ตอนที่ 8 คนกับเงิน อย่างน้อยก็ต้องเลือกสักอย่างสิ
ซูเหวินยวนตะลึงงันไปเลย นี่เซิ่งจิ่งอวี้้าสินสอดนี่เองหรอกหรือ?
เงินหนึ่งร้อยตำลึงนั่น จะซื้อไข่มุกดำได้กี่เม็ดกันเชียว?
ก่อนหน้านี้นางเข้าใจว่าเซิ่งจิ่งอวี้้าใช้เงินหนึ่งหมื่นแลกกับทรัพย์สินสองหมื่นล้านของนางหรือ
???
“เดี๋ยวก่อน!” ซูเหวินยวนะโออกมาเสียงดัง ทำเอาซูหยวนใจนคุกเข่าลงกับพื้น
เดิมทีอยู่ในจวนอ๋องเฉิน เขาก็หวาดกลัวจนตัวสั่นอยู่แล้ว ซูเหวินยวนยังจะมาทำตัวน่าใเช่นนี้อีก
“ท่านอ๋องพูดถูกแล้ว! ชื่อเสียงนี่ก็สำคัญอยู่เหมือนกันนะเ้าคะ หรือว่าพวกเราจะมาต่อรองกันใหม่อีกสักครั้ง?”
ซูเหวินยวนมองเขาด้วยสีหน้าคาดหวัง ในแววตามีประกายแห่งความวิงวอน
นางเข้าใจว่าสินสอดของตนเป็แค่กองผ้าขี้ริ้วนั่น เซิ่งจิ่งอวี้ยินดีให้เงินนางหนึ่งร้อยตำลึงเงินเพื่อแลกกับอิสรภาพ
แต่เมื่อมาเห็นตอนนี้แล้ว สินสอดของนางมากมายขนาดนี้! จะแลกกับอิสรภาพทำไมให้โง่ล่ะ?
อิสรภาพของนางมีค่ามากมายขนาดนั้นเชียวหรือ???
ในยุคปัจจุบันที่เคยอยู่แค่เงินเดือนไม่กี่พัน นางก็ยอมขายตัวเองแล้ว ทำงานงก ๆ มาตั้งหลายปีก็ยังไม่พอใช้เลย!
ตอนนี้ของมากมายขนาดนี้วางกองอยู่ตรงหน้า จะมาพูดเื่อิสรภาพอะไรกันอีก?
นี่คือเงินที่นางหาทั้งชาติก็ไม่มีทางจะหาได้ คืนนี้มอบให้เซิ่งจิ่งอวี้ไป พรุ่งเช้านางก็คงจะต้องเสียใจจนฆ่าตัวตายเป็แน่!
“โอ้? เช่นนั้นเรามาต่อรองกันใหม่อีกสักครั้ง?” เซิ่งจิ่งอวี้ไม่ได้ประหลาดใจแม้แต่น้อย
ซูเหวินยวนรีบเข้าไปประจบประแจงและช่วยพยุงเขาเข้าไปในห้องด้านหลัง แล้วยังให้คนอื่นรออยู่ข้างนอก
“ท่านอ๋องจะต้องกินให้มากขึ้นหน่อยนะเ้าคะ ดูสิท่านผอมขนาดนี้ คงจะเป็เพราะคนในจวนดูแลไม่ดี ไม่ละเอียดรอบคอบเป็แน่ เื่นี้มอบให้ข้าทำเองดีกว่าเ้าค่ะ ข้าจะเปลี่ยนอาหารให้ท่านไม่ซ้ำวัน รับรองว่าจะต้องบำรุงให้ท่านอ้วนท้วนสมบูรณ์ให้ได้แน่นอน!”
ซูเหวินยวนทำท่าทีประจบประแจงเต็มที่ ยังไงซะก็ไม่ต้องลงมือทำเองอยู่แล้ว มีเงินก็จ้างคนอื่นทำได้ ข้อแม้ก็คือเซิ่งจิ่งอวี้จะต้องยอมมอบเงินให้นาง
กับซูหยวนต้องใช้ไม้แข็ง แต่กับเซิ่งจิ่งอวี้ เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ ก็ต้องใช้ไม้อ่อนเท่านั้น!
เซิ่งจิ่งอวี้เห็นท่าทีของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วขนาดนี้ ก็เกือบจะหัวเราะออกมา
“ไม่ใช่ว่าพระชายา้าจะไปหรอกหรือ? ร่างกายของข้าไม่รบกวนให้เ้าลำบากหรอก”
ซูเหวินยวนขยิบตาปริบ ๆ แล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะขอสินสอดไปพร้อมกันได้หรือไม่เ้าคะ?”
นางรู้ว่านางกำลังฝันเฟื่องอยู่
เซิ่งจิ่งอวี้ยิ้มปฏิเสธ “ไม่ได้ คนกับเงิน อย่างน้อยก็ต้องเลือกสักอย่างสิ”
“แต่สินสอดนั่นเดิมทีก็เป็ของของข้านะ!” ซูเหวินยวนพยายามจะพูดคุยด้วยเหตุผล
เซิ่งจิ่งอวี้กล่าว “อย่าลืมว่าสินสอดของเ้าได้มาอย่างไร หากไม่เชื่อก็ไปถามบิดาของเ้าดูสิว่าเขายอมให้เ้าเอาไปหรือไม่? หรือไม่ก็ลองคิดดูให้ดี ๆ ว่าของเหล่านี้ เ้าจะรักษามันไว้ได้หรือไม่?”
ใบหน้าของซูเหวินยวนพลัน “ห่อเหี่ยว” ลงทันที
“คืนนี้หากข้าไม่อยู่ที่นี่ บิดาของเ้าก็คงกล้าที่จะขนสินสอดกลับไป เ้าเชื่อหรือไม่?” เซิ่งจิ่งอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เชื่อเ้าค่ะ...” ซูเหวินยวนตอบเสียงอ่อน
ลูกตาของซูหยวนแทบจะติดอยู่กับสินสอดอยู่แล้ว ตอนนี้เขาต้องเสียใจอย่างแน่นอน
เซิ่งจิ่งอวี้ยิ้มแล้วกล่าวว่า “เชื่อก็ดีแล้ว ข้าจะเพิ่มให้เ้าอีกหนึ่งร้อยตำลึงเงิน เ้าไปได้แล้ว”
ดูท่าทีของเซิ่งจิ่งอวี้แล้ว เขาเองก็คงอยากจะให้นางรีบไปเสียให้พ้น ๆ หลังจากนั้นก็จะได้ทำเช่นเดียวกับซูหยวน ยึดครองเงินทองเหล่านี้
“ท่านอ๋อง นี่มันจะต่างอะไรกับการปล้นกันซึ่ง ๆ หน้า?” ซูเหวินยวนเริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้ว
เซิ่งจิ่งอวี้กล่าวอย่างเฉยเมย “ต่างสิ อย่างน้อยก็ยังไว้ชีวิตเ้าไว้ สามปีก่อนข้าถูกใจชามทองคำประจำตระกูลของเ้ากรมพิธีการ เขาไม่ยอมให้ ข้าจึงส่งคนไปเอามากลางดึก เขาก็ยังไม่ยอมให้อีก เ้าลองเดาดูสิว่าจุดจบของเขาเป็อย่างไร?”
เซิ่งจิ่งอวี้ถามเองตอบเอง “เืสาดกระเซ็นในทันที แต่เพื่อเป็การชดเชยความผิด ข้าก็ได้มอบที่ดินฮวงจุ้ยชั้นดีให้เขาผืนหนึ่ง พร้อมกับโลงไม้จันทน์ทองคำ”
ซูเหวินยวน “……”
เื่ราวทั้งหมดฟังดูแล้วน่าโมโหอยู่บ้าง และก็เหมือนกับจะเป็เื่ที่เขาทำได้จริง ๆ แต่ซูเหวินยวนจำได้ว่าอีกหลายปีต่อมา ในคดีทุจริตและฏ เ้ากรมคนนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เขายังเป็บุคคลสำคัญคนหนึ่ง แต่เป็คนฉลาดแกมโกง หาหลักฐานไม่ได้ตลอดมา โชคดีที่เซิ่งจิ่งอวี้สังหารเขาได้ทันท่วงที ถึงได้ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซูเหวินยวนก็ยิ่งเงียบลงไปอีก อ๋องเฉินผู้นี้ดูเหมือนว่า... จะไม่ธรรมดาเลยนะ!
ว่ากันว่าเขาทั้งโเี้ อารมณ์แปรปรวน แต่จาก่เวลาที่นางอยู่กับเขามา ยังไม่เคยเห็นเช่นนั้นเลย
แม้แต่นางจะเรียกร้องอย่างไม่มีเหตุผล เขาก็ไม่ได้มีท่าทีจะสังหารนางเลย
เซิ่งจิ่งอวี้ข่มขู่นางอีกว่า “คนภายนอกถึงจะไม่ฆ่าคนเพื่อชามทองคำเพียงใบเดียว แต่สินสอดเหล่านี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคลั่งได้แล้ว”
ทั้งข่มขู่ ทั้งเป็ความจริง!
ซูเหวินยวนยังคงลังเลอยู่บ้าง จึงถามว่า “เช่นนั้น ข้าขออยู่ต่อได้หรือไม่? แล้วสินสอดพวกนั้นก็ยกให้ข้าจัดการเองได้หรือไม่? ท่านอย่าอย่าโลภเอาหมดทั้งคนทั้งของเลยนะเ้าคะ”
เซิ่งจิ่งอวี้ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “ได้น่ะก็ย่อมได้ แต่ตำแหน่งพระชายานั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ดี ข้าลองคิดดูแล้ว เปลี่ยนคนอื่นจะดีกว่า เ้าไปเถอะ”
เขาจงใจทำเช่นนั้น พอเห็นซูเหวินยวนลังเลไม่แน่ใจ จึงได้ใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก
“เอ๊ะ ๆ ๆ!” ซูเหวินยวนร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ
พร้อมกันนั้นนางก็เชื่อแล้วว่า อารมณ์ของเซิ่งจิ่งอวี้นั้นช่างยากจะคาดเดาจริง ๆ
“ข้าทำได้ดีแน่นอนเ้าค่ะ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าภายนอกเขาลือกันว่าข้านั้นอ่อนโยน เรียบร้อย แล้วก็อะไรอีกนะ?”
ซูเหวินยวนพยายามบีบคั้นสมองเพื่อเยินยอตนเอง แต่อนิจจาความสามารถมีจำกัด
เซิ่งจิ่งอวี้ช่วยเสริมประโยคให้ “ฉลาดหลักแหลม รอบรู้ เข้าใจผู้อื่น”
“ใช่แล้ว ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าใจผู้อื่น!” ซูเหวินยวนพูดราวกับเป็เื่จริง
เซิ่งจิ่งอวี้แสร้งทำเป็ลำบากใจแล้วกล่าวว่า “ก็ได้ เช่นนนั้นเ้าก็ลองทำดูสักสองวันก่อน สินสอดเ่าั้ อีกเดี๋ยวเ้าก็ให้คนขนกลับไป ให้เ้าจัดการเอง”
เดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะเอาอยู่แล้ว คิดไปคิดมา ของเหล่านี้ก็เป็ของจวนอันเล่อโหวทั้งนั้น อันเล่อโหวก่อฏจริงหรือไม่ ในใจของเขาก็ยังคงมีข้อสงสัยอยู่
ซูเหวินยวนถอนหายใจยาว พลางคิดในใจว่านี่มันโลกอะไรกันเนี่ย
เมื่อกี้เพิ่งจะขอให้เขาปล่อยตัวเองไป ตอนนี้กลับต้องมาขอให้เขาให้ตัวเองอยู่ต่อ
“ท่านอ๋อง อัครมหาเสนาบดีซูยังคงรออยู่ข้างนอกนะขอรับ”
ซูเหวินยวนก้าวไปข้างหน้า พูดอย่างมีคุณธรรมว่า “เื่เล็กน้อยเช่นนี้จะไปรบกวนท่านอ๋องทำไมกัน ครั้งต่อไปก็ให้มาหาข้าซึงเป็พระชายาแทน ไป!”
เซิ่งจิ่งอวี้ยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนพระชายาแล้ว”
“ไม่รบกวนเลยเ้าค่ะ เด็ก ๆ พยุงท่านอ๋องไปพักผ่อน นี่มันกี่ยามแล้ว? ไม่รู้จักความเอาเสียเลย!” ซูเหวินยวนตำหนิเมิ่งฉีไปยกหนึ่ง
“เยว่ซิ่ว เ้ามาพยุงข้าที” ซูเหวินยวนเจ็บจนเดินไม่ไหวแล้ว
เมื่อกลับมาถึงโถงหน้าอีกครั้ง สายตาของซูเหวินยวนก็เปลี่ยนไปแล้ว
ตอนนี้มีทั้งเงินมีทั้งอำนาจ ก็ย่อมมีบารมีจากภายในสู่ภายนอก
เซิ่งจิ่งอวี้กลับมาที่ห้องอักษร ครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าการตัดสินใจของตนในครั้งนี้ ถูกต้องหรือไม่
เมิ่งฉียังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงถามว่า “ท่านอ๋องจะให้นางอยู่ต่อหรือขอรับ?”
“ใช่ ในจวนก็ต้องมีพระชายาสักคน ไม่เช่นนั้นเื่นี้ก็ไม่มีวันจบสิ้น นางกับอัครมหาเสนาบดีซูมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก ดูแล้วไม่เหมือนกับคนที่ซูหยวนส่งมา องค์รัชทายาทก็รอให้ข้าสังหารนางอยู่ ข้าจะทำให้เขาสมหวังได้อย่างไร? ก็แค่เื่เพิ่มปากท้องขึ้นมาอีกคนเท่านั้นเอง”
เมิ่งฉีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจครึ่งไม่เข้าใจครึ่ง เซิ่งจิ่งอวี้สั่งให้เขาให้คนไปรายงานในวัง บอกไปว่าเื่ไฟไหม้เป็แค่อุบัติเหตุ
ณ โถงหน้า เมื่อซูหยวนเห็นว่าคนที่กลับมาเป็ซูเหวินยวน ก็ยื่นหน้าชะโงกมองไปด้านหลัง
ซูเหวินยวนยิ้มแย้มก่อนจะนั่งลงบนที่นั่งหลักแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้องมองแล้ว ยามนี้ดึกแล้ว ท่านอ๋องไปพักผ่อนแล้วล่ะ”
นางกวักมือเรียกคนรับใช้ด้านนอกแล้วสั่งว่า “พวกเ้ามานี่หน่อย ท่านอ๋องเพิ่งจะสั่งว่าให้ขนสินสอดเหล่านี้ไปที่หอจู๋เยว่ พรุ่งนี้ข้าจะตรวจนับทีละรายการตามบัญชีเอง ตอนนี้ก็ย้ายไปก่อนเถอะ”
คนรับใช้เชื่อฟังอย่างยิ่ง ขึ้นไปขนหีบโดยไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย เพราะหอจู๋เยว่เป็ที่ที่เซิ่งจิ่งอวี้พักอยู่ ของดี ๆ ก็ล้วนเก็บไว้ที่นั่น
ซูหยวนมองดูหีบแล้วหีบเล่าที่ถูกขนไปจากเขาไกลออกไป ราวกับคนสิ้นสติิญญา
เมื่อขนย้ายเสร็จแล้ว ซูเหวินยวนก็ให้คนอื่นออกไป นางรู้ว่าซูหยวนยังมีเื่ที่อยากจะพูดอีก
“คราวนี้เ้าพอใจแล้วสินะ? ของที่แม่ของเ้าทิ้งไว้ให้ ก็คืนให้เ้าหมดแล้ว!”
ซูหยวนพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้นที่เสียของมีค่าไปไม่น้อยพร้อมกันนั้นน้ำตาก็คลอเบ้า นัยตาแดงก่ำ
เ็ปเหลือเกิน! ปวดใจเหลือเกิน! ปวดใจจนอยากจะร้องไห้!
ท่าทีของเขาที่ต่อให้โกรธแค้นมากแค่ไหนก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้นี่มันช่างสะใจอย่างยิ่ง
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า? จะให้ข้ายกให้อนุนอกจวนของท่าน หรือให้ลูกนอกสมรสของท่านกัน?”