เทพแห่งความตาย

    ตอนที่32 ศึกชิงบัลลังก์


    ทั้งฝนตก ทั้งพายุ ไม่วี่แววที่จะหยุดลงเลยนี่ก็ผ่านไปตั้งครึ่งวันแล้วโดยที่เอลิออสก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ



    "พวกคุณสนใจมาร่วมเดินทางกับพวกเรากันไหม?"


    จู่ๆลุงเลเบรทก็ถามขึ้นจากความเงียบผู้คนที่กำลังนั่งเบื่อๆอยู่ต่างก็หันไปหาลุงเลเบรทและรีบหันไปหาเอลิออสเพื่อรอฟังคำตอบจากเขากลุ่มพ่อค้ากลุ่มนี้มีกันเพียงสิบคนเท่านั้นคงจะเป็นกลุ่มพ่อค้าหน้าใหม่นั้นแหละซึ่งประกอบไปด้วยรถม้าสามคัน สองคันใหญ่นั้นมีไว้เพื่อบรรจุสินค้าเพื่อที่จะนำไปขายที่เมืองต่างๆส่วนอีกหนึ่งคืนนั้นก็สำหรับลุงเลเบรทและลูกสาวของเขาแน่นอนอยู่แล้ว

    ถึงแม้ว่าพวกกลุ่มพ่อค้ากลุ่มนี้จะเดินทางไปที่เดียวกันกับเอลิออสก็ตามแต่ความรวดเร็วในการเดินทางของพวกเขาคงจะต่ำมากๆแน่เพราะถ้าพวกเขาเดินทางไปด้วยความเร็วสินค้าที่บรรจุอยู่บนรถม้าอาจจะพังและเสียหายได้นั้นเองมันคงไม่เหมาะกับเขาที่กำลังรีบเร่งไปถึงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้นเอง



    "ช่างเรื่องนั้นกันก่อนเถอะ~"


    "ท่าทางคืนนี้เราก็คงต้องค้างที่นี่อีกแล้วสินะ?"


    ลุงเลเบรทที่เห็นว่าเอลิออสนิ่งเงียบไปไม่ตอบคำถามลุงเลเบรทจึงคิดว่าเขาคงจะลำบากใจนั้นเองจะปฏิเสธตรงๆก็เสียมารยาทตกลงก็ไม่ได้


    "ท่านไม่เป็นอะไรนะเพคะ?"


    เลวีนที่เดินไปหาเอลิออสที่นั่งอยู่ไกลจากกลุ่มพ่อค้าอยู่คนเดียวนางจึงถามขึ้นมา



    "ถ้าเจ้าตั้งใจจะหนีไปจริงๆงั้นก็จงออกเดินทางไปกับพวกเขาเถอะ"


    เอลิออสพูดขึ้นมาดวงตาจับจ้องไปยังข้างนอกที่กำลังฝนตกอยู่อย่างไม่หยุดไม่หย่อน



    'เขารู้?!'


    เลวีนพลันขนลุกขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
    แต่นางก็รีบปฏิเสธออกไปทันทีอย่างเสียงดัง
    ก่อนที่จะลดเสียงตัวเองลงอีกครั้ง



    "ไม่ใช่!"


    "เอ่อ.. ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเพคะ"



    "ว่าแต่พวกคุณกำลังจะไปขายสินค้าที่เมืองแลคซัสอย่างนั้นรึ? ไม่รู้ข่าวร้ายของที่นั้นหรือยังไง?"


    เลวีนหันไปถามอย่างเสียงดังเพื่อกลบความเงียบ



    "ข่าวที่ว่าองครัชทายาทและองค์หญิงถูกลอบทำร้ายอย่างนั้นรึ? ฮึ่ม...พวกข้าก็รู้อยู่ก่อนแล้วล่ะ"


    "แต่จะคิดว่าพวกข้าชั่วช้าก็ได้ที่คิดจะหาเงินด้วยการสูญเสียของเมืองแลคซัสเพราะว่าตอนนี้เมืองแห่งนั้นคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเศร้าโศกเป็นจำนวนมหาศาลเป็นแน่"


    "พวกข้าก็เสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้อย่างสุดซึ้งแต่ยังไงซะพวกข้าก็ยังเป็นกลุ่มพ่อค้าอยู่ดี"


    ลุงเลเบรทที่ตอบคำถามด้วยความจริงจังก่อนที่จะถามกลับด้วยใบหน้าเคร่งขรึม



    "หรือว่าพวกเจ้าจะเป็นคนของเมืองนั้น?"



    "เอ่อ.. ไม่ใช่ข้าแต่เป็นนายท่านของข้าต่างหาก"


    เลวีนหันไปมองเอลิออสทีนึงก่อนที่จะตอบความจริงอย่างลำบากใจ



    "เอ๊ะ! จริงงั้นรึ?!"


    "หรือว่าพวกเจ้ากำลังเดินทางเพื่อไปแสดงความเสียใจแก่พวกเขากัน? พวกเจ้าเป็นคนดียิ่งนักที่เคารพและนับถือผู้ปกครองของตนเองถึงเพียงนี้"


    "องค์รัชทายาทและองค์หญิงคงจะรับรู้ถึงความรักจากพวกเจ้าเป็นแน่แท้..."


    ลุงเลเบรทที่กำลังพูดชมอย่างนับถือทันทีที่เอลิออสได้ฟังเรื่องเกี่ยวกับท่านพี่และเซลีนเขาก็พลันเจ็บปวดขึ้นมาอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้แต่เขาก็พยายามหลับตาลงและอดทนเพียงเท่านั้น








    หลายวันต่อมา...

    ณ เมืองแลคซัส เหล่าประชาชนทั้งหลายต่างก็ร่วมใส่ชุดสีดำเพื่อเป็นการไว้ลัยแก่องค์รัชทายาท องค์หญิงเซลีนที่จากไปก่อนวัยอันควรในเมืองตอนนี้ไม่ได้คึกคักเหมือนที่ผ่านๆมาอีกด้วยณ หน้าประตูเข้าวัง




    เคร้งง--




    ชายร่างกำยำสองคนที่กำลังยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเอาหอกมาขวางทางชายหนุ่มที่กำลังจะควบม้าเข้าไปในวังอย่างไม่ได้รับอนุญาตมาก่อน



    "เจ้าหนุ่ม อย่ามาสร้างความวุ่นวายแถวนี้!"



    "รีบกลับไปซะก่อนที่เจ้าจะโดนลงโทษ"


    เอลิออสที่กำลังโดยขวางทางอยูู่นั้นก่อนที่เขาจะเริ่มพูดหรือทำอะไรแต่ก็ดันมีเสียงนึงดังขึ้นมาก่อน




    "อ.องค์ชายเอลิออส?"


    "ฝ่าบาททรงกลับมาเพียงคนเดียวหรือเพคะ?!"


    หัวหน้าอัศวินที่เห็นร่างของเอลิออสกำลังนั่งอยู่บนม้าและไม่ได้มีผู้ติดตามมาเลยสักคนเดียว?เอลิออสพยักหน้าเล็กน้อยก่อนมองไปหาทหารทั้งสองที่กำลังเฝ้าอยู่หน้าประตูอยู่ตอนนี้พวกเขาทั้งสองต่างก็มีเหงื่อกันแทบจะท่วมตัวกันแล้วในใจพลันด่าทอตัวเองที่ก่อนหน้านี้พูดอะไรโง่ๆแบบนั้นพวกเขาลดหอกลงอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยืนตรงก้มหัวทำความเคารพเอลิออสและผายมือออกไปเพื่อเป็น

    การเชิญให้เอลิออสเดินไปนั้นเองเอลิออสก็ไม่รอช้าเขารีบควบม้าเข้าไปทันทีทหารสองคนนั้นเมื่อได้เห็นแผ่นหลังของเอลิออสที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆทำให้พวกเขา

    รีบถอนหายใจด้วยความโล่งใจออกมา




    "ราชอาณาจักรปล่อยให้องค์ชายเดินทางมาด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ได้อย่างไรกัน?!"


    หัวหน้าอัศวินที่กำลังยืนบ่นอยู่คนเดียว








    "หาตัวคนร้ายไม่พบอย่างนั้นรึ?!"


    เอลิออสขมวดคิ้วถามขึ้น



    "พบหลักฐานเพียงมีดเล่มนี้เพียงเท่านั้น"


    "ข้ายอมรีบเลยว่าคนผู้นี้ต้องเป็นยอดฝีมือไม่ผิดแน่ถึงขนาดลอบเข้ามาในวังอย่างไม่มีใครพบเห็นและลอบสังหารโดยที่ไม่มีเบาะแสให้ตามอะไรเลยสักอย่างข้าเดาว่นมีดเล่มนี้มันน่าจะจงใจทิ้งเอาไว้ให้พวกเรานั้นแหละ"


    องค์ราชาถอนหายใจเฮือกใหญ่



    'ดูถูกกันอย่างนั้นรึ?'


    เอลิออสพลันขบคิดอยู่ในใจอย่างโกรธเกรี้ยว



    "ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงได้เดินทางมาถึงเร็วแบบนี้ล่ะ?แล้วเดินทางมาคนเดียวจริงๆอย่างนั้นรึ?!"


    องค์ราชาถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
    เอลิออสเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อยเพียงเท่านั้น



    "เฮ้อ... เจ้าเนี่ยนะ~"


    "เส้นทางในการเดินทางก็อันตรายมากๆอยู่แล้วให้ข้าเดาเจ้าก็คงจะรีบเร่งเดินทางมาอย่างเร็วที่สุดโดยที่ไม่ได้พักมาเลยใช่หรือไม่?!"


    องค์ราชาถอนหายใจอีกครั้งก่อนที่จะถามออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง



    "ก็ไม่ผิด"



    "เจ้ารีบเดินทางมาขนาดนี้ไปเยี่ยมหลุมศพของทั้ังสองคนนั้นเถอะพวกเขาคงจะรอเจ้าอยู่เช่นกัน"







    สถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ว่าได้เพราะที่แห่งนี้เป็นที่ที่ฝังเหล่าบรรพบุรุษและบรรดาราชวงศ์ของเมืองแลคซัสอยู่ทั้งหมดทุกคนเลยเอลิออสที่เดินมาถึงหน้าหลุมฝังศพของทั้งสองเขาเข้าไปทำความเคารพแก่พี่ชายของเขาก่อนที่จะเดินมาหาหลุมฝังศพขององค์หญิงเซลีนเอลิออสที่กำลังมองหินที่สลักชื่อและรูปของนางและมือของเขาไปแตะหินนั้นอยู่สักพักตอนนี้เขาก็แทบจะไม่อยากจะเชื่ออยูาเลยว่าหญิงสาวที่อยู่กับ

    เขามาตั้งแต่เด็กๆคนนั้นจะมาจากเขาไปแบบนี้ได้ในขณะนั้นก็ได้มีไอและหมอกสีดำปกคลุมอยู่รอบตัวของเขาก่อนที่จะสลายหายไปในที่สุด










    "เอลิออส! ข้าได้ยินว่าเจ้ากลับมาแล้ว"


    องค์หญิงเชอร์เบทที่กำลังตะโกนอยู่หน้าประตูห้องของเอลิออสด้วยความตื่นเต้นและดีใจแต่ก็ไม่ได้มีการตอบรับออกมาเลยทำให้นางหงุนงงอยู่บ้าง



    "หรือว่าจะเป็นแค่ข่าวลืองั้นรึ?"


    องค์หญิงเชอร์เบทกำลังเดินออกไปพร้อมกับกำลังขบคิดด้วยความเคืองแต่ก็ดันเจอกับเอลิออสซะงั้น



    "โอ๊ะ! เอลิออสเจ้ากลับมาจริงๆด้วย!"


    องค์หญิงเชอร์เบทรีบวิ่งไปกอดเอลิออสทันที



    "เอลิออสเจ้าต้องช่วยข้านะ~"




    สถานการณ์ตอนนี้ในเมื่อองค์รัชทายาทได้จากไปแล้วคนที่จะได้มารับตำแหน่งนี้ก็คงจะต้องเป็นบุตรคนต่อมาขององค์ราชาแต่ว่าบุตรผู้นี้กลับมาเป็นบุตรสาวจึงไม่สามารถมอบฐานะองค์รัชทายาทได้จึงมีแค่ทางเดียวก็คือให้นางได้สมรสกับคนดีๆและให้ชายคนนั้นได้มาเป็นผู้สืบทอดต่อไป...


    ถึงแม้ว่าการจะแต่งตั้งให้องค์ชายเอลิออสได้เป็นองค์รัชทายาทนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายแต่มันก็จะเป็นการข้ามหน้าข้ามตาองค์หญิงเชอร์เบทที่เป็นถึงบุตรคนรองขององค์ราชานั้นเอง



    "เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับท่านแล้ว"


    เอลิออสที่กำลังยืนฟังองค์หญิงเชอร์เบทที่กำลังอธิบายด้วยความไม่พอใจและขอให้เขาช่วย



    "ข้ายังไม่ต้องการแต่งงานสักหน่อย!

    ถ้าเกิดว่าคนที่ท่านพ่อเลือกมากลับ

    กลายมาเป็นคนไม่ดีล่ะเมืองของเรา
    ก็คงต้องล่มสลายไปแน่นอน"


    "เจ้าต้องช่วยข้า!"


    องค์หญิงเชอร์เบทพยายามหาเหตุผลเพื่อให้เขานั้นได้ไปช่วยพูดกับองค์ราชาให้ยกเลิกคำสั่งนี้ส่วนเอลิออสก็ไม่ได้ต้องการสืบทอดบัลลังก์อยู่แล้วถ้าให้เขาช่วยนางในตอนนี้คนที่จะต้องไปรับตำแหน่งนั้นก็คงจะเป็นตัวเขาเองนั้นแหละ



    "เอลิออส! เจ้าจะไปไหนน่ะ?!"


    "เจ้าต้องกลับมาช่วยข้าก่อน!"


    องค์หญิงเชอร์เบทรีบตะโกนเรียกเอลิออสเพราะเขานั้นไม่ได้ตอบอะไรนางแถมเดินหนีนางอีกต่างหาก






    หลายวันต่อมา...




    "ท่านพ่อ ข้าว่าท่านมอบตำแหน่งนี้ให้กับเอลิออสเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเมืองของเราเพคะ~"


    องค์หญิงเชอร์เบทพูดขึ้น



    "ข้าเคยได้ยินแต่ศึกชิงบัลลังก์แต่พวกเจ้ากลับกลายเป็นศึกเกี่ยงบัลลังก์อย่างนั้นรึ? ฮ่าๆ"


    องค์ราชาหัวเราะขึ้นเล็กน้อย



    "ท่านจะยอมให้คนอื่นมาขึ้นปกครองเมืองที่ท่านเคยปกป้องดูแลมาโดยตลอดอย่างนั้นรึเพคะ?"


    องค์หญิงเชอร์เบทถามขึ้น



    นับว่าเป็นคำพูดที่แทงใจที่สุดสำหรับองค์ราชาแล้วก็เป็นได้เพราะว่าคำพูดที่องค์หญิงเชอร์เบทพูดออกมาไม่มีการพูดที่เกินจริงเลยองค์ราชาอุตส่าห์ปกครองมาด้วยความยากลำบากกว่าที่จะมีวันนี้ได้หลังจากที่องค์ราชาลงจากบัลลังก์นั้นเขาก็หวังว่าบุตรหรือเชื้อสายของเขาจะเป็นผู้ปกครองต่อๆไปอย่างแน่แท้แต่กลับต้องฝืนใจยอมมอบตำแหน่ง
    อันมีค่านี้ให้กับคนอื่นที่ไม่ได้มีเชื้อสายอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวของเขาเลยสักนิดมันก็นับเป็นการเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน



    "เจ้ายืนยันว่าเจ้าไม่ต้องการอย่างนั้นรึ?"


    องค์ราชาหันไปถามองค์หญิงเชอร์เบท
    องค์หญิงเชอร์เบทพยักหัวเล็กน้อย



    "เพคะ!"



    "เฮ้อ...งั้นข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าล่ะกัน"


    องค์ราชาหันไปพูดกับเอลิออสที่องค์ราชาถอนหายใจไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ต้องการยกตำแหน่งนี้ให้กับเขากลับกันเขาดีใจมากด้วยซ้ำไปแต่เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมบุตรของเขาถึงได้เกี่ยงตำแหน่งสำคัญๆแบบนี้กัน


    (คิดแล้วหนักใจแทนจริงๆ ฮ่าๆ)



    เอลิออสที่กำลังยืนมองพวกเขาคุยกันอย่างนิ่งๆนั้นเมื่อเขาได้ยินองค์ราชาหันมาพูดกับเขาแบบนั้นเอลิออสพลันขมวดคิ้วทันทีพร้อมพยายามปฏิเสธ



    "ท่านพ่อ ข้าขอปฏิเสธ"


    "ท่านก็รู้ว่าข้าสมรสกับองค์หญิงแอลลิสันแห่งราชอาณาจักรไปแล้ว ข้าก็คงต้องอาศัยอยู่ที่เมืองฟรานซิสแล้วท่านจะให้ข้ารับตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์ของเมืองแลคซัสแบบนี้ได้อย่างไรกัน?"


    เอลิออสพยายามหาเหตุผลแน่นๆเลย



    "มันก็ถูกของเจ้า~"


    "แต่ไม่ใช่ว่าตอนนี้ข้าจะลงจากบัลลังก์แล้วสักหน่อย~ จริงไหมล่ะ?


    คำพูดขององค์ราชาทำให้เอลิออสเถียงแทบไม่ออกเพราะมันก็เป็นจริงตามที่องค์ราชาพูดว่าไม่ใช่ว่าเขาจะมอบตำแหน่งราชาให้เอลิออสตอนนี้สักหน่อย



    "ถึงเจ้าจะต้องอาศัยอยู่ที่เมืองฟรานซิสแต่แค่เจ้าได้เดินทางมาทำธุระนิดๆหน่อยๆที่เมืองแลคซัสภรรยาของเจ้าก็คงจะไม่ว่าอะไรหรอกหน่า~"


    เมื่อองค์ราชาพูดขึ้นอีกครั้งทำให้เอลิออสเงียบลงทันทีและไม่คิดจะเถียงกับเขาอีกแล้ว

    ส่วนองค์หญิงเชอร์เบทที่กำลังยืนยิ้มอย่างเบิกบานที่ตัวเองพ้นไปกับตำแหน่งนั้นสักที


    คล้ายกับเรื่องเทพแห่งความตาย ที่คุณอ่าน