“ผู้อำนวยการซู ยินดีด้วยนะ!”
“ผู้อำนวยการจู๋ครั้งนี้สถาบันชิงหลงของเราได้รับเกียรติยศที่ทั่วประเทศให้ความสนใจทั้งหมดต้องขอบคุณสถาบันไป๋หู่ของพวกเธอที่ช่วยเสริมส่ง”
หลังจบการแข่งขันผู้อำนวยการของสถาบันไป๋หู่และสถาบันชิงหลงก็เดินเข้ามาหากัน
จู๋ชิงอวี่และซูหรูเยียนต่างก็มีฉายาว่า“ผู้อำนวยการสาวสวย” นักข่าวจึงรีบถือกล้องเข้ามาถ่ายภาพบทสนทนาหลังการแข่งขันของทั้งสองคนอย่างกระหน่ำ
ภายใต้เลนส์กล้องใบหน้าของสาวสวยทั้งสองต่างก็มีรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่ในดวงตากลับแฝงด้วยความเย็นชา
ในการแข่งขันซูเปอร์โนวาปีที่แล้วสถาบันไป๋หู่เอาชนะสถาบันชิงหลงได้
ในปีนี้เซี่ยวซิงอวี่นำทีมกลับมาแก้แค้นได้สำเร็จ
ไปๆ มาๆความบาดหมางระหว่างผู้อำนวยการทั้งสองคนก็เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
เนื่องจากมีนักข่าวจำนวนมากจู๋ชิงอวี่จึงต้องโน้มตัวเข้าไป กระซิบที่ข้างหูของซูหรูเยียน
“ผู้อำนวยการซู เธออย่าเพิ่งดีใจไปเลยที่สถาบันชิงหลงของเธอชนะได้ในครั้งนี้ ก็เพราะเซี่ยวซิงอวี่ล้วนๆ”
ซูหรูเยียนปัดผมเล็กน้อยท่าทางเย่อหยิ่งของเธอกลับดูน่ารักแบบเด็กสาวเล็กน้อย
“ที่เธอพูดก็ถูกแต่นั่นแหละคือไพ่ตายของฉัน ส่วนเธอไม่มี ดังนั้นเธอก็เลยอิจฉาสินะ?”
“ใช่ ฉันอิจฉาจริงๆ”
จู๋ชิงอวี่เหลือบมองเซี่ยวซิงอวี่ที่กำลังฉลองชัยชนะ
ในเวลานั้น เซี่ยวซิงอวี่กำลังถือแชมเปญกระโดดโลดเต้นท่ามกลางฝูงชนอย่างสนุกสนาน
“พี่อวี่สุดยอด!”
“เซี่ยวซิงอวี่ชีวิตนี้ของฉันยอมนายคนเดียว!”
“ต่อไป นายคือหัวหน้าของสถาบันชิงหลง!”
“เรื่องซื้อชานมซื้อบุหรี่ให้ฉันจัดการเอง!”
“พี่ซิงอวี่ พี่มีแฟนหรือยัง?”
“นี่เบอร์โทรศัพท์ฉันครั้งหน้าเราไปดูหนังด้วยกันไหม?”
ครั้งนี้มีนักเรียนจากสถาบันชิงหลงมาร่วมชมการแข่งขันด้วย
นักเรียนเหล่านี้ต่างก็ได้เห็นผลงานของเซี่ยวซิงอวี่ด้วยตาตัวเองและถูกเซี่ยวซิงอวี่ทำให้ประทับใจ
นักเรียนหญิงกลายเป็นแฟนคลับตัวยงแทบอยากจะดึงกางเกงของเซี่ยวซิงอวี่ออกและบางคนถึงกับแอบยัดคีย์การ์ดโรงแรมที่มีรอยลิปสติกเข้าไปในกระเป๋าของเซี่ยวซิงอวี่ด้วยซ้ำ
นักเรียนชายกลายเป็นลูกน้องคอยจุดบุหรี่ส่งน้ำให้เซี่ยวซิงอวี่ และพูดยกยอปอปั้นอย่างหนัก
รัศมีที่แผ่ออกมาจากเซี่ยวซิงอวี่ในขณะนั้นช่างเจิดจ้าเสียจริง
ภายใต้รัศมีนั้นคือพรสวรรค์และความสามารถที่เหนือกว่าคนทั่วไปและไหวพริบในการต่อสู้ที่คนในวัยเดียวกันไม่มี
“จู๋ชิงอวี่อย่าแอบมองเซี่ยวซิงอวี่ของเราอีกเลย เธออิจฉาก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเขาก็เป็นนักเรียนของสถาบันชิงหลงของเรานี่นา”
“ใช่ตอนนี้เขาก็เป็นคนของสถาบันชิงหลงของเธอ”
ซูหรูเยียนหุบรอยยิ้มที่แสดงความยินดีลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คเธอหมายความว่ายังไง?”
“ตอนนี้ก็คือตอนนี้ อนาคตข้างหน้าใครจะไปรู้ได้ล่ะ?”
“เธออยากจะแย่งคนเหรอ ไม่มีทางหรอก!”
ซูหรูเยียนโกรธขึ้นมาทันทีเซี่ยวซิงอวี่เป็นต้นกล้าที่ดีที่สุดในสายตาเธอเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตของสถาบันชิงหลง
จู๋ชิงอวี่เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ดีกับเซี่ยวซิงอวี่น้ำเสียงของเธอก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูเหน็บแนม
“ซูหรูเยียนมีกฎหมายข้อไหนระบุว่าห้ามแย่งคนเหรอ ?”
“เธอ...”
“ตราบใดที่สถาบันไป๋หู่ของเราสามารถให้ผลประโยชน์และคอนเน็กชันที่สถาบันชิงหลงให้ไม่ได้แล้วเซี่ยวซิงอวี่จะยังอยู่ข้างเธอต่อไปเหรอ?”
หลังจากพูดประโยคนี้จู๋ชิงอวี่ก็หัวเราะเล็กน้อย แล้วยกมือปัดฝุ่นที่ไหล่ของซูหรูเยียน
“ซูหรูเยียน เรามีโอกาสได้เจอกันอีกเยอะพอถึงครั้งหน้า เซี่ยวซิงอวี่อาจจะยืนอยู่ข้างฉันก็ได้นะ~”
“ยัยบ้า...”
“ระวังคำพูดหน่อย กำลังถ่ายทอดสดอยู่นะ~”
จู๋ชิงอวี่ยังคงรักษาท่าทางที่สง่างามไว้หน้ากล้องในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ เธอก็ตอบคำถามได้อย่างเหมาะสม
“ผู้อำนวยการจู๋คุณมีความคิดเห็นยังไงกับการพ่ายแพ้ในครั้งนี้?”
“ต้องบอกว่าเด็กๆของสถาบันชิงหลงเก่งมากค่ะ และต้องขอบคุณผู้อำนวยการซูที่ฝึกฝนพวกเขามาอย่างดีฉันนับถือผู้อำนวยการซูมากค่ะ...”
จู๋ชิงอวี่ที่อยู่หน้ากล้องดูเหมือนจะแพ้เป็นและปล่อยวางได้ ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากทุกคน
ซูหรูเยียนยิ้มเย็นๆ กระทืบเท้าเบาๆแล้วพึมพำ “เป็นผู้หญิงที่เสแสร้งจริงๆเซี่ยวซิงอวี่ไม่มีทางถูกเธอเอาตัวไปได้หรอก!”
จากนั้นซูหรูเยียนก็มองเซี่ยวซิงอวี่ที่ถูกฝูงชนและช่างภาพรายล้อมโดยไม่รู้ตัวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิด
“ถ้าสถาบันไป๋หู่เสนอผลประโยชน์ที่ดีกว่าให้เด็กคนนี้จะไม่ใจอ่อนเลยเหรอ?”
“คนเราตายเพราะเงิน นกตายเพราะอาหารถ้าเป็นฉันก็คงใจอ่อนเหมือนกัน...”
“ไม่นะ!ฉันจะยอมให้จู๋ชิงอวี่เอาตัวเซี่ยวซิงอวี่ไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ซูหรูเยียนตัดสินใจแน่วแน่ไม่ว่าจะต้องผูกมัดด้วยเชือกอะไรเธอก็จะต้องรั้งเซี่ยวซิงอวี่ไว้ที่สถาบันชิงหลงให้ได้
เวลาเที่ยงคืน
โรงแรม
เซี่ยวซิงอวี่กลับมาถึงห้องพัก ใบหน้าแดงก่ำตัวเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้า
วันนี้สถาบันชิงหลงเอาชนะสถาบันไป๋หู่และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขันซูเปอร์โนวา นี่เป็นเรื่องที่น่าดีใจจึงต้องมีการดื่มฉลองกันเป็นธรรมดา
ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการคว้าชัยชนะทุกคนต่างก็ยกแก้วชนเซี่ยวซิงอวี่
ในงานเลี้ยงแม้แต่ซูหรูเยียนและเฉินฉี่เหนียน ก็ยังยกแก้วชนเซี่ยวซิงอวี่หลายแก้ว
เซี่ยวซิงอวี่ที่กำลังเมามายดูซื่อสัตย์แต่ก็ยังคงหล่อเหลา
“เอ๊ะ ในห้องทำไมมีลู่ลู่สองคน?”
เซี่ยวซิงอวี่ขยี้ตาที่แดงก่ำเห็นสาวสวยจิ้งจอกสองคนยืนอยู่ตรงหน้า
ไต้ลู่กอดอก พิงหน้าต่าง ใบหน้าเย็นชา
“มองเห็นเป็นภาพซ้อนแสดงว่าเมาแล้วยืนยันแล้ว สรุปว่าเมาแล้วจริงๆ”
“ฉันยังไม่เมา!”
“ยังไม่เมาใช่ไหม นี่กี่นิ้ว?”
ไต้ลู่ยื่นสามนิ้ว
เซี่ยวซิงอวี่โพล่งออกมา“6!”
ไต้ลู่กลอกตา “เซี่ยวซิงอวี่นายนี่มัน 6 จริงๆ!” (เป็นสแลงภาษาจีนแปลว่า เก่งจริงๆ)
ตุ้บ~
เซี่ยวซิงอวี่ล้มลงกับพื้นทันที
“ลุกขึ้นมานะ!”
“ลู่ลู่ ฉันง่วงแล้ว”
“ง่วงก็ไปนอนบนเตียงสินอนพื้นไม่หนาวหรือไง?”
“เธอกำลังเป็นห่วงฉัน”
บรรยากาศไม่ปกติแล้ว
ไต้ลู่ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ
“ฉันเป็นห่วงเขา... จริงๆ เหรอเนี่ย?”
ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์อสูรมักจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างละเอียดอ่อนโดยไม่รู้ตัวเสมอ
เมื่อมองเซี่ยวซิงอวี่ที่นอนอยู่บนพื้นไต้ลู่ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะคิดมากอีกต่อไป เธออุ้มเขาขึ้นมาวางบนเตียงทันที
หลังจากช่วยห่มผ้าให้เซี่ยวซิงอวี่แล้วไต้ลู่ก็ยืนอยู่ข้างเตียง เท้าสะเอว
“ฉันคงติดค้างนายมาตั้งแต่ชาติที่แล้วแน่ๆเรื่องของฉันยังไม่จบเลย นายกลับเมา แล้วฉันต้องมาดูแลนายอีก!”
ไต้ลู่บ่นพึมพำแล้วเตรียมตัวไปรินน้ำร้อนให้เซี่ยวซิงอวี่แก้วหนึ่ง
ขณะที่ไต้ลู่กำลังจะหันหลังกลับเซี่ยวซิงอวี่ก็ลุกขึ้นจากเตียงทันที
“ฉันคิดวิธีได้แล้ว”
ไต้ลู่ตกใจ
“สรุปนายเมาหรือไม่เมากันแน่?”
ดวงตาของเซี่ยวซิงอวี่ในขณะนั้นไม่มีความพร่ามัวหรือความขุ่นมัวของคนเมา มีเพียงความเฉลียวฉลาดและความลึกซึ้งดูเหมือนปรมาจารย์ที่รอบคอบ
“นายคิดอะไรออก?”
“ฉันคิดวิธีแหกคุกได้แล้ว”
ไต้ลู่ดวงตาเป็นประกายรีบไปรินน้ำร้อนแก้วหนึ่ง แล้วนั่งลงข้างๆ เซี่ยวซิงอวี่
“รีบพูดสิ!”
“นี่คือท่าทางของการขอร้องคนอื่นเหรอ?”
“นายต้องการอะไร?”
“เธอพูดว่า องค์ชายโปรดชี้แนะ”
ไต้ลู่พูดไม่ออกพักหนึ่งแต่ก็ยังฝืนยิ้มปลอมๆ “องค์ชายโปรดชี้แนะหม่อมฉันขอคารวะ”
เซี่ยวซิงอวี่ระมัดระวังเป็นอย่างมากปิดหน้าต่าง แล้วลดเสียงลง
“ถ้าจะแหกคุกเธอต้องทะลวงขีดจำกัดวิวัฒนาการ”
“ฉันติดอยู่ที่ระดับจักรพรรดิอสูร(ขั้นสาม) มานานแล้ว อีกทั้งพลังมังกรในร่างกายก็ยังไม่ถูกชำระล้างออกไปจนหมดบาดแผลก็ยังไม่หายดี จะเป็นไปได้ยังไง...”
เซี่ยวซิงอวี่ขัดจังหวะ“ถ้าฉันหาสิ่งที่เรียกว่ากระดูกมังกรสายเลือดบริสุทธิ์มาให้เธอได้ล่ะ?”
ไต้ลู่แสดงสีหน้าตกตะลึง