ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 สีหราชมารซ่งเฉิงเลี่ย

            งานประชุมใหญ่ดาวชิงดวงปิดม่านลงในที่สุด!

            บทสรุปนั้นเกินคาด ผู้ที่ช่วงชิงอันดับหนึ่งมาได้หาใช่หยางอวี่ไท่ ซูเสวี่ยโหรวสำนักยุทธจักรพรรดิยิ่งไม่ใช่เหรินชงสำนักวายุจักรพรรดิ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าสำนักดาราสวรรค์ที่รั้งท้ายมาตลอดหลายปีจะพลิกกระดานชิงอันดับหนึ่งแห่งดาวชิงดวงปีนี้ไปได้

            และที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นอีกก็คือผู้สังหารเหรินชงและทำหยางอวี่ไท่เจ็บหนักนั้นคือฉู่เหิน

            สองเดือนก่อนฉู่เหินถูกสำนักยุทธขั้นสูงยี่สิบเจ็ดแห่งปฏิเสธไม่ให้เข้าสำนักติดต่อกันกระทั่งมหาสำนักอย่างวายุจักรพรรดิ มหาหัสดี จันทร์สกาว เป็นต้น ยังไม่ให้เหตุผลที่ปฏิเสธฉู่เหินเลยด้วยซ้ำ

            เด็กหนุ่มไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไม่มีผู้ใดให้ความสำคัญให้ยามนั้น ตบ ‘หน้า’ สำนักยุทธทั้งนครหลวงในวันนี้

            คืนนี้ต้องเป็นคืนที่ผู้คนมากมายนอนไม่หลับอย่างแน่นอน

            โดยเฉพาะอาจารย์เบื้องสูงแห่งสำนักวายุจักพรรดิที่เมื่อเห็นศพของเหรินชงถูกหามกลับไปแล้วก็โกรธจัดจนหน้าดำหน้าเขียว

            ...

            ถนนใหญ่พลุกพล่านท่ามกลางแสงโคมสุกสว่าง

            ฝูงชนส่งเสียงเซ็งแซ่ คึกคักหาใดเปรียบปาน

            ฉู่เหินกับหลงเสวียนซวงเดินข้างกัน หนึ่งหล่อเหลาทระนงองอาจหนึ่งงดงามเหนือมนุษย์ดั่งภาพวาด ดึงดูดสายตาผู้คนที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก

            ในความทรงจำของฉู่เหินนั้นน้อยครั้งที่เขาจะได้เดินข้างกันกับหลงเสวียนซวงเช่นนี้จำได้ว่ายามยังเยาว์เขามักจะต้องเดินตามหลังหลงเสวียนซวงเสมอ

            หลงเสวียนซวงในยามนั้นเหมือนจะรำคาญฉู่เหินมากไม่เคยพาเขาไปเล่นด้วยเลยสักครั้ง ทั้งยังบอกเขาอีกว่าขืนยังตามอีกจะใช้กำลังฉู่เหินกลัวมากจึงหลีกหนีให้ไกล

            เวลานั้นหลงชิงหยางจะเป็นผู้รับหน้าแทนฉู่เหินแล้วดุหลงเสวียนซวงเสมอ

            หวนนึกถึงอดีตแล้วหลงเสวียนซวงก็อดงุนงงไม่ได้เด็กชายที่เคยเดินตามนางต้อยๆ ทุกวันเมื่อตอนนั้น เติบใหญ่จนถึงขั้นนี้แล้วหรือ

            ...

            คราวก่อนที่ทั้งสองพบกันคือเมื่อกว่าครึ่งปีที่แล้ว

            แต่หลงเสวียนซวงไม่อยากอยู่บ้านนานจนเกินไปนักทั้งสองสนทนาพาทีกันน้อยลงเรื่อยๆ พอมาเดินด้วยกันยามนี้จึงไม่รู้ว่าควรพูดเรื่องใดดี

            “ข้าส่งท่านกลับสำนักจันทร์สกาวก่อนแล้วกัน” ฉู่เหินเปรย

            หลงเสวียนซวงผงกหัวเล็กน้อย ไม่ได้ปฏิเสธอันใด

            “ชินกับการอยู่สำนักดาราสวรรค์แล้วหรือยัง?”

            “ที่นั่นดีมาก” ฉู่เหินยิ้ม ความจริงแล้วเขาก็เพิ่งอยู่สำนักดาราสวรรค์จริงๆได้ไม่กี่วันเท่านั้นเอง

            “ยามนั้นข้าเก็บตัวฝึกตนอยู่ไม่รู้เรื่องที่เจ้าประสบในเมืองหลวงเมื่อเดือนก่อนเลย”หลงเสวียนซวงน้ำเสียงเจือแววขอโทษอ่อนๆ

            “ไม่เป็นไร พี่ใหญ่บอกกับข้าแล้วข้ายังไม่ทันได้ยินดีกับท่านที่ขีดจำกัดสายเลือดเลื่อนขั้นเป็นกายสัประยุทธ์เลย”

            หลงเสวียนซวงยิ้มบางๆ แล้วส่ายหน้าเอื้อนเอ่ย “หลงชิงหยางรีบไปนักหากเขามากำชับข้าสักคำก่อนไปคงไม่เกิดเรื่องราวตั้งมากมายเช่นนั้นขึ้น”

            หลงเสวียนซวงเรียกชื่อหลงชิงหยางเต็มๆ เสมอ ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ใหญ่เลย

            ฉู่เหินรู้ข้อนี้ดี

            “เรื่องนี้ไม่ต้องโทษพี่ใหญ่หรอกขอรับเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องตั้งมากมายเช่นนี้ ใช่แล้วพี่ใหญ่ไปเทือกเขาสระสวรรค์ยังไม่กลับอีกหรือ?”

            “เขาไปนานแค่ไหนแล้ว?” หลงเสวียนซวงถาม

            “อย่างมากสุดก็สองเดือนแล้ว”

            “จริงหรือ เช่นนั้นก็ชักแปลก” หลงเสวียนซวงขมวดคิ้ว ดวงตาฉายแววฉงน

            ฉู่เหินพอจะรู้เรื่องเทือกเขาสระสวรรค์มาบ้าง

            หนึ่งในสถานที่อันตรายที่สุดของอาณาจักรดาวศักดิ์สิทธิ์ว่ากันว่าเทือกเขาสระสวรรค์มีสัตว์ปีศาจแกร่งกล้ามากมายอาศัยอยู่มิหนำซ้ำยังมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ตัดขาดจากโลกปักหลักอาศัยอยู่ที่นั่นด้วย

            เทือกเขาสระสวรรค์อันตรายมาก ทรัพยากรที่มนุษย์ใช้ได้ก็อุดมสมบูรณ์พืชหญ้ามหัศจรรย์ ผลไม้เซียนอมฤตวิญญาณ มีสิ่งที่เลื่องชื่อเลอค่ามากมายเกินคณานับ

            อันตรายกว่าเทือกเขาไร้กระดูกที่ฉู่เหินไปคราวก่อนไม่น้อยเลย

            คิดถึงตรงนี้แล้วฉู่เหินก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้

            “เจ้าวางใจเถิด” หลงเสวียนซวงรู้ว่าฉู่เหินคิดอะไร นางขยับปากเอ่ยอ่อนโยน“อาจารย์สายตรงของหลงชิงหยางคือเยว่ซาน เขาคนนี้พลังลมปราณแกร่งกล้าสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นหนึ่งในอาจารย์อันดับต้นๆ ของบรรดาสำนักยุทธในนครหลวงเขานำทางทั้งคน หลงชิงหยางต้องไม่เป็นอะไรแน่”

            ได้ยินเช่นนั้นแล้วฉู่เหินก็ค่อยคลายเมฆหมอกแห่งความกังขา

            “อื้ม ข้าเข้าใจแล้ว”

            “เจ้าไม่อยากกลับสำนักจันทร์สกาวหรือ? ข้าช่วยเจ้าได้นะ”หลงเสวียนซวงถามขึ้น

            ฉู่เหินส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่ล่ะ สำนักดาราสวรรค์ดีมากแล้ว”

            หลงเสวียนซวงไม่พูดมากไปกว่านั้น ในเมื่อโตมาด้วยกันนางจึงพอจะเข้าใจนิสัยของฉู่เหิน เขามีความคิดเป็นของตนเองอย่างยิ่งซ้ำยังจดจำบุญคุณคน...ยามสำนักยุทธทั้งหมดปฏิเสธ ตอนอับจนสิ้นหนทางมีเพียงสำนักดาราสวรรค์ที่รับตัวเขาไว้

            ฉู่เหินไม่ได้พูดออกมา แต่เขาก็ซาบซึ้งในพระคุณของดาราสวรรค์อย่างแน่นอน

            ทั้งสองคุยกันพลางเดินไปยังสำนักจันทร์สกาวพลาง

            หลงเสวียนซวงยังเป็นเหมือนแต่ก่อน พูดน้อยนักโดยมากฉู่เหินจะถามคำแล้วนางตอบคำดีที่ฉู่เหินชินมาแต่อ้อนแต่ออกแล้วจึงไม่ได้ว่ากระไร

            ครึ่งชั่วยามให้หลัง ทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูสำนักจันทร์สกาว

            องครักษ์เฝ้าประตูที่เคยขวางไม่ให้ฉู่เหินเข้าไปเมื่อหลายวันก่อนเห็นฉู่เหินกับหลงเสวียนซวงเดินมาด้วยกันแล้วก็เบิกตากว้าง

            “คุณหนูหลง เขา...”

            หลงเสวียนซวงประหลาดใจ ฉู่เหินยิ้ม “ข้าบอกแล้วว่าคุณหนูหลงต้องอยากเจอข้า คราวก่อนเจ้าเป็นตายก็ไม่ยอมไปรายงานนางให้ข้า”

            “ข้า คือว่า...” องครักษ์พูดตะกุกตะกักไม่เบาเขาไม่นึกเลยว่าฉู่เหินจะรู้จักกับหลงเสวียนซวงจริงๆ

            หลงเสวียนซวงชาญฉลาดเหนือคน นางฟังต้นสายปลายเหตุออกเห็นทีคงเพราะฉู่เหินมาหานางคราวก่อนแต่ถูกองครักษ์ขัดขวางไม่ให้เข้าประตู

            “หากเขามาอีกเมื่อใด อย่าขัดขวางเขา ให้เขาเข้าไปได้เลย”

            “ขอรับ คุณหนูหลง!”

            องครักษ์เกรงอกเกรงใจหลงเสวียนซวงเป็นอย่างมากเป็นที่รู้กันดีว่าหลงเสวียนซวงเป็นศิษย์สายตรงที่ ‘อาจารย์ม่อเวิ่น’ โปรดปรานที่สุดอาจารย์ม่อเวิ่นทรงเกียรติศักดิ์ในคณาจารย์ของเมืองหลวงอย่างมากทั้งยังเป็นอาจารย์ศูนย์รวมใจผู้สำคัญที่สุดของจันทร์สกาวด้วย

            “ไม่นึกเลยว่าพี่หญิงรองจะเป็นที่นิยมในเมืองหลวงถึงเพียงนี้ยามยังเล็กข้าคิดตลอดว่าผู้หญิงเย็นชาเช่นท่านคงไม่มีใครต้องการมากกว่า...”ฉู่เหินพึมพำกับตนเอง

            “เจ้าว่าอะไรนะ?”

            “ไม่ ไม่มีอะไร” ฉู่เหินยิ้ม

            หลงเสวียนซวงขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่งท้ายนิ่งๆ“เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปแต่หัววันเถิด หากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้”

            “อื้ม ได้เลย!”

            อำลากันง่ายๆ สองสามประโยค ฉู่เหินก็ไปจากสำนักจันทร์สกาวมุ่งหน้าไปยังทิศทางสำนักดาราสวรรค์

            ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว คนบนท้องถนนน้อยลงทุกขณะจิต

            นอกจากถนนสายหลักไม่กี่สายที่ยังจุดไฟร่ำสุรา ประโคมดนตรีเอิกเกริกกันแล้วที่แห่งอื่นก็เริ่มถูกม่านรัตติกาลครอบงำ

            ...

            ฟู่!

            ยามฉู่เหินเดินมาถึงถนนเปลี่ยวร้างลมเย็นอ้างว้างติดไอเย็นยะเยือกมาหลายส่วน

            ฉับพลัน ร่างสีดำเลือนรางเผยตัวห่างออกไปไม่กี่สิบเมตรเบื้องหน้า

            ร่างสีดำยืนประจันหน้ากับฉู่เหิน ม่านราตรีหม่นมัวปกคลุมจนไม่อาจเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้แต่ก็พอจะรู้ว่าเป็นชายวัยกลางคนร่างผอม

            ฉู่เหินขมวดคิ้วเล็กน้อย ชะลอฝีเท้าลง

            “เจ้าเป็นใคร?”

            จิตใต้สำนึกบอกกับเขาว่าคนผู้นั้นมาหาตน

            “ฮึ! ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะเก็บงำซ่อนเร้นได้ดีถึงเพียงนี้ข้าคาดไม่ถึงเลยจริงๆ” เสียงทุ้มต่ำหนักอึ้งปานฟ้าร้อง ฟังไม่สบายหูอย่างยิ่ง

            เมื่อสัมผัสถึงจิตสังหารเย็นเฉียบจากร่างนั้นได้ฉู่เหินก็แอบเคลื่อนพลังหยวนแท้ลับๆ แสงสีดำสาดซัดพันแขนทั้งสองข้าง

            “ฮะ หรือเจ้าคิดจะลงมือกับข้า?” ร่างสีดำแค่นหัวเราะดูแคลน

            ฉู่เหินไม่ตอบ ปลดปล่อยหยวนแท้ออกมาไม่หยุด ดวงตาลุ่มลึกนิ่งขรึมเข้มข้นฉู่เหินไม่ใช่ประเภทยืนรอความตาย ในใจคิดแผนการถอยหนี

            “ก็ได้! พรุ่งนี้เจ้าจะถูกพบเป็นศพนอนตายข้างถนนคราวนี้ข้าลงมือเอง แน่ใจได้เลยว่าเจ้าต้องได้ตายไร้ที่ฝัง”

            “หึ” ทันใดนั้นเอง เสียงอันทุ้มใหญ่ก็ลอยเข้าหูคนทั้งสอง“คิดจะแตะต้องศิษย์สำนักดาราสวรรค์ของข้าก็ต้องดูว่าข้าตกปากรับคำหรือไม่เสียก่อนไสหัวไปให้ไกลๆ ลูกตา ไม่อย่างนั้นข้าจะให้แกได้ตายไม่มีหลุมฝัง!”

            แรงลมเกรี้ยวกราดบ้าคลั่งจู่โจมเข้าใส่

            ฉู่เหินกับร่างสีดำมึนงง ต่างเงยหน้ามอง เห็นร่างสูงใหญ่บึกบึนยืนอยู่บนหลังคาบ้านทางซ้ายของถนน

            “ซ่งเฉิงเลี่ย...” เสียงโพล่งอันไม่คาดฝันหลุดจากปากร่างสีดำ

            ฉู่เหินตาเป็นประกาย

            ผู้มาเยือนหาใช่ใครอื่น อาจารย์สำนักดาราสวรรค์ซ่งเฉิงเลี่ยนั่นเอง

            “ในเมื่อรู้ชื่อเสียงเรียงนามพ่อดี ยังไม่รีบไสหัวไปอีกหรือวะ?”

            ร่างสีดำดวงตาหฤโหด ระเบิดรังสีปราณแกร่งกล้าออกมาขยับกายคราหนึ่งปรี่เข้าหาฉู่เหินไวเหมือนเงาตกเห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะชิงฆ่าฉู่เหินก่อนซ่งเฉิงเลี่ยเข้ามาขัดขวาง

            คว้าง

            ฤทธานุภาพถาโถมแปรเป็นสลาตันแข็งกล้ารุกล้ำมาหาฝุ่นหินดินทรายบนพื้นถูกพัดปลิวว่อน

            ฉู่เหินหรี่นัยน์ตา เขาเห็นใบหน้าของชายวัยสามสิบกว่าปีใกล้เข้ามาชัดเจน

            “ฮะๆ ตายเสียเถอะ!”

            พลังหยวนแท้แรงกล้าปกคลุมมือเหวยหานสองมือเรืองแสงเงินเหมือนเช่นดาบหัตถ์คมกริบเหวยหานลงมือรวดเร็วไม่ต่างจากสายฟ้าแลบ

            ตูม!

            ทันใดนั้น เสียงกัปมนาทของพลังอันรุนแรงที่ชนกันดังห่างจากฉู่เหินไปสองเมตร

            ร่างกำยำสูงใหญ่ดุจเทพสงครามยืนขวางหน้าฉู่เหินไว้

            “แสงดาวพราวเวหา!”

            ซ่งเฉิงเลี่ยตวาดลั่น วินาทีนั้น แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองอร่ามประหนึ่งสุรีย์ร้อนแรงก็เบ่งบานจากในร่างกระแสปราณอลหม่านถ่ายเทสนั่นไหวชอบใจ แผ่นดินแตกออกเป็นรอยร้าวลึกรอยแล้วรอยเล่า

            ปึ้ง

             แว่วเสียงเบาลอยมาอาภาศักดิ์สิทธิ์พร่างพราวโจมตีเหวยหานเหมือนคลื่นทะเล รายหลังร้องโอดโอยร่างลอยละลิ่วปลิวไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง

            “อั๊ก!”

            เหวยหานกระอักเลือดออกจากปาก สองตาถมึงทึง สีหน้ามัวหม่นว่าอย่างโหดเหี้ยม “หึ ‘สีหราชมารซ่งเฉิงเลี่ย’ สมคำร่ำลือยิ่งนัก ผู้น้อยเลื่อมใส...”

     

             …………………………

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน