เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 99 ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด

    เสี่ยวเทียนพอเข้าไปยืนในป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด ก็ได้มอบผ้าคลุมล่องหนให้กับศิษย์พี่ฟางอี้ กับซุนหมิง  ทั้งสองตกใจยิ่งนักไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะมีถึงสองชิ้น

    “ นี่เจ้ามีถึงสองชิ้นเชียวรึ?”

    “ ใช่  ข้ามีมานานแล้ว พอได้มาก็เลยมาตรวจสอบดูว่าเหมือนกันไหม พอเห็นเหมือนกัน ก็คืนท่านไป  ว่าแต่ ศิษย์พี่ฟางมีแผนที่ของ ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ดนี้แล้วใช่ไหม”

    ฟางอี้นำแผนที่หนังสัตว์ออกมาให้ทุกคนดู ก็ปรากฏว่า แผนที่มีเพียงจุดเดียวที่ไม่ขยับคือ จุดกลางมีรูปปราสาท ส่วนป่าที่เขียนชื่อเอาไว้ มีการเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆไม่หยุดนิ่ง แต่ก็มีลูกศรสีแดงคอยชี้ทางเดินให้   ฟางอี้อธิบายว่า

    “ นี่คือแผนที่เวทย์ของอาจารย์ ที่ท่านได้ทำขึ้น แต่เพราะว่าในป่าแห่งนี้ มีเวทมนตร์ที่ถูกเขียนเอาไว้ โดยพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้ทุกสิ่งที่เราเห็นล้วนมีการเคลื่อนไปมาไม่หยุดนิ่ง แต่มีสถานที่ไม่ได้ขยับไปไหน คือตรงกลาง ของป่าเชอร์วู้ด เรียกว่าปราสาทคาเมล็อต  ว่ากันว่า เป็นสถานที่พักของท่านจอมกษัตริย์อาเธอร์ กับ ราชินีกวินีเวียร์

    ที่นั้นเป็นปราสาทร้าง ว่ากันว่า จะมีน้ำอมฤต เก็บซ่อนเอาไว้ แต่ว่าตั้งแต่มีป่าเชอร์วู้ดมา ไม่เคยมีใครเห็น น้ำอมฤตนี้เลย”  ศิษย์พี่ฟางอี้เอ่ยจบ ก็มีสี่ดรุณีกับศิษย์พี่อีกคนมาสมทบ นางชื่อว่า ชิงเสีย มีพลังเซียนจอมเวทย์แล้ว

    “ ศิษย์พี่ชิงเสีย”  เสี่ยวเทียนเอ่ยทักทาย

    “ ศิษย์พี่ฟางอี้ มีแผนที่แบบนี้ พวกเราคงต้องขอติดตามไปด้วย ไม่ทราบว่าศิษย์พี่จะอนุญาตหรือไม่”  ชิงเสียเอ่ยขออนุญาตตามตรง

    “ ไม่มีปัญหา ข้ายินดีต้อนรับเสมอ พวกเราเดินตามแผนที่นี้ไป คาดว่าไม่น่าเกินสามวัน พวกเราต้องเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของ ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ดได้แน่ๆ”

    ศิษย์พี่ฟางอี้ยิ้มต้อนรับด้วยความยินดี

    สภาพแวดล้อมโดยรอบของป่าแห่งนี้ ไม่มีทางที่เป็นรอยทางเดิน ของมนุษย์มาก่อนเลย ดังนั้นที่เราสามารถเดินทางตามลูกศรในแผนที่เวทย์ที่อาจารย์ทำเอาไว้ ทำให้เดินได้สดวกขึ้น หากไม่มีแผนที่ คงไม่รู้ว่าจะเดินไปทางใดแน่

    ศิษย์พี่ฟางพาเดินเข้าป่า ฝ่าดงไปสักพัก ก็ยกมือให้ทุกคนหยุด ทุกคนมองไปรอบๆ ก็เห็นบรรยากาศเริ่มแปลกไป เพราะตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เห็นมี สิ่งมีชีวิตใดใดเลย แต่พอเข้ามาในป่าต้นไม้สีแดงนี้ กลับเริ่มเห็นผีเสื้อ บินไปมา พร้อมกับสัตว์เล็กสัตว์น้อยวิ่งกันตามต้นไม้ไปทั่ว  และที่สำคัญข้างหน้ามีต้นแอปเปิ้ลสีแดงสดน่ากินมากอยู่หลายต้น ทุกคนทำท่าจะเข้าไปเก็บกิน แต่ศิษย์พี่ฟางอี้ยกมือขวางเอาไว้

    “ หยุดทำไม ศิษย์พี่ฟาง”  ซุนหมิงถามด้วยความสงสัย

    “ ที่นี่คือป่าเมเปิ้ลแดง  ในแผนที่มีบันทึกว่า ที่นี่มี ต้นไม้มีชีวิต อยู่หลายต้น ทุกคนห้ามแตะต้อง ผลแอปเปิ้ลแดง เด็ดขาด  แล้วก็ของทุกๆ สิ่ง แม้กระทั่ง ดอกไม้ ใบไม้ทุกใบ ก็เช่นกัน ข้างหน้าอีกไม่ไกล จะมีบ้านขนมปัง ในนั้น จะมีไข่ทองคำ อยู่หลายใบ”  ศิษย์พี่ฟางอี้พาเดินไป เสี่ยวเทียนเห็นกิ่งไม้บนยอดเมเปิ้ลแดง เคลื่อนไหวคล้ายมือคน คอยแก่วงไกวไปมา เหมือนจะโบกมือทักทาย 

    แต่ว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่แค่มีกลุ่มของเสี่ยวเทียนกลุ่มเดียว แต่ละกลุ่มก็มีความคิดต่างกัน แล้วพวกเขาคงไม่รู้ว่า ป่าเมเปิ้ลแดงนี้ เป็นป่ามีชีวิต เห็นต้นแอปเปิ้ลสีแดงเต็มต้นดูน่ากิน จึงรีบวิ่งเข้าไปเด็ด มากินกัน   คนที่กินทีแรกก็รู้สึกอร่อย แต่พอกินได้สักพัก ก็อาเจียนออกมาเป็นหนอนตัวเล็ก ออกมายั้วเยี้ยไปหมด

    ต้นเมเปิ้ลสีแดง บัดนี้ก็เคลื่อนไหว โดยใช้กิ่งไม้ฟาดเหวี่ยงใส่ฝูงชนทั้งหมด อย่างบ้าระห่ำ ไม่สนว่าใครเป็นใคร

    “ หนีเร็ว”  ศิษย์พี่ฟางอี้วิ่งนำหน้าทุกคนไปก่อนทันที ซุนหมิงเห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามไปโดยไม่ต้องกล่าวซ้ำสอง ศิษย์สำนักมู่เจีย สิบกว่าคนสาปแช่งคนที่เริ่มกินแอปเปิ้ลทำให้พวกตนต้องวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตแบบนี้

    ต้นเมเปิ้ลสี่แดง ที่ฟาดใส่คนอื่นๆ จนกระเด็น เห็นเสี่ยวเทียนยืนนิ่งไม่ขยับ ก็ใช้กิ่งไม้เข้าฟาดหน้าทันที เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเซียนป้องกัน กิ่งไม้ที่ตีเข้ามากระเด็นหักออกไปมีเลือดไหลออกมา แล้วส่งเสียงร้อง คำรามลั่นป่า

    “ พวกเจ้าหยุดทำร้ายผู้คนได้แล้ว แค่สั่งสอนเท่านี้ก็พอ ไม่เห็นต้องทำให้ถึงตายเลยนี่” เสี่ยวเทียนพูดภาษาต้นไม้ออกไป ต้นเมเปิ้ลสีแดง ตกใจกันถ้วนหน้า ทีแรกคิดจะร่วมมือกันจัดการ กับเสี่ยวเทียนต้องหยุดกะทันหัน

    “ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกันแน่”

    “ ข้าชื่อ จ้าวอี้ จากสำนักเหยาซาน”

    “ เฮอะ !  สำนักกระจอก เห็นแก้เจ้าที่พูดภาษาพวกเราได้ จะละเว้นให้ แล้วไปบอกพวกของเจ้าด้วย  ป่าแถบนี้ ห้ามใครแตะต้อง เป็นอันขาด”

    “ เจ้าต้นไม้เฒ่าทั้งหลายนี่ พูดไม่รู้ฟัง ข้าต่างหากที่ละเว้นพวกเจ้า ไม่ใช่ให้พวกเจ้ามาละเว้นข้า”  เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ยกมือขึ้นต้นไม้หลายต้นที่ไม่มีชีวิต กลับมีชีวิตขึ้นมา แล้วปล่อยกิ่งก้านสาขา ล้อม ต้นเมเปิ้ลแดงเอาไว้ ทำให้ต้นแมเปิ้ลแดงหลายต้น ถูกกอดรัดเอาไว้จนแน่น ขยับตัวไม่ได้เลย

    “ พ่อหนุ่ม ข้ายอมแล้ว เจ้าปล่อยข้าเถอะ” หลังจากพยายามดิ้นรนจนสุดความสามารถแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้  จึงต้องเอ่ยขอยอมแพ้เสี่ยวเทียน

    “ บอกข้ามา ทำไมพวกเจ้าต้องปกป้อง ป่าเมเปิ้ลสีแดงขนาดนี้” เสี่ยวเทียนสงสัยตั้งแต่แรกที่เข้ามาแล้ว

    “ พวกเรากำลังปกป้อง เจ้าเถาหนามน้อยอยู่ มันยังเด็ก ข้าเกรงว่า มนุษย์ใจร้ายจะมารังแกมัน”

    “ พาข้าไปดู”  เสี่ยวเทียนถูกกิ่งไม้เกี่ยวขึ้นไปบนต้นเมเปิ้ล แล้วพาเข้าไปในจุดที่มีต้นไม้หนาทึบอีกแห่งหนึ่ง พบเห็น เถาหนามน้อย สีเขียว คลานกระดี๊บ กระดี๊บ ยังกับหนอนน้อย ไปมา อยู่บนพื้นดิน มองแล้วช่างน่ารักน่าเอ็นดูนัก

    เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใกล้ๆ  เจ้าเถาหนามน้อย เห็นเสี่ยวเทียนก็รีบกระดื๊บ กระดื๊บหนีห่างออกไปด้วยความหวาดกลัว

    “ เจ้าจะกลัวข้าทำไม ข้ามาดีเจ้าอยากไปอยู่กับข้าไหม?”

    เสี่ยวเทียนเอ่ยเป็นภาษาต้นไม้ออกไป เจ้าหนามน้อยหยุดกึก หันกลับมามอง มาแลบลิ้นแผล่บ ๆ คล้ายกับว่ามันกำลังหิว กำลังจะไปหาน้ำกิน 

    “เอาน้ำทิพย์สวรรค์ให้มันกิน” อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา

    เสี่ยวเทียนจึงหยิบน้ำทิพย์สวรรค์มาหยดหนึ่ง เทเข้าปากของเจ้าหนามน้อย  พอมันกินเข้าไป ดวงตาของมันก็กลมโตขึ้น แล้วแลบลิ้นแผล่บๆ อย่างดีใจ และยินดีเป็นอย่างยิ่ง มันกระดี๊บ กระดื๊บ คลานไปรอบๆเสี่ยวเทียน  เหมือนกับว่า มันค้นพบอาหารสุดยอดของมันแล้ว  ต้นไม้เมเปิ้ลที่คุ้มครองมันอยู่ก็ดีใจตามไปด้วย

    “ พ่อหนุ่ม เห็นทีเจ้าหนามน้อยนี้ คงต้องฝากให้เจ้าดูแลแล้ว มันยังเด็กนัก แต่ถ้ามันโตขึ้น มันจะให้การช่วยเหลือเจ้าได้เป็นอย่างดี” 

    “ ข้าเข้าใจ  ขอบคุณมากลุงเมเปิ้ล” เสี่ยวเทียนพาเจ้าหนามน้อยเข้าไปเลี้ยงในมิติฟ้าคราม แล้วพาวาวา กับเจินเจินมารู้จัก แล้วบอกวิธีให้อาหารกับมัน เจ้าไป๋น้อย ก็เอาเท้าเข้ามาเขี่ยๆ  เจ้าหนามน้อย ทักทาย แต่หนามน้อยกับตกใจสะบัดร่างกลายเป็นแท่งหนามพุ่งเข้าใส่ ไป๋น้อย เสี่ยวเทียนต้องใช้ฝ่ามือมาหยุดหนามอันแหลมคมเอาไว้ ไม่เช่นนั้น ไป๋น้อย ร่างทะลุแน่ ไป๋น้อยโมโหมาก แยกเขี้ยวตัวฟูฟ่องคำรามขู่ เจ้าเถาหนามน้อยด้วยความกลัว ก็กระดื๊บ กระดื๊บหลบไปที่หลังเสี่ยวเทียน

    “ ไป๋น้อย เจ้าเถาหนามยังเด็กไม่รู้ความ อย่าไปถือสามันเลย” เสี่ยวเทียนอุ้มเจ้าเถาหนามมาดู ก็สัมผัสได้ว่า มันพืชที่พิเศษมากจริง คล้ายกับว่า ไม่ใช่สิ่งที่กำเนิดขึ้นในโลกใบนี้  เสี่ยวเทียนปล่อยมันอยู่กับวาวา กับ เจินเจิน ที่เข้ามาสนใจเถาหนามน้อย จนไป๋น้อยไม่มีใครสนใจ เสี่ยวเทียนได้แต่ส่ายหัว แล้วก็ออกมาด้านนอกเพราะเพื่อนๆ กำลังรอเขาอยู่

    ทุกคนรอเสี่ยวเทียนอยู่ตั้งนาน พอเห็นเสี่ยวเทียนกลับมาพร้อมกับแอปเปิ้ล อีกเกือบยี่สิบลูกก็ตกใจ ไม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนเอามาได้อย่างไร 

    “ ข้างในไม่มีหนอนแบบที่คนอื่นกินหรอกหรือ” ซุนหมิงเอ่ยถามแทนทุกคน 

    “ ไม่หรอก ต้นแอปเปิ้ลต้นนี้ ลุงต้นเมเปิ้ลบอกว่า กินได้” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาทุกคน ก็ตั้งคำถามทันที

    “ ลุงต้นเมเปิ้ลรึ?”

    “ ใช่ พอดีข้าคุยภาษาต้นไม้ได้น่ะ”   

    ทุกคนยิ่งอึ้งกันไปใหญ่ ศิษย์พี่ฟางอี้เห็นทุกคนกินแอปเปิ้ลกันอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ก็พาเดินทางต่อไม่นาน ก็มาพบหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่นี่ บ้านทุกหลัง เป็นบ้านที่ทำจากขนมปังทุกหลังแต่น่าแปลก ทางเข้าหมู่บ้าน มีรูปปั้นหินหน้าเหมือนหญิงสาวแต่งกายเหมือนแม่มดอยู่หลายตัวเหมือนกัน

    “ ที่นี่เป็นบ้านของแม่มด แต่ละหลังมีขนมพายแสนอร่อย แต่ว่า ทุกคนห้ามกินเพราะหากไม่ได้รับอนุญาต กินเข้าไปจะมีแต่หนอนเหมือนกับแอปเปิ้ล แต่ละบ้านอาจจะมีไข่ทองคำอยู่ ด้วย วิธีที่จะได้มา คือต้องเอาของที่พวกแม่มดสนใจ ไปแลก หากว่านางถูกใจ พวกเราจะได้ไข่มา  แต่ถ้าไม่ถูกใจ ต้องรีบออกมา อย่าไปสู้กับพวกนางเป็นอันขาด ทุกคนเข้าบ้านขนมปังได้  แค่เพียงคนเดียวระวังตัวด้วย”

    บ้านขนมปังเหล่านี้มีอยู่หลายสิบหลัง เรียงกันไปทั่ว มีบางคนเข้าไป แล้วถูกอัดกระเด็นออกมา บางคนก็เปื้อนไปด้วย หนอนเต็มตัว บางคนก็เปื้อนไปด้วยโคลน

    หรือแยมผลไม้  บางคนโชคดีก็ได้ไข่ไก่ทองคำ ออกมาโชว์กันใหญ่ ดีที่สถานที่แห่งนี้ ไม่มีอันตรายมากนัก เสี่ยวเทียนก็เลยสบายใจ ไป๋น้อยเกาะอยู่ที่ไหล่เสี่ยวเทียน แล้วชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ เป็นบ้านขนมปังชิ้นใหญ่ที่สุด มีคนกระเด็นออกมาทีเดียว ยี่สิบคน ไม่รู้เข้าไปทำไมพร้อมกันก็ไม่รู้ เสี่ยวเทียนเลยถามให้หายสงสัย

    “ พี่ชายทำไมเข้าไปถึงยี่สิบคน แม่มดด้านในไม่ว่าหรือ?”

    “ บ้านใหญ่นี้เข้าได้ แต่ว่าจะได้ไข่นั้นยากจริงๆ เจ้าลองเข้าไปดูก็ได้”

    เสี่ยวเทียนสนใจทันทีพอเข้าไป ก็พบว่า ด้านในมี ขนมพายหอมกรุ่นเต็มไปหมด

    วางเรียงรายน่ากินอย่างมาก และแล้วมีหญิงสาวสวยท่านหนึ่งเดินออกมา ดูยังไงก็ไม่เหมือนแม่มด

    “ พ่อหนุ่มเจ้ามาเพียงคนเดียวรึ?”

    “ ใช่แล้ว”

    “ อ้าวละ  ว่ากันตามกติกา เจ้ามีอะไรมาแลกเปลี่ยนกับข้า”

    “ ข้ามียาเม็ดคงโฉม กินเข้าไปท่านจะมีหน้าตาคงความสาวสวยไปอีก อย่างน้อยยี่สิบปี”  เสี่ยวเทียนเปิดกล่องยาเม็ดคงโฉมออกให้นางแม่มดสาวสวยคนนี้ดู

    แม่มดสาวเห็นดังนั้น ก็ตกใจยิ่งนัก ความฝันของแม่มดทุกคน ล้วนอยากมีความสาวที่คงทนถาวร นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ไม่ต้องกินแมงป่อง ตะขาบ หนู ค้างค้าวนำมาบดรวมกันแล้วต้มเป็นน้ำคงโฉม แบบฉบับแม่มดอีกต่อไป

    “ ไข่ทองคำสิบใบ !” แม่มดสาวอีกคนไม่รู้มาจากไหนตะโกนออกมาทันที

    “ สิบห้าใบ”  คนที่มาก่อนหันมาบอกกับเสี่ยวเทียน

    “ พวกเจ้ามากไปแล้ว ยาเม็ดนี้ต้องเป็นของข้า” แม่มดสาวอีกคนเดินนำหน้ามา มีสาวกเดินตามมาอีกกว่าสิบคน เข้ามาดูยาเม็ดคงโฉมใกล้ๆ

    “ ยาเม็ดโฉมสคราญ ในตำนานจริงๆ พ่อหนุ่ม เทพเซียนเท่านั้น ที่สามารถหลอมโอสถวิเศษแบบนี้ได้ เจ้าได้มาอย่างไร”

    “ อาจารย์ของข้าเป็นผู้ปรุงไว้ให้” 

    “ ข้าให้ไข่ทองคำเจ้า ยี่สิบใบ พอใจไหม?”  แม่มดผู้นี้ดูท่าจะเป็นหัวหน้าแม่มดที่นี่เป็นแน่

    “ ตามแต่ท่านต้องการ แต่ข้าขอสอบถามเรื่องหนึ่งจะได้ไหม”

    หัวหน้าแม่มดดีใจที่ได้เม็ดยาคงโฉม

    “ เรื่องอะไรรึ?”

    “ ถ้าดินแดนป่าอาถรรพ์มี น้ำอมฤตจริงๆ ทำไมพวกท่านอาศัยในป่าแห่งนี้ ถึงไม่เข้าไปแย่งชิง หรือค้นหา เอามากินกันล่ะ?”

    หัวหน้าแม่มดถอนหายใจออกมา

    “ ในป่าอาถรรพ์แห่งนี้ เป็นดินแดนต้องคำสาป บรรพบุรุษของเราทำความผิดเลยถูกสาปกลายเป็นสัตว์เวทย์ในป่า พวกเราเป็นลูกหลาน ก็ถูกคำสาบอาณาเขตด้วยเลยไม่สามารถออกไปไหนได้ ขืนออกไปต้องกลายเป็นหิน เหมือนกับหุ่นคนที่อยู่ตรงทางเข้านั่นแหละ”

    “ ใครเป็นคนสาปพวกท่าน?”

    “ ท่านพ่อมดเมอร์ลิน!”

    “ จริง ซิ  ท่านเป็นคนดีแล้วทำไมถึงสาปพวกท่านได้นะ”

    “ เรื่องนี้มันนานมากแล้ว พวกเราไม่มีใครรู้กันหลอก ส่วนเรื่อง ยาอมฤต ข้าไม่เคยเห็นว่ามีใครเจอ หรือได้มาครองเลยสักคนนะ”

    เสี่ยวเทียนแลกของกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้รับขนมพายแสนอร่อยมากินอีกหลายถาด เสี่ยวเทียนเตรียมนำออกมาให้เพื่อนๆ กินกัน ที่แต่ละคนต่างมอมแมม กันแทบทุกคน

    มีคนที่ได้ ไข่ทองคำมาแค่สองคนคือศิษย์พี่ฟาง กับศิษยพี่ชิงเสีย ทุกคนต่างสอบถามกันใหญ่ว่าเอาอะไรไปแลกไข่ทองคำมา

    ศิษย์พี่ฟางอี้นำ ไข่มุกสีชมพู ไปแลกมา ส่วนพี่ชิงเสีย นำเครื่องประทินโฉมชุดใหญ่ไปแลกมา  ทั้งหมดร้องเสียดายไม่ได้เตรียมมาก่อน คงต้องรออีกสามปีค่อยเข้ามาใหม่

    แต่พอเสี่ยวเทียนหยิบขนมพายออกมา สองถาดใหญ่ทุกคนต่างร้องดีใจรีบกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เสี่ยวเทียนมองไข่ทองคำให้ ซุนหมิง สี่ดรุณีไปคนละใบ ทำให้ทุกคนได้กับครบ ทุกคนต่างก็ดีใจกัน เอ่ยขอบคุณเสี่ยวเทียนไม่หยุด แล้วก็เกิดความสงสัย เสี่ยวเทียนเอาอะไรไปแลกมา

    “ ยาเม็ดคงโฉม”  ทุกคนได้ยินก็แตกตื่นยิ่งนัก อยากได้มาครอบครอง แต่เสี่ยวเทียนบอกว่า หมดแล้ว มีแค่เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น ทุกคนเลยเงียบกันไปหมด

    หลังกินเสร็จแล้วทุกคนเดินทางต่อไป  ป่าที่ต้องผ่านครั้งนี้เป็นป่าดำ มีต้นไม้แต่ลำต้นและใบมีสีเทาดำ เลยเรียกกันว่าป่าดำ ป่านี้เป็นป่าที่ทุกคนเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าป่าภูตพราย เพราะว่าที่นี่มีภูตพรายอาศัยอยู่ ทั้งหมดพักแรมกันที่ป่าแห่งนี้

    เพราะว่าหนทางที่จะเดินต่อนั้นมันมืดเกินไป เลยสร้างที่พักกัน ริมน้ำ โดยก่อกองไฟไว้อยู่สองกอง  โดยขณะที่รอบๆ ตัวในเวลานี้ มี ดวงตาสีแดงนับร้อยๆ ดวงต่างเฝ้ามอง มาที่หนุ่มสาวทั้งแปด เหมือนกับสัตว์ร้ายกำลังรอเวลา ตระครุบเหยื่อ....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน