หลังจากที่รับรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นเพียงภาพจำลองที่ไม่มีเนื้อหนังมังสา ไม่อาจสัมผัสหรือจับต้องได้จริง
ชายหนุ่มที่เผลอคาดหวังเอาไว้โดยไม่รู้ตัวก็รู้สึกเหมือนบางสิ่งถูกพรากไปอย่างเงียบงัน มันไม่ใช่ความผิดหวังที่รุนแรง หากเป็นความเสียดายที่แทรกซึมอยู่ในจิตสำนึก คล้ายคนที่ยื่นมือออกไปแตะต้องแสงอรุณ แล้วพบว่ามันเป็นเพียงเงาสะท้อนบนผิวน้ำเท่านั้น
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา สุดท้ายก็ทรุดตัวนั่งลงเบื้องหน้าเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพของตนเอง
ต้นไม้เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ยังคงตั้งตระหง่านกลางมิติจำลอง รากสีม่วงทองแผ่ขยายเป็นเครือข่ายลึกลงไปในพื้นพิภพแห่งจิตสำนึก ใบไม้สีทองสะท้อนแสงเป็นระลอก ราวกับกำลังหายใจไปพร้อมกับเขา
หวงเยี่ยเงยหน้ามองมันอย่างเงียบงัน ความคิดมากมายหมุนวนอยู่ภายใน
หญิงสาวที่มองอยู่ไม่ไกลเผยรอยยิ้มอันเย้ายวนอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเข้ามานั่งลงเคียงข้างผู้เป็นนายอย่างสงบ
“คิดอะไรกันอยู่คะโฮสต์?”
นางเอนตัวเข้ามาเล็กน้อย ดวงตาลึกซึ้งจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างใกล้ชิด
“หรือว่าเสียดายที่ไม่ได้ตอกข้าคนสวยสดๆกัน?”
คำพูดถูกปล่อยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ ทำให้หวงเยี่ยต้องสะดุ้งโหยงขึ้นอีกครา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที
“พูดบ้าอะไรของเจ้ากัน!”
“ข้าหวงเยี่ยเองก็ไม่ได้คาดหวังสิ่งใดทั้งสิ้น อย่ามากล่าวหามั่วๆนะ!”
“แล้วอันที่จริงไปเอาคำพูดหยาบโลนแบบนั้นมาจากไหนกันเนี่ย?!”
เขารีบพูดปฏิเสธทันควัน น้ำเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายใน แน่นอนว่าเขาไม่มีทางยอมรับ
หญิงสาวมองภาพนั้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง
ดวงตาของนางทอดมองชายหนุ่มอย่างรักใคร่ คล้ายกำลังชมความน่ารักของเด็กน้อยที่พยายามปกปิดความจริง
หวงเยี่ยทำได้เพียงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้จริงจัง
“ตอนนี้เรามาโฟกัสเรื่องเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์นี้ก่อนดีกว่า”
น้ำเสียงของเขากลับมามั่นคงขึ้น สายตาหันไปยังต้นไม้ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
“อย่างแรกที่ข้าสัมผัสได้เลยก็คือ.. เจตจำนงระดับเทพนี้แตกต่างไปจากเจตจำนงระดับจักรพรรดิอย่างสิ้นเชิง!”
“รากไม้ของมันดูแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมนับหลายสิบเท่า ไม่เพียงแต่ความหนาแน่นของพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่โครงสร้างของมันยังมั่นคงราวกับหลอมรวมเข้ากับกฎเกณฑ์ของจักรวาลโดยตรง ความรวดเร็ว รวมถึงปฏิกิริยาการตอบสนองของมันก็เข้าขั้นไร้เทียมทาน!”
“เพียงแค่ข้าคิด.. พลังของมันก็สามารถเคลื่อนไหวได้ในเสี้ยววินาที ราวกับไม่มีระยะห่างระหว่างความคิดกับการกระทำ!”
หญิงสาวพยักหน้ารับ
“อย่างที่สอง.. เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีคุณสมบัติในการดูดกลืนพลังวิญญาณจากสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต! ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรมังกร เผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือแม้แต่ภูเขาและสายแม่น้ำลำธารที่มีพลังวิญญาณสะสมอยู่”
“รากไม้ของมันก็สามารถแทรกซึมเข้าไปดึงเอาพลังนั้นออกมาได้ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว!”
“เมื่อพลังวิญญาณของพวกมันถูกลดทอน การเชือดสังหารย่อมกลายเป็นเรื่องง่ายดาย!”
หญิงสาวยังคงมองเขาด้วยแววตาชื่นชม
“อย่างที่สามคือคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพ เพราะข้าสัมผัสได้อย่างชัดเจน ตราบใดที่เจตจำนงระดับเทพภายในกายยังคงเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า ต่อให้แขนขาถูกตัดขาด หรือโดนการโจมตีที่รุนแรงจนเกิดบาดแผลสาหัสทั่วร่าง ข้าก็สามารถฟื้นคืนสภาพได้!”
“แม้จะต้องใช้เวลา แม้จะต้องอาศัยพลังวิญญาณเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ในการฟื้นคืน”
“แต่ตราบใดที่ยังมีพลังเหลืออยู่.. ข้าหวงเยี่ยก็จะไม่มีทางตกตายในการต่อสู้!”
ชายหนุ่มสรุปอย่างชัดเจน
“กล่าวได้ว่ามันคือการฟื้นคืนสภาพด้วยความเร็วสูงที่ผูกโยงกับรากฐานแห่งจิตวิญญาณ!”
หญิงสาวพยักหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงงดงาม ทว่าหวงเยี่ยยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น สายตาของเขากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง
“สำหรับอย่างที่สี่..”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังจับความรู้สึกที่ลึกที่สุด
“ข้ารู้สึกว่าพลังของเจตจำนงระดับเทพนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้”
“มันเหมือนกับว่ายังมีบางสิ่งซ่อนอยู่ภายใน เหมือนกับว่ามันยังสามารถทำอะไรได้อีกมากกว่าที่รับรู้ในตอนนี้!”
“เฉกเช่นเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์.. อาจให้การออกผลเป็นสมุนไพรวิญญาณ?”
คำถามสุดท้ายถูกกล่าวออกมาอย่างจริงจัง พร้อมกับสายตาของเขาที่เปล่งประกายด้วยความคาดหวัง
ขณะเดียวกัน หญิงสาวที่นั่งเคียงข้างยังคงเผยรอยยิ้มอันเย้ายวน ราวกับรู้คำตอบอยู่ในใจแล้ว
ก่อนที่นางจะเคลื่อนกายเข้าใกล้อีกเล็กน้อย สายตาอ่อนหวานทอดมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีฟ้าสว่างของเขา แววประกายภายในดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังเปล่งรัศมีอยู่กลางห้วงจิต นางเผยรอยยิ้มละมุนแล้วเอ่ยตอบ
“ใช่แล้วค่ะนายท่าน!”
“ลองเอาดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพมาให้เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์กลืนกินดูสิคะ?”
“แล้วจะได้รับรู้ว่าเทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง!”
ถ้อยคำดังกล่าวประหนึ่งประกายไฟ ทำให้สติและองค์ความรู้ของชายหนุ่มพลันลุกโชนขึ้นในชั่วอึดใจ
หวงเยี่ยเบิกตากว้าง ความตื่นเต้นพาดผ่านสีหน้าอย่างปิดไม่มิด
“นั่นสินะ เป็นอย่างที่เจ้าพูดจริงๆด้วย”
“เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์นี้มีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งจริงๆด้วย”
“มันก็คือพลังอำนาจในการคัดลอกสมุนไพรทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องถนน หรือหาได้ยากตามสภาพแวดล้อมที่อันตราย ตราบใดที่เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์ยังคงเปล่งแสงสว่างเหมือนต้นไม้โลก มันก็สามารถ..”
ไม่รอช้า หวงเยี่ยยกมือข้างที่สวมแหวนมิติขึ้น ก่อนที่ดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพจะถูกเคลื่อนย้ายเข้ามายังห้วงจิตสำนึกส่วนลึกสุดในทันที กลีบดอกสีเพลิงแฝงประกายสายฟ้าสั่นไหวอย่างทรงพลัง
ทันทีที่มันปรากฏ เจตจำนงระดับเทพก็พลันตอบสนอง กิ่งก้านมากมายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วประหนึ่งเถาวัลย์ที่ตื่นจากนิทราลำต้นเรืองแสงส่องประกายเข้มข้นยิ่งขึ้น ก่อนที่รากและเถาจะพุ่งเข้าหาดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพ แล้วโอบล้อมกลืนกินมันอย่างไม่ลังเล
ภาพดังกล่าวทำให้หวงเยี่ยถึงกับสั่นสะท้าน
“สัมผัสได้เลย!”
“ข้าสัมผัสได้เลยว่าเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับเทพนี้กำลังคัดลอกดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพ”
เขาเอ่ยด้วยเสียงตื่นเต้น หัวใจเต้นแรงราวกับกำลังเผชิญสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต ทำให้หญิงสาวเผยยิ้มหวาน ดวงตาเป็นประกายลึกซึ้ง
“ไม่ใช่คัดลอกคะโฮสต์ แต่เป็นการสรรสร้างใหม่ตามรูปแบบเดิมตังหาก สมมุติว่าพลังวิญญาณของโฮสต์มีมากกว่านี้หลายร้อยเท่า เทพพฤกษาบัญญติดาราศักดิ์สิทธิ์จะสามารถสรรสร้างดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพออกมาได้หลายสิบดอกเลยเชียวละ”
“แต่ด้วยพลังวิญญาณของโฮสต์ตอนนี้.. คงต้องใช้เวลาไปซักหน่อยในการสรรสร้างดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพชิ้นใหม่!”
คำอธิบายนั้นชัดเจน ทำให้หวงเยี่ยพยักหน้ารับและรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
ขณะที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็ยิ่งเปล่งรัศมีเข้มข้นมากขึ้น
กิ่งก้านที่เพิ่งกลืนกินดอกบัวไปกำลังสั่นไหวอย่างเป็นจังหวะ คล้ายกำลังย่อยสลายและทำความเข้าใจโครงสร้างพลังงานของสมุนไพรชั้นสูงชิ้นนั้น พลังเพลิงและอัสนีถูกหลอมรวมเข้ากับลวดลายสีมรกต เกิดเป็นกระแสไหลเวียนใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
“หึหึ หมายความว่าข้าจะมั่งคั่งร่ำรวยแล้วสินะ?”
“ไว้ค่อยสร้างดอกบัวเพลิงอัสนีแก่นพิภพได้ซักห้าดอก แล้วเราค่อยเอาพวกมันไปขายละกัน”
“เพราะถือว่าเป็นการสร้างรากฐานแห่งความมั่งคั่งอันไม่มีที่สิ้นสุดนี่เนอะ?”
ขายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้น ดวงตาฉายประกายวาววับและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่เริ่มก่อรูป
“โฮสต์นี่ช่างคิดไกลจริงๆ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณ. หากคิดจะสร้างมากมายก็ต้องมีรากฐานรองรับให้มั่นคงเสียก่อน!”
หวงเยี่ยก็รับฟังอย่างเข้าใจ แล้วจ้องมองไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังส่องแสงสว่างราวต้นไม้โลก
ภายในกิ่งก้านเริ่มก่อรูปพลังงานรูปทรงคล้ายดอกบัวอย่างช้าๆ กลีบเพลิงสีแดงเข้มผสานประกายสายฟ้าถูกหล่อหลอมขึ้นจากแก่นพลังวิญญาณของเขาเอง ทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง เหมือนกำลังได้เห็นขุมทรัพย์ที่ไม่มีวันเหือดแห้งเลยก็ว่าได้
“อันที่จริงข้าสนใจความสามารถอีกสองสามอย่างเสียมากกว่า.. ไว้มีโอกาสค่อยใช้มันกับไอ้พวกเวรตระกูลจินละกัน”
..
ตอกสดๆ?!!