เสี่ยวหลิน เดินเข้ามา ยื่นยาโอสถฟื้นฟูให้พร้อมกล่าวถามอาการ
เซียวเย่รับยาโอสถมา พยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะส่งเสวี่ยหนิงให้เสวี่ยเจี้ยนโอบเอาไว้
“เซียวเย่…ข้าขอบคุณเจ้ามากที่ออมมือ และยังช่วยพี่สาวข้าเอาไว้อีก”
เสวี่ยเจี้ยนรับพี่สาวออกตนเอาไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณเซี่ยวเย่
"สั่งสอนก็ทำไปแล้ว ข้าไม่คิดอะไรให้มากความอีก….ส่วนเจ้า ถ้าอยากจะหลุดพ้น เจ้าสามารถกระทำแบบหัวเฉินได้ แต่เตรียมใจไว้ด้วยก็ดีนะ"
“…….”
เสวี่ยเจี้ยนเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเย่ ก็ทำเพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้นไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
“เจ้าหนู…เจ้าเป็นลูกศิษย์ของใครกัน ทำไมถึงได้เก่งกล้าสามารถมากนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
กงซุนอี้ ปรากฎตัวออกมา หัวเราะลั่นกล่าว
เซียวเย่และคนอื่นๆเมื่อรู้ว่าใครมา ก็รีบทำความเคารพอย่างรวดเร็ว
“คารวะท่านอาจารย์ คารวะท่านเจ้าสำนัก..”
“คารวะท่านกงซุนอี้ คารวะท่านเจ้าสำนัก…"
"โฮ่ โฮ่ โฮ่ ไม่ต้องมากพิธี "
หยางเวียนเทียน หัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปทางเสวี่ยหนิงเพื่อตรวจสอบอาการ
“อืมมม พลังชีวิตถดถอย…เกรงว่าถ้าใช้เคล็ดวิชานานกว่านี้…อาจจะสิ้นชีวิตก็เป็นได้ พลังชีวิตตกต่ำทำให้เดินพลังปราณได้น้อยนิด คงต้องพักฟื้นอยู่เฉยๆเสียก่อน ถ้าจะหายขาดอย่างเร็วสามเดือน อย่างช้าก็คงครึ่งปีกระมัง "
หยางเวียนเทียน สบัดมือ ปรากฎขวดยาโอสถสีใสออกมา ในขวดนั้นมีโอสถก็หลายเม็ด มอบให้กับเสวี่ยเจี้ยน กล่าวออกมา
“ยาขวดนี้ มันจะช่วยให้พี่สาวเจ้าอาการดีขึ้นเรื่อยๆตามระดับ กินแค่วันละเม็ดก็พอ หมดแล้วสามารถไปหอโอสถ เบิกมาใหม่ได้เลยเรื่อยๆ”
“ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก”
เสวี่ยเจี้ยนดีใจอย่างมาก รีบคุกเข่าค้อมมือ ทำความเคารพในทันที
"ศิษย์ข้า เจ้าไม่คิดว่าเจ้าทำรุนแรงไปอย่างงั้นหรือ เด็กสาวคนนั้นถ้านางใช้เคล็ดวิชานานกว่านั้นอีกหน่อย เด็กนั่นอาจจะเสียชีวิตก็ได้เลยนะ…"
กงซุนอี้ มองไปทางเซียวเย่ กล่าวออกมา
"เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์คิดว่าศิษย์ไม่ได้ทำอะไรที่เกินเลยแม้แต่น้อย อย่างแรก เคล็ดวิชานั้นนางก็เป็นคนใช้ด้วยตนเอง อย่างที่สอง นางทำร้ายและรังแกผู้ติดตามของข้า ข้ากระทำเพียงแค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว "
เซียวเย่ กล่าวตอบออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่รู้สึกว่าการที่ตนกระทำนั้นเกินไปเลยแม้แต่น้อย
กงซุนอี้ได้ยินเช่นนั้นก็กระทำเพียงแค่ยิ้มพยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น
“พีใหญ่ ข้ารักท่าน!!”
วิ่งเฉินวิ่งเข้ามาเพื่อหวังจะเข้ามากอดเซียวเย่ ซึ้งในพระคุณ
“เห้ย!! อย่าเข้ามา!! ข้าไม่ได้ชอบแบบนั้นนะ!!”
หัวเฉินวิ่งเข้ากอดเซียวเย่อุ้มขึ้นมาจนตัวลอยขึ้นเหนือพื้น เซียวเย่เอามือดันหน้าหัวเฉินที่พยายามจะเข้ามาจุ๊บเซียวเย่อย่างเอาเป็นเอาตาย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ฉินฟางเซียนกับเสี่ยวหลินต่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพร้อมกัน
เอาล่ะ…พวกเจ้าแยกย้ายกันได้แล้ว ส่วนเสวี่ยเจี้ยน เจ้าพาพี่สาวเจ้ากลับไปที่หุบเขาของนางเสียก่อน อีกสักครู่ข้าจะให้คนมาซ่อมแซมที่นี่ให้เรียบร้อย"
ทุกๆคนต่างแตกย้ายกันออกไปจากตำหนักเสวี่ยเจี้ยนโดยทันที เสวี่ยเจี้ยนพาพี่สาวของตนกลับหุบเขา ส่วนพวกหัวเฉินต่างพากันกลับไปที่ตำหนักที่พักของเซียวเย่
“เจ้าบ้าหัวเฉิน! นี่ก็สายมากแล้ว เจ้ายังไม่ไปทำหน้าที่ของตนเองอีก ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”
เมื่อกลับมาถึงตำหนักที่พักของเซียวเย่ ฉินฟางเซียนก็หันไปทางหัวเฉินพร้อมกล่าว
"หนอยย…เจ้ามีสิทธ์มาสั่งข้าอย่างงั้นหรือ เห๊อะ! พี่ใหญ่ยังไม่เห็นบ่นหิวสักคำ เจ้าน่ะตัวแค่นี้ ทำไมกินเยอะกินแยะขนาดนี้ เจ้าเอาไปซ้อนที่ไหนกันฮ๊ะ!"
"เจ้าบ้าหัวเฉิน เจ้าจะไม่รู้อะไร ข้าอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต กินมากกว่าคนอื่นนิดเดียวเท่านั้นเอง เจ้าเลิกบ่นแล้วไปเข้าครัวเสีย"
ฉินฟางเซียนกล่าวออกมาพร้อมกับสบัดมือไล่
"กินเก่งขนาดนี้ ก็ไปหัดเข้าครัวทำกินเองเสียสิ มาขอคนอื่นกินอยู่ได้ ปัดโถ่ววว!"
"พอเถอะ…หัวเฉินเจ้าไปเข้าครัวสิ เราจะได้กินข้าวด้วยกัน"
เซียวขี้เกียจฟังคนทะเลาะกัน กล่าวตัดบทสนทนาโดยทันที
"ทราบแล้วพี่ใหญ่ ท่านคงคิดถึงฝืมือการทำอาหารของยอดกุ๊กแดนมังกรอย่างข้ามากสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
หัวเฉินหัวเราะลั่นก่อนจะขอตัวไปเข้าครัวทำอาหารอย่างรวดเร็ว
"เซียวเย่ เจ้ารู้เรื่องที่ปีหน้าจะมีการประลองศิษย์ใหม่ขึ้นหรือไม่?"
เมื่อต่างคนต่างนั่งลงบนเก้าอี้ เสียวหลินก็หันไปทางเซียวเย่กล่าวออกมา
"การประลอง? ประลองที่สำนักอย่างนั้นหรือ"
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น…ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า จะมีการจัดการประลองศิษย์หน้าใหม่ขึ้น แต่ไม่ใช่แผ่นดินต้าเชียงที่เราอยู่ แต่เป็นแผ่นดินอื่น และพวกนั้นได้เชิญให้สำนักเราเข้าร่วมประลองด้วย”
“ไม่ใช่แผ่นดินต้าเชียง แล้วแผ่นดินใดกันอย่างนั้นหรือ ศิษย์เสี่ยวหลิน!"
ฉินฟางเซียนเมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็หันไปถามเสียวหลินในทันที ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“การประลองจัดขึ้นที่แผ่นดินโจว โดยมีสำนักชั้นนำของแผ่นดินกับราชวงศ์โจวเป็นเจ้าภาพ พวกนั้นเชิญแผ่นดินที่อยู่ใกล้เคียงกันกับแผ่นดินของตน อย่างแผ่นดินต้าเชียงและแผ่นดินเซี่ย เพื่อหาผู้เยาว์ที่อายุไม่เกิน25ปี ที่แข็งแกร่งที่สุด…”
"…..ถ้าชนะการประลองได้อะไรหรือไม่?"
เซียวเย่ฟังไปได้สักพักก็ถามถึงรางวัลในทันที
“รางวัลน่ะมีแน่นอน แต่ตอนนี้แค่ยังไม่มีใครทราบเท่านั้นเอง”
"เดี๋ยวๆๆๆ เซียวเย่! เจ้าคิดว่าเจ้าจะชนะได้ง่ายดายเลยอย่างงั้นหรือ จริงอยู่ว่าที่สำนักนี้เจ้าอาจจะได้เป็นตัวแทนอย่างแน่นอน เพราะศิษย์เก่าที่นี้ก็มีแต่คนแก่หงำเหงือกกันทั้งนั้น แต่นั่นก็เพราะว่าที่สำนักไม่ได้เปิดรับศิษย์ใหม่มา20ปีแล้ว แต่ว่าที่แผ่นดินอื่นนั้นไม่ใช่ พวกนั้นเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่กันอยู่ทุกปี แผ่นดินอื่นเต็มไปด้วยศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากมายนัก เจ้าอย่าได้ประมาทไปเชียว "
ฉินฟางเซียนเมื่อเห็นว่าเซียวเย่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เลยกล่าวเตือนสติขึ้น
"ไม่ต้องเป็นห่วงไป เวลายังมีอยู่เหลือเฟือ ไว้ถึงตอนนั้นก็ค่อยคิดกันอีกรอบ"
เซียวเย่ยิ้มตอบรับ ดูเหมือนกับว่าไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าใดนัก กล่าวออกมาสบายๆ
เสี่ยวหลินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะสบัดมือ ขวดยาโอสถแก้วใสออกมาหลายสิบขวด ปรากฎขึ้นมาบนโต๊ะ กล่าวออกมา
"นี่เป็นยาโอสถของรอบนี้ ที่เหลือคงต้องรอวัตถุดิบในรอบต่อไปแล้ว"
"อืม ขอบคุณศิษย์พี่มาก"
เซียวเย่กล่าวขอบคุณเล็กน้อย ก่อนที่จะตรวจสอบเม็ดยาโอสถและเก็บเข้าไปในแหวนมิติของตน คุยเรื่อยเปื่อยได้สักพักก็ได้ยินเสียงจากหัวเฉิน ตระโกนเรียกมาจากทิศทางของห้องครัว
“อาหารพร้อมแล้ว รีบมาที่ครัวเร็วเข้า!”
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จสรรพ ทุกคนก็ต่างขอแยกย้ายกันกลับตำหนักของตนเอง
เมื่อเหลือคนเดียวแล้ว เซียวเย่ก็เดินเข้าไปที่ห้องฝึกยุทธ์ นั่งขัดสมาธิชั่วครู่ ก่อนจะยื่นมือขวาออกมา
ฟูวววว
ฟรึบบ
เกิดปรากฎ ความหนาวเย็นขึ้นที่ฝ่ามือ ก่อนที่มันจะขึ้นรูปกันอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีฟ้าขาว
‘เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ถ้าข้าดูดพลังเต๋าของคนอื่นเข้าไป ข้าก็สามารถเอามาตั้งต้นเป็นแห่งเต๋าบริวารได้ แต่ถ้าข้าสร้างเต๋าน้ำแข็งขึ้นมา ให้มันโคจรรอบเต๋าแห่งการกลืนกิน คู่กับเต๋าแห่งอัคคี มันก็จะเป็นเหมือนกับการกดพลังกันเอง ทำให้พลังเต๋าของข้าถูกลดทอนพลังลงไปหลายส่วน ทางที่ดีข้าควรเข้าสู่เต๋าขั้นที่สองเสียก่อนแล้วค่อยสร้างบริวารเต๋าอีกทีตอนนั้น…’
เซียวเย่มองไปทีผลึกน้ำแข็งบนฝ่ามือของตน ที่ตอนแรกตนคิดว่ามันจะเป็นอะไรที่มีสีแดงเสียอีก คิดได้สักพักก็เลิกคิด สบัดมือเล็กน้อย ขวดยาโอสถปรากฎออกมา
ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี่ เซียวเย่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหลอมโอสถเพื่อใช้กับตนเองเสียมากกว่าการทำสิ่งอื่นๆ ทำให้ในตอนนี้เซียวเย่มีโอสถที่เอาไว้ใช้กับตนเองเหลือเฟื่อ เซียวเย่เปิดฝาจุก เทโอสถลงบนฝ่ามือตนเอง 1..2..3!!
เซียวเย่เทโอสถลงบนมือตัวเองถึงสามเม็ด โอสถอัคคีก่อเกิดถึงสามเม็ด!!
“ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปอาจจะทนไม่ไหว แต่ข้าอาจจะสามารถทนมันไหวก็ได้ ด้วยเต๋ากลืนกินที่ข้ามีอยู่ มันอาจสามารถช่วยข้าดูดซับและปกป้องข้าในเวลาเดียวกัน ข้าทำได้แค่ลองเสี่ยงดูเท่านั้น!”
เซียวเย่เม้มปากเล็กน้อยคล้ายกำลังทำใจอยู่ สักพักก็ตัดสินใจ กลืนโอสถเข้าไปพร้อมกันหมดทั้งสามเม็ดรวดเดียว
อึก อึก อึก
เซียวเย่รีบนั่งสมาธิเตรียมพร้อมผลของโอสถโดยทันที
บูมมมมมม
โอสถทั้งสามเม็ดระเบิดออกมาพร้อมกัน เซียวเย่รีบเดินพลังเต๋าออกมาแทนการใช้ปราณชักนำเหมือนทุกครั้ง เพราะว่าปริมารเพลิงอัคคีในครั้งนี้สูงมากเกินไป ถ้ามัวแต่ฝืนใช้พลังปราณชักนำ เกรงว่าอาจจะตายไปเสียก่อน
เมื่อเพลิงอัคคีจำนวนมหาศาลถูกชักนำเข้าไปทางตันเถียน เต๋าแห่งการกลืนกินมันก็ทำหน้าที่ของมันในทันที มันเริ่มดูดกลืนเพลิงอัคคีเข้าไปอย่างมหาศาล เหมือนกับหลุมดำที่ไม่รู้จักคำว่าพอ
‘เยี่ยม! เหมือนที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด มันยังคงรับได้อยู่'
เมื่อเห็นว่าเต๋าของตนยังสามารถทนปริมาณเพลิงขนาดนี้ได้ก็รู้สึกยินดียิ่ง คอยดูการกระทำต่อไปของมันอย่างเงียบๆ
เต๋าแห่งการกลืนกินดูดกลืนไปได้สักพัก มันก็ดูดกลืนเพลิงอัคคีไปจนหมดสิ้น ก่อนที่มันจะคายเม็ดเต๋าออกมาอีกหนึ่งเม็ด มันมีลักษณะเป็นก้อนกลมสีแดงสด เมื่อมันออกมา มันก็วนเวียนโคจรอยู่รอบๆเต๋าแห่งการกลืนกิน เหมือนกับเม็ดอื่นๆ
‘เต๋าแห่งอัคคีเม็ดที่ 3!!! ในที่สุดข้าก็ได้มันมา ถ้าตอนนี้ข้าดวลกับนางจิตไม่ปกตินั่นอีกครั้ง ข้าสามารถชนะนางได้เพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น…เกรงว่าในตอนนี้ข้าควรพักเรื่องการสร้างเต๋าแห่งอัคคีเม็ดที่สี่ไปก่อน ข้าเกรงว่าเต๋าแห่งการกลืนกินในตอนนี้อาจจะยังรับมากกว่านี้ไม่ไหว’
เมื่อตรวจสอบว่าไม่มีอะไรที่ผิดปกติ เซียวเย่ก็ตัดสินใจทำขั้นต่อไป เซียวเย่สบัดมืออีกครั้ง ปรากฎขวดยาโอสถสีใสที่ข้างในบรรจุโอสถสะสมปราณที่หลอมมาตลอดหนึ่งเดือน
เซียวเย่ทดลองกินเข้าไปหนึ่งเม็ด ก่อนจะเริ่มดูดซับปราณโดยรอบควบคู่ไปด้วย
ฟูมมมมมมม
จี้สร้อยคอเริ่มที่จะส่องแสงสีดำออกมา เพียงคู่เดียวมันก็ดูดซับปราณพวกนั้นไปจนหมด
‘ยังไม่พอ!'
เซียวเทยาออกมาอีกสองเม็ดกลืนลงไป ทำการดูดซับอีกครั้ง
ฟูมมมมม
เพียงครู่เดียวสร้อยคอก็ดูดซับปราณเข้าไปจนหมดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
‘หนอยเน่! ขนาดนี้ยังไม่พออีกงั้นหรือ เจ้าจะเอาเท่าไหร่ เจ้าควรจะบอกข้าก่อนนะ ข้าจะได้เตรียมพร้อมถูก กินเยอะนักใช่ไหม ได้! กินให้พอเสีย!'
เซียวเย่ เทยาออกมาหลายสิบเม็ดด้วยความโมโห กลืนกินเข้าไปจนหมด
อึก อึก อึก ๆๆๆๆ
บูมมมมมม
พลังงานปราณจำนวนมากมายมหาศาลระเบิดออกมาพร้อมกัน
'ห-เห้ยย! เยอะไปแล้ว!
จะมานั่งเสียใจก็คงไม่ทัน เซียวเย่รีบชักนำจี้สร้อยคอดูดซับปราณพวกนี้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตัวเองจะสินชีพตายไปเสียก่อน