เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 52 มารร้าย

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงกลับไม่ใช่คนที่ถูกกระทำแล้วจะไม่เอาคืนเกี่ยวกับการโจมตีที่มาจากพลปืนไฟ ถึงแม้เขาจะไม่หวาดกลัวแต่ก็ยังอดที่จะรำคาญใจไม่ได้

             

            ในเมื่อมีคนหวังที่จะเอาชีวิตเขา เช่นนั้นเขาก็ขอน้อมส่งพวกเขาไปโลกหน้าเลยก็แล้วกัน!

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงสาดแววตาเย็นเยียบจนไม่ต่างจากการตัดสินประหารพลปืนไฟพวกนี้

             

            เมื่อนักพรตชิงฮวางตายแล้วกระบี่ของเขาก็ถูกทิ้งเอาไว้บนพื้น

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงขยับมือเพื่อดูดกระบี่วิเศษเล่มนั้นเข้ามาไว้ในมือ

             

            กระบี่ถูกชักออกจากฝัก กระบี่วิเศษได้คำรนแผ่วเบา!

             

            ประกายกระบี่เพียงสั่นไหวหัวมนุษย์พลันถูกตัดจนลอยกระเด็นไปนับไม่ถ้วน แยกย้ายกันร่วงหล่นลงสู่พื้น!

             

            พลปืนไฟหลังจากที่ถูกเจวี๋ยหวู่หมิงเข้าประชิดตัว ก็เหมือนกับพยัคฆ์หลุดเข้าไปในฝูงแกะพริบตานั้นพลันเกิดการเข่นฆ่าสังหารหมู่ขึ้นมา!

             

            “จอมพลัง ส่งกองพลจอมพลังเข้าไปหยุดมันเอาไว้!”

             

            ระหว่างนั้นก็ได้มีการเริ่มระดมพลกันขึ้น

             

            ฉู่อิงที่อยู่ท่ามกลางองค์รัชทายาทอีกหลายคนที่ไม่ได้รับการยอมรับมากนักแม้ในมือจะมีกำลังพลแต่ก็ยังมีเพียงแค่ประมาณห้าเจี่ยหล่าเท่านั้น

             

            ห้าเจี่ยหล่าจะถือเป็นหนึ่งกู้ซานก็จะถือว่าเขาสามารถมีอำนาจในการออกคำสั่งได้แล้ว

             

            เบื้องหน้าที่มีเจี่ยหล่าหนึ่งกองพึ่งจะถูกเจวี๋ยหวู่หมิงฆ่าไปจนหมดสิ้นไป

             

            แต่ตอนนี้ กลับมีแค่เจี่ยหล่าสองกองที่เข้ามารายล้อมฆ่าเจวี๋ยหวู่หมิง

             

            ภายใต้การเผชิญหน้ากับกองทัพที่มีกันอยู่มากถึงสามพันนายเจวี๋ยหวู่หมิงก็ไม่เกรงกลัว

             

            เคล็ดกายาหลอมโลหิตภายในกายถึงกับถูกกระตุ้นใช้เพื่อเข่นฆ่าจนถึงกับสามารถไหลเวียนขึ้นด้วยตัวเองได้

             

            ในทุกครั้งที่มีพลทหารถูกฆ่าไป กระแสเลือดจะถูกกลั่นออกมาจากภายในร่างศพถูกหลอม และดูดซับเข้าไป

             

            ในขณะนี้ รอบข้างของเจวี๋ยหวู่หมิงก็คล้ายกับได้มีปราณมังกรโลหิตตัวหนึ่งพัวพันไว้จนยิ่งขับเน้นความน่าสะพรึงกลัวมากเป็นพิเศษ!

             

            “มารร้าย!คนคนนี้จะต้องเป็นมารร้าย!ไปบอกต่อองค์รัชทายาทใหญ่ให้รีบถอยเร็ว!”

             

            คนผู้หนึ่งที่มีแต่เพียงใบหน้าที่สิ้นหวังได้ส่งคนให้ไปแจ้งต่อองค์รัชทายาทฉู่อิง ทางหนึ่งกัดฟันพุ่งออกไปด้านหน้าเพื่อที่เผื่อจะสามารถถ่วงเวลาให้แก่นายเหนือของตัวเองมีเวลาถอยได้บ้าง

             

            กองทัพใหญ่ที่มีกำลังพลกว่าห้าพันนายได้เข้าปิดล้อมเจวี๋ยหวู่หมิงเอาไว้ ถึงกับทำได้แต่ยืนปล่อยให้เขาฆ่าตายทีละคนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะดิ้นรนสลัดหลุดกันได้เลย

             

            กลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุดก็คือการจะจับโจรต้องจับหัวหน้าก่อน

             

            แต่ทว่า หากคิดที่จะสลัดหลุดจากกองทัพที่แสนวุ่นวายแล้วออกไปเสาะหาฉู่อิง นั่นกลับเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

             

            แต่ยังโชคดีที่มีผู้ส่งสารผู้นี้ที่กำลังจะไปส่งสารนำทางให้

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงสาดแววตาเป็นประกาย ขยับประกายกระบี่วูบหัวของกำลังพลโฮ่วจินลอยว่อน ถูกฆ่าจนเกิดเป็นทางสายเลือด

             

            แม้แต่นายทัพที่ขวางอยู่ทางด้านหน้าก็ยังไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจากความหวังดีของตัวเอง จะกลายเป็นสำเร็จความต้องการของเจวี๋ยหวู่หมิงไปแล้วจนกลายเป็นผู้นำทางของเขาไปโดยปริยาย

             

            “กระบี่มารระบำคลั่ง!”

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงพลิกข้อมือหมุนวูบวินาทีนั้นก็พลันเกิดเป็นเงากระบี่หลากหลายสายขึ้น

             

            กระบวนท่านี้ถือเป็นศิลปะยุทธ์จากทางโลกที่มีอยู่ไม่มากนักซึ่งได้หยิบมาจากภายในความทรงจำของฮวานอวิ๋นถึงอย่างไรฮวานอวิ๋นก็ยังเป็นผู้บำเพ็ญเซียนผู้หนึ่งย่อมไม่ได้มีวืถียุทธ์ในการสังหารฆ่าคนที่ลึกล้ำมากนัก

             

            กระบี่มารระบำคลั่งเพียงกระบวนท่าเดียวที่ได้กระตุ้นออกมาเงากระบี่ภายในอาณาบริเวณหลายสิบจั้งนั้น พลันเกิดเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจนเกิดสภาพเช่นนี้ต่อเนื่องสืบไปเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า!

             

            ท่ามกลางสะเก็ดเลือดที่ลอยคลุ้งออกมาเป็นสายเจวี๋ยหวู่หมิงที่เปรียบเสมือนกับวิญญาณภูตพราย ติดตามผู้ส่งสารผู้นั้นไปติด ๆโดยที่มุ่งหน้าเข้าไปใกล้กับกระโจมที่ดูสามัญธรรมดาหลังหนึ่ง

             

            จุดที่เจวี๋ยหวู่หมิงได้เดินผ่านเข้ามานั้นล้วนแต่เกิดเป็นกลิ่นอายเลือดตามติดมาเป็นแถบ ๆ

             

            เป็นธรรมดาที่หากมีพลทหารถูกเจวี๋ยหวู่หมิงฆ่าสังหารไปก็คล้ายกับว่าล้วนแต่จะถูกสกัดหลอมเลือดบริสุทธิ์จนแห้งกรังทันที จนกลายเป็นเพียงซากศพที่แทบจะที่ไร้ซึ่งเลือดโลหิตไปเป็นสาย

             

            ทั้งน่ากลัว!ประหวั่นพรั่นพรึง!สั่นสะท้านด้วยความหวาดผวา!

             

            ถ้าหากเป็นศึกในสนามรบแห่งความตายอย่างโจ่งแจ้งพลทหารโฮ่วจินพวกนี้ยังพอสามารถต้านทานเอาไว้ได้อยู่บ้าง

             

            แต่ภายใต้เหตุเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นนี้พลทหารโฮ่วจินแทบจะหมดสิ้นซึ่งความกล้าหาญไปแล้วคงเหลือไว้แต่เพียงความหวาดกลัวไว้เท่านั้น

             

            “อา!เขาไม่ใช่มนุษย์แล้ว แต่เป็นมารร้าย!ช่างน่ากลัวกันเกินไปแล้ว!”

             

            “สรวงสวรรค์ทรงโปรด ขอร้องท่านสดับมองเข้ามาด้วยเถิด ขอทรงใช้อสนีบาตลงทัณฑ์มารร้ายตนนี้ด้วย!”

             

            “ข้ายังไม่อยากตาย รีบหนีกันเถอะ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันกาลแล้วข้ายังไม่อยากกลายเป็นศพแห้งที่ถูกสูบเลือดไปจนหมดกันนะ!”

             

            ……

             

            ไม่ทันไรกองทัพโฮ่วจินจำนวนสองกู้ซานกู้ซานก็ได้ถูกทำลายลงด้วยเงื้อมมือของเจวี๋ยหวู่หมิงไปในทันที

             

            กองกำลังรอบกายเจวี๋ยหวู่หมิง ต่างก็ได้แยกย้ายสลายตัวบ้างหลบหนีไปกันบ้าง

             

            ความจริงแล้วพวกเขาเองก็ไม่ได้มีความกล้ามากพอที่จะเผชิญหน้ากับเจวี๋ยหวู่หมิงกันอยู่แล้วนี่แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากมารร้ายที่หลุดออกมาจากขุมนรกเลยด้วยซ้ำ

             

            “เจ้าว่าอะไรนะ? ชิงฮวางตายแล้วพลปืนไฟก็ถูกกวาดล้างไปกว่าครึ่งและเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นยังถึงกับไม่ตายอีกอย่างงั้นหรือ?”

             

            ฉู่อิงถลึงตามอง และดึงทหารผู้ส่งสารผู้นั้นเข้ามาแล้วตวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราด

             

            ข้อความนี้ช่างเหนือความคาดหมายเกินไปแล้วแม้แต่ฉู่อิงเองก็ไม่อยากที่จะเชื่อเลยด้วยซ้ำทั้งยังคิดว่าพลทหารผู้ส่งสารนั้นจะรายงานข้อมูลเท็จให้

             

            แต่จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ทางด้านนอกก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งกระโจนเข้ามา:

             

            “รายงาน!ผู้นำทัพพลปืนไฟหูเอ่อจินได้ส่งกระหม่อมมารายงานต่อท่านองค์รัชทายาทให้รีบล่าถอยโดยเร็วที่สุด ศัตรูแข็งแกร่งเกินไปแม้แต่ทัพใหญ่ก็ยังไม่อาจต้านทานเอาไว้ได้อีกแล้ว”

             

            “บัดซบ!ข้าจึงไม่รู้หรอกนะว่าในโลกหล้านี้จะมีคนเยี่ยงนี้อยู่ด้วยกองกำลังองครักษ์ส่วนตัว จงติดตามข้าออกไปสำรวจ!”

             

            พูดจบ องครักษ์ที่สวมไว้ด้วยเกราะหลายสิบนายพลันแผ่ซ่านบรรยากาศอันแข็งกร้าวกันออกมาเอ่ยปากรับคำกันอย่างพร้อมเพรียง

             

            ในขณะที่ฉู่อิงกำลังเดินนำหน้าเหล่าองครักษ์อยู่ในขณะที่พึ่งจะเดินมาถึงปากทางเข้าก็พบเห็นว่าได้มีเงาร่างสีเลือดสายหนึ่งขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

             

            “ผู้ใดกัน!”

             

            “บังอาจนัก!ถึงกับอาจหาญบุกเข้ามาในกระโจมของท่านองค์รัชทายาท!”

             

            “คุ้มครองท่านองค์รัชทายาท!ท่านองค์รัชทายาทระวังด้วย!!”

             

            ……

             

            กองกำลังองครักษ์ส่วนตัวของฉู่อิงจึงได้รีบตวาดออกมาอย่างเร่งร้อนพร้อมกับรีบชักดาบกระบี่กันออกมา

             

            “มันมาแล้ว……เจ้ามารร้ายผู้นี้ตามมาแล้ว!”

             

            ผู้ส่งสารพลันชี้ไปที่เงาร่างที่อยู่เบื้องหน้าสั่นสะท้านแล้วกล่าวออกมาด้วยความหวาดผวา

             

            ฉู่อิงใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบเตะผู้สั่งการจนกระเด็นชักดาบออกจากฝัก แล้วชี้ไปยังทางด้านหน้า

             

            “ผู้มาเป็นใครกัน?”

             

            “คนที่ฆ่าเจ้าไงล่ะ!”

             

            “อะไรกัน?”

             

            ……

             

            จนเมื่อกระทั่งสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารที่รุนแรงของเจวี๋ยหวู่หมิงได้องครักษ์ส่วนตัวหลายสิบนายข้างกายฉู่อิงคล้ายกับได้ลุกขึ้นยืนในเวลาเดียวกันโดยแทบจะไม่ได้นัดหมายกันเอาไว้เข้าคุ้มกันอยู่เบื้องหน้าฉู่อิง

             

            “ไสหัว——ออกไป!”

             

            วาจาเย็นยะเยือกเพียงไม่กี่คำที่เอ่ยออกมามาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยรังสีสังหารของเจวี๋ยหวู่หมิง

             

            วินาทีนี้เขาก็แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากราชามารร้ายที่จุติอยู่ในโลกเลยก็ว่าได้

             

            ดาบเล่มหนึ่งแทงทะลุอก เจวี๋ยหวู่หมิงยกมือขึ้นสูงแล้วจับไปที่ข้อมือขององครักษ์คนสนิทคนนั้น

             

            กร๊อบ!

             

            กระดูกถูกบีบจนแหลก จนดาบร่วงหล่นลงพื้น!

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงฟาดฝ่ามือตามไปติด ๆเพื่อบดขยี้หัวของอีกฝ่ายลง

             

            “อ๊าก!”

             

            กระดูกที่แหลกละเอียด จนมีวัตถุสีขาวดำระเบิดออกมา!

             

            เพียงพริบตาเดียวคนคนนั้นก็ถูกสูบจนกลายเป็นซากศพที่แห้งกรัง

             

            กลิ่นคาวเลือดฉุนอย่างรุนแรง โดยที่พัดผ่านมาจากบนร่างกายเจวี๋ยหวู่หมิงจนทำให้ผู้คนอยากจะอาเจียนออกมา

             

            คล้ายกับรอบกายได้มีปราณมังกรตัวยาวพัวพันเอาไว้จนเป็นที่น่าหวาดกลัว!

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงขยับร่างกายวูบฝ่าเข้ายังภายในกลุ่มองครักษ์คนสนิท หนึ่งหมัดหนึ่งเท้า หนึ่งก้าวฆ่าหนึ่งคน!

             

            คล้ายกับว่าทุกกระบวนท่าที่ฆ่าไปหนึ่งคนโลหิตมังกรภายในร่างกายของเขาก็ยิ่งเข้มข้นมากอีกหนึ่งส่วน เติบโตขึ้นอีกส่วน

             

            ชั่วขณะนี้คนที่อยู่ในเมืองหวู่หลิงในที่ห่างไกลออกไปที่ไม่สามารถมองเห็นเงาร่างของเจวี๋ยหวู่หมิงได้อย่างชัดเจนอีกต่อไปจะมองเห็นก็เพียงมังกรสีเลือดตัวหนึ่งกำลังคำราม กำลังระบำกลืนกินกองทัพโฮ่วจินไปทีละคน

            .

            .

            .

    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว ที่คุณอ่าน