ยอดยุทธสองโลก

    ยอดยุทธ

     

            ขณะที่เย่หลางหลับตาเข้าสู่ห้วงความฝัน  ร่างของเต้ในอีกฝากฝั่งก็ตื่นขึ้น

     

            เมื่อตื่นขึ้นมาภายในห้องเช่าของตนเองที่คุ้นเคย  เต้ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้  นี่จะโทษว่าเต้ก็ไม่ได้ เนื่องเพราะไม่ว่าใครก็ต่างต้องมีปฎิกริยาอย่างนี้กันทั้งนั้น

     

            ถ้าหากว่าในความฝันตัวท่านฝันดีว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งหลายสิบล้านบ้าน ในชั่วขณะที่กำลังนึกคิดยินดีว่าจะใช้เงินหลายสิบล้านนั้นอย่างไร ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือพาครอบครัวออกไปเที่ยวเล่นหาความสุข แต่แล้วก่อนที่ท่านจะได้ใช้เงินหลายสิบล้านบาทนั้นอย่างมีความสุข ท่านพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาและพบเข้ากับความจริงที่โหดร้ายว่าเ๹ื่๪๫ดีที่เกิดขึ้นกับตนทั้งหมดเป็๞เพียงแค่ความฝัน  อย่างนั้นจะไม่ให้รู้สึกใจหายได้อย่างไร?

     

            เต้ในตอนนี้ก็เกิดความรู้สึกไม่ต่างกัน ในโลกแห่งยุทธจักร ตนเองนั้นพึ่งจะได้พาลพบกับวาสนาครั้งใหญ่  มีโอกาสได้กราบอาจารย์ และมีอนาคตที่สดใสในฐานะผู้ฝึกยุทธรอคอยอยู่ แต่แล้วตนพลันต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงที่โหดร้าย ตื่นขึ้นมาอยู่ในโลกซึ่งตนต้องแบกภาระที่หนักอึ้ง จึงไม่ใช่เ๹ื่๪๫แปลกที่เต้จะรู้สึกใจหายเมื่อครั้งตื่นขึ้นมา

     

            เต้ซึ่งตระหนักรู้ถึงความจริงว่าตนได้กลับมาในโลกแห่งความเป็๞จริงแล้วนึกคิดขึ้น “เอาเถอะ จะยังไงนี่ก็ไม่ถือว่าเป็๞เ๹ื่๪๫เลวร้ายไปซะทีเดียว ยังไงโลกแห่งนั้นก็ไม่ได้หายไปไหน” จากนั้นจึงดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงและหันไปคว้าหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อตรวจดูวันเวลา

     

            เมื่อสังเกตเห็นตัวเลขวันและเวลาที่อยู่ภายในหน้าจอมือถือ เต้ก็เกิดความรู้สึกโล่งใจขึ้น เนื่องเพราะวันเวลาที่แสดงให้เห็นอยู่นั้นบ่งบอกกับตนว่า เวลาทางฝากนี้พึ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ตนหลับไหลไป “ก็นะ..มันก็สมควรอยู่หรอก ยังไงมันก็เป็๞แค่ความฝันนี่ ถ้าเวลาทางด้านนั้นกับทางด้านนี้เท่ากันนั่นสิถึงจะแปลก” เต้นึกคิดขณะที่ก้าวลงจากเตียง

     

            ขณะที่ยื่นมือออกไปหยิบบิดเข้าใส่ลูกบิดประตู เต้ก็พบว่าตนลูกบิดประตูถูกมือจองตนกระชากดึงจนชำรุดเสียหาย “??  อะไรวะ เมื่อวานยังไม่เห็นว่าจะเสียเลย..แบบนี้ก็เสียเงินอีกแล้วสิ” เต้นึกคิดกับตัวเองขณะที่ก้าวเดินเข้าสู่ห้องน้ำอย่างหัวเสีย  พร้อมกับนั้นก็ยื่นมือออกไปหยิบเอาแปรงสีฟันและหลอดยาสีฟันขึ้นมา

     

            ทันทีที่ใช้มือกดบีบหลอดยาสีฟัน เต้ก็พบว่ายาสีฟันซึ่งถูกจนเองบีบเข้าใส่กลับพุ่งปรี๊ดออกมาจนเลอะเปรอะไปหมด “…” พริบตาที่ยาสีฟันถูกบีบจนพรุ่งปรี๊ดออกมา เต้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าที่ผิดปกติไปนั้นไม่ใช่สิ่งของรอบตัวของตน หากแต่เป็๞ร่างกายของตนต่างหาก

     

            หลังจากนิ่ง สงบสติอารมณ์เพื่อทำความเข้าใจกับเ๹ื่๪๫ราวเสร็จ ข้อสันนิษฐานบางประการที่ไม่น่าจะเป็๞ไปได้ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเต้ “หรือว่า…”   ไวเท่าความคิด เต้ก็ทดลองหน่วงใช้พลังปราณซึ่งตนได้เรียนรู้มาจากโลกยุทธจักรในความฝัน

     

            “เฮ้ย..” ทันทีที่สังผัสรู้ถึงรัศมีพลังปราณที่ก่อเกิดออกมารอบบริเวณกำปั้นของตน เต้ก็ส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างรู้สึก๻๷ใ๯และไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่พึ่งจะเกิดขึ้น

     

            เมื่อตระหนักรู้ถึงข้อเท็จจริงที่หน้าเหลือเชื่อซึ่งเกิดขึ้น เต้ก็เดินเบิ่งตากลมกว้างออกมาจากห้องน้ำและนั่งลงยังเก้าอี้ของโต๊ะคอมพิวเตอร์ภายในห้องอย่างครุ่นคิดกับตัวเอง รัศมีพลังที่ปรากฎขึ้นเมื่อสักครู่ต้องเป็๞สิ่งที่ถูกเรียกว่าปราณยุทธในโลกยุทธจักรไม่ผิดแน่  แล้วอย่างนั้นคำถามคือตนสามารถใช้ปราณยุทธในโลกแห่งนี้ได้อย่างไร?   

     

            แน่นอนว่าคำตอบของคำถามย่อมมีเพียงหนึ่งเดียวนั่นก็คือความสามารถ “โลกยุทธจักร” ของตน ซึ่งตนเคยเข้าใจว่าเป็๞ความสามารถที่ไร้ประโยชน์และทำได้แค่เพียงสร้างความฝันที่สมจริงให้กับตนเท่านั้น

     

            เมื่อตั้งสติยอมรับกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ เต้ก็เกิดความรู้สึกเสมือนกับว่าตนเป็๞หนูที่ตกลงไปยังถังข้าวสารใบใหญ่ หากสามารถใช้พลังปราณได้อย่างนั้นชีวิตของตนเองหลังจากนี้ก็จะต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็๞หลังมือแล้ว สรุปกับตัวเองได้อย่างนั้น เต้ก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะซึ่งได้รับจากการอเวคเมื่อสิบกว่าปีก่อนขึ้นมา

     

            สุทธิชัย อยู่สุข [เต้]  อายุ 25

            ระดับลมปราณแรกก่อกำเนิด ขั้นต้น

            ควาาสามารถ “โลกแห่งยุทธจักร”

            ระดับ 5

            สมถภาพร่างกายโดยรวม 3.0

     

            เหลือบมองยังค่าสถานะเบื้องต้นของตนเสร็จ เต้ก็ถึงกับตะลึงค้าง๻๷ใ๯อยู่กับตัวเอง เนื่องเพราะ ตัวอักษร ระดับลมปราณแรกก่อกำเนิด ขั้นต้น ซึ่งปรากฎขึ้นมา

     

            “สมถภาพร่างกายโดยรวม 3.5  ถ้าเราจำไม่ผิด สมถภาพร่างกายของเราก่อนหน้านี้มันมีตัวเลขอยู่แค่ราวๆ 1.4 เองนี่” เต้นึกคิดกับตัวเอง   ค่า 3.5 นี้ย่อมหมายความว่าสภาพร่างกายโดยรวมนั้นแข็งแรงกว่ามนุษย์ปกติทั่วไปสามเกือบสี่เท่า  ซึ่งในโลกแห่งนี้ซึ่งดันเจี้ยนและเวทมนต์คงอยู่  ตัวแปรที่จะกำหนดความสามารถของนักผจญภัยซึ่งผ่านการตื่นของพลังมาแล้วจะมีอยู่สองปัจจัย หนึ่งนั้นก็คือขีดความสามารถโดยรวมของร่างกาย  กับ ความสามารถที่จะได้รับมาหลังจากผ่านการตื่นของพลัง  ซึ่งขีดความสามารถของร่างกายนั้นจะเพิ่มสูงขึ้นตามระดับเลเวลเหมือนกับในโลกของเกม RPG และระดับเลเวลจะสามารถเพิ่มขึ้นได้จากการกำจัดมอนสเตอร์ภายในดันเจี้ยน   

     

            แน่นอนว่าในโลกความเป็๞จริงนั้นโหดร้าย  ถึงแม้ว่าจะโชคดีได้กลายเป็๞มนุษย์ซึ่งผ่านการตื่นของพลังที่มีอัตราส่วนเพียงหนึ่งต่อหนึ่งพันจากค่าเฉลี่ยของคนทั้งโลกก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป   อาชีพนักผจญภัยก็ไม่ต่างอะไรกับอาชีพอื่นๆทั่วไปซึ่งมีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่ล้มเหลว  ยกตัวอย่างเต้เป็๞หลัก    ถึงแม้จะโชคดีได้กลายเป็๞มนุษย์ซึ่งผ่านการตื่นของพลังมาได้ หากแต่ความสามารถที่ได้มากลับเป็๞ความสามารถที่ไร้ประโยชน์     เมื่อความสามารถที่ได้รับมาไม่สามารถช่วยเสริมความได้เปรียบในการต่อสู้ ก็ถือว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ยากที่จะพัฒนาต่อไปได้ในฐานะนักผจญภัย  เพราะเหตุนี้เองทำให้ถึงแม้ว่าเต้จะผ่านการอเวคมาเป็๞เวลานับสิบปีแล้ว ทว่าระดับของเต้นั้นยังคงหยุดอยู่เพียงระดับที่ 5 เท่านั้น   ที่เป็๞อย่างนี้หนึ่งนั้นก็เพราะระบบในการพัฒนาของเลเวลนั่นก็คือลงมือมากก็พัฒนามาก  ถึงแม้จะเข้าสู้ดันเจี้ยนผ่านเกททุกวัน แต่ถ้าไม่ได้ลงมือต่อสู้หรือจัดการกับมอนสเตอร์เลยก็เป็๞ไปไม่ได้ที่จะพัฒนาระดับเลเวลของตนได้  ด้วยสาเหตุหลักแบบนี้เองเลยทำให้เต้ซึ่งทำหน้าทีเป็๞กรรมกรแบกของภายในดันเจี้ยนให้กับปาร์ตี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถจะพัฒนาระดับเลเวลของตนให้เพิ่มสูงขึ้นได้เหมือนกับนักผจญภัยคนอื่นๆ

     

            สงบสติเพื่อทำความเข้าใจกับเ๹ื่๪๫ราวที่พึ่งจะเกิดกับตนเองได้แล้ว เต้ก็นึกคิดกับตัวเองต่อ “หรือเราจะกลายเป็๞ยอดยุทธได้จริงๆ?”  ไวเท่าความคิด  เต้ไม่สามารถที่จะเก็บงำความสงสัยได้อีกต่อไป

     

            เต้จัดการถอดเสื้อผ้าที่คิดว่ารุงรังออกให้เหลือเพียงกางเกงชั้นในแค่ตัวเดียว จากนั้นจึงเริ่มขยับท่าร่างฝึกฝนพื้นฐานอย่างที่เคยทำมาภายในถ้ำใต้ชะง่อนผา

     

            “ไม่ผิดแน่แบบนี้ก็หมายความว่าร่างกายของเราในโลกนี้กับในโลกแห่งยุทธจักรนั้นเชื่อมโยงกัน” เต้นึกคิดสรุปกับตัวเอง “ขนาดพลังปราณของเราอยู่ในขั้นแรกก่อกำเนิดเท่านั้นยังทรงพลังขนาดนี้…ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าพลังปราณของเราพัฒนาขึ้นไออีกหลายระดับจะเป็๞ยังไง?”  เต้ถึงกลับแอบนึกคิดสงสัยอยู่กับตัวเอง

     

            ยังไม่ทันที่เต้จะได้ทำอะไรต่อไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “ใครกัน” เต้นึกถามอยู่กับตัวเอง

     

            “พ่อหนุ่มทำอะไรอยู่ในห้องน่ะ” เสียงของป้าผู้ดูแลห้องเช่าดังแว่วเข้ามา

     

            “ครับ?” เต้เอ่ยตอบขณะที่ยื่นมือออกไปคว้าเอาผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่มานุ่งไว้

     

            “พ่อหนุ่ม เบาเสียงหน่อยได้หรือเปล่า? พอดีว่าห้องข้างล่างเขาบอกมาว่าพ่อหนุ่มทำเสียงดังตึงตังมาเป็๞ชั่วโมงแล้ว” ป้าผู้ดูแลห้องเช่าเอ่ยเตือน

     

            เต้หัวเราะกลบเกลื่อน เนื่องเพราะรู้ดีว่าเสียงที่เกิดขึ้นคงเกิดจากเสียงฝีเท้าของตนขณะที่ใช้พลังปราณเหยียบย่ำลงกับพื้นห้อง “อ๋อครับ เข้าใจแล้วครับ ขอโทษด้วยนะครับ”

     

            ได้ยินคำตอบของเต้ ป้าเ๯้าของหอก็คลี่ยิ้มออกมา “ดีแล้ว อยู่ด้วยกันต้องถ้อยที ถ้อยอาศัย  โอ..ว่าแต่พ่อหนุ่มหุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย ป้าเห็นเดินผ่านทุกวันก็ไม่คิดว่าจะออกกำลังกายกับเขาด้วย” 

     

            “ครับ ขอบคุณครับ” เต้หัวเราะเอ่ยขอบคุณ

     

            หลังจากที่ป้าผู้ดูแลห้องเช่ากลับไปแล้ว เต้ที่ปิดประตูลงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก