หญิงสาวร่างบางใส่ชุดรัดกุมสีดำ สวมหมวก ใส่แมสจนเห็นแค่ตา ที่หูหนึ่งข้างมีหูฟัง ที่สามารถติดต่อสื่อสารกับองค์กรที่หญิงสาวทำงานให้ เพื่อเรียกกำลังเสริม
หญิงสาวเดินในโถงใต้ดินที่มืดมิดผ่านมา1. กิโลเมตรก็เจอโถงใหญ่แห่งหนึ่ง หญิงสาวคิดพร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้
ภาพวาดโมนาลิซา หรือ ลาโจกอนดา หรือ ลาโชกงด์ คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เิเ กว้าง 53 เิเ เลโอนาร์โด ดา วินชีวาดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์.
เธอจำมันได้ทันที ต่อให้เป็ของปลอมแต่สำหรับเธอแล้วที่ชอบเื่ภาพวาดยิ่งเธอไปพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์บ่อย จำลวดลาดเส้นได้ ต่อให้ใครเลียนแบบก็ยังยาก
หลังจากพิจารณาอยู่นานหญิงสาวก็กล้าประกาศว่า ภาพวาดนี้เป็ เป็ของเลโอนาร์โด ดา วินซี. ศิลปินชื่อดังก้องโลก ของศตววคที่16 ซึ่งถูกขโมย ไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส
หญิงสาวมองไปรอบๆตัวอีกครั้ง ก็พบว่าที่นี่ไม่ใช่มีเพียงแค่รูปเขียนของ ดา วินซี ที่ถูกขโมยมาเท่านั้น แต่ก็ยังมีภาพของศิลปินท่านอื่นที่นางรู้จักหลายคน
ยิ่งสำรวจเธอก็ยิ่งพบว่าที่นี่เป็เสมือนถ้ำของโจร รูปวาดเกินกว่าครึ่งถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก ถูกสะสมไว้ที่นี่ เธอต้องบอกเื่นี้ให้เมสันรู้เร็วที่สุด
หญิงสาวคิดพร้อมก้าวขึ้นบรรไดเวียนไปข้างบนอย่างรีบเร่งและใช้แว่นตาที่สวมใส่เป็กล้องถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งที่นำติดมาด้วย บันทึกภาพทุกภาพไว้จนครบ
หลังจากนั้นก็ลงมือบันทึกเสียงผ่านปากกาอัดเสียงที่เป็เครื่องมือมาั้แ่เป็สายลับ โดยเมสันหรือหัวหน้าหน่วยให้เป็ของขวัญวันเกิด หญิงสาวบอกวิธีการเข้ามาในสถานที่นี้อย่างละเอียดลงปากกาอัดเสียง เพื่อเป็ประโยชน์กับหน่วยงานที่สังกัดอยู่ ก่อนจะเหน็บปากกากลีบเข้าที่ปากกระเป๋าเสื้อที่ใส่อยู่ แล้วถอนเท้าออกจากสถานที่แห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว
จากหางตาเห็นกล้งวงจรปิดที่มุมห้องบันทึกภาพเขาเอาไว้ หญิงสาวได้แต่ภาวนาว่า เธอยังมีเวลาเหลือพอสำหรับหลบหนี เธอเลือกที่จะใช้บรรไดหินเก่าแก่วิ่งลงไปยังที่พักซึ่งอยู่ใต้ดินแทนใช้ลิฟต์ซึ่งอยู่ไกลออกไป และพุ่งตรงไปที่ห้องนอนเป็อันดับแรก
ในนั้นมีใครบางคนรออยู่อย่างกระวนกระวาย แต่หญิงสาวที่ประสาทััดีว่ามีคนตามมา จึงกระชากร่างชายคนนั้นที่รอมาหลบที่มุมหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็ว
"รุ่นพี่สกาย!!"
"ทอมป์ เงียบ!" ทอมป์รุ่นน้องที่เข้ามาใหม่ไม่กี่เดือน เขาพยายามตื้อที่จะมากับเธอเพื่ออยากมีประสบการณ์แต่กลับให้มาเฝ้าอย่างงี้ ยิ่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่ารุ่นพี่จะโผล่หัวออกมา ทอมป์ที่ทำงานในองค์กรมีสกายช่วยสอนงานมาราวสามเดือนแล้ว ทอมป์นับถือในฝีมือของรุ่นพี่สกายมากๆ เป็แบบอย่างในชีวิตสายลับของเขา
"มีคนตามมา นี่หลักฐาน นายรีบไปทางนั้น ฉันจะล่อมันไปทางนี้"สกายยัดแว่นและปากกา ทีมีข้อมูลมากมาย ต่อให้ตนเองตายก็ขอให้พวกมันได้ถูกเปิดโปง และนี่คือครั้งแรกที่ ทอมป์ได้เห็นอุปกรณ์ของเธอ นอกจากเมสันที่เป็หัวหน้าก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอมีอุปกรณ์พวกนี้ และทอมป์ก็คือคนที่สอง
"นี่คือ"ทอมป์ถามสกายที่ยัดแว่นกับปากกาให้อย่าง งงๆ รุ่นพี่จะมาเล่นอะไรตอนนี้
"ไอ้โง่ พวกนี้คืออุปกรณ์เก็บข้อมูล ไว้แกมีผลงานแกก็จะได้เอง. ไปได้แล้ว "สกายถีบส่งร่างที่ยื้อยุดกับนาง เพราะความดื้อดึงของรุ่นน้องทำให้นางปวดหัวไม่น้อย
"ไม่! หากพี่เป็อะไรไป ท่านเมสันเอาผมตายแน่ "ทอมป์เอ่ยขึ้น เพราะห่วงรุ่นพี่ แม้จะทำงานมาหลายปีกว่าเขาจนชำนาญแต่เอาตนไปเป็เหยื่อล่อพวกโจรแบบนี้เขาทำไม่ได้
"ทอมป์ แกห่วงตนเองเถอะตอนนี้ ฉันเอาตัวเองรอดได้ ไปได้แล้ว ฉันไม่มีเวลามาเสวนากับแกนะ หากแกไม่สามารถเอาข้อมูลไปให้ท่านเมสันได้ แกตายแน่ ทำตัวให้เหมือนลูกศิษย์ฉันหน่อย "เธอตวาดด่าไอ้รุ่นน้องที่มาห่วงอะไรตอนนี้
"รุ่นพี่!"สกายวิ่งออกไปจากห้องทันที ปล่อยให้ทอมป์มองอย่างเป็ห่วง
"จงมีชีวิตกลับมานะรุ่นพี่ ผมจะทำตามความตั้งใจของพี่ให้สำเร็จ "ทอมป์ะโจากหน้าต่างออกไปทันที พรางน้ำตาไหล หากรุ่นพี่ไม่กลับมา เขาต้องบ้าคลั่งลากตัวไอ้ สารเลวนั่นเป็แน่
หญิงสาวที่วิ่งออกจากห้องมาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ กระทบพื้นหินอ่อนของคนหลายคนวิ่งตรงเข้ามาหา เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีสำหรับการหนีออกไปจากรังอสรพิษ แห่งนี้ โชคดีที่เธออยู่ที่นี่มาหลายเดือนพอที่จะรู้ทางลัดไปสู่ป่าทางทิศตะวันออกได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีเครื่องมือผ่อนแรงระบบไฮดรอลิกอันเท่าฝ่ามือที่คิดค้นขึ้นมากับเมสันสองคน มาเป็พิเศษสำหรับช่วยให้เปิดฝาท่อน้ำโบราณที่ทำจากเหล็กหล่อหนาแน่นได้อย่างง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ ซึ่งมีสองอันเท่านั้นของโลก อีกตัวอยู่ที่เมสัน
ทีนี้ก็เหลือแค่ให้พระเ้าคุ้มครองเธอเท่านั้น หญิงสาวจับสร้อยของพ่อแม่ที่ให้ตอนแรกเกิดไว้แน่นเพื่อให้ผ่อนคลายให้มีสติตลอดเวลา ของรางที่นางนับถือมากที่สุดก็คือของรางจากพ่อแม่นี่แหละ เป็สร้อยที่ทำจากมุกทะเลที่พ่อกับแม่สันหามาทำให้ เป็สร้อยมุกที่มีค่ามากสำหรับนาง
หญิงสาวปีนขึ้นไปบนสนามหญ้าเหนือห้องนอนที่อยู่ใต้ดินได้สำเร็จ รองเท้าหนังที่สวมอยู่ก็ถูกถอดออกแบบพิเศษเพื่อจะได้ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้บนผิวดินอ่อนนุ่ม.ขนาดที่กุหลาบฮอลแลนด์เกี่ยวชายกางเกงสีดำของเธอจนขาดวิ่น
เสียงฝีเท้ายังคงไล่หลังมา คราวนี้พวกมันแยกออกเป็สองสายแต่เธอไม่มีวันให้พวกมันจับตัวได้เป็อันขาด หญิงสาวคิดขณะเลื่อนตัวลงสู่ท่อน้ำส่งน้ำใต้ดินขนาดกว้างเกือบสองฟุตพร้อมกับนึกขอบคุณพระเ้าอยู่ในใจ ที่มีท่อน้ำการผันน้ำของแม่น้ำใหญ่ ความดีใจนี้ดำรงได้ไม่นานนัก เพราะเสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน ะุ .38 นัดแรกพุ่งเข้าเจาะที่แผ่นหลังของเธอ โชคร้ายนักที่เธอไม่ได้สวมเกราะอ่อนดังเช่นทุกวัน หญิงสาวจึงรู้สึกถึงอนุภาพร้ายแรงของะุนั้นของมัน และเ็ปแทบขาดใจเมื่อผิวเนื้อถูกคว้านเป็รูกลม โพรงปากลิ้มรสเค็มฝาดของเื ที่ทะลักออกมาพร้อมการสูดลมหายใจเข้าออก ในช่องหูได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น เธอพยายามหันไปมองก็ตาเบิกกว้าง นี่มัน เป็ไปได้อย่างไร ขอบตาเธอร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
"วิลเลียม นะ...นาย"ตาคมมองใบหน้าที่นิ่งสงบกว่าทุกครั้งที่พบกัน ใช่ วิลเลียมคือเพื่อนสนิทของเธอในองค์กร เราสองคนพยายามสอบเข้าเพื่อเป็ทหารร่วมกัน ขนาดมาทำงานก็ยังทำร่วมกัน ฝ่าฝ่ันอุปสรรคต่างๆมาด้วยกันเสมอ ล่าสุดเธอก็พึ่งได้แยกงานกันเพราะรุ่นน้องเข้ามาใหม่คือทอมป์ เธอก็ต้องแยกกับเขามาราวหนึ่งปี นี่เธอพึ่งเจอหน้าเขาครั้งแรกรอบปีนี้
"นาย"เสียงที่เอ่ยสั่น ไม่คิดว่าคนที่เธอรักเปรียบดั่งครอบครัวที่เหลือของเธอก็คือวิลเลียม จะเป็คนยิงเธอด้วยมือตนเอง วิลเลียมมองร่างบางที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี เขากลั้นเสียงไม่ให้สั่น เธอคือผู้หญิงที่เขารักมาตลอด แต่เธอคิดกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น
"ขอโทษ"วิลเลียมเอ่ยเสียงเบา แต่เธอได้ยินเสียงดังฟังชัด ก็น้ำตาไหลพลากทันที ความเ็ปนี้มันหนักหนามากกว่าความเจ็บจากการโดนยิ่งเสียอีก
"วิลเลียม ไอ้คนทรยศ"เธอมองเขาตาแดงก่ำ
"นายหักหลังองค์กรได้อย่างไร ไหนนายบอกว่านายรักอาชีพนี้ ไหนนายบอกว่านายจะอยู่เคียงข้างฉัน! "เสียงหญิงสาวะโใส่ชายที่ยืนหน้าตาย มองเธออยู่ เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ 1ปีที่หายไปเขาไปทำอะไรมา หนึ่งปีที่ทำให้เพื่อนที่เธอรักมากๆห่วงใยตลอด ข่าวคราวก็ไม่ส่งมา ขนาดหัวหน้าเมสันพยายามติดต่อไปตลอดเขาก็เลี่ยงตลอด. อย่าบอกนะว่าที่แท้นายมาช่วยศัตรูพวกนี้ มือเล็กกำหมัดแน่น ความรู้สึกที่ก่อตัวของนาง ใจที่เต้นราวกลับจะหลุดออกมา น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด
"จับตัวมันไว้"เขาไม่อธิบายอะไรเธอ เอ่ยขึ้นสั่งลูกน้องด้านหลัง สี่คนที่ได้รับคำสั่งก็เดินไปจับร่างที่นั่งกุมแผลที่โดนยิงทะลุมาด้านหน้า แต่เธอกลับทนมันได้ เขารู้ดีว่าร่างกายของสกายนั้นพิเศษกว่าใคร เพราะแบบนี้เขาถึงรู้จุดอ่อนของอีกฝ่ายหลังจากตีสนิทมาได้นานพอควร แม้เขาจะรักเธอแต่เขาก็มีหน้าที่สำคัญกว่าเธแมากกว่า เขาไม่อาจเลือกเธอได้ วิลเลียมได้แต่ขอโทษในใจ เขารู้สึกผิดเหลือเกิน
หญิงสาวสะบัดร่างออกจากการควบคุมของชายสี่คน แม้เจ็บที่แผลแต่เธอก็อึดไม่น้อย เคยโดนยิงมากกว่า5แผลยังเคยเลย แค่นี้ทำอะไรนางไม่ได้หรอก เธอสะบัดเท้าใส่ชายสองคน พรางหยิบมีดเล่มเล็กจากข้อเท้า ปักลงที่คอคนที่สาม แล้วตวัดขาไปด้านหลังที่มีชายอีกคนเข้ามา แต่ระหว่างนั้น เธอโดยยิงเข้ามาที่แขนและขาทั้งสองข้าง4นัด ร่างบางล้มลงจนปัญญา ร่างที่อาบเืนอนหายใจรวยริน ตาแดงก่ำมองไปที่ชายที่ยิงเธอได้อย่างหน้าตาเฉย รู้สึกผิดหวังกับเขามากนัก ที่ผ่านมาเื่ของเราสองคนมันคืออะไร นางคิดหากชีวิตนี้ได้เลิกทำอาชีพสายลับนางจะบอกเื่ในใจของนาง นางเริ่มรู้สึกมีใจให้เขาแล้ว เพราะเธอชอบผู้ชายที่ปกป้องเธอได้อยู่เคียงข้างเธอเสมอ คนที่เข้าใจเธอทุกอย่าง ซึ่งทั้งหมด วิลเลียมคือคนเดียวที่เขามี แม้เธอจะปากแข็ง แต่เธออยากให้ชีวิตของเราสองคนอยู่ตัวกว่านี้ ไม่อยากคิดมากทุกครั้งเวลามีความสัมพันธ์กันตอนเป็สายลับมันทำใจยากแค่ไหน เสี่ยงตายมากี่หนด้วยซ้ำ เขาจะรู้ไหมว่าเธอฝากตัวและหัวใจไว้ที่เขาคนเดียว
"นำไปที่บ่อน้ำด้านหลังคฤหาสน์."เขามือสั่นที่กำกระบอกปืนนั้น พรางเดินนำคนของตนออกไป ร่างบางที่หมดฤทธิเพราะโดนยิงสกัดไม่ให้ขยับตัวได้ขนาดนี้ ถูกลากมายังบ่อน้ำที่เป็บ่อน้ำที่ถูกนำศพหลายศพมาโยนทิ้งที่นี่ ที่มีสาบลับเข้ามาตลอด
"เอาล่ะโยนทิ้งในบ่อซะ"เสียงเข้มเอ่ยสั่งการทันที ตาคมของชายหนุ่มไม่มองมาที่เธอพรางหันหลังรอ ลูกน้องจัดการ แต่ระหว่างที่ลูกน้องกำลังจะโยนร่างที่อาบเืนั้นทิ้ง ก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมาที่เขา
"วิลเลียม หากชาติหน้าฉันใดมีจริง ขออย่าให้เราได้พบได้เจอกันอีก ความรู้สึกทุกอย่างที่เสียขอให้มันตายไปซะที่ตรงนี้ "วิลเลียมได้ยินก็หลับตาลงอย่างกลั้นน้ำตาไม่อยู่
"ฉันก็เจ็บไม่แพ้กับเธอเช่นกันสกาย แต่ฉันเลือกเธอไม่ได้"เขาเอ่ยกับตนเอง กำหมัดแน่นโกรธที่เขาน่าจะห้ามนางไม่ให้มาเป็สายลับกับเขา โกรธที่ตนเองรักแต่ทำอะไรไม่ได้
ตู๊มมมมมม
เสียงร่างบางตกลงบ่อน้ำ หญิงสาวหลับตาลงไม่ฝืนต่อชะตา เธอพร้อมแล้วที่จะตาย ตายไปพร้อมกับความรู้สึกที่มีต่อชายคนนั้น ไม่อีกแล้ว ถ้ามีชีวิตอีกจะไม่รักใครอีกแล้ว มือบางกำสร้อยมุกของพ่อแม่แน่น ร่างบางล่วงสู่ด้านล่างบ่อน้ำลงไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ระหว่างที่กำลังจะขาดอากาศหายใจ ตาที่หลับอยู่ก็ลืมเพื่อมองไปด้านหน้า สายตาที่พร่ามัวชัดบ้างไม่ชัดบ้าง อยู่อย่างนั้น ทำให้นางมองเห็นแสงสีทองส่องสว่างเป็รูปหน้าคนสามคน ที่มองมาที่เธอด้วยใบหน้าอบอุ่น ยิ้มให้เธออยู่ ชายหนึ่งและหญิงหนึ่งอยู่ใน่วัยกลางคน และอีกคนที่ออกจะอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปี ทั้งสามทอดสายตามองเธอ โดยที่เธอไม่รู้จักทั้งสามคนเลย แต่ก็มองได้ไม่นานร่างของเธอก็กระตุกไปสองสามที ก็ขาดอากาศหายใจ
หน่วยองค์กร
"ฮึก"ทอมป์มองรูปของรุ่นพี่ก็ร้องออกมาอย่างทนไม่ไหว เมสันที่ยืนอยู่ข้างๆก็ลูบไหล่คนของตนอย่างเข้าใจและเจ็บใจไม่น้อยที่เลี้ยงอสรพิษไว้ข้างกาย อย่างวิลเลียม เพราะวิลเลียมมาสารภาพหลังจากพวกเขาจับเหล่าโจรที่ขโมยรูปภาพที่เป็ผลงานจากสกายทั้งหมด วิลเลียมมันก็มาสารภาพผิดกับหน่วยงานเพื่อให้จับกุมตัวเขา เมสันได้ยินว่าสกายตายเพราะมันเขาอัดไอ้วืลเลียมจนมันกระดูกหักถ้าไม่มีคนห้ามไว้เขาคงได้ฆ่ามันตายคามือแล้ว พอได้รับรู้ว่าศพของสกายอยู่ไหนเขาก็แทบปวดใจ ร่างที่อึดที่บวมน้ำ แผลที่โดนยิง คงทรมาณไม่น้อย เมสันกอดศพของเธอราวจะขาดใจ เพราะเมสันรักสกายดั่งลูกสาว เขาสอนสั่งสกายมากมายเพื่อนางเอาตัวรอดได้ แม้เขาจะทำใจการเป็สายลับย่อมมีความเสี่ยงสูง แต่พอเห็นสกายจากไปแบบนี้จริงๆก็ทำใจยอมรับไม่ได้ เขาติดรูปที่หน่วยงานเพื่อระลึกถึงสกายผู้ที่มีผลงานให้องค์กรสำเร็จเสมอ เป็หน่วยกล้าตายเพื่อประเทศชาติ จะมีใครที่กระทำเช่นนางได้ หากไม่กลัวตายพอ
"สกาย หากชาติหน้ามีจริง ฉันก็อยากเธอมาเป็ลูกฉันจริงๆ"เขาเอ่ยแล้วหันหลังไปทำงานต่อ ทอมป์เช็ดน้ำตาออก เขาร้องไห้ติดกันมาหลายวันแล้ว
"ศิษย์ของพี่คนนี้ ผมจะไม่ทำให้อาจารย์เช่นพี่ต้องผิดหวังแน่นอน ผมจะเดินตามรอยรุ่นพี่จะรอบคอบตามที่พี่สั่ง ผมรู้ว่าพี่ห่วงผมตลอดถึงขั้นตามมาคอยดูแลที่งานของผมรับมาห่างๆ พี่รู้ไหมผมซึ้งใจแค่ไหน "ทอมป์กล่าวเสร็จก็เดินไปทำงานทันทีหากยืนมากไปกว่านี้เขาคงได้เสียน้ำตาอีกแน่ พรางลูปปากกาของสกายที่ท่านเมสันให้ทอมป์ไว้ เพื่อเป็สิ่งเตือนใจเขาเวลาทำงาน แล้วอีกอย่างสกายก็ว่าจะให้เป็ของขวัญแก่เขาที่ตั้งใจทำงานเช่นกัน
"เฮือก!! "ร่างบางหอบหายใจอย่างแรง ตาที่แดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก นี่นางฝันไปหรือ ฮวาหลินถอนหายใจอย่างหนัก
ฮวาหลินที่หายใจได้คงที่ก็นั่งมองผ่านความมืดมิดนั้น ด้วยใบหน้าเศร้าควานนี่ช่างทำนางเ็ปนัก แต่นางเป็คนที่ปรับตัวเร็ว ไม่ชอบเอาความเศร้ามาทำให้ตนเองมีจุดอ่อนจึงไม่แปลกที่เธอจะปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้ หลังจากเธอตายคนพวกนั้นจะเป็เช่นไร ท่านเมสันคงจับโจรพวกนั้นได้แล้วสินะ นางเชื่อมั่นใจตัวทอมป์หวังว่าเขาจะนำข้อมูลอยู่รอดปลอดภัย มือบางที่ชินกับการลูบสร้อยที่คอก็ต้องใจหายเพราะที่คอไม่มีสร้อยให้คอยลูบประจำอีกแล้ว เวลาเธอไม่สบายใจก็มีสร้อยไข่มุกนี่แหละที่ช่วยให้นางเบาใจลงได้ ฮวาหลินที่นอนไม่หลับ ก็เดินออกมาสูดอากาศตอนใกล้จะพระอาทิตย์ขึ้น นางออกมาก็เห็นตงเก่อนั่งเฝ้าหน้าประตูเรือนของนางอยู่
"นายท่านตื่นแล้วหรือขอรับ "นางพยักหน้า
"แล้วเ้าได้นอนบ้างไหมตงเก่อ "
"ข้าผลัดเปลี่ยนเวรยามกับน้องชายข้าไม่นานนี้เองขอรับ"นางพยักหน้าเข้าใจ จึงมานั่งลงข้างๆตงเก่อ. ตงเก่อก็ใกำลังจะลุกก็มีมือเล็กมาจับไว้ว่าไม่ต้อง เขาก็ไม่ลุก
"ตงเก่อ ข้าคิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ"ตงเก่อมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของนายท่าน
"ไว้รอสว่างข้าจะพาพวกเ้าไปเที่ยวเล่นกัน"นางเอ่ยพรางนึกอะไรดีขึ้นมาตงเก่อได้ยินเื่ดีๆของนายท่านมันมีกลิ่นแปลกๆนะ ทำไมเขาถึงเสียวสันหลังแบบนี้ล่ะ กับคำพูดไม่กี่ประโยคของนายท่าน