ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 ตอบโต้กลับในสถานการณ์คับขัน! แกเป็นใครกันแน่?!

            แววตาตื่นตระหนกที่ฉายชัดในดวงตารีเล็กคู่นั้นบอกให้รู้ว่าเขาคิดไม่ถึงเลยว่าการโจมตีปลิดชีพที่มั่นใจมากว่าต้องสำเร็จแน่ๆกลับถูกเซียวเยี่ยปัดป้องเอาไว้ได้!

            ทว่าเซียวเยี่ยไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาได้คิดนานนักหอกยาวในมือขวาแทงสวนออกไปอย่างดุดัน

            ปัดป้องสวนกลับ!

            หอกที่เปี่ยมด้วยพลังโจมตีทั้งยังได้โบนัสเพิ่มขึ้นอีก 30% พุ่งเข้าใส่กลางอกของชายผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยมทว่าตัวเลขความเสียหายที่เด้งขึ้นมากลับทำให้เซียวเยี่ยต้องประหลาดใจ

            [-275!]

            สร้างความเสียหายได้ไม่ถึง300เท่านั้นเองหรือ?

            ดูจากอาชีพของคนคนนี้น่าจะเป็นมือสังหารสายคล่องตัวเพียงอย่างเดียวเกราะหนังที่สวมใส่ไม่น่าจะมีพลังป้องกันสูงล้ำเพียงนี้

            เว้นเสียแต่ว่า...บนร่างกายของเขาจะมีอุปกรณ์ทองคำมากกว่าหนึ่งชิ้น!

            ชายผู้นั้นแสยะยิ้มออกมาก่อนจะก้าวถอยหลังอย่างคล่องแคล่วเพื่อรักษาระยะห่างจากเซียวเยี่ยแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ปัดป้องสวนกลับได้สวยนี่!เหอะ... ไอ้พวกขยะอาชีพชั้นต่ำอย่างแก คงไม่เคยเห็นพลังป้องกันของอุปกรณ์ทองคำสินะ?”

            “แต่แกกลับมองการพรางตัวของฉันออก...ดูท่าแกจะโชคดีได้ทักษะประเภทตรวจจับการเร้นกายมาล่ะสิ!”

            “ชักจะเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ!”

            ใบหน้าขาวเนียนภายใต้ผ้าคลุมปรากฏรอยยิ้มวิปริตอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อ “อาชีพขยะแต่กลับมีทักษะตรวจจับการเร้นกายงั้นเหรอ?”

            “ถ้าผมเดาไม่ผิด ทักษะนั้นคงมีคูลดาวน์ตั้งหลายนาทีสินะแล้วตอนนี้แกจะทำยังไงต่อล่ะ?”

            พูดจบชายผู้นั้นก็พลันหยิบไอเทมบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรงควันสีเทาเหมือนขี้เถ้าพุ่งเข้าปกคลุมร่างของเขาไว้ทั้งหมดทันที

            แล้วร่างของเขาสูญหายไปจากสายตาของเซียวเยี่ยอีกครั้ง

            “เร้นกายไร้รอย!”

            เซียวเยี่ยขมวดคิ้วมุ่นทันทีนี่คือทักษะขั้นสูงของอาชีพมือสังหารและโจรซึ่งเป็นการใช้ไอเทมช่วยเพื่อให้สามารถเข้าสู่สถานะเร้นกายได้อีกครั้งแม้ว่าทักษะพรางเงาเร้นกายเดิมจะยังติดคูลดาวน์อยู่ก็ตาม

            หมอนี่เป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือจริงๆ!

            ภายในทางเดินสุสานกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งแม้แต่เสียงฝีเท้าก็ยังไม่ได้ยิน

            แต่เซียวเยี่ยรู้ดีว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะลงมือในเวลาไม่ช้า!

            เพราะคนผู้นั้นไม่กล้าดึงเวลาให้นานเกินไปเขาต้องลงมือโจมตีระลอกต่อไปให้สำเร็จก่อนที่ทักษะตรวจจับของเซียวเยี่ยจะพ้นระยะคูลดาวน์

            ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของทางเดินหลีเสวี่ยเอ๋อร์ได้วิ่งเข้าไปหาหลินเฟยและใช้เวทเยียวยารักษาชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาเอาไว้ได้ทัน

            เมื่อเซียวเยี่ยเห็นดังนั้นเขาก็เคลื่อนไหวในทันที!

            เขาตวัดโล่ขึ้นสะพายหลังก่อนจะหมุนตัวก้าวเท้าฉับๆวิ่งหนีไปทางทิศตรงกันข้ามของทางเดินสุสาน

            ในสายตาของใครก็ตามภาพนี้ดูราวกับว่าเขากำลังทอดทิ้งเพื่อนร่วมกลุ่มเพื่อหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง!

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยที่มองดูแผ่นหลังของเซียวเยี่ยวิ่งห่างออกไปต่างก็เริ่มมีความรู้สึกสิ้นหวังผุดขึ้นในใจ...

            ทว่าเซียวเยี่ยกำลังเดิมพันเขาเดิมพันว่าเจ้าวิปริตคนนั้นจะสนใจในการฆ่าเขามากกว่าการฆ่าหลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยและเดิมพันว่าหมอนั่นจะไม่มีวันปล่อยให้เขาหนีไปต่อหน้าต่อตาแน่

            มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะล่อให้อีกฝ่ายตามเขามาและออกห่างจากหลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟย

            ไม่อย่างนั้นหากชายคนนั้นเกิดนึกสนุกเอาชีวิตของทั้งสองคนเป็นตัวประกันขึ้นมาสถานการณ์คงจะลำบากกว่านี้มาก...

            และเป็นไปตามคาดเซียวเยี่ยเดิมพันได้ถูกต้องแล้ว!

            ขณะที่เขากำลังวิ่งกวดไปอีกทางเสียงเย็นเยียบปนเยาะหยันของชายผู้นั้นก็ดังขึ้นข้างหู“คิดจะหนีงั้นเหรอ? ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยหรือไง?!”

            ความเร็วของอีกฝ่ายนั้นสูงมากค่าความคล่องตัวคงสูงกว่าเซียวเยี่ยไม่ต่ำกว่าครึ่งเท่า

            ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลงกริชสีดำเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เซียวเยี่ยจากอีกทิศทางหนึ่งทันที!

            เสียงนั่นเป็นเหยื่อล่อจริงๆด้วย!

            “ตายเสียเถอะ!”

            ร่างของชายผู้นั้นปรากฏขึ้นพร้อมกับกริชสีดำข้างกายเซียวเยี่ยแววตาของเขาอำมหิตและวิปริตถึงขีดสุด

            มันรวดเร็วจนยากจะตอบโต้กลับไปได้!

            ทว่ามุมปากของเซียวเยี่ยกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจเงาดำที่ปรากฏขึ้นข้างกายแม้แต่น้อย

            พุ่งชนบ้าระห่ำ!!!

            ร่างกายของเซียวเยี่ยพลันโถมทะยานออกไปดั่งหมีกรงเล็บวิญญาณที่คลุ้มคลั่งเขาชูโล่ขึ้นพุ่งเข้าใส่ทิศทางหนึ่งอย่างรุนแรง!

            เขากระแทกเข้ากับความว่างเปล่าทว่ากลับมีร่างเงาดำร่างหนึ่งกระเด็นออกมา!

            เสียงพูดก่อนหน้านี้คือเหยื่อล่อ!

            และเงาดำที่ปรากฏข้างกายเมื่อครู่ก็เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น!

            เมื่อร่างจริงของเขาถูกเซียวเยี่ยพุ่งชนจนหลุดออกจากสถานะเร้นกายดวงตารีเล็กคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรร่างของเขาก็ตกอยู่ในสภาวะมึนงงไปเสียแล้ว!

            นี่คือผลของทักษะพุ่งชนบ้าระห่ำท่ามกลางสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อของอีกฝ่ายหอกในมือของเซียวเยี่ยก็แทงออกไปอย่างฉับไว

            พิษเพลิงวิญญาณ!

            พิษศพ!

            จิตอาฆาตวิญญาณหลอน!

            ตัวเลขความเสียหายเด้งขึ้นรัวๆพร้อมกับสภาวะผิดปกติที่รุมกระหน่ำใส่ร่างของชายผู้นั้นอย่างไม่ขาดสาย!

            “เป็น... เป็นไปได้ยังไง! แกมองร่างแยกของฉันออกได้ยังไง?”

            เซียวเยี่ยจ้องมองดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวของอีกฝ่ายแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “นายเดาถูกแล้วฉันมีทักษะตรวจจับการเร้นกายจริงๆ”

            “เพียงแต่ตอนแรกน่ะ ฉันไม่ได้ใช้มันเลยแม้แต่น้อย!”

            คูลดาวน์ของทักษะคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงคือสามนาทีซึ่งในการปะทะกันครั้งแรก เซียวเยี่ยไม่ได้ใช้มันจริงๆ

            และการที่เขาสามารถใช้โล่สงครามพยัคฆ์ร้ายปัดป้องการลอบโจมตีครั้งแรกได้อย่างแม่นยำนั้นทั้งหมดมาจากสัญชาตญาณและการคาดการณ์ของเขาเองล้วนๆ!

            ตั้งแต่เรียนวิชาการต่อสู้จำลองเสมือนจริงมาตลอดสามปีในชั้นมัธยมเซียวเยี่ยได้ปะทะกับอาชีพโจรมานับครั้งไม่ถ้วน จนเขาได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่าการระบุตำแหน่งศัตรูในสภาวะเร้นกายนั้นบางครั้งประสบการณ์กลับมีค่ามากกว่าทักษะตรวจจับเสียอีก!

            ดังนั้นเซียวเยี่ยที่เก็บไม้ตายอย่างคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงไว้ใช้ในจังหวะสุดท้ายจึงสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าเงาดำที่โผล่มาเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกและตำแหน่งของร่างจริงก็ปรากฏชัดในสายตาของเขา!

            เขาจึงล็อคเป้าหมายด้วยพุ่งชนบ้าระห่ำได้อย่างแม่นยำ!

            ชายผู้นั้นหลุดจากสภาวะมึนงงเขากัดฟันพยายามจะดึงระยะห่างหนีไป แต่กลับรู้สึกหน้ามืดตาลายกะทันหันการเคลื่อนไหวจึงเชื่องช้าลงไปมาก!

            “เป็นไปได้ยังไงกัน!?”

            เขามองดูสถานะผิดปกติที่ติดตัวเป็นพรวนทั้งพิษศพ ทั้งเปลวไฟเผาไหม้...ทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏความหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก!

            เซียวเยี่ยยิ้มเย็นพลางมองเขา“ทักษะเร้นกายไร้รอยของนายล่ะ?”

            “ฉันอยากจะเห็นนักว่า คนที่ไฟลุกท่วมตัวแบบนี้จะพรางตัวหนีได้ยังไง?”

            เซียวเยี่ยไม่รอช้าเปิดใช้งานทักษะเลือดอสูรเดือดพล่านทันที!

            พลังโจมตีและความเร็วในการโจมตีพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด!หอกในมือร่ายรำดุจดอกบัวเพชฌฆาตที่เบ่งบานอย่างโหดเหี้ยม!

            คมหอกแทงทะลวงเข้าที่ลำคอและหัวใจทุกหอกล้วนเป็นการโจมตีจุดตายทั้งสิ้น!

            [-518!]

            [-679!]

            ตัวเลขความเสียหายผสานกับผลของพิษและการเผาไหม้ลดทอนพลังชีวิตของอีกฝ่ายลงอย่างรวดเร็ว!

            ในฐานะอาชีพมือสังหารที่มีพลังป้องกันต่ำพลังชีวิตของเขากลับสูงถึงสามพันกว่าหน่วย!

            นั่นแสดงว่าบนตัวของเขาต้องมีอุปกรณ์ทองคำอย่างน้อยสามชิ้น!

            ทว่าเมื่อมือสังหารสูญเสียการเร้นกายและความคล่องตัวที่เคยภาคภูมิใจไปแล้วต้องมาเผชิญหน้ากับนักรบตรงๆ ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงทางเดียวคือหมดทางสู้

            ชายผู้นั้นพยายามยกกริชดำขึ้นปัดป้องอย่างลนลานแต่ต่อหน้าเซียวเยี่ยในตอนนี้ ท่วงท่าเหล่านั้นกลับดูงุ่มง่ามราวกับตัวตลกเขาได้แต่ร้องโหยหวนพลางมองดูพลังชีวิตของตนเองค่อยๆ ลดลงจนเกือบถึงก้นหลอด!

            “แก... ตกลงแกเป็นใครกันแน่?”

            “ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันยกอุปกรณ์ทองคำให้แกหมดเลย! ฉันมีเงินด้วยนะ...ฉันให้แกได้ทุกอย่าง!”

            ในที่สุดใบหน้าขาวซีดนั้นก็ปรากฏความหวาดกลัวสุดขีดพร้อมคำอ้อนวอนอย่างต่ำต้อยเพียงแต่คำพูดพวกนี้ เซียวเยี่ยได้ยินมาแล้วหลายครั้งในวันนี้

            มักจะมีคนบางประเภทที่คิดว่าตัวเองเป็นนายพรานและมองคนอื่นเป็นเพียงเหยื่อที่รอการเชือดเฉือน

            แต่พอสถานการณ์พลิกผันกลับมาอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายไว้ชีวิต?

            ช่างน่าขันสิ้นดี!

            เซียวเยี่ยจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นชาอุปกรณ์ทองคำ ทรัพย์สินเงินทอง... เซียวเยี่ยหาได้สนใจไม่สิ่งที่เขาใคร่รู้และสนใจในตอนนี้คือ หากเขาสังเวยมือสังหารระดับ Aผู้นี้ เขาจะได้คุณสมบัติเสริมแบบไหนมาครองกันแน่นะ?

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน