ขณะที่เทียนจุนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อยู่ๆเสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของเขา
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10,000 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความขอบคุณจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10,000 แต้มอรหันต์】
“หา? สองหมื่นแต้มอรหันต์เลยรึ?”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆ”
“นอกจากช่วยให้คัมภีร์สมบูรณ์ แล้วไฉนข้าถึงได้รับแต้มมากมายถึงเพียงนี้?”
เทียนจุนชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาหันไปมองชายชราเหมิงหวู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
“แต้มอรหันต์ของข้าขึ้นสูงขนาดนี้!”
“หมายความว่า.. ตาแก่นี่จะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน! เผลอๆอาจจะมีระดับถึง 'ราชันย์เทพอมตะ' เลยก็เป็นได้!”
ขณะเดียวกัน ชายชราเหมิงหวู่ก็ได้เก็บคัมภีร์วิชามหาอำนาจเข้าไปในอ้อมเสื้อของตน
มันน่าแปลกที่ตัวตนระดับเขาไม่มีแม้แต่แหวนกักเก็บมิติสวมบนนิ้วมือ
ในตอนนั้นเอง ชายชราได้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะหันไปพูดกับชายหนุ่มเบื้องหน้า
“เอาละ ข้าต้องไปแล้ว”
น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างได้ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
“ส่วนโรงเตี้ยมวิญญาณพยัคฆ์นี้..”
“เจ้าสามารถใช้ได้ตามสบาย ถือว่าเป็นของตอบแทนจากข้า!”
เทียนจุนได้ยินก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“ให้ข้าใช้โรงเตี้ยมนี้ได้ตามสบาย?”
“หมายความว่าอย่างไร?”
ชายชราไม่ได้ตอบอะไร
เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินก้าวออกมาจากโรงเตี้ยม แต่ในวินาทีสุดท้าย เขาหันกลับไปมองยังเทียนจุนอีกครั้ง
“สักวันหนึ่งในอนาคต..”
“พวกเราคงได้พบเจอกันอีกครั้ง”
“ข้าหวังว่า ในวันนั้น.. เจ้าจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้!!”
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง!!”
สิ้นคำพูดนั้นเอง ร่างของชายชราก็ค่อยๆเลือนลางและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นฝุ่นควันที่ถูกพัดพาไปกับสายลม
“นี่มันวิชามหาอำนาจอะไรกัน!? ช่างเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ!”
เทียนจุนพอเห็นก็พลันเบิกตากว้างทันที แม้แต่เขาเองก็ยังไม่อาจสัมผัสได้เลยว่า ชายชราหลินเหมิงหวู่จากไปเช่นไรกัน
ชายหนุ่มรู้เพียงแค่ว่า สิ่งที่ชายชราเหวิงหวู่สำแดง มันเป็นศาสตร์วิชาที่ล้ำลึกจนเกินไป
ราวกับว่าตัวของชายชราไม่เคยมีตัวตนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับสติของตนเองให้กลับมาอยู่ในความสงบ จากนั้นสายตาก็เบนลงมามอง 'ป้ายหยก' ที่อยู่ในมือของตน
“ตระกูลหลินโบราณ..”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
“ในอนาคต หากข้าพบเจอกับสถานการณ์ที่เข้าตาจน ข้าคงสามารถขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้อย่างแน่นอน!”
เทียนจุนเอ่ยออกมาพลางหลุบตามองป้ายหยก มือข้างหนึ่งค่อยๆลูบมันเบาๆ และสัมผัสได้ถึงพลังงานอันสงบนิ่งที่แผ่ออกมาจากมัน บ่งบอกถึงความล้ำค่าของมัน
แต่แล้วเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตของตนเอง แววตาของชายหนุ่มก็ฉายแววเสียดาย
“ถ้าหากในตอนนั้น.. ”
“ข้ารู้จักกับตระกูลหลินโบราณมาก่อน หากข้ามีป้ายหยกนี้อยู่กับตัวในช่วงเวลานั้น..”
เขาหลับตาลงพลางสูดหายใจเข้าลึก
“พวกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย.. คงไม่กล้าแม้แต่จะลงมือกับข้าเป็นแน่!”
เทียนจุนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง
“แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ 'อดีต' เท่านั้น”
“อดีตก็คืออดีต.. หากข้าไม่ตกตายไปในครั้งนั้น และไม่ได้กลับมาเกิดใหม่”
“ข้าก็คงไม่มีโอกาสได้พบเจอกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย และไม่ได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ในเส้นทางสายนี้”
ดวงตาของเขาค่อยๆสงบนิ่งลง เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังฟากฟ้าที่ไกลสุดสายตา
“จากนี้ไปข้าจะเดินบนเส้นทางใหม่เอง”
“ทางที่แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่อาจขัดขวางได้!”
เวลานี้ ในใจของชายหนุ่มเงียบสงบ
และหลังจากนั้น เทียนจุนก็ได้ใช้โรงเตี้ยมที่ชายชรามอบให้เป็นที่พักอาศัย
โรงเตี้ยมเล็กๆแห่งนี้ แม้จะไม่หรูหราเทียบเท่ากับโรงเตี้ยมใหญ่ในเมืองมังกร
แต่ถึงกระนั้นภายในกลับเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
“นับว่าไม่เลวเลย!”
เขาพึมพำขณะเดินสำรวจรอบๆ แม้มันจะไม่ได้มีเครื่องเรือนราคาแพงหรือการตกแต่งที่โอ่อ่า
แต่สำหรับตนเองในตอนนี้ ขอเพียงแค่มีที่หลับนอนอย่างสงบก็เพียงพอแล้ว
เวลาผ่านไปในกลางดึกคืนนั้น บนเตียงนอนที่อยู่ภายในห้องพักชั้นสอง
เทียนจุนได้เข้าสู่สมาธิ เขาหลับตาลงค่อยๆโคจรปราณเซียนแห่งพุทธะ และเริ่มทดลองฝึกฝน 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต' วิชามหาอำนาจที่ได้รับมาจากชายชราหลินเหมิงหวู่
ทว่าเมื่อวิชามหาอำนาจอันยิ่งใหญ่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในส่วนลึกร่างกายของเขา
“...........!!”
เสียงบทสวดของพระพุทธองค์นับร้อยพลันดังกึกก้องไปทั่วห้วงจิต
“โอม มณี ปัทเม หุม!”
“สัพพัง อะปายัง วิวัจจะติ”
“อนันตะ พุทธะ ธรรมะ สังฆะ”
เสียงสวดนั้นแผ่กระจายก้องกังวาน ราวกับระฆังที่สะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้วงมิติสมาธิ
“เกิดอะไรขึ้น!?”
ในวินาทีนั้นเองเทียนจุนก็เบิกตากว้าง ปราณเซียนแห่งพุทธะสาดแสงเรืองรองออกมาทั่วร่าง และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือข้อมูลของ 'พฤกษาสวรรค์ไร้ขอบเขต' ทั้งหมดถูกทำลายจนไม่เหลือซาก
“อะไรนะ!?”
ชายหนุ่มถึงกับตกตะลึง
พลังวิชามหาอำนาจที่เพิ่งได้รับมา กลับถูกทำลายโดยสิ่งที่อยู่ภายในร่างของเขาเอง
คิ้วของเทียนจุนพลันขมวดแน่น ก่อนที่เสียงของระบบจะดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
【เหอะ? โฮสต์คิดจะนำเอาวิชามหาอำนาจอันน้อยนิดมาเทียบกับ 'คัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพาน' อย่างนั้นรึ?】
【ต่อให้โฮสต์อยากจะฝึกฝนมันมากเท่าไหร่ ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะวิชาบ่มเพาะเซียนแห่งพุทธะที่แข็งแกร่งที่สุด จะยอมรับเพียง 'วิชาในสายของตนเอง' เท่านั้น】
【ร่างกายของโฮสต์จะต้อง 'บริสุทธิ์' และ 'เต็มไปด้วยปราณเซียนแห่งพุทธะ' เท่านั้น หากมีรูปแบบวิชาบ่มเพาะอื่นๆปรากฏขึ้นมา ปราณเซียนแห่งพุทธะจะ 'ทำลาย' พวกมันทั้งหมด】
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!”
พอรับฟังตัวของเทียนจุนก็พลันเข้าใจทุกสิ่งในทันที เขารีบเอ่ยตอบ
“หมายความว่าตั้งแต่ที่ข้าได้รับวิชาบ่มเพาะเซียนนี้มา ความทรงจำเกี่ยวกับวิชาบ่มเพาะอื่นๆในชาติที่แล้วของข้า.. ก็หายไปทั้งหมด!!”
“มิใช่เพราะข้าลืมมันไปเอง”
“แต่เป็นเพราะปราณเซียนแห่งพุทธะขจัดมันออกไปได้ตั้งแต่ต้นแล้ว”
“นั่นสินะ.. ถ้าหากข้ายังจำได้ ข้าก็คงนำเอาวิชาระดับล้ำฟ้าออกมาขายแลกเปลี่ยนไปแล้ว”
“แล้วทั้งหมดก็เป็นฝีมือของแกใช่ไหม ระบบ?”
ชายหนุ่มเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง แต่แฝงด้วยความคาดเดา
แต่ในครั้งนี้ระบบไม่ตอบอะไร
มีเพียงความเงียบที่ปกคลุมทุกสิ่ง ทว่าความเงียบนั้น มันก็คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้ว