"ผมไม่ยอมนะ ผมไม่ยอมจะมาจับผมไปคนเดียวได้ยังไงในเมื่อยังมีเสี่ยพงษ์ศักดิ์อีกคนที่เป็นคนจ้างผมคุณก็ต้องจับเขาไปด้วย อีกไม่นานเขาก็จะมาที่นี่และเขาจะต้องช่วยผมได้แน่”เมื่อนึกถึงความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจของตนก็เป็นอันร้อนรนขึ้นมาอีกครั้งท่าทีกระสับกระส่ายไปมาแต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปได้มากเท่าไรยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิด
“อารมณ์เปลี่ยนไวจริงๆ ไอ้หมอนี่” จ่ามองท่าทางของผู้กระทำความผิดก็ได้แต่ส่ายหัวไปมา
“ไม่ต้องห่วงหรอกเราจับเขาแน่แต่ก่อนอื่นแกควรไปเปลี่ยนเสื้อเสียหน่อย ถ้าให้เข้าโรงพักในสภาพนี้ฉันล่ะสงสารพวกตำรวจที่ต้องทนกลิ่นเหม็นพวกนี้จริงๆ” ผู้หมวดหนุ่มทำจมูกยับย่นไล่สายตามองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของไอ้กรที่มีสภาพน่าเวทนา
“เดี๋ยวผมไปหาเสื้อมาให้เปลี่ยนครับ”พนักงานหนุ่มรุ่นน้องที่แอบซุ่มอยู่ข้างประตูเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งน้ำเสียงคุ้น ๆ นี้ทำให้ผู้กระทำความผิดเหลือบตามองขึ้นมาเล็กน้อยเพียงเท่านี้อารมณ์โกรธก็พลุ่งพล่านออกมาอีกครั้ง
“แกเองหรอกเหรอไอ้เมฆที่เป็นคนแจ้งตำรวจไอ้ทรยศ!” เสียงตะคอกดังลั่นเมื่อเห็นใบหน้าของรุ่นน้องที่ตนไว้ใจถึงแม้จะโกรธมากสักเพียงใดแต่สภาพในตอนนี้คงทำได้แค่ด่ากราดเท่านั้น
“ผมขอโทษครับพี่”นายเมฆยกมือทั้งสองขึ้นถูไปมา สายตาที่แสดงออกมานั้นบ่งบอกได้ว่าเสียใจมากเพียงใด
“ฉันไม่น่าชวนแกมาทำงานที่นี่เลย”
“ผมขอโทษนะพี่ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ ก็พี่เล่นจะฆ่าแขกในโรงแรม ผมว่าพี่ทำไม่ถูกต้อง”
“แหม!กล้าพูดถึงความถูกต้อง ที่แกมาทำงานที่นี่ก็เพื่อจะขายคลิปของแขกไม่ใช่เหรอไอ้เมฆเฮอะ ๆ”
“มันคนละเรื่องกันนะพี่”
“มันเรื่องเดียวกันนั่นแหละถ้าฉันต้องถูกตำรวจจับ แกก็ต้องโดนด้วยเหมือนกัน คุณตำรวจจับมันไปเลยครับ”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกัน ได้ไปทั้งคู่แน่นอน เอ้าไอ้หนุ่มไหนว่าจะไปหาเสื้อมาให้เปลี่ยนก็ไปกับจ่าซะ ส่วนแกนอนรออยู่ตรงนี้แหละ”
เวลาผ่านไปไม่นานนักไอ้กรก็เปลี่ยนเสื้อเสร็จเรียบร้อยรวมไปถึงได้มีการแจ้งให้รถมูลนิธิมารับศพของหญิงสาวที่อยู่ภายในห้องนี้เพื่อนำไปชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป
ในระหว่างที่พนักงานหนุ่มรุ่นพี่กำลังจะถูกตำรวจใส่กุญแจมืออยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรถยนต์คันหรูที่คุ้นเคยขับมาแต่ไกลเจ้าตัวสะบัดแขนเต็มแรงออกจากตำรวจ และรีบวิ่งออกไปขวางรถยนต์คันนั้นทันที
“เสี่ยช่วยผมด้วย”
‘เอี๊ยด…’ โชคดีที่การวิ่งออกไปขวางทางนั้นฝ่ายตรงข้ามเบรกได้ทัน
‘ปึ้งๆ ๆ’ ไอ้กรรัวกำปั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงบนรถยนต์คันหรูเพื่อหวังว่าให้เสี่ยพงษ์ศักดิ์ลงจากรถ
“เสี่ยช่วยผมด้วยผมเกือบต้องตายเพราะนังบัว แล้วตอนนี้ผมก็โดนตำรวจจับ ช่วยผมด้วยผมยังไม่อยากเข้าคุก ผมยังไม่อยากตาย” ไอ้กรพล่ามเสียงดังผ่านกระจกหน้ารถ
“แกน่ะสิต้องตายนังผีบ้า”เสี่ยตะโกนสวนกลับมาเสียงดังลั่น
“ผมมาขอความช่วยเหลือจากเสี่ยแต่เสี่ยกลับไล่ให้ผมไปตาย ทั้งที่ผมก็รองมือรองเท้าเสี่ยมาตลอดมันจะไม่ใจร้ายกับผมไปหน่อยเหรอเสี่ย”
ในช่วงเวลาคับขันหญิงสาวที่มาพร้อมกับเสี่ยพงษ์ศักดิ์ตัดสินใจลงจากรถยนต์คันหรูรีบวิ่งเข้าหาตำรวจที่อยู่ด้านข้างทันทีเพียงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีรถยนต์คันงามก็เร่งเครื่องปะทะเข้ากับร่างของไอ้กรอย่างจัง
“เสี่ยอย่า”หญิงสาวที่อยู่ด้านนอกตะโกนจนสุดเสียง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเนื่องด้วยความไวของรถยนต์คันหรูอัดก๊อบปี้คนตรงหน้าจนเลือดและชิ้นส่วนเนื้อสาดกระจายคล้ายประติมากรรมบนกำแพงช่วงล่างแหลกเละผิดรูปส่วนช่วงบนนั้นแนบไปกับกระโปรงหน้าของรถยนต์คันหรูเลือดสีแดงสดพุ่งออกจากปากกระจายเต็มหน้ากระจก ก้านปัดน้ำฝนปัดไปมาด้วยความขัดข้องผู้ที่อยู่ด้านนอกและด้านในรถยนต์ต่างตาเบิกโพลงประสานเข้าหากันและแล้ววิญญาณของเสี่ยพงษ์ศักดิ์กับไอ้กรก็หลุดออกจากร่างทันที
วิญญาณสาวเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ร่างไร้วิญญาณของเสี่ยพงษ์ศักดิ์พร้อมกับพูดอะไรบางอย่างกับร่างนั้นจากดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยผสมปนเปกับความอาฆาตแปรเปลี่ยนเป็นความสดใสอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวิญญาณสาวหันกลับมายิ้มให้กับทีปกรที่กำลังนอนอยู่บนเตียงสนาม
“ขอบคุณนะพี่”ดูเหมือนจะเป็นการบอกลาครั้งสุดท้ายก่อนจะหายวับไปพร้อมกับยมทูตที่ยืนรออยู่ด้านข้าง
ส่วนวิญญาณของนายกรและเสี่ยพงษ์ศักดิ์กำลังร่องรอยอย่างไร้จุดหมายโดยที่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนนั้นได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว จู่ ๆ ก็มียมทูตสองตนปรากฏตัวขึ้นและใช้เชือกโปร่งแสงฟาดรัดตัววิญญาณทั้งสองหายวับไปเช่นกัน
“จบเสียที”ทีปกรบ่นพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะหลับตาลงและหมดสติไปอีกครั้ง