ตอนที่ 34 ตัดสินใจเป็นหนี้
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
อักขระแต่ละประเภทล้วนมีรากเดียวกัน
ดวงตะวันทางทิศตะวันออกหรือดวงตะวันทางทิศตะวันตกล้วนเป็นดวงตะวันดวงเดียวกัน
อักขระแต่ละชนิดก็แค่ภาษา ภาษาหนึ่งเท่านั้น แม้จะเขียนอ่านต่างกัน แต่เนื้อความของมันแทบไม่ต่างกัน
เนื่องจากเฟิร์สคือผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า เขาจึงเป็นผู้มีปัญญาในศาสตร์อักขระเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทั่วไป
การใช้ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยของเขาเป็นไปอย่างราบรื่น
มันตอบสอบกับค่ายกลฉบับย่อที่อยู่ภายในร่าง ทำให้การโคจรพลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเกินจินตนาการ
พลังสีขาวไหลเวียนไปทั่วร่างก่อนจะถูกหลอมแปรและพุ่งเข้าสู่สัญลักษณ์ดวงดารากลางหน้าผาก
วัง! วัง! วัง!
ภาพอันน่ามหัศจรรย์นี้สามารถทำให้ผู้คนต้องอ้าปากค้างได้
ดวงแสงสีขาวทั้งสิบสองจุดค่อยๆ อ่อนแรงลง ในขณะที่ดวงดาราสีขาวกลางหน้าผากของเด็กหนุ่มกลับส่องสว่างมากขึ้นเรื่อยๆ
วินาทีที่พลังสปีริตภายในร่างของเฟิร์สเพิ่มขึ้น เขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่เป็นต้นกำเนิด
แน่นอนว่าพลังนี้ไม่ได้มาจากพลังของเทพเพียงองค์เดียว แต่ต้นกำเนิดของมันดูเหมือนจะยิ่งใหญ่มากกว่านั้น
มนุษย์ไม่สามารถสืบหาต้นตอของพลังนี้ได้ แม้แต่เผ่าพันธุ์เดม่อนที่น่าสงสัยเหล่านั้นก็ตาม
“หืม ...”
ช่วงเวลานั้นเอง เฟิร์สพลันสัมผัสได้ถึงการเติบโตของไอเทมสปีริตอยู่ลางๆ
สัมผัสของเขาเฉียบคมเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
เขาสังเกตถึงพลังไอเทมสปีริตที่แฝงมาด้วยวิถีบางอย่าง
แน่นอนว่าเขาย่อมต้องรู้จักวิถี เพราะการเป็นผู้ใช้อักขระย่อมมีวิถีอักขระ และการบ่มเพาะกระบี่ย่อมเดินตามวิถีกระบี่
แต่ไอเทมสปีริตภายในร่างของเขากลับปรากฏวิถีอย่างหนึ่งออกมาลางๆ
“ฉันเคยศึกษามาว่าเมื่อบ่มเพาะถึงระดับสี่แฉก เวเนเตอร์ส่วนใหญ่จะเริ่มรับรู้ทักษะที่แฝงอยู่ในไอเทมสปีริต แม้จะมีบางคนที่ไม่ปรากฏ แต่เมื่ออยู่ในระดับห้าแฉกพวกเขาย่อมสามารถใช้ทักษะเหล่านั้นได้ทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละคนจะมีการรับรู้แตกต่างกันไป บางคนรับรู้ได้ทักษะเดียว บางคนรับรู้ได้มากกว่าหนึ่งทักษะ ... วิถีที่ฉันสัมผัสได้คงเป็นต้นตอของทักษะเหล่านี้”
เฟิร์สอดไม่ได้ที่จะวิเคราะห์พลังที่เขาสัมผัสได้
เด็กหนุ่มนั้นต่างจากคนทั่วไป เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยบ่มเพาะมาหลายร้อยปีแล้ว อีกทั้งยังเคยบ่มเพาะมามากกว่าหนึ่งระบบ เขาจึงสามารถมองเห็นแก่นแท้ของมันได้ง่าย
“ทักษะเหล่านั้นมีต้นกำเนิดมาจากวิถีเหล่านี้ ฉันสามารถสร้างทักษะออกมาจำนวนเท่าใดก็ได้ ตราบใดที่ฉันสามารถรู้แจ้งในวิถีเหล่านี้”
ตอนนั้นเองการบ่มเพาะของเขาก็พลันบรรลุถึงขีดสูงสุดและทะลวงออกไปเข้าสู่ระดับใหม่
ดาราขาวสามแฉก!
เฟิร์สใช้เวลาไปแค่ครึ่งวันเท่านั้น ในที่สุดเขาก็สามารถดูดซับพลังจากแกนสปีริตสองร้อยกว่าก้อนนั้นได้หมด
และนั่นทำให้เขาบรรลุไปถึงระดับดาราขาวสามแฉกตามที่คาดไว้
ก่อนหน้านี้เขาเคยดูดซับแกนสปีริตร้อยก้อนโดยใช้เวลาหลายสิบวัน ทว่าตอนนี้กลับใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันก็ดูดซับได้ถึงสองร้อยกว่าก้อน
ค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยช่างเป็นค่ายกลที่น่าหวาดกลัวยิ่ง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป นั่นหมายความว่าเฟิร์สสามารถบรรลุถึงระดับเก้าแฉกเมื่อไหร่ก็ได้ ตราบใดที่มีแกนสปีริตมากพอ เขาไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนดูดซับเป็นปีๆ อีกต่อไป
ฟู่ ...
เฟิร์สพ่นลงหายใจยาว ร่างของเขานั่งอยู่ท่ามกลางความมืด
ทันทีที่เขาโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง วงแหวนเล็กๆ ก็ฉายแสงออกมา ทำให้ห้องภายในถ้ำสว่างขึ้นอีกครั้ง
สายตาของเขาเหลือบมองกองซากฝุ่นสีขาวที่อยู่โดยรอบ
ฝุ่นสีขาวเหล่านั้นล้วนเคยเป็นแกนสปีริตที่ล้ำค่าทั้งสิ้น
หากคิดเป็นเงินแล้ว แกนสปีริตสองร้อยกว่าก้อนนี้มีมูลมากกว่าหนึ่งร้อยล้านบาทเลยทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าการเป็นเวเนเตอร์นั้นช่างสิ้นเปลืองอย่างล้างผลาญมาก ไม่ต้องเอ่ยถึงการยกระดับถัดไป ยิ่งบ่มเพาะระดับสูงเรื่อยๆ จำนวนแกนสปีริตที่จะต้องใช้นั้น อย่างน้อยต้องมากขั้นเดิมถึงเท่าตัว
กว่าจะสามารถไต่เต้าไปถึงระดับเก้าแฉกได้ มันจำเป็นต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านอย่างแน่นอน
เฟิร์สเริ่มตระหนักถึงความจนของตนเอง
แม้ในอดีตคนมักจะคิดว่าอาชีพหมอนั้นทำรายได้ได้ดี แต่มันกลับไม่สามารถเทียบกับอาชีพเวเนเตอร์ในยุคปัจจุบันได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้น แม้เวเนเตอร์จะหาเงินได้มาก แต่ก็ต้องจ่ายออกไปในจำนวนที่มากเช่นกัน
เฟิร์สสำรวจการบ่มเพาะของตนเองรอบหนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เขาก้มดูนาฬิกาเพื่อนับเวลา เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถดูดซับแกนสปีริตได้เร็วมากทีเดียว
เมื่อเหลือบมองดูสิ่งของในแหวนเก็บของ เขายังพอมีแกนสปีริตลงเหลืออยู่ไม่กี่สิบก้อน และซากของนางพญาที่คาดว่าจะนำมาทำสิ่งประดิษฐ์อะไรบางอย่างได้
แต่ถึงอย่างนั้น แม้เขาจะสามารถผลิตมันขึ้นมาได้ ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทำให้เขาไม่สามารถนำสิ่งประดิษฐ์ไปขายได้ แม้ว่าจะเป็นอาวุธที่สร้างจากซากมอนสเตอร์ก็ตาม
“ดูเหมือนว่าระดับดาราขาวสามแฉกของฉันจะยังไม่เพียงพอ ยิ่งฉันมีข้อจำกัดเรื่องอายุแบบนี้ หากไม่มีคนพาฉันลงเทรด มันยังที่จะได้เข้าไปในอบิสอีกครั้ง” เฟิร์สกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมา
เขาในตอนนี้อายุเพียงแค่สิบหกปี มันยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเทรด
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เพราะมีเก่งกาจที่เป็นเวเนเตอร์ดาราแดงแจ้งความประสงค์ เขาถึงสามารถใช้เส้นสายนี้แหกกฎได้
แต่จากการศึกษามา มันก็พอมีช่องโหว่ของกฎอยู่บ้าง
นั่นก็คือ ...
ผู้ที่อายุต่ำกว่าสิบแปด แต่มีพลังบ่มเพาะระดับดาราขาวขั้นหกขึ้นไปจะได้รับการยกเว้นเป็นพิเศษ
นั่นเพราะการเป็นเวเนเตอร์ระดับสูงสามารถช่วยรับรองความปลอดภัยของเวเนเตอร์ได้
โลกนี้มีคนอยู่หลากหลาย อัจฉริยะบางคนกระทั่งสามารถดูดซับแกนสปีริตได้เหมือนกินข้าว ทำให้กลายเป็นเวเนเตอร์ระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย
นิวโฮปไม่รังเกียจที่จะต้องรับเวเนเตอร์เช่นนี้
ซึ่งหากเฟิร์สสามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตนเองให้เร็วขึ้นได้ ปัญหาข้อจำกัดของอายุก็จะหมดไป
“เห็นทีว่าฉันจะต้องเป็นหนี้ก้อนโตเสียแล้ว”
วินาทีนั้นเฟิร์สก็มองเห็นเส้นทางได้แค่ทางเดียว นั่นก็คือการใช้เงินกู้ของนิวโฮป
วงเงินห้าพันล้าน นั่นอาจจะสามารถทำให้เขาทะลวงไปถึงขั้นดาราขาวเจ็ดแฉกได้
สำหรับการยกระดับการบ่มเพาะ
ดาราขาวขั้นสองใช้แกนสปีริต 100 ก้อน (ห้าสิบล้านบาท)
ดาราขาวขั้นสามใช้แกนสปีริต 200 ก้อน (หนึ่งร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นสี่ใช้แกนสปีริต 400 ก้อน (สองร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นห้าใช้แกนสปีริต 800 ก้อน (สี่ร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นหกใช้แกนสปีริต 1600 ก้อน (แปดร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นเจ็ดใช้แกนสปีริต 3200 ก้อน (หนึ่งพันหกร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นแปดใช้แกนสปีริต 6400 ก้อน (สามพันสองร้อยล้านบาท)
ดาราขาวขั้นเก้าใช้แกนสปีริต 12800 ก้อน (หกพันสี่ร้อยล้านบาท)
แต่หนี้ก้อนโตนี้แน่นอนว่าจะต้องใช้คืน ด้วยจำนวนหนี้ที่มากขนาดนี้เฟิร์สอาจจะกลายเป็นทาสของนิวโฮปก็ได้หากเขาไม่สามารถหาเงินมาคืนพร้อมดอกเบี้ยได้
แน่นอนว่านิวโฮปนั้นฉลาด พวกเขาที่เหมือนจะใจดี แต่กลับเป็นเสือที่มีเขี้ยวเล็บซ่อนไว้อยู่แล้ว
คนทั่วไปที่มีวงเงินกู้ขนาดนี้พวกเขาเมื่อได้กลายเป็นเวเนเตอร์ย่อมต้องการบ่มเพาะเป็นระดับสูง สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการกู้เงินจากนิวโฮปเหมือนที่เฟิร์สคิดจะทำ
พวกเขาสามารถเรียกใช้เวเนเตอร์ระดับสูงได้ตามสัญญาที่ทำไว้หลังจากตื่นนิทรา
แต่หากมีคนต้องการใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดา นิวโฮปก็แค่ต้องเสียเงินไปเปล่าๆ แค่ห้าพันล้านเท่านั้น ซึ่งสำหรับนิวโฮป เงินจำนวนนี้ก็ไม่ได้มากมายอะไรอยู่แล้วเมื่อเทียบกับกำไรที่พวกเขาหาได้จากอบิสในแต่ละปี
ระบบของนิวโฮปนั้นมีมาหลายสิบปีแล้วตั้งแต่อบิสถือกำเนิดขึ้นมา เพราะพวกเขาต้องการควบคุมเวเนเตอร์ผู้ที่ซึ่งเป็นเหนือมนุษย์เหล่านี้
ไม่เช่นนั้นโลกคงจะวุ่นวายเมื่อมีคนที่มีพลังเหนือมนุษย์เหล่านี้ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย