แววตาตื่นตระหนกที่ฉายชัดในดวงตารีเล็กคู่นั้นบอกให้รู้ว่าเขาคิดไม่ถึงเลยว่าการโจมตีปลิดชีพที่มั่นใจมากว่าต้องสำเร็จแน่ๆกลับถูกเซียวเยี่ยปัดป้องเอาไว้ได้!
ทว่าเซียวเยี่ยไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาได้คิดนานนักหอกยาวในมือขวาแทงสวนออกไปอย่างดุดัน
ปัดป้องสวนกลับ!
หอกที่เปี่ยมด้วยพลังโจมตีทั้งยังได้โบนัสเพิ่มขึ้นอีก 30% พุ่งเข้าใส่กลางอกของชายผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยมทว่าตัวเลขความเสียหายที่เด้งขึ้นมากลับทำให้เซียวเยี่ยต้องประหลาดใจ
[-275!]
สร้างความเสียหายได้ไม่ถึง300เท่านั้นเองหรือ?
ดูจากอาชีพของคนคนนี้น่าจะเป็นมือสังหารสายคล่องตัวเพียงอย่างเดียวเกราะหนังที่สวมใส่ไม่น่าจะมีพลังป้องกันสูงล้ำเพียงนี้
เว้นเสียแต่ว่า...บนร่างกายของเขาจะมีอุปกรณ์ทองคำมากกว่าหนึ่งชิ้น!
ชายผู้นั้นแสยะยิ้มออกมาก่อนจะก้าวถอยหลังอย่างคล่องแคล่วเพื่อรักษาระยะห่างจากเซียวเยี่ยแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ปัดป้องสวนกลับได้สวยนี่!เหอะ... ไอ้พวกขยะอาชีพชั้นต่ำอย่างแก คงไม่เคยเห็นพลังป้องกันของอุปกรณ์ทองคำสินะ?”
“แต่แกกลับมองการพรางตัวของฉันออก...ดูท่าแกจะโชคดีได้ทักษะประเภทตรวจจับการเร้นกายมาล่ะสิ!”
“ชักจะเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ!”
ใบหน้าขาวเนียนภายใต้ผ้าคลุมปรากฏรอยยิ้มวิปริตอีกครั้งก่อนจะกล่าวต่อ “อาชีพขยะแต่กลับมีทักษะตรวจจับการเร้นกายงั้นเหรอ?”
“ถ้าผมเดาไม่ผิด ทักษะนั้นคงมีคูลดาวน์ตั้งหลายนาทีสินะแล้วตอนนี้แกจะทำยังไงต่อล่ะ?”
พูดจบชายผู้นั้นก็พลันหยิบไอเทมบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วฟาดลงบนพื้นอย่างแรงควันสีเทาเหมือนขี้เถ้าพุ่งเข้าปกคลุมร่างของเขาไว้ทั้งหมดทันที
แล้วร่างของเขาสูญหายไปจากสายตาของเซียวเยี่ยอีกครั้ง
“เร้นกายไร้รอย!”
เซียวเยี่ยขมวดคิ้วมุ่นทันทีนี่คือทักษะขั้นสูงของอาชีพมือสังหารและโจรซึ่งเป็นการใช้ไอเทมช่วยเพื่อให้สามารถเข้าสู่สถานะเร้นกายได้อีกครั้งแม้ว่าทักษะพรางเงาเร้นกายเดิมจะยังติดคูลดาวน์อยู่ก็ตาม
หมอนี่เป็นคู่ต่อสู้ที่ตึงมือจริงๆ!
ภายในทางเดินสุสานกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้งแม้แต่เสียงฝีเท้าก็ยังไม่ได้ยิน
แต่เซียวเยี่ยรู้ดีว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะลงมือในเวลาไม่ช้า!
เพราะคนผู้นั้นไม่กล้าดึงเวลาให้นานเกินไปเขาต้องลงมือโจมตีระลอกต่อไปให้สำเร็จก่อนที่ทักษะตรวจจับของเซียวเยี่ยจะพ้นระยะคูลดาวน์
ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของทางเดินหลีเสวี่ยเอ๋อร์ได้วิ่งเข้าไปหาหลินเฟยและใช้เวทเยียวยารักษาชีวิตที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาเอาไว้ได้ทัน
เมื่อเซียวเยี่ยเห็นดังนั้นเขาก็เคลื่อนไหวในทันที!
เขาตวัดโล่ขึ้นสะพายหลังก่อนจะหมุนตัวก้าวเท้าฉับๆวิ่งหนีไปทางทิศตรงกันข้ามของทางเดินสุสาน
ในสายตาของใครก็ตามภาพนี้ดูราวกับว่าเขากำลังทอดทิ้งเพื่อนร่วมกลุ่มเพื่อหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง!
หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยที่มองดูแผ่นหลังของเซียวเยี่ยวิ่งห่างออกไปต่างก็เริ่มมีความรู้สึกสิ้นหวังผุดขึ้นในใจ...
ทว่าเซียวเยี่ยกำลังเดิมพันเขาเดิมพันว่าเจ้าวิปริตคนนั้นจะสนใจในการฆ่าเขามากกว่าการฆ่าหลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยและเดิมพันว่าหมอนั่นจะไม่มีวันปล่อยให้เขาหนีไปต่อหน้าต่อตาแน่
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะล่อให้อีกฝ่ายตามเขามาและออกห่างจากหลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟย
ไม่อย่างนั้นหากชายคนนั้นเกิดนึกสนุกเอาชีวิตของทั้งสองคนเป็นตัวประกันขึ้นมาสถานการณ์คงจะลำบากกว่านี้มาก...
และเป็นไปตามคาดเซียวเยี่ยเดิมพันได้ถูกต้องแล้ว!
ขณะที่เขากำลังวิ่งกวดไปอีกทางเสียงเย็นเยียบปนเยาะหยันของชายผู้นั้นก็ดังขึ้นข้างหู“คิดจะหนีงั้นเหรอ? ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยหรือไง?!”
ความเร็วของอีกฝ่ายนั้นสูงมากค่าความคล่องตัวคงสูงกว่าเซียวเยี่ยไม่ต่ำกว่าครึ่งเท่า
ทันทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลงกริชสีดำเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เซียวเยี่ยจากอีกทิศทางหนึ่งทันที!
เสียงนั่นเป็นเหยื่อล่อจริงๆด้วย!
“ตายเสียเถอะ!”
ร่างของชายผู้นั้นปรากฏขึ้นพร้อมกับกริชสีดำข้างกายเซียวเยี่ยแววตาของเขาอำมหิตและวิปริตถึงขีดสุด
มันรวดเร็วจนยากจะตอบโต้กลับไปได้!
ทว่ามุมปากของเซียวเยี่ยกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจเงาดำที่ปรากฏขึ้นข้างกายแม้แต่น้อย
พุ่งชนบ้าระห่ำ!!!
ร่างกายของเซียวเยี่ยพลันโถมทะยานออกไปดั่งหมีกรงเล็บวิญญาณที่คลุ้มคลั่งเขาชูโล่ขึ้นพุ่งเข้าใส่ทิศทางหนึ่งอย่างรุนแรง!
เขากระแทกเข้ากับความว่างเปล่าทว่ากลับมีร่างเงาดำร่างหนึ่งกระเด็นออกมา!
เสียงพูดก่อนหน้านี้คือเหยื่อล่อ!
และเงาดำที่ปรากฏข้างกายเมื่อครู่ก็เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น!
เมื่อร่างจริงของเขาถูกเซียวเยี่ยพุ่งชนจนหลุดออกจากสถานะเร้นกายดวงตารีเล็กคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรร่างของเขาก็ตกอยู่ในสภาวะมึนงงไปเสียแล้ว!
นี่คือผลของทักษะพุ่งชนบ้าระห่ำท่ามกลางสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อของอีกฝ่ายหอกในมือของเซียวเยี่ยก็แทงออกไปอย่างฉับไว
พิษเพลิงวิญญาณ!
พิษศพ!
จิตอาฆาตวิญญาณหลอน!
ตัวเลขความเสียหายเด้งขึ้นรัวๆพร้อมกับสภาวะผิดปกติที่รุมกระหน่ำใส่ร่างของชายผู้นั้นอย่างไม่ขาดสาย!
“เป็น... เป็นไปได้ยังไง! แกมองร่างแยกของฉันออกได้ยังไง?”
เซียวเยี่ยจ้องมองดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวของอีกฝ่ายแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “นายเดาถูกแล้วฉันมีทักษะตรวจจับการเร้นกายจริงๆ”
“เพียงแต่ตอนแรกน่ะ ฉันไม่ได้ใช้มันเลยแม้แต่น้อย!”
คูลดาวน์ของทักษะคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงคือสามนาทีซึ่งในการปะทะกันครั้งแรก เซียวเยี่ยไม่ได้ใช้มันจริงๆ
และการที่เขาสามารถใช้โล่สงครามพยัคฆ์ร้ายปัดป้องการลอบโจมตีครั้งแรกได้อย่างแม่นยำนั้นทั้งหมดมาจากสัญชาตญาณและการคาดการณ์ของเขาเองล้วนๆ!
ตั้งแต่เรียนวิชาการต่อสู้จำลองเสมือนจริงมาตลอดสามปีในชั้นมัธยมเซียวเยี่ยได้ปะทะกับอาชีพโจรมานับครั้งไม่ถ้วน จนเขาได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่าการระบุตำแหน่งศัตรูในสภาวะเร้นกายนั้นบางครั้งประสบการณ์กลับมีค่ามากกว่าทักษะตรวจจับเสียอีก!
ดังนั้นเซียวเยี่ยที่เก็บไม้ตายอย่างคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงไว้ใช้ในจังหวะสุดท้ายจึงสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าเงาดำที่โผล่มาเมื่อครู่เป็นเพียงร่างแยกและตำแหน่งของร่างจริงก็ปรากฏชัดในสายตาของเขา!
เขาจึงล็อคเป้าหมายด้วยพุ่งชนบ้าระห่ำได้อย่างแม่นยำ!
ชายผู้นั้นหลุดจากสภาวะมึนงงเขากัดฟันพยายามจะดึงระยะห่างหนีไป แต่กลับรู้สึกหน้ามืดตาลายกะทันหันการเคลื่อนไหวจึงเชื่องช้าลงไปมาก!
“เป็นไปได้ยังไงกัน!?”
เขามองดูสถานะผิดปกติที่ติดตัวเป็นพรวนทั้งพิษศพ ทั้งเปลวไฟเผาไหม้...ทำให้ใบหน้าของเขาปรากฏความหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก!
เซียวเยี่ยยิ้มเย็นพลางมองเขา“ทักษะเร้นกายไร้รอยของนายล่ะ?”
“ฉันอยากจะเห็นนักว่า คนที่ไฟลุกท่วมตัวแบบนี้จะพรางตัวหนีได้ยังไง?”
เซียวเยี่ยไม่รอช้าเปิดใช้งานทักษะเลือดอสูรเดือดพล่านทันที!
พลังโจมตีและความเร็วในการโจมตีพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด!หอกในมือร่ายรำดุจดอกบัวเพชฌฆาตที่เบ่งบานอย่างโหดเหี้ยม!
คมหอกแทงทะลวงเข้าที่ลำคอและหัวใจทุกหอกล้วนเป็นการโจมตีจุดตายทั้งสิ้น!
[-518!]
[-679!]
ตัวเลขความเสียหายผสานกับผลของพิษและการเผาไหม้ลดทอนพลังชีวิตของอีกฝ่ายลงอย่างรวดเร็ว!
ในฐานะอาชีพมือสังหารที่มีพลังป้องกันต่ำพลังชีวิตของเขากลับสูงถึงสามพันกว่าหน่วย!
นั่นแสดงว่าบนตัวของเขาต้องมีอุปกรณ์ทองคำอย่างน้อยสามชิ้น!
ทว่าเมื่อมือสังหารสูญเสียการเร้นกายและความคล่องตัวที่เคยภาคภูมิใจไปแล้วต้องมาเผชิญหน้ากับนักรบตรงๆ ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงทางเดียวคือหมดทางสู้
ชายผู้นั้นพยายามยกกริชดำขึ้นปัดป้องอย่างลนลานแต่ต่อหน้าเซียวเยี่ยในตอนนี้ ท่วงท่าเหล่านั้นกลับดูงุ่มง่ามราวกับตัวตลกเขาได้แต่ร้องโหยหวนพลางมองดูพลังชีวิตของตนเองค่อยๆ ลดลงจนเกือบถึงก้นหลอด!
“แก... ตกลงแกเป็นใครกันแน่?”
“ปล่อยฉันไปเถอะ! ฉันยกอุปกรณ์ทองคำให้แกหมดเลย! ฉันมีเงินด้วยนะ...ฉันให้แกได้ทุกอย่าง!”
ในที่สุดใบหน้าขาวซีดนั้นก็ปรากฏความหวาดกลัวสุดขีดพร้อมคำอ้อนวอนอย่างต่ำต้อยเพียงแต่คำพูดพวกนี้ เซียวเยี่ยได้ยินมาแล้วหลายครั้งในวันนี้
มักจะมีคนบางประเภทที่คิดว่าตัวเองเป็นนายพรานและมองคนอื่นเป็นเพียงเหยื่อที่รอการเชือดเฉือน
แต่พอสถานการณ์พลิกผันกลับมาอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายไว้ชีวิต?
ช่างน่าขันสิ้นดี!
เซียวเยี่ยจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นชาอุปกรณ์ทองคำ ทรัพย์สินเงินทอง... เซียวเยี่ยหาได้สนใจไม่สิ่งที่เขาใคร่รู้และสนใจในตอนนี้คือ หากเขาสังเวยมือสังหารระดับ Aผู้นี้ เขาจะได้คุณสมบัติเสริมแบบไหนมาครองกันแน่นะ?