เส้นทางสู่เทพ

    ตอนที่ 33 การทดสอบประจำเดือน 4

    ย้อนกลับมาตอนที่รอยได้รับของรางวัลสำเร็จภารกิจการทดสอบประจำเดือนมันสำเร็จทันทีที่ผู้คุมสอบประกาศชัยชนะ แต่คนที่ต้องมามอบรางวัลคือภูติแห่งฝันร้ายนั่นเองที่อยู่ ๆก็พูดแทรกขึ้นมาระหว่างที่รอยโดนฟาดลงกับพื้นสนามประลอง รางวัลของภารกิจนี้คือระบบค่าความสนิทระหว่างศิษย์และอาจารย์ของรอยกับปรมาจารย์บีโฮที่แน่นแฟ้นกันมากยิ่งขึ้นจนมากถึงระดับหนึ่ง เมื่อรอยพบเจอกับภัยอันตรายจนถึงชีวิตก็จะมีสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้ปรมาจารย์บีโฮรับรู้ได้ถึงภัยอันตรายนั้นไปด้วยเช่นกัน

     

    ซึ่งเมื่อปรมาจารย์บีโฮรับรู้ได้แล้วว่ารอยพบเจอกับเหตุร้ายจึงได้รีบติดต่อกับหน่วยอีสนีที่คอยคุ้มกันรอยอยู่ทันที แต่ปรมาจารย์บีโฮก็ไม่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้เลยสักคนเดียว ทำให้ปรมาจารย์บีโฮยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่เพราะหน่วยอัสนีที่ส่งมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นมือดีของสำนักอินซาทั้งสิ้น การที่ติดต่อกับพวกเขาไม่ได้เลยสักคนแบบนี้จะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นเป็นแน่ อย่าว่าแม้แต่ติดต่อกับหน่วยอัสนีเลยตอนนี้สัญญาณทุกอย่างภายในโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sทั้งหมดถูกปิดกั้นจากโลกภายนอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    ปรมาจารย์บีโฮเปิดดูGPSของหน่วยอัสนีทั้ง 4 คนที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษโดยเฉพาะไม่ว่าจะถูกสัญญาณรบกวนอยู่ก็ยังสามารถใช้งานได้ จึงพบว่าพวกเขาทั้งหมดไปรวมตัวกันอยู่ที่จุดเดียวกันคือบริเวณอาคารเรียนหลักวิชาสามัญ

    “วันนี้รอยต้องไปทดสอบประจำเดือนที่สนามต่อสู้ไม่ใช่รึอย่างไร แต่ทำไมเจ้าพวกนั้นถึงได้ไปรวมตัวกันอยู่ตรงจุดนั้นได้ล่ะ?”

     

    ปรมาจารย์บีโฮจึงเลือกที่จะไปหาหน่วยอัสนีก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่ ผ่านไปไม่นานกว่าปรมาจารย์บีโฮจะมาถึงอาคารเรียนหลักวิชาสามัญ ก็พบว่ามีเด็กนักเรียนมากมายหลายคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บล้มตายอยู่นอกอาคารเรียน ส่วนตัวอาคารเรียนเองก็พังเสียหายจากการต่อสู้ที่รุนแรงไปบางส่วนราวกับเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่นี่ขึ้นอย่างงั้นแหละ

     

    “แม้แต่เด็กนักเรียนพวกมันก็ไม่เว้นเลยหรือนี่”

     

     ซึ่งตอนนี้คนขององค์กรเมฆทมิฬหลายสิบคนกำลังต่อสู้อยู่กับหน่วยอัสนีที่ชั้นดาดฟ้าของอาคารเรียนหลักอยู่  ทั้งสี่คนต่างก็อยู่ในจุดที่ยากลำบากเพราะพวกเขาถูกทำให้อ่อนกำลังลงด้วยยาพิษชนิดพิเศษที่ถูกเตรียมมาใช้โดยเฉพาะกับผู้มีพลังพิเศษและผู้ฝึกยุทธ จึงทำให้ระดับพลังของคนในหน่วยอัสนีลดลงมาอยู่ระดับเดียวของพวกที่จู่โจมนี้ แถมจำนวนคนของพวกมันยังเยอะกว่ามากอีกด้วยเลยทำให้การต่อสู้ยิ่งยากลำบากเข้าไปกันใหญ่

     

    ปรมาจารย์บีโฮรีบกระโดดขึ้นมาดูก็พบว่าทั้งสี่คนมีสภาพที่ดูไม่ได้เลย บาดแผลตามเนื้อตามตัวมีรอยของมีคมฟันจนมีแผลอยู่เต็มไปหมด

    คนขององค์กรเมฆทมิฬที่ปิดบังหน้าตาไว้อยู่หันมามองเป็นทางเดียวกันเมื่อเห็นว่าปรมาจารย์บีโฮกระโดดขึ้นมา

     

    “ไอแก่นี่มันเป็นใครวะ?” 

    “อย่าไปสนใจ ฆ่ามันก่อนเลยใครที่มันเห็นพวกเราก็อย่าให้มันรอดชีวิตกลับไปได้” หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มออกคำสั่งกับคนที่อยู่ใกล้ปรมาจารย์บีโฮมากที่สุดให้โจมตีปรมาจารย์บีโฮทันทีเพราะคิดว่าปรมาจารย์บีโฮเป็นเพียงปรมาจารย์ชาวยุทธผู้ฝึกสอนคนหนึ่งเท่านั้นไม่มีค่าให้สนใจอะไรมากนัก

    ชายที่อยู่ใกล้ปรมาจารย์บีโฮมากที่สุดเดินก้าวออกมาก็ถูกซัดเข้าที่คอจนหักตายคาที่ทันทีก่อนที่จะได้ง้างอาวุธโจมตีออกไปก่อนซะอีก

    ปรมาจารย์บีโฮเดินเข้าหาคนองค์กรเมฆทมิฬอย่างเชื่องช้า พอพวกองค์กรเมฆทมิฬเห็นแล้วว่าพรรคพวกถูกทำร้ายก็วิ่งกรูกันเข้ามาอย่างกับฝูงลิง ปรมาจารย์บีโฮเดินผ่านพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อไปมาจนมองไม่เห็นเลยว่าปรมาจารย์บีโฮซัดผ่ามือออกไปกี่ครั้ง แต่ที่เห็นได้จัดเจนเลยคือคนขององค์กรเมฆทมิฬล้มลงไปนอนกองกับพื้นมากกว่าครึ่งไปแล้ว ทุกคนที่ถูกปรมาจารย์บีโฮโจมตีไม่ตายคาที่ก็เหมือนกับถูกทรมานทั้งเป็น ชิ้นส่วนร่างกายตรงจุดที่ถูกโจมตีล้วนแตกหักผิดรูปผิดร่างจนน่ากลัวเหมือนกับกิ่งไม้ที่ถูกของแข็งฟาดอย่างแรงจนหักอย่างไงอย่างงั้น

    ทุกคนจึงเริ่มรู้ตัวแล้วว่าชายแก่คนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเขาจะต่อกรได้จึงหันหลังวิ่งหนีทันทีเพราะถ้าขืนสู้ต่อไปมีแต่ตายกับตายเท่านั้น

     

    ปรมาจารย์บีโฮพุ่งเข้าไปกลางกลุ่มคนและซัดเข้าที่ขาของทุกคนจนหักผิดรูปก่อนที่พวกองค์กรเมฆทมิฬจะออกตัววิ่งไปได้ก่อนซะอีก

     

    อ๊ากก!!

    ขาฉัน!

    ทุกคนต่างล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงแม้พวกองค์กรเมฆทมิฬจะเจ็บปวดทรมานเจียนตายแค่ไหนก็ตามพอรู้ว่าไม่มีทางหนีแล้วก็รีบชิงฆ่าตัวตายด้วยยาพิษที่ซ่อนอยู่ในตัวเพียงแค่ไปกระตุ้นพลังภายในก็ทำให้พิษที่ซ่อนไว้แตกกระจายไปทั่วร่างได้แล้ว ปรมาจารย์บีโฮถึงแม้จะอยากหยุดการฆ่าตัวตายของพวกเขาแค่ไหนก็ตามแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้หันหน้าไปมองคนจากหน่วยอัสนีที่ล้มพับไปกับพื้นด้วยท่าทีที่อ่อนแรงเพราะเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก

     

    “เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากันทำไมถึงได้มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ได้ ข้าสั่งให้พวกเจ้าตามเฝ้าดูลูกศิษย์ของข้าอยู่ไม่ใช่หรืออย่างไร?”

     

    “พวกเราติดกับดักเคลื่อนย้ายมิติของพวกมันเข้าครับท่านอาวุโส”

    อินฮวาที่กำลังจะอธิบายถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าแต่ก็ถูกหยุดเอาไว้

    “เห้อ…เอาล่ะ ๆไม่ต้องมาอธิบายอะไรให้ข้าฟังแล้วรีบไปช่วยศิษย์ข้าได้แล้ว เจ้าจำจุดที่ถูกเคลื่อนย้ายมิติมาได้รึไม่ข้าจะได้ใช้เครื่องเคลื่อนย้ายมิติที่มีอยู่เคลื่อนย้ายพวกเราย้อนกลับไปที่จุดเดิมอีกครั้ง”

     

    “จำได้ครับผู้อาวุโส” 

     

    ปรมาจารย์บีโฮเห็นว่าอาการของแต่ละคนไม่สู้ดีนักจึงได้โยนขวดยาบางอย่างให้กับอินฮวาไป

     

    “กินมันแล้วพวกเจ้าก็รีบขับพิษร้ายออกมาซะ”

     

    “ขอบคุณครับผู้อาวุโส” ทั้งสี่คนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงและรีบทำตามที่บอกทันที

     

    ตอนนี้โรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sไม่ได้มีแค่อาคารเรียนหลักวิชาสามัญเท่านั้นที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแต่เป็นทั่วทั้งโรงเรียนเพราะผู้อำนวยการแดเนียลได้ทำเปิดใช้เครื่องเคลื่อนย้ายมิติมาวางไว้ตรงจุดต่าง ๆภายในโรงเรียนให้องค์กรเมฆทมิฬเข้ามากันได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของเขตปกครองพิเศษ แต่การเตรียมการนี้ไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่าย ๆ เพราะแค่มีคนเปิดเครื่องเคลื่อนย้ายมิติเองในเขตปกครองพิเศษของเดอะคิวบ์ก็จะทำการตรวจจับได้อย่างทันที แต่ก็ใช่ว่าผู้อำนวยการแดเนียลจะไม่ได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้เลยทำให้ตอนนี้กลุ่มเดอะคิวบ์ในเขตปกครองพิเศษยังไม่ทราบถึงการแอบเปิดเครื่องเคลื่อนย้ายมิติภายในโรงเรียนนี้ได้

     

     

    กลับมาช่วงปัจจุบันที่ทั้งคู่กำลังยืนจ้องตากันอยู่

    ปรมาจารย์บีโฮพอได้ยินในสิ่งที่ผู้อำนวยการแดเนียลพูดก็พุ่งเข้าหาทันที ผู้อำนวยการแดเนียลเองก็ยกเลิกม่านบาเรียที่อยู่ในสนามต่อสู้ทั้งหมดมาป้องกันร่างกายของเขาเอาไว้แทน เพราะถ้าไม่ใช้พลังทั้งหมดที่มีคงไม่สามารถป้องกันการโจมตีของสุดยอดปรมาจารย์บีโฮได้เป็นแน่

     

    ตู้ม!!

     

    หมัดที่ปรมาจารย์บีโฮโจมตีถูกหยุดโดยพลังบาเรียของผู้อำนวยการแดเนียลที่ถูกสร้างขึ้นมาครอบคลุมร่างกายของเขาเอาไว้ คลื่นกระแสสายฟ้าสีดำแตกกระจายออกเป็นคลื่นใยแมงมุมไปทั่วม่านบาเรีย ชายหัวรังนกเห็นว่าชายแก่คนนี้ไม่ธรรมดาจึงรีบใช้พลังแรงโน้มถ่วงกดทับเข้าไปตรงจุดที่ปรมาจารย์บีโฮอยู่จนทำให้ปรมาจารย์บีโฮร่วงลงไปติดกับพื้น

     

    เด็กนักเรียนที่ยังรอดชีวิตพอเห็นว่าม่านบาเรียหายไปแล้วต่างก็วิ่งหนีหาทางออกจากสนามประลองกันอย่างเร็วไวเพราะเห็นว่าปรมาจารย์ขุนเดชเสียสติไปแล้วที่ไล่ฆ่าฟันพวกเขาไม่เลือกหน้า

    ส่วนหน่วยโพดำทั้งสามคนที่ถูกโจมตีก่อนหน้านี้ต่างก็รีบลุกขึ้นมาแต่ก็ถูกชินจิคนตัวเล็กที่สุดในหน่วยอัสนี ซึ่งเป็นชาวเอเชียหน้าตาดีใช้พลังการวาร์ปเคลื่อนย้ายหน่วยโพดำทั้งสามคนออกจากพื้นที่สนามประลองไปก่อนที่พวกเขาจะลุกขึ้นมาตั้งหลักได้ก่อนซะอีก พลังของชินจิจะต้องใช้มือสัมผัสถึงตัวจึงจะสามารถวาร์ปสิ่งต่าง ๆไปได้ แต่ขอบเขตการวาร์ปก็ไม่ได้ไกลมากจึงทำให้ทั้งสามคนถูกแยกออกมาที่นอกเขตสนามต่อสู้ได้เพียงเท่านั้น พอชินจิเคลื่อนย้ายทั้งสามคนออกไปแล้วก็เคลื่อนย้ายคนในหน่วยอัสนีอีกสามคนตามออกไปติด ๆ เพื่อไม่ให้พวกเขามายุ่งวุ่นวายกับการต่อสู้ในสนามประลองนี้ ส่วนตัวชินจิเองยังคงรออยู่ที่สนามประลองเพราะยังไม่สามารถเข้าไปใกล้ชายหัวรังนกตอนนี้ได้เพราะด้วยคลื่นออร่าแรงโน้มถ่วงที่ถูกปล่อยออกมารอบ ๆตัวเขานั่นเอง ถึงชินจิจะวาร์ปไปตรงจุดที่ชายหัวรังนกอยู่ได้ก็ตามแต่ก็คงจะถูกออร่าแรงโน้มถ่วงที่รุนแรงบนขยี้เขาก่อนที่จะไปสัมผัสตัวชายหัวรังนกได้เป็นแน่

     

    แรงโน้มถ่วงที่ชายหัวรังนกทำมากถึงขั้นทำให้พื้นสนามยุบตัวลงไปมากกว่าหนึ่งเมตร แต่ปรมาจารย์บีโฮยังคงสามารถยืนตรงอยู่ในหลุมแรงโน้มถ่วงได้อย่างมั่นคงเหมือนกับว่าไม่ได้รับผลกระทบจากพลังแรงโน้มถ่วงที่ชายหัวรังนกปล่อยออกมาเลย ปรมาจารย์บีโฮหันไปทางชายหัวรังนกที่ตอนนี้กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศพร้อมกับกระจายออร่าสีม่วงหม่นออกไปรอบ ๆ แต่ก่อนที่ปรมาจารย์บีโฮกำลังจะพุ่งตัวออกไป ผู้อำนวยการแดเนียลก็ใช้ม่านบาเรียทรงกลมครอบตัวปรมาจารย์บีโฮเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้ขยับออกไปไหนได้

     

     

    ปรมาจารย์ขุนเดชเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกล่าวถามออกมา

    “ต้องการให้ผมช่วยไหม?”

     

    ผู้อำนวยการแดเนียลที่ใช้สมาธิอย่างหนักจนไม่สามารถตอบคำถามกลับไปได้ ปรมาจารย์ขุนเดชเห็นว่าม่านบาเรียสั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะปริแตกออกมาได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้เพราะบริเวณโดยรอบถูกทำให้เป็นพื้นที่แรงโน้มถ่วงไปหมดแล้ว

     

    ปรมาจารย์บีโฮเห็นว่าม่านบาเรียกำลังถูกย่อขนาดให้เล็กลงจึงใช้พลังปราณพลักดันไม่ให้ม่านบาเรียย่อขนาดเล็กลงมาได้มากกว่านี้อีก แรงโน้มถ่วงที่ชายหัวรังนกใช้ยังคงมีผลกระทบอยู่ถึงแม้จะอยู่ในม่านบาเรียก็ตาม นี่เป็นการใช้พลังประสานกันที่น่ากลัวเป็นอย่างมากถ้าคนที่อยู่ในม่านบาเรียไม่ใช่ระดับสุดยอดปรมาจารย์คงได้ร่างเละแหลกเหลวไปนานแล้ว จากนั้นชายหัวรังนกก็รวบรวมออร่าที่อยู่รอบ ๆตัวมาสร้างเป็นฝ่ามือสีม่วงขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นมาเหนือหัวของปรมาจารย์บีโฮ ออร่าแรงโน้มถ่วงของชายหัวรังนกถูกรวบรวมไปสร้างเป็นผ่ามือจนหมดแล้วทำให้ชินจิเห็นโอกาสจึงวาร์ปตัวเองเข้าหาชายหัวรังนกในระยะประชิดทันทีและส่งตัวเขาออกไปนอกสนามประลองเหมือนกับทั้งสามคนก่อนหน้านี้ ชินจิเองก็ไม่ลืมที่จะวาร์ปรอยที่นอนหมดสติอยู่ในสนามประลองออกไปด้วยเช่นกัน เพราะมีรอยกับพวกหน่วยอัสนีอยู่ใกล้ ๆปรมาจารย์บีโฮเลยไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่นัก

     

    ผู้อำนวยการแดเนียลเองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่แผนการเขาต้องมาเละไม่เป็นท่าเพราะคนคุ้มกันของปรมาจารย์บีโฮที่แอบแฝงตัวอยู่ในโรงเรียนโดยที่เขายังไม่รู้ตัวตนของทั้งสี่คนนี้เลยว่าเป็นใครมาจากไหนแถมหนึ่งในสี่คนนั้นยังมีพลังในการวาร์ปที่น่ารำคาญอีกด้วย

     

    ปรมาจารย์บีโฮเห็นว่ารอยกับคนอื่น ๆถูกย้ายไปที่อื่นแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตัวเขาเองก็ต้องรีบจัดการเจ้า 2 คนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุดเพราะด้วยสภาพรอยที่ไม่สู้ดีนักจึงได้ระเบิดพลังปราณออกมา

     

    ตู้มมม!

     

    โล่บาเรียแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆเศษสิ่งก่อสร้างที่อยู่ตามพื้นต่างก็กระเด็นกระจัดกระจายออกไปทั่วสนาม 

    ม่านบาเรียทีแตกออกอย่างกะทันหันทำให้ผู้อำนวยการแดเนียลถึงกับกระอักเลือดออกมา จากนั้นก็เกิดแสงสายฟ้าสีดำก่อตัวขึ้นมาที่กลางสนามประลองลมพายุพัดโหมกระหน่ำจนต้องทำให้ผู้อำนวยการแดเนียลรีบใช้ม่านบาเรียป้องกันที่ฝั่งตนเองทันที

     

    ร่างประทับเทพ!!

     

    “นี่เหรอร่างประทับเทพวิชาลับของสำนักอินซา ที่ว่ากันว่าสามารถเพิ่มศักยภาพของผู้ใช้ได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว” 

     

    ตอนนี้ทั้ง 2 คนเห็นเป็นเพียงแสงสายฟ้าสีดำห่อหุ้มร่างกายของปรมาจารย์บีโฮไว้เท่านั้น สายฟ้าสีดำเคลื่อนไหวไปมาราวกับมังกรขดที่เพิ่งตื่นจากการนิทรา แม้แต่ดวงตาของปรมาจารย์บีโฮเองก็เปลี่ยนไปเป็นสีดำทมิฬราวกับไม่ใช่สิ่งมีชีวิตของโลกมนุษย์นี้ไปแล้ว ปรมาจารย์ขุนเดชเองก็อยากจะลองวิชาของตนว่าจะสู้กับระดับสุดยอดปรมาจารย์ที่ผู้คนทั่วโลกต่างหวั่นเกรงผู้นี้ได้หรือไม่

     

    “ผู้อำนวยการแดเนียลคุณคอยสนับสนุนผมด้วย” ปรมาจารย์ขุนเดชพูดจบก็กระโดดลงเข้าไปหาปรมาจารย์บีโฮที่อยู่ด้านล่างสนามประลองทันที

     

    “เข้าใจแล้ว”

     

    ปรมาจารย์ขุนเดช ใช้มือลูบไปที่ดาบอาคมจนเกิดแสงสีเทาหม่นจากนั้นก็มีม่านหมอกหนากระจายตัวออกมาจากตัวดาบ อากาศโดยรอบก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเย็นยะเยือกราวกับกลายมาเป็นหน้าหนาว จากนั้นเสียงร้องโหยหวนแสนทรมานก็ดังระงมไปทั่วสนามประลอง วิญญาณอาฆาตของเหล่านักเรียนนับร้อยที่ถูกฆ่าตายเมื่อครู่ก็ปรากฏตัวออกมาจากตัวดาบพุ่งเข้าหาปรมาจารย์บีโฮเหมือนกับว่าคนที่ฆ่าพวกเขาคือปรมาจารย์บีโฮอย่างไงอย่างงั้น

     

    อ๊ากก!!

    แกฆ่าฉัน!!

    แกต้องตาย!!

     

    ปรมาจารย์บีโฮที่อยู่ในร่างประทับเทพสายฟ้าทมิฬ ไม่ได้สนใจเหล่าดวงวิญญาณอาฆาตที่ลอยเข้ามาหาเลย เพราะเพียงแค่ดวงวิญญาณอาฆาตเข้ามาใกล้สายฟ้าทมิฬก็เผาไหม้สลายดวงวิญญาณจนหายไปเอง ปรมาจารย์บีโฮพุ่งเข้าไปชกเข้าที่ปรมาจารย์ขุนเดช แต่ก็ถูกม่านบาเรียมากางป้องกันทางด้านหน้าเอาไว้ได้ทัน ปรมาจารย์ขุนเดชเองก็ใช้ดาบอาคมฟันสวนกลับไปแต่ที่ฟันไปนั้นก็เป็นเพียงแค่ภาพติดตาของปรมาจารย์บีโฮเท่านั้น เพราะร่างจริงของปรมาจารย์บีโฮตอนนี้กำลังใช้มือบีบคอของผู้อำนวยการแดเนียลอยู่ ร่างผู้อำนวยการแดเนียลที่ถูกบีบคอจนชักเกร็งไปมาเหมือนกับใกล้จะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของปรมาจารย์บีโฮไม่ต่างอะไรจากไฟฟ้าเคลื่อนที่ ที่ไปแตะต้องอะไรก็สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าช็อตสิ่ง ๆนั้นได้ สายฟ้าทมิฬของปรมาจารย์บีโฮซึ่งเกิดมาจากหลอมรวมพลังปราณสายฟ้ากับไฟเข้าด้วยกันพลังทำลายจึงไม่ได้มีเพียงแค่ช็อตคู่ต่อสู้เท่านั้นแต่ยังเพิ่มความสามารถในการเผาไหม้ของเปลวเพลิงที่รุนแรงเข้าไปอีกด้วย ผู้อำนวยการแดเนียลตอนนี้ที่ถูกบีบคออยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกทั้งไฟช็อตและไฟเผาร่างของเขาทั้งเป็นอยู่เลย

     

    “ดูเหมือนว่าแกจะเป็นตัวต้นเรื่องทั้งหมดนี้ซินะ”

     

    อ๊ากก!

     

    จากนั้นปรมาจารย์บีโฮก็ใช้สายฟ้าทมิฬช็อตไปที่ร่างของผู้อำนวยการแดเนียลโดยตรงจนทำให้ผิวหนังทั่วทั้งร่างไหม้เกรียมจนดำเป็นตอตะโกแม้แต่เสื้อผ้าหรือผมสักเส้นก็ไม่เหลือติดหนังหัวไว้ ผู้อำนวยการแดเนียลถึงจะถูกโจมตีรุนแรงไปขนาดนั้นแต่ก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้ เขายังคงรวบรวมพลังบาเรียเพื่อที่จะผลักให้ปรมาจารย์บีโฮกระเด็นออกไปให้ไกล ๆ แต่มีหรือที่ปรมาจารย์บีโฮจะปล่อยให้ผู้อำนวยการแดเนียลทำอะไรได้จึงใช้มือที่บีบคออยู่เหวี่ยงร่างผู้อำนวยการแดเนียลกระแทกลงพื้นอย่างรุนแรง

     

    อั๊ก!

    อ๊ากก!

    ปรมาจารย์บีโฮช็อตเข้าไปอีกครั้งจนทำให้ผู้อำนวยการแดเนียลสลบคาที่ไปและใช้พลังปราณรวบรวมที่ผ่ามือจนทำให้มันมีรูปร่างเหมือนคมดาบแล้วฟันตัดขาทั้งสองข้างของผู้อำนวยการแดเนียลเพื่อไม่ให้หนีหรือทำอะไรต่อไปได้อีก

     

    ปรมาจารย์ขุนเดชเห็นว่าปรมาจารย์บีโฮแทบจะไม่สนใจเขาเลยถึงแม้จะกระโดดลงมาสู้ตรงหน้าแล้วก็ตาม ถึงเขาจะโกรธมากแค่ไหนแต่เมื่อมองไปที่ร่างที่ไหม้เกรียมของผู้อำนวยการแดเนียล ที่ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าของปรมาจารย์บีโฮเขาเลยเข้าใจถึงความต่างชั้นของสุดยอดปรมาจารย์ขึ้นมาได้ทันที เพราะในประเทศTนั้นไม่มีคนที่ไปถึงระดับสุดยอดปรมาจารย์ได้เลยสักคนเดียว เลยทำให้เขาไม่รู้ในระดับพลังของสุดยอดปรมาจารย์ว่ามีมากถึงระดับไหน ถึงแม้เขาจะใช้ดวงวิญญาณของผู้คนที่ถูกเขาฆ่าตายมานับไม่ถ้วนมาเป็นแหล่งพลังงานแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่นักเรียนชาวยุทธที่เป็นแหล่งพลังงานอันน้อยนิดซึ่งไม่มีพลังมากพอที่จะสร้างดวงวิญญาณที่ชั่วร้ายมาต่อกรกับปรมาจารย์บีโฮได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาเขาเอาแต่แอบฆ่าคนและนักเรียนอย่างลับ ๆมาโดยตลอด เหตุผลในการตายของพวกนักเรียนเหล่านั้นล้วนถูกบิดเบือนมาจากอุบัติเหตุการประลองในโรงเรียนนี้ทั้งสิ้นและผู้อำนวยการแดเนียลเองก็รู้เห็นเป็นใจกับเขาด้วยดีมาโดยตลอด 

     

     ปรมาจารย์ขุนเดชรู้สึกเบื่อเต็มทนแล้วที่จะต้องฆ่าคนแบบหลบ ๆซ่อน ๆนี้ เพราะที่ผ่านมายิ่งฆ่าแล้วดูดกลืนดวงวิญญาณของพวกนักเรียนมาได้มากเท่าไหร่มันก็ยังไม่สามารถเติมเต็มความปรารถนาของเขาได้เลยสักที ที่เขาต้องการคือเหล่าดวงวิญญาณของสิ่งมีชีวิตระดับสูงในต่างโลก ยิ่งเขาดูดกลืนมาได้มากเท่าไหร่ความแข็งแกร่งของเขาก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นแล้วยิ่งเขาดูดกลืนดวงวิญญาณจนมาถึงระดับหนึ่งได้ก็จะสามารถเข้าไปสู่โลกแห่งวิญญาณที่เขาปรารถนามาโดยตลอดได้สักทีและอีกเหตุผลที่ปรมาจารย์ขุนเดชเลือกที่จะร่วมมือกับผู้อำนวจการแดเนียลนั่นก็เพราะเรื่องที่เขาฆ่านักเรียนอย่างลับ ๆมาโดยตลอดเริ่มแดงขึ้นมาแล้วการที่เขาจะหนีจากพวกเดอะคิวบ์ไปได้ก็มีแต่ต้องไปต่างโลกเท่านั้น

    แต่ประตูมิติภายในเขตที่เดอะคิวบ์ปกครองอยู่ล้วนถูกควบคุมด้วยกฏของเดอะคิวบ์ทั้งสิ้น การที่จะเข้าหรือออกจากประตูมิตินั้นล้วนแล้วต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดซึ่งเขาที่มีคดีติดตัวมีหรือจะออกไปได้โดยไม่ถูกเดอะคิวบ์ค้นพบ การที่ปรมาจารย์ขุนเดชเข้ามาทำข้อตกลงกับผู้อำนวยการแดเนียลนั้นก็เพราะป้อมปราการที่มั่นขององค์กรเมฆทมิฬสามารถยืดครองประตูมิติได้หนึ่งแห่งเป็นของตนเองแล้ว การที่จะเข้าร่วมกับองค์กรเมฆทมิฬอย่างลับ ๆและใช้ประตูมิติแห่งนั้นหนีออกไปได้อย่างอิสระนั่นคือข้อตกลงที่ทำกันไว้กับผู้อำนวยการแดเนียลที่ต้องช่วยเขาลักพาตัวเด็กนักเรียนคนหนึ่งเท่านั้นแล้วใครจะคิดล่ะว่าแผนการมันจะเละไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ได้พาเด็กนั่นออกไปจากโรงเรียนนี้เลย เพราะสุดยอดปรมาจารย์เพียงแค่คนเดียวที่เก็บตัวอยู่ในสำนักร้างอย่างเงียบ ๆมาโดยตลอดเข้ามายุ่งวุ่นวายซะก่อน ทั้งที่หลายปีมานี้ไม่เคยปรากฏตัวออกมาให้คนในโรงเรียนได้เห็นมาก่อนเลยด้วยซ้ำนอกจากผู้อำนวยการ ลูกศิษย์ของสำนักอินซาเองก็รับไว้ส่ง ๆไม่ได้ทำการเรียนการสอนวิชาของสำนักอย่างจริง ๆจัง ๆมาก่อนเลย เลยทำให้สำนักอินซาดูตกต่ำลงในโรงเรียนมาโดยตลอดแถมยังโดยนักเรียนจากสำนักคู่อริกดขี่ไม่เว้นวัน แต่นักเรียนที่เข้าไปเป็นศิษย์ของสำนักอินซาทุกคนที่ถูกสำนักคู่อริทำร้ายปรมาจารย์บีโฮก็ไม่เคยออกหน้ามาปกป้องลูกศิษย์ประจำสำนักของเขาเลยสักครั้งเดียว เลยทำให้ลูกศิษย์เหล่านั้นต่างเริ่มหมดความนับถือในตัวสำนักและทยอยลาออกจากสำนักกันทุก ๆปีจนแทบไม่เหลือศิษย์ของสำนักอินซาหลงเหลืออยู่แล้ว

     

    “และมันเพราะอะไรกัน…เด็กนั่นมันพิเศษถึงขั้นที่เขาต้องออกโรงมาด้วยตนเองเลยหรือยังไง?”

     

    ปรมาจารย์ขุนเดชมองท้องฟ้าตัดพ้อกับชีวิต เพราะวิชาพลังวิญญาณของเขาแพ้ทางกับปราณสายฟ้าของปรมาจารย์บีโฮอย่างเห็นได้ชัด สู้ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเพราะวิชาของเขาล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับวิญญาณร้ายทั้งสิ้น

     

    เปรี้ยง!

     

    ลำแสงสายฟ้าทมิฬพุ่งทะลุร่างของปรมาจารย์ขุนเดชล้มลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกับอกที่กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

     

    ปรมาจารย์บีโฮเห็นว่าทั้งสองคนถูกจัดการแล้วก็จับสัมผัสได้ถึงกลุ่มคนมากมายที่กำลังวิ่งมาที่สนามต่อสู้แห่งนี้

     

    ที่ด้านนอกสนามต่อสู้ตอนนี้ทั้งสี่คู่ต่อสู้กันอย่างชุลมุนวุ่นวาย ถึงแม้ว่าคนในหน่วยอัสนีจะได้รับบาดเจ็บจากพิษมาก่อนหน้านี้ก็ตามแต่ก็สู้ได้อย่างไม่เสียเปรียบมากนักเพราะด้วยการช่วยเหลือที่เข้าขากันเป็นอย่างดี ต่างจากกลุ่มเมฆทมิฬที่ไม่เคยได้ต่อสู้ร่วมมือกันมาก่อนเลย 

    จากนั้นกลุ่มปรมาจารย์ชาวยุทธจากสนามต่อสู้แห่งอื่นที่อยู่ใกล้เคียงต่างก็มารวมตัวกันที่สนามต่อสู้แห่งนี้เลยทำให้การต่อสู้จบลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงเรียนทำให้เหล่าปรมาจารย์ยอดฝีมือสำนักต่าง ๆรวมตัวกันจัดการกับคนในองค์เมฆทมิฬที่ก่อความวุ่นวายไปได้อย่างราบรื่น

     

    ถ้าเป็นตามที่ผู้อำนวยการแดเนียลวางแผนไว้คงจะเป็นเวลานี้ที่เหล่าปรมาจารย์ชาวยุทธถึงจะมาที่สนามต่อสู้แห่งนี้ได้และพวกเขาก็คงจะพาตัวรอย วิลเลี่ยมหนีออกจากโรงเรียนนี้ไปได้นานแล้ว แต่ใครจะคิดล่ะว่าปรมาจารย์บีโฮที่ได้รับระบบค่าความสนิทระหว่างศิษย์และอาจารย์จึงทำให้รู้ถึงเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกับรอยได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้แถมมาขัดขวางพวกเขาก่อนที่จะได้พาหนีออกไปซะอีก