี่ชายที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“พี่หวาน น่าสนใจดีนะครับ”
ผู้เป็น้องชายพูดยิ้มๆ หากแต่คนที่เขา้าสื่อสารด้วยนั้นกลับไม่ได้ยินเสียงที่เขาพูดขึ้นเมื่อครู่ ในเวลาที่ไม่นานนัก พนักงานเสิร์ฟคนใหม่ได้นำแก้วเปล่ามาเปลี่ยนให้แทนแก้วที่แตกไปเมื่อครู่ ภูชิสส์ค่อยๆ รินเบียร์เย็นลงไปอีกครั้งอย่างช้าๆ หากแต่สายตาของเขายังคงพยายามสอดส่องมองหาพนักงานสาวตัวเล็ก แต่ก็หาไม่พบ