แม่ทัพหลี่ตวัดดาบในมือสู้กับทหารที่ปลอมตัวมาอย่างไม่ออมมือ คิดชำระแค้นที่เมื่อครู่รุมล้อมโจมตีเขาแทบไม่ปล่อยให้หายใจหายคอ อีกทั้งเวลานี้หัวหน้าองครักษ์ยังจับเป็นโจวหลี่เจี๋ยไม่ได้เพราะอีกฝ่ายมีทหารฝีมือดีขนาบข้างช่วยเหลือไม่น้อย
ฝ่ายศัตรูดาหน้าเข้าหาไม่หยุดเพราะมีอำนาจและของรางวัลเป็นเดิมพันซึ่งมากพอที่จะเสี่ยงชีวิตกับแผนการในครั้งนี้
“ฆ่ามันให้ได้” หนึ่งในทหารปลอมตะโกนสั่งงานเพื่อจัดการกับหลี่หมิงฮ่าวและพรรคพวกแต่ยิ่งขนคนมารุมล้อมเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะฝ่าไปไม่ได้เลย
ครานี้แม่ทัพหลี่ต่อสู้ได้รอบทิศทางอย่างคล่องตัว ปลิดชีวิตฝ่ายจู่โจมได้แม่นยำร่วงลงพื้นในพริบตาทำเอาพวกนั้นสับสนว่าใช่คนเดียวกันกับคนก่อนหน้านี้หรือไม่
ครั้นเซียวเหยาจัดการกับหนอนบ่อนไส้ได้แล้วจึงเข้ามาสมทบกับเขาอีกทางหนึ่ง พอมีซิงอวี่ฝีมือไม่ธรรมดาเข้าประจำการในจุดนี้จึงมั่นใจได้ว่าอีกไม่นานศัตรูเพียงหยิบมือจะหายไปลับตา
เสียงดาบปะทะกันรุนแรง ปลายดาบฉวัดเฉวียนไปทั่ว หากไม่หลบให้ดีย่อมถูกพรากชีวิตไปได้ง่าย ๆ
อ๊าก! อ๊าก!
ทหารฝ่ายตรงข้ามร้องเสียงหลงเพราะจู่ ๆ มือข้างหนึ่งก็ขาดลอยขึ้นฟ้า ในขณะที่บางคนเพิ่งรู้ตัวว่าขาอีกข้างมีเลือดพุ่งกระฉูด หัวใจเต้นกระตุกรู้สึกราวกับจะขาดใจได้ทุกเมื่อ
“ฆ่ามันสิวะ!” หนึ่งในนั้นเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก ไม่มั่นใจแล้วว่าเวลานี้กำลังสู้กับคนอยู่หรือไม่ ลองทำทุกทางแล้วแต่คนของตัวเองกลับเป็นฝ่ายล้มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนศพเกลื่อนกลาดในเพียงไม่ถึงหนึ่งอึดใจ
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ
เสียงคมดาบตัดผ่านร่างในพริบตาจนฝ่ายตรงข้ามเหลือไม่ถึงห้าคน ต่างคนต่างเหลือบมองหน้ากันทำตัวไม่ถูก เลือกไม่ได้ระหว่างสู้ต่อหรือถอยหลัง
ทว่า เพียงแค่หลี่หมิงฮ่าวมองด้วยดวงตาคู่นั้นกลับตัดสินใจได้แล้วว่าหนี คงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด พอคิดได้จึงแตกพ่ายไปคนละทาง
“ไม่ต้องตาม เจ้ามากับข้า” แม่ทัพหลี่สั่งเซียวเหยาให้ตามเขาไปช่วยหัวหน้าองครักษ์ลากตัวโจวหลี่เจี๋ยกลับมารับโทษให้ได้และมันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้กองทหารที่แอบแฝงตัวรับรู้ได้ว่าพวกเขาเป็นฝ่ายที่ต้องยอมแพ้
ครั้นตามถึงตัวต้นเหตุ หลี่หมิงฮ่าวถอนหายใจเล็กน้อยพลางส่งสัญญาณให้พวกของตนรับรู้ว่าฮ่องเต้ปลอดภัยแล้ว จากนั้นการสู้ครั้งสุดท้ายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม พละกำลังศัตรูลดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะทหารเมืองชางตัวจริงเข้าประจำการ ค่อย ๆ กำจัดคนที่แฝงตัวเข้ามาด้วยการชี้เป้าของหน่วยซิงอวี่ที่เพิ่งทรมานคาดคั้นเอาความจริงจากกลุ่มผู้นำที่ถูกจับไปได้เมื่อไม่นานมานี้
ชึบ
ปลายดาบของหลี่หมิงฮ่าวตัดเส้นเอ็นข้อเท้าโจวหลี่เจี๋ยข้างหนึ่งทำเอาคนตรงหน้าทรุดฮวบ สีหน้ากราดเกรี้ยวไม่พอใจเพราะรู้ว่าตนเองกำลังจนตรอกแต่ยังไม่คิดยอมด้วยรู้ว่าจะต้องตายอยู่วันยังค่ำ
ชิ้ง
หลี่หมิงฮ่าวสะบัดข้อมือตวัดดาบอีกฝ่ายลอยกระเด็นหมดหนทางปลิดชีพตัวเองโดยปริยายก่อนจะนำตัวหัวหน้าฝ่ายกบฏไปรับโทษที่ก่อเอาไว้
เมื่อผู้นำหลายคนถูกทางการจับตัวไป คนในปกครองขาดหัวเรือไม่รู้ต้องไปต่อทิศทางไหน ขวัญหนีดีฝ่อรีบหนีเอาตัวรอดพัลวัน
โจวหลี่เจี๋ยถูกนำตัวไปเข้าคุกใต้ดินตามคำสั่งของฮ่องเต้ที่ยังคงหลบอยู่จวนสกุลหม่า เขาถูกสอบสวนอย่างหนักเพื่อสืบสาวหาคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อกบฏครั้งนี้
แม้ถูกทรมานจนแทบหมดลมหายใจแต่ชายหนุ่มกลับไม่ซัดทอดถึงผู้ใด ทำราวกับตนเองเป็นคนวางแผนทั้งหมดแล้วสาปแช่งคนที่สังหารคนในตระกูลของเขาให้ล่มจมไปตาม ๆ กัน
“ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้า สารภาพออกมาว่าผู้ใดให้ความช่วยเหลือ” หยางเสวี่ยเฟยรับหน้าที่สอบปากคำในฐานะหัวหน้าหน่วยซิงอวี่
“คนอย่างข้าไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด” อีกฝ่ายโต้กลับน้ำเสียงฉุนเฉียว “ข้า… โจวหลี่เจี๋ยจะไม่ยอมพ่ายแพ้แก่พวกเจ้า”
“จะบอกว่าถ้าไม่ฆ่าเจ้าวันนี้ วันหน้าจะกลับมาเอาคืนใช่หรือไม่” หัวหน้าหน่วยเอ่ยถามสีหน้าเรียบเฉยเพราะคุ้นชินกับความปากแข็งและหยิ่งผยองของเหล่านักโทษเป็นอย่างดี ไม่เคยมีผู้ใดยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเองเอาแต่บอกว่าในไม่ช้าจะกลับมาล้างแค้น
“เฮอะ” สายเลือดทรราชแสยะยิ้ม เวลานี้ต่อให้ต้องตายก็อยากเห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าปิดหน้าสีดำยิ่งนัก เขาวางแผนพลาดไปเพราะไม่รู้ว่าซิงอวี่ หน่วยปีศาจติดตามขบวนเสด็จมาด้วยทำให้สิ่งที่คาดไว้ไม่เป็นดั่งหวัง อยากล้างแค้นให้บิดากลับทำไม่สำเร็จ
กระนั้น เขายังมีไพ่ใบสุดท้ายที่เก็บงำเอาไว้ ต่อให้ไม่มีโอกาสได้เห็นความล่มสลายของเชื้อพระวงศ์แคว้นฉินหมิงด้วยตาของตนเองก็ยังทำให้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าได้อยู่ดี
หยางเสวี่ยเฟยส่ายหน้าเล็กน้อยรู้แล้วว่าเหตุการณ์ที่มู่หรงเซียวได้บอกไว้ว่ามีคนคิดโจมตีนั้นเป็นความจริง แต่คาดไม่ถึงว่าคนที่คิดล้มล้างราชวงศ์คือบุตรชายของอ๋องทรราช
หลังจากปล่อยให้ทหารองครักษ์จัดการกับส่วนที่เหลือตามพระประสงค์ของฮ่องเต้แล้ว หยางเสวี่ยเฟยจึงถือโอกาสตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณที่ประทับชั่วคราวอีกรอบหนึ่งแล้ววางกำลังกองรบที่สิบร่วมกับแม่ทัพหลี่ตลอดทั้งคืนเพราะในไม่ช้าจะเริ่มเดินทางกลับเมืองหลวงเยว่จวนเพื่อความปลอดภัยของฮ่องเต้
เช้าวันต่อมา ศีรษะของโจวหลี่เจี๋ยถูกเสียบหน้าประตูเมืองเพื่อขู่ให้คนที่คิดกบฏหรืออยู่เบื้องหลังเกรงกลัวการประหาร อย่าได้คิดเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ความผิดที่บิดาและเขาก่อเอาไว้ถูกเล่าลือปากต่อปากอีกครั้ง
ชาวบ้านหลายคนที่ไม่รู้เหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ได้รู้กันถ้วนหน้า บางคนบอกว่าสายเลือดทรราชที่ไม่คิดกลับใจสมควรโดนประหารเช่นนี้แล้ว บางคนสงสัยว่าคนจำพวกเดียวกันอย่างโจวหลี่เจี๋ยคงคบหากับพวกแคว้นคุนหลันอย่างแน่นอน
พาลเกิดการวิพากษ์ไปต่าง ๆ นานา หากแต่เวลานี้แคว้นฉินหมิงไม่อาจแทรกแซงการเมืองของแคว้นอื่นได้จึงละเว้นเรื่องราวเหล่านั้นไว้ ถึงอย่างไรภายในวังหลวงแคว้นคุนหลันกำลังเกิดความระส่ำระส่ายไม่อาจลงมือโจมตีผู้อื่นได้โดยง่าย
ฮ่องเต้จึงมีพระราชโองการให้รองแม่ทัพทั้งสามแห่งแดนใต้จับตาดูกำลังทหารอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดแล้วเตรียมรับมือด้วยเสบียงและอาวุธที่ส่งไปเพิ่มเพราะเห็นว่าเป็นกำลังทหารที่สำคัญยิ่ง
ในขณะที่หลี่หมิงฮ่าวและหยางเสวี่ยเฟยมีผลงานเข้าตาเป็นที่พอพระทัยของเจ้าเหนือหัวที่ปกป้องเหอกุ้ยเฟยและองค์หญิงให้รอดพ้นจากการโจมตีได้ ทั้งยังตั้งรับได้ทันท่วงทีจับผู้สมรู้ร่วมคิดที่สนับสนุนการยึดอำนาจได้ในเวลาเดียวกันจึงปูนบำเหน็จรางวัลแก่คนทั้งสองเป็นการตอบแทนเมื่อกลับถึงเยว่จวน
หากแต่ทั้งสองยังคงไม่กล่าวคำใดเพราะรอให้ภารกิจหน้าที่เสร็จเรียบร้อยลงเสียก่อนจึงวางใจได้
เมื่อมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันสองคน หลี่หมิงฮ่าวถอนหายใจเฮือกใหญ่ สายตามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนพลันรอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าแล้วหันขวับมาที่หยางเสวี่ยเฟย
“ฮูหยินของเจ้ารู้ได้อย่างไรกัน”
“…” แน่นอนว่าผู้เป็นสามีตอบเรื่องนั้นไม่ได้ คิ้วหนาขมวดราวกับเดาความคิดอีกฝ่ายแต่สุดท้ายก็พูดว่า “อย่างน้อยก็ทำให้เจ้ามีหนทางแล้วไม่ใช่หรือ ทางที่ดีกลับไปแล้วควรจะเอ่ยขอบคุณนางสักครั้ง”
“เรื่องนั้นข้าไม่มีทางลืม หากทุกสิ่งเป็นไปตามที่ข้าหวัง… ข้าคงเป็นหนี้บุญคุณนางตลอดชีวิต” แม่ทัพหลี่รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง หัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเพียงเพราะมองเห็นภาพที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเสิ่นอวี้หลาน “แต่เจ้าไม่สงสัยหรือว่านางรู้ได้อย่างไร”
“ไม่” เจ้าตัวส่ายหน้าแล้วตอบสั้น ๆ เป็นสัญญาณบ่งบอกไม่ให้อีกฝ่ายเซ้าซี้และเลิกสงสัยในตัวฮูหยินของตัวเองก่อนที่องครักษ์ประจำองค์หญิงมาตามหลี่หมิงฮ่าวไปพบที่เรือนรับรอง
“อดทนอีกสักนิดเถอะน่า” หยางเสวี่ยเฟยให้กำลังใจหัวหน้ากองรบของตน “อีกไม่นานก็ได้กลับเยว่จวนแล้ว”
“อืม” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบถอนหายใจอีกเฮือกหนึ่งเพราะรู้ว่าเจอหน้าหญิงสาวเอาแต่ใจแล้วจะโดนอะไรบ้างก่อนตามองครักษ์ผู้นั้นไปแต่โดยดี
ครั้นมาถึงศาลาเล็กหน้าเรือนรับรอง องค์หญิงเยว่หลิงเชิญเขามาดื่มน้ำชาที่เลือกมาด้วยความพิถีพิถัน ดวงตาคู่สวยมองคนตรงหน้าก่อนจะยื่นตลับยาให้เขานำไปทาแผล
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่ากระหม่อมมี…”
“เจ้ากล้าปฏิเสธข้าหรือ” นางเอ่ยขัดทันที ไม่พอใจอย่างยิ่งที่เขาไม่เห็นความหวังดีของนาง “สิ่งที่เจ้ามีจะดีไปกว่าสิ่งที่ข้าให้ได้อย่างไรกัน”
หลี่หมิงฮ่าวอยากตอบออกไปเหลือเกินว่าย่อมดีกว่าเป็นไหน ๆ เพราะหมอหญิงฝีมือดีเป็นคนให้เขามา ทั้งยังไม่อยากรับของที่องค์หญิงประทานให้ด้วยกลัวว่านางจะนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นบุญคุณแล้วรั้งเขาเอาไว้
“รางวัลที่เจ้าอยากได้คือสิ่งใด”
ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าจะต้องได้ยินคำถามนี้ในสักวันหนึ่ง แต่เวลานั้นยังไม่อยากตอบให้มากความ เกรงจะทำให้องค์หญิงกริ้วจนข้ารับใช้คนอื่น ๆ ลำบากทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านชั่ววิกฤติมาจึงบอกแต่เพียงว่าเวลานี้ยังไม่ได้ต้องการสิ่งใด
“โกหก…” รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมา องค์หญิงวางถ้วยน้ำชาเอาไว้แล้วขยับเข้าใกล้เขา นิ้วเรียวเอื้อมจับกรอบหน้าแต่อีกฝ่ายเบือนหนีพูดสั้น ๆ ว่า “พระองค์ทรงทำเช่นนี้กระหม่อมจะถูกลงโทษ”
“ผู้ใดกล้าลงโทษคนของข้ากันเล่า” สายตาเกรี้ยวกราดมองไปรอบตัว ขันที นางกำนัลต่างหลบสายตากันแทบไม่ทันก่อนที่นิ้วเรียวดึงดันแตะใบหน้ารูปงามของเขาอีกครั้ง “อยู่นิ่ง ๆ ข้าเพียงแค่จะทายาให้เจ้า”
หลี่หมิงฮ่าวรู้ว่าหลบหลีกไปก็เท่านั้น นางไม่เคยฟังผู้ใดแต่เพราะมีเป้าหมายรออยู่ข้างหน้าจึงยอมให้นางสักครั้ง นั่งนิ่งตามคำสั่งแทบไม่กะพริบตา
สัมผัสแผ่วเบาค่อย ๆ เกลี่ยยาทาบาดแผลบนใบหน้าของเขา ใบหน้าของนางขยับชิดใกล้แต่ท้ายที่สุดแม่ทัพหลี่ไม่อาจปล่อยให้ทำตามใจจึงถือวิสาสะจับข้อมือข้างนั้นเอาไว้
“ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงกระหม่อม” พลันวางมือนั้นอย่างนุ่มนวล “หากองค์หญิงไม่…”
“หลี่หมิงฮ่าว…” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจที่เขามักตีตัวออกหากทุกครั้งที่มีโอกาส บางครั้งอ้างว่าไม่เหมาะสมที่จะใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์เช่นนี้ หรือบอกว่าตัวเขานั้นต่ำต้อยกว่านางเพียงใด หากแต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับนาง
ในฐานะธิดาที่ฮ่องเต้แคว้นฉินหมิงรักมากที่สุด การแต่งงานกับคนที่เลือกเองย่อมไม่ใช่ปัญหา นางรอคอยวันที่เขาจะเปลี่ยนใจมาหาตัวเองนานมากแล้วแต่เพราะคนในหัวใจของเขายังเป็นคนเดิมเสมอจึงทำให้ความหวังไม่เคยเป็นจริง
ครานี้ หญิงสาวไม่อาจรอได้อีกต่อไป คิดในใจว่ากลับถึงเมืองหลวงเยว่จวนเมื่อใด นางจะบังคับให้เขาแต่งงานกับตัวเองให้ได้