บทที่ 27
กระเป๋ามิติ
[ ยินดีด้วยท่านปลดล็อคฟังก์ชั่นกระเป๋ามิติ ]
[ ท่านจ่ายแต้มความดีแปดร้อยแต้มในการแลก ]
ซูฉีหลุดออกมาจากห้วงภวังค์ เปลือกตาของนางลืมเปิดขึ้นพบว่าทางนอกนั้นใกล้สว่างแล้ว กลิ่นอาหารลอยจากด้านนอกเข้ามาด้านใน
“ คุณหนูเ้าคะอาหารเสร็จแล้วมาทานเถอะเ้าค่ะจะได้พักผ่อน ” เสียงบ่าวรับใช้คนสนิทดังเข้ามาจากด้านนอก
พวกนางทั้งสองเพิ่งกลับมาจากการทำงาน ตอนนี้กำลังจะจัดเตรียมอาหารเช้าก่อนจะนอนพักผ่อน
ซูฉีลุกเดินออกไป แต่ขณะที่ตนกำลังลุกขึ้นดวงตาของนางกลับไปสังเกตุเห็นบางอย่าง
นางสังเกตุเห็นว่าบริเวณหลังฝ่ามือมันมีปานปริศนาสีฟ้าปรากฏขึ้น “ เอ๋? ”
ซูฉียกมือของตนขึ้นมาดูสังเกตใกล้ จึงมองเห็นว่าปานสีฟ้าที่มันปรากฏขึ้นมามันเป็สัญลักษณ์จันทราสีฟ้า ก่อนหน้านี้จำได้ว่ามันไม่มีของสิ่งนี้ปรากฏขึ้น
ซูฉีมองอย่างประหลาดใจ นิ้วมือของนางเริ่มถูไปมาบริเวณปราณปริศนาที่ปรากฏ แต่ว่าออกแรงถูมากเท่าไหร่มันก็ไม่หายไป
“ ไม่หายไป… นี่มันอะไรกันก่อนหน้านี้ยังไม่มีเลย ”
แต่ในขณะที่ถูกไปมาดูอยู่ๆ “ เอ่!!! ”
แสงวูบนึงปรากฏขึ้นมา ฝ่ามือของนางปรากฏช่องว่างเล็กๆขึ้นอย่างน่าประหลาด ซูฉีมองมันอย่างตกตะลึง
ในขณะเดียวกันไม่กี่ลมหายใจต่อมานางก็ทำความเข้าใจได้ “ เ้านี่เป็ช่องว่างมิติ… ”
กระเป๋ามิติตามนิยายที่นางเคยอ่านมาก็เป็ มันช่างน่าประหลาด เป็เหมือนช่องว่างเล็กๆที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยที่ไม่มีแก่นสาร
หลังจากใช้ดวงตามองดูไม่สามารถหาคำตอบกับมันได้อย่างชัดเจน
[ กระเป๋ามิติของท่านสามารถบรรจุสิ่งของได้ยี่สิบกิโล ]
ภาพข้อความปรากฏขึ้นมาภายในหัว หลังจากที่มันปรากฏขึ้นมาแล้วซูฉีจึงยืนยันได้
“ เป็ช่องว่างของกระเป๋ามิติจริงๆ แสดงว่ามันสามารถใช้งานได้สินะ ” ซูฉีมองหาของรอบกายของนางเพื่อพยายามจะทดสอบ
มองไปมองมาจึงไปมองเห็นว่ามันมีถ้วยน้ำชาถ้วยนึงที่ตั้งอยู่ตรงโต๊ะใกล้ๆ นางเดินไปและยื่นมือหยิบมัน
ใช้ฝ่ามือของตนหยิบถ้วยน้ำชานั้นขึ้นและก็ใส่เข้าไปภายในกระเป๋ามิติ สิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าอัศจรรย์เป็อย่างมาก เพราะว่าถ้วยน้ำชามันถูกดูดเข้าไปภายในช่องว่างมิติที่ปรากฏขึ้นอย่างน่าประหลาด
“ ถูกดูดเข้าไปแล้วไม่คิดเลยว่ามันจะสามารถใช้งานได้จริงๆ ” มันอยู่เหนือความคิดของซูฉีผู้ใดจะคิดว่าช่องว่างมิติมันจะสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแบบนี้
[ กระเป๋ามิติระดับหนึ่งสามารถเก็บของได้ยี่สิบกิโล ]
[ ถ้าจะทำการพัฒนากระเป๋ามิติจำเป็จะต้องใช้แต้มความดีเพิ่ม ]
[ การพัฒนากระเป๋ามิติไปสู่ระดับสองจำเป็จะต้องใช้แต้มความดีหนึ่งพันแต้ม ]
ตัวอักษรปรากฏขึ้นมาภายในหัวอีกครั้ง เป็สิ่งที่ยืนยันได้ว่าปัจจัยการ้าแต้มความดีของนางมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนแรกลำพังเพียงแค่แต้มความดีที่ได้รับมาแรกและใช้กับการแปรเปลี่ยนเป็พลัง หนึ่งพันแต้มความดีนางคงจะใช้พลังิญญาพวกนั้นใดเป็เดือน
แต่ว่าตอนนี้ถ้าอยากจะพัฒนาความสามารถของตน มันก็ต้องใช้แต้มความดีมากขึ้น
“ ดูเหมือนว่าจะต้องพยายามขึ้นอีกแล้วสินะ ” ซูฉีในตอนแรกคิดว่าตนนั้นสามารถสร้างบ่อน้ำความดีได้ การเก็บเกี่ยวตามความดีจังง่ายดายและสามารถใช้เท่าไรก็ไม่หมด
แต่ในตอนนี้แตกต่างออกไป เมื่อรู้ว่าตนเอง้าปัจจัยในการใช้มากขึ้น มันก็ทำให้นางจำเป็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรในการหาแต้มความดีเพิ่ม
ยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะเดินมุ่งตรงออกไปทานอาหารและพักผ่อน
…
ผู้ใดจะคาดคิดยามนี้เข้าสู่เดือนเก้า
ซูฉีที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว นางเริ่มสนิทกับคนภายในเมืองมากขึ้น ซูฉีหมั่นทำความดีช่วยเหลือผู้อื่นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ผู้คนภายในเมืองเอ็นดูนางเป็อย่างมาก
ในขณะเดียวกันหน้าที่การงานภายในโรงสุราก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว บ่อน้ำความดียังคงเก็บเกี่ยวแต้มความดีอย่างต่อเนื่อง
ซูฉีมีเหตุผลที่ต้องใช้แต้มความดีในการใช้งานมากขึ้นอีก สุราที่นางผลิตขึ้นมามักจากพลังิญญา ผู้คนมากมายภายในเมืองชื่นชอบเป็อย่างมาก มันขายดีและทำกำไรให้กับนางได้มากมาย
อุปสรรคภายในเมืองไม่ปรากฏ ไม่มีผู้ใดเข้ามาโจมตีเมืองแห่งนี้ กองทัพเกราะดำปักหลักอยู่ที่เมือง สตูลผู้ใดก็คงจะไม่กล้าย่างกายเข้ามา
บ่อน้ำความดีที่นางสร้างขึ้นผู้คนมากมายมีโอกาสได้ใช้พวกมัน เมืองแห่งนี้ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากบ่อน้ำถูกสร้างจนเสร็จ
พื้นดินหลายพื้นที่แห้งเหือดโดนเติมเต็มด้วยความชื้นภายในอากาศ เมืองแห่งนี้ในตอนแรกที่เป็เมืองแห้งแล้งเป็เพราะว่ามันไม่มีความชื้น
ตามหลักความเป็จริงแล้วเพราะว่าเมืองรอบๆไม่มีทางน้ำหรือว่าไม่มีบ่อน้ำ มันเลยทำให้พื้นดินค่อนข้างจะแห้งเหือดถ้าไม่มีฝนตกลงมา
กลายเป็ว่าที่ดินแถบนี้มันก็เลยกลายเป็ที่ดินที่แห้งล้างไปโดยปริยาย แต่เมื่อมีน้ำเชื่อมโยงมาถึงเมืองแห่งนี้ มันจึงทำให้พื้นดินบางส่วนเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น
ซูฉีอยู่ภายในเมืองมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง นางมองเห็นถึงการก้าวหน้าและการพัฒนาของเมืองแห่งนี้
ตอนนี้ภายในใจของนางก็เริ่มคิดหนัก นางอยู่อาศัยที่เมืองแห่งนี้จนชินไปแล้ว ถ้าเกิดว่าย้ายไปเมืองอื่นไม่รู้ว่านางจะสามารถใช้ชีวิตแบบนี้ได้หรือไม่
เเล้วก็ที่ดินภายในเมืองแห่งนี้มีราคาถูก หลังจากพยายามมานานทำการค้าขายและทำงานสารพัด พวกนางทั้งสองนายบ่าวยามนี้ได้เงินมาก้อนหนึ่ง โดยเงินก้อนนั้นสามารถซื้อที่ดินได้
ที่ดินภายในเมืองชายแดนมีราคาถูกกว่าที่ดินภายในเมืองหลวง ตกแล้วที่ดินภายในชายแดนแห่งนี้ถ้าเป็ที่ดินผืนเล็กๆก็อาจจะมีราคาอยู่สักประมาณหนึ่งร้อยตำลึงเงิน
ซูฉีเลยคิดว่าบางทีปักหลักที่เมืองแห่งนี้ก็ไม่แย่ ถ้าเกิดนางนำเอาเงินของตนเองมาซื้อที่ดินภายในเมืองแห่งนี้และลงทุนอาจจะได้กำไรดีก็ได้
วันหยุดอันแสนธรรมดาที่เรียบง่าย
ซูฉีเดินเตร่ๆอยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ในวันนี้เป็วันหยุดของนาง มีพ่อค้ามากมายเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้หลังจากได้ยินเื่สุราชั้นยอดภายในโรงสุราจื่อ
“ คุณหนูเ้าคะท่านจะไปไหนอย่างงั้นหรือเ้าคะ? ” ลี่ถังบ่าวรับใช้คนสนิทที่โดนติดตามอยู่ด้านหลังพูดขึ้น
สตรีทั้งสองนางกำลังเดินไปทั่วทั้งเมือง โดยลี่ถังก็ไม่มั่นใจว่าคุณหนูของนางจะเดินทางไปที่ไหน คุณหนูของนางออกมาั้แ่ในยามเช้าและก็เดินไปเรื่อยๆแบบนี้มาหลายชั่วยามแล้ว
“ ข้ากำลังเดินดูเมืองแห่งนี้อยู่ ”
“ พวกเราเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งแล้วเลยกำลังมองหาที่ดิน ”
“ มองหาที่ดินหรือว่าคุณหนูคิดจะซื้อที่ดินเ้าค่ะ ” นางรีบสาวเท้าก้าวมาใกล้คุณหนูของนางแสดงใบหน้าประหลาดใจ
นางรู้อยู่ว่าส่วนแบ่งที่ได้จากการค้าขายด้วยน้ำพักน้ำแรงของคุณหนูมากพอสมควร แต่ว่าไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะมากขนาดที่พอจะซื้อที่ดิน
“ เพียงแค่ดูเท่านั้นข้าอยากจะดูว่าเมืองแห่งนี้มีที่ดินน่าสนใจหรือไม่ ”
“ เ้าดูสิพ่อค้าพวกนี้เดินทางมาที่เมืองแห่งนี้ แสดงว่าเมืองแห่งนี้เริ่มจะเป็ที่รู้จักแล้วในตอนแรกเป็เพียงแค่เมืองชายแดนไร้ชื่อ ” นางใช้นิ้วมือของตนชี้ไปที่พวกพ่อค้าที่เดินเตร่อยู่บนถนน
“ คนพวกนี้เดินทางมาก็เพราะคุณหนูไม่ใช่หรือเ้าคะ พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับเื่สุราชั้นยอดที่คุณหนูหมักขึ้นมา ”
“ นั่นแหละเป็การดีเป็การยืนยันว่าเมืองแห่งนี้บางทีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามันอาจจะเป็ที่รู้จักมากขึ้นก็ได้ ”
“ ตอนนี้ที่ดินภายในเมืองมันยังมีราคาถูกอยู่ ข้าเลยคิดว่าจะใช้เงินส่วนที่เหลืออยู่ซื้อที่ดินมาสักหน่อย ”
“ เงินพวกนั้นเก็บเอาไว้พวกเรามีแต่เป็อันตราย ” นางหันไปกระซิบกับลี่ถัง
เพราะตามความเป็จริงแล้ว พวกนางเป็สตรีสองคนถือเงินจำนวนมากนับร้อยตำลึงเงินเอาไว้กับตัว ไม่รู้ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น สู้นำเอาเงินพวกนั้นมาบริหารจัดการเป็การลงทุนดีกว่า
หลังจากนั้นเดินอยู่บนถนนสักพักซูฉีเดินออกไปจนถึงเขตนอกเมือง พบเจอเข้ากับสถานที่แห่งหนึ่งที่น่าสนใจ
จบบท