ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 68 กรมวิทยาการเปิดอย่างเป็นทางการ

    บทที่ 68 กรมวิทยาการเปิดอย่างเป็นทางการ

     

    กรมวิทยาการของนินจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือส่วนบริหารและส่วนปฏิบัติงานหรือก็คือหน่วยงานวิจัยปกติสถาบันวิจัยต้องแยกสายการวิจัยอย่างชัดเจนทว่าของนินนั้นเพิ่งจะเปิดใหม่จึงไม่สามารถแยกได้ขนาดนั้นอีกทั้งเขามุ่งเน้นไปในทางเทคโนโลยีมากกว่าและพวกที่รับมายังไม่มีความรู้เรื่องวิทยาศาสตร์หรือเข้าใจเทคโนโลยีเลยจึงยังไม่สามารถทำอะไรได้มากขึ้นแรกนินต้องปรับพื้นฐานความรู้พวกเขาก่อน แน่นอนว่ามีคนมาสมัครเข้ากรมของนินจำนวนไม่น้อยเลยแต่จะผ่านสักกี่คน

    บงกช” ใครที่ลงทะเบียนแล้วไปที่ร้านน้ำชาได้เลยเพื่อทำข้อสอบ “ทุกคนประหลาดใจเพราะยังมีการสอบอีก

    ” นี่ไม่ใช่ว่ายื่นคะแนนก็สัมภาษณ์ได้เลยหรอกหรือ “บงกชกลอกตา

    ” พวกเจ้าปัญหามากจริงถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องสอบทุกคนจึงเงียบปากจากที่ดูจากจำนวนคนแล้วก็มีเพียงสามสิบกว่าคนที่เข้ามาสอบ

    นิน “ข้าบอกก่อนนะว่าข้อสอบมีสองชุดเห็นไหมสำหรับคนที่เข้าฝ่ายวิจัยก็ให้เลือกข้อสอบด้านขวา ส่วนเข้าฝ่ายบริหารให้เลือกข้อสอบด้านซ้าย” ข้อสอบฝ่ายบริหารจะมีข้อสอบถึงสามสิบข้อพวกเขาไม่เคยเจอข้อสอบแบบนี้มาก่อนมันคือข้อสอบแบบปรนัยมันเป็นคำตอบด้านจิตวิทยาที่นินออกแบบเองเขาต้องการคนที่มีความสามารถและจิตใจไม่บิดเบี้ยวเข้ามาทำงาน ส่วนข้อสอบของนักวิจัยมีสองชุดได้แก่ข้อสอบทางจิตวิทยาและข้อสอบแบบอัตนัยซึ่งคำถามของมันแปลกมากคนที่เข้าไปสอยถึงกับทำทำหน้าประหลาด ข้อแรกถามว่าโลกกลมหรือแบนจงอธิบายเหตุผล ข้อสองถ้าข้าบอกว่าโลกกลมเจ้าจะเชื่อหรือไม่เพราะเหตุใด ขอที่สามกลางวันกลางคืนเกิดจากอะไร เมื่อทุกคนเจอคำถามสามข้อนี้ก็ถึงกับมึนไปเลย

    นิน “ให้เวลาสองชั่วโมงเราจะเก็บกระดาษคำตอบทันที “นินมองไปด้านนอก

    นิน” คนที่ดูอยู่น่ะสามารถเอาคะแนนของปีที่สอบล่าสุดมายืนก็ได้นะ “เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงคนหนึ่งก็แทรกตัวเข้ามา

    ” งั้นถ้าของเมื่อหลายปีได้หรือไม่ “นินสีคางไปมา

    นิน” ได้แต่ต้องเป็นปีล่าสุดที่สอบเท่านั้น” นางจึงรีบกลับไปที่บ้านเพื่อนำใบรับรองผลมา

    บงกช “ท่านขุนแน่ใจนะว่าคนพวกนี้ไหว” นินพยักหน้า

    นิน “หากทำข้อสอบของฉันได้ก็เท่ากับว่าผ่านแล้วครึ่งหนึ่งเหลือเพียงสอบสัมภาษณ์เท่านั้น “นางกระซิบ

    ” เรื่องที่ท่านขุนบอกวันก่อนจริงหรือตำราที่สูงกว่าที่ท่านมอบให้ไปแล้ว “นินพยักหน้า

    นิน” แน่นอนสิ” นินคิดอะไรขึ้นมาได้

    นิน “เธอใช้พิมพ์ดีดเป็นหรือยัง” นางส่ายหน้า

    “ยังเจ้าค่ะมันยากเหมือนกันนะเจ้าคะ” นินส่ายหน้า

    นิน “ไม่ยากเลยต่อไปทุกคนจะหันมาใช้สิ่งนี้ทำงานราชการกันหมด” นางไม่อยากจะเชื่อเลยใช้มือสะดวกกว่าเห็นๆ

    นิน “เอาเถอะบอกตอนนี้ไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอกเมื่อไรที่เธอใช้เป็นจะรู้ว่ามันเร็วกว่าเขียนมือเยอะ” ด้านฟางและยี่หนิงต่างก็งุนงงกับคำถามอยู่นานก่อนจะทำความเข้าใจ

    ยี่หนิง “คำถามนี้ง่ายจริงๆ” นางเขียนข้อความลงไปอย่างน่าสนใจหาหลักการมากมายมาอ้างอิง สำหรับนางคำถามอะไรที่เป็นแนวคิดนางคิดว่าง่ายหมด

    ฟาง “คำถามแสดงแนวคิดของตัวเองงั้นหรือ” เขาขมวดคิ้ว

    ฟาง “ไม่สินี่มันคำถามเชิงวัดพื้นฐานความรู้ไม่มีถูกหรือผิดแต่ต้องการดูทัศนคติต่อองค์ความรู้โดยรวมมากกว่า “เขาจึงเขียนลงไปในเชิงวิเคราะห์มากกว่าโดยเขียนตามข้อเท็จจริงในมุมมองของเขาลงไป เวลาผ่านไปจนครบนินนำคำตอบทั้งหมดมาอ่านตรวจแล้วให้บงกชตรวจคำตอบเชิงจิตวิทยา นินมีทักษะการอ่านเขียนที่รวดเร็วอยู่แล้วดังนั้นจึงใช้เวลาไม่นานเท่าไรนักในการตรวจข้อสอบสิบกว่าคนที่สอบเข้ากองวิทยาการ ส่วนฝ่ายบริหารเองก็มีจำนวนผู้เข้าสอบสิบกว่าคนเช่นกันแต่บงกชใช้เวลาพอสมควรในการตรวจจนกระทั่งเรียบร้อย ตำแหน่งที่ได้มีทั้งหมดสามคน ส่วนของนินรับทั้งหมด 7 คน ที่นินสนใจที่สุดมีสองคนคือ ยี่หนิง และ ฟาง เขาเรียกชื่อคนทั้งหมดแล้วกล่าว

    นิน “นอกจากสิบคนที่เอ่ยชื่อไปแล้วพวกคุณกลับไปได้” คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เรียกชื่อไม่พอใจแต่เมื่อทหารก้าวขึ้นหน้ามาพวกเขาก็หดคอลง นินหันไปมองทั้งสิบคนที่ทำหน้างงๆ

    นิน “พวกเจ้าถือว่าเป็นคนของกรมวิทยาการแล้วพวกเราจะเน้นวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากขึ้นหรือแม้แต่สร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นชิ้นแรกเช่นกระดานดำหรือชอล์กเขียนกระดานอย่างที่ผมเคยทำมาแล้ว” ทุกคนมองหน้ากัน

    นิน “หากว่ามีใครไม่สนใจงานด้านนี้และคิดว่าไม่ตรงกับความต้องการของตัวเองสามารถออกไปได้เลยผมจะไม่บังคับ” ทุกคนนั่งนิ่ง

    นิน “งั้นถือว่าทุกคนอยากเข้ารวมทีมงานกับผมแล้ว “เขามองไปยังสามคนจากฝ่ายบริหาร

    นิน” สำหรับพวกคุณสามคนจะมีหน้าที่จัดการเรื่องภายในกรมบงกชจะแจกแจงหน้าที่ให้พวกคุณและสอนงานพวกคุณเอง “ทั้งสามพยักหน้า

    นิน” ส่วนพวกคุณเจ็ดคนจะทำหน้าที่วิจัยและสร้างผลงานหรือพัฒนาของเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นตามนโยบายของผม” ยี่หนิงยกมือขึ้น

    “ท่านขุนข้าขอถามได้หรือไม่ว่าพัฒนาให้ดีขึ้นหมายถึงครบทั้งหมดหรือบางส่วนเช่นรถม้าเราต้องพัฒนามันทั้งคันหรือไม่” นินยิ้ม

    นิน “ถามได้ดี” เขามองไปยังทุกคน

    นิน “การพัฒนาให้ดีขึ้นหมายถึงอะไรก็ได้เช่นที่นั่งของรถม้า เพลารถ ล้อ หรือยางได้หมด” ทุกคนเริ่มเข้าใจแนวทางขึ้นบ้างแล้ว

    “แล้วสร้างใหม่หมายถึงการสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีอยู่มาก่อนหรือขอรับเช่นนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งนั้นไม่เคยมีมาก่อน” นินยิ้มออกมา

    นิน “จะแน่ใจได้อย่างไรน่ะหรือก็ต่อเมื่อคนส่วนมากยอมรับไงว่าพวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน เช่นสิ่งที่ผมเพิ่งทำไปแปรงสีฟันพวกนายเคยเห็นมาก่อนหรือไม่” ทุกคนจึงเข้าใจขึ้นมา

    นิน “เอาล่ะพรุ่งนี้แปดโมงเช้าพวกเจ้าจะได้ตำราเรียนปรับพื้นฐานความรู้กัน” ทุกคนพยักหน้านินหันไปทางเจ้าหน้าที่ราชการ

    นิน “พวกเจ้ายื่นลงทะเบียนเจ้าทำงานที่กรมวิทยาการที่พวกเขาได้เลย” ทั้งสิบคนตื่นเต้นและดีใจมากรีบลงทะเบียนทันที

     

    ผ่านเรื่องนี้ไปนินก็กลับมาที่บ้านอย่างเหนื่อยล้าส่วนเรื่องครูที่อบรมไปแล้วทั้งหมดก็เลือกลงพื้นที่ของตัวเอง ดารินสองจิตสองใจระหว่างเมืองหลวงและเมืองสองแควมากแต่สุดท้ายก็เลือกบ้านเกิดตัวเอง แน่นอนว่านินไม่ได้สนใจเรื่องนี้เขานังกินข้าวอยู่ในเรือนท่านเจ้าคุณ

    นิน” ที่จริงไม่ต้องรอผมก็ได้นะครับนี่เกือบสามทุ่มแล้ว “ท่านเจ้าคุณหัวเราะ

    ” จะได้ไงวันนี้เอ็งสร้างครูถึงสามสิบแปดคนเชียวนะฮ่าๆ “นินกลอกตา

    นิน” ว่าแต่เป็นอย่างไรราบรื่นไหม “ท่านเจ้าคุณกดเสียงเบา

    ” ไม่ต้องห่วงหรอกพวกนั้นคงนิ่งไปสักพัก “เพราะวันนั้นขุนหลวงไปที่วังฝั่งตะวันตกอยู่นานเมื่อเขากลับออกมาเสียงของการทำลายข้าวของดังไม่หยุด ข่าวนี้ลุงเทียมส่งข่าวมาบอกท่านเจ้าคุณเองเลย แน่นอนว่าลุงเทียมถามถึงเรื่องราววันนั้นแต่ท่านเจ้าคุณบอกเพียงว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของนินเขาจึงไม่ถามต่อ

    นิน” โอ้วงั้นก็เยี่ยมเลยมิน่าเล่าพวกมันถึงยังไม่ลงมือ “ท่านเจ้าคุณถาม

    ” ได้ยินว่าเอ็งจะไปที่นั่นแล้วงั้นหรือ “นินพยักหน้า

    นิน” อีกสองสามวันครับ “ท่านเจ้าคุณสีคางไปมา

    ” งั้นก็ได้ระวังตัวด้วยล่ะ “พิมถาม

    พิม” ไปไหนหรือเจ้าคะ “นินรีบพูด

    นิน” ขุดสมุนไพรน่ะผมอยากได้โสมสักหน่อย “พิมพยักหน้าไม่สงสัยอีกเพราะนินมักชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว นินปาดเหงื่อออกถ้านางรู้ว่าเขาไปเสี่ยงอันตรายคงไม่ยอมให้เขาไปแน่

    นิน” แล้วกาแฟที่ผมให้ลุงแจกๆ ไปมีใครสนใจบ้างไหมครับ “ท่านเจ้าคุณนึกขึ้นได้

    ” ข้าว่าเอ็งทำขายได้เลยที่ข้าไม่อยากเข้าวังเพราะคนขอกาแฟจากข้านี่แหละ “นินเผยยิ้มออกมา

    นิน” เยี่ยมเลยผมขอคิดชื่อมันก่อนนะ “ท่านเจ้าคุณกลอกตา

    พิม” อ้อข้าซื้อกล้องมาแล้วนะจะดูเลยไหม “นินตื่นเต้น

    นิน” แล้วก็ไม่บอกเดี๋ยวพรุ่งนี้เรามาถ่ายรูปกันหน่อยดีไหม “ภาพยักหน้า

    ภา” ดีเลยเจ้าค่ะข้าได้ยินชาวต่างชาติที่มานั่งที่ร้านคุยกันเรื่องนี้พอดี “นินประหลาดใจ

    นิน” ฟังภาษาอังกฤษออกแล้วหรือ “ภายิ้มออกมา

    ” ไม่ทั้งหมดแต่พอจับใจความได้เจ้าค่ะ “นินสีคางไปมาคนบ้านนี้เก่งจริงๆ จากนั้นก็มีเงาคนเหมือนผีเดินขึ้นเรือนมาทุกคนตกใจ

    “ผมเองขอรับ แก้ว ขอรับ” ทุกคนถอนใจออกมาสภาพของแก้วแบบว่าเหมือนไปตกบ่อโคลนมาเลย

    ไหมแก้ว “ไปอาบน้ำก่อนค่อยมากทานข้าว” แก้วจึงไปอาบน้ำก่อนจะมานั่งด้วยร่างกายของแก้วตอนนี้กำยำมากกว่าเดิมเยอะแววตาและสีหน้าบ่งบอกว่าเขาเติบโตขึ้นมาก

    นิน “ดูเหมือนว่าจะผ่านอะไรมาไม่น้อยเลยนะ” ท่านเจ้าคุณยิ้มออกมา

    “ผ่านการฆ่ามาแล้วล่ะ” แน่นอนค่ายฝึกนี้โหดมากพวกเขาถูกพาไปปราบโจรค่ายเล็กมาแล้วให้สัมผัสกับการฆ่าตั้งแต่ยังเด็กเพื่อขัดเกลาจิตใจให้มั่นคงขึ้น เขาเล่าเรื่องการฝึกที่เขาผ่านมาให้ทุกคนฟังอย่างตื่นเต้น ในช้าวันถัดมาหลังทานข้าวเรียบร้อยก็ถ่ายภาพครอบครัวเป็นครั้งแรกโดยท่านเจ้าคุณและไหมแก้วอยู่ตรงกลางนินและพิมอยู่ด้านขวาส่วนอีกสามคนอยู่ด้านซ้ายข้าวเป็นคนถ่ายรูปให้แน่นอนว่าภาพถ่ายยังเป็นขาวดำอยู่ทว่าภาพชัดมากจนนินประหลาดใจ

    นิน “ถายแล้วเอารูปออกมาได้ทันทีเลยหรือน่าทึ่งมากนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเส้นเวลากันแน่” ท่านเจ้าคุณตบบ่านิน

    “รีบไปทำงานได้แล้วบ่นอะไรของเอ็ง” นินพยักหน้าแล้วบอกล่าทุกคน ข่าวที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจในวันนี้คือโรงเรียนชั่วคราวในเมืองหลวงสร้างเสร็จแล้วรวมถึงตำราเรียนระดับชั้นประถมที่หนึ่งก็ตีพิมเรียบร้อยแล้วถึงหนึ่งพันชุด และได้กำหนดปีการศึกษาดังนี้ ปีการศึกษา เริ่มก่อตั้ง เดือน 5 ปี 2129

    มีกำหนดแปดเดือน

    เทอม1 1 พฤษภาคม - 30 สิงหาคม

    เทอม 2 1พฤศจิกายน - 30 กุมภาพันธ์

    โดยนักเรียนจะมีวันหยุด 2 วัน ทุกสัปดาห์ และวันหยุดตามเทศกาลต่างๆ เพื่อพักผ่อนและทำการบ้าน โดยนินกำหนดขอบเขตการบ้านอย่างชัดเจนว่าให้เน้นไปในทางกิจกรรมของเด็กๆ มากกว่าการที่ต้องมานั่งทำในหนังสือ โดยระหว่างที่รอปีการศึกษาเปิดจะมีการเรียนปรับพื้นฐานหนึ่งเดือนคือกุมภาพันธ์และเว้นหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมเปิดเรียนครูก็จะได้มีเวลาว่างแผนการสอนด้วย และเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้อจำกัดอายุคือ 6 ถึง 16 ปี ถือจะสามารถลงทะเบียนได้ ที่ต้องมีถึงอายุ 16 เพราะตอนนี้หลายคนยังไม่เข้าใจว่าการเรียนคืออะไรไม่รู้จะส่งเด็กมามากน้อยแค่ไหน หนังสือจะถูกส่งไปยังเมืองต่างๆ ให้ทันก่อนปีการศึกษาจะเปิด ส่วนนินเดินทางมายังกองวิทยาการแล้ว

    นิน “ไม่อยากเชื่อเลยว่าสายลับอย่างฉันจะต้องมาทำอะไรแบบนี้มันใช่งานถนัดของฉันที่ไหน” นินท้อชีวิต

    นิน “ข้าอยากเป็นปลาเค็มจริงๆ นะให้ตายเถอะ” เมื่อมาถึงกรมวิทยาการนินก็เดินเข้าไปข้างในทันทีสถานที่ที่นินเลือกจะต้องมีห้องขนาดใหญ่จะได้สามารถวางของขนาดใหญ่ๆ ได้และการขนย้ายต้องสะดวกด้วยดังนั้นเขาจึงได้สำนักงานเดี่ยวจนคนอื่นต่างก็อิจฉาคนน้อยแต่ได้อาคารทั้งหลังข้อเสียของที่นี่คือไม่มีโรงอาหารต้องเดินไปกินที่อาคารสำนักงานรวมไม่ก็ซื้อเอาจากร้านด้านนอก ที่จริงก่อนหน้ากรมของเขาอยู่ที่เดียวกับกรมการศึกษาแต่เมื่อนินอบรมเห็นสถานที่แล้วรู้สึกไม่สะดวกจึงยื่นขอใหม่เมื่อสองวันก่อน

    นิน “ไม่เลวๆ” เมื่อมาถึงก็พบว่าทุกคนมากันหมดแล้วบงกชได้แบ่งงานไปทั้งหมดแล้ว เงินเดือนของกรมวิทยาการสูงมากตามที่นินขอดังนั้นทุกคนจึงพอใจมากทำไมขุนหลวงยอมรับน่ะหรือเพราะนินกล่าวว่ากรมของเขานี่แหละจะทำเงินให้ทางรัฐมากที่สุดนั่นเอง นินมาถึงก็ยืนหน้ากระดานดำ

    นิน “พวกนายคงได้หนังสือปรับความรู้แล้วใช่หรือไม่” ทุกคนพยักหน้าบงกชนำมาแจกให้เมื่อเช้า

    นิน “ดี…งั้นวันนี้กลับไปก็เอาไปอ่านให้เข้าใจส่วนวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องสิ่งที่เราจะสร้างขึ้นและมันไม่เคยมีมาก่อน” ทุกคนมองไปที่นินจากนั้นเขาก็เอาแผ่นกระดาษขนาดใหญ่ขึ้นมา

    นิน “สิ่งที่เราจะทำครั้งนี้คือจักรยาน” ทุกคนเบิกตากว้าง

     

    ทุกคนมองไปยังรูปภาพที่ดูประหลาดนั้นมันเป็นรูปของจักรยานแถมยังมีรายละเอียนของส่วนต่างๆ ของมันด้วยเช่นล้อ โซ่ เฟือง แฮนด์ ทำเอาทุกคนงุนงงไปหมด จากนั้นก็มีคนอีกหลายคนเข้ามา

    นิน “ท่านเหล่านี้คือคนจากโรงงานต่างๆ เช่น โรลงานเหล็ก โรงงานยาง” นินชี้ไปยังคนกลุ่มนี้

    นิน “เอาล่ะเราจะมาเปิดโลกกันแล้วช่วยกันสร้างจักรยาน” ยี่หนิงถาม

    ยี่หนิง “จักรยานมันคือสิ่งใดเจ้าค่ะ “นินยิ้มออกมา

    นิน” คิดว่าจะไม่มีคนถามเสียแล้ว “เขารีบอธิบาย

    นิน “มันคือรถที่เราสามารถปั่นไปได้เองโดยไม่ต้องใช้สัตว์ลากไงเมื่อเราใช้เท้าถีบไปที่กระไดมันก็จะไปด้านหน้าผ่านโซ่ที่ออกแบบมา “ยิ่งฟังทุกคนยิ่งตกใจ

    ฟาง “แล้วมันจะไม่ล้มหรือขอรับมีแค่สองล้อ “นินหัวเราะแล้วเขียนบนกระดานว่า” แรงเฉี่อย”

    นิน” ก่อนอื่นผมจะอธิบายถึงแรงเฉื่อยก่อนเป็นอันดับแรก แรงเฉื่อยคือแนวโน้มของวัตถุที่จะรักษาสภาพการเคลื่อนที่เดิมของตนเองไว้ หากหยุดนิ่งจะต้องการหยุดนิ่งต่อไป หรือหากกำลังเคลื่อนที่จะต้องการเคลื่อนที่ต่อไปในทิศทางเดิม โดยวัตถุจะต้านทานการเปลี่ยนแปลงความเร็วหรือทิศทาง ความเฉื่อยจะแปรผันตรงกับมวล ยิ่งมวลมากยิ่งมีแรงเฉื่อยมาก และนั่นทำให้เรารักษาสมดุลได้โดยที่มันวิ่งอยู่นั่นเอง “ทุกคนอ้าปากค้างเพราะพวกเขายังคงสับสนอยู่

    นิน “ช่างเถอะเดี๋ยวต่อไปพวกนายจะเข้าใจเอง” นินเริ่มอธิบายอีกครั้ง

    นิน “วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างจักรยานขึ้นมาได้จริงจากสมมุติฐานของผมอย่างแรกโซ่จักรยาน” ช่างเหล็กและนักวิจัยทั้งเจ็ดคนก็เริ่มคิดทฤษฎีขึ้นมา ส่วนที่สองคือล้อและยางเขาก็แบ่งทีมออกมาอีกเพื่อแยกกันศึกษา ส่วนที่สามคือตัวรถนินใช้จักรยานเป็นจุดเริ่มต้นของการสอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและใช้มันเป็นผลงานชิ้นแรกของการเปิดตัวกรมวิทยาการ ตำราเรียนนั้นนินไม่นับเพราะมันเป็นวิชาการมากเกินไป ทุกคนที่ได้เข้าร่วมงานวิจัยสนุกและตื่นเต้นมากๆ พวกช่างที่นินพามาลงนามสัญญาความลับไว้แล้วห้ามเปิดเผยเรื่องในกรมวิทยาการออกไปพวกเขาได้รับความรู้มากมายจากเรื่องนี้มากอย่างเช่นวิธีคิดและเทคนิคต่างๆ อย่างการใช้เฟือง ช่างยางเองก็สนใจเรื่องการทำยางล้อรถเช่นกัน

    “ท่านขุนขอรับยางนี่ควรเป็นยางแข็งหรืออ่อนดีขอรับรถสองล้อถ้ายางแข็งมันจะไม่สะเทือนหรือขอรับ “นินยิ้มออกมา

    นิน” ถ้างั้นเราทำยางอีกเส้นที่นุ่มซ้อนข้างในยางแข็งดีหรือไม่ “นายช่างยางดวงตาเป็นประกาย

    ” แบบนั้นก็เข้าท่านะขอรับ “นินยิ้มออกมา

    นิน “หรือว่ายางด้านในเขาควรเติมลมเข้าไปดีเพื่อรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น” ทุกคนประหลาดใจ นักวิจัยคนหนึ่งกล่าวออกมา

    “เช่นนั้นก็ต้องทำยางให้ข้างในกลวงแต่ว่าเราจะเอาลมเขาไปอย่างไรขอรับ “นินดวงตาเป็นประกายคนพวกนี้เริ่มมีความคิดสงสัยแล้ว

    นิน “ก็ทำเครื่องสูบลมขึ้นมาสิ” ทุกคนมองหน้ากันเอาเถอะนินจังอธิบายถึงระบบการทำงานของกระบอกสูบลมให้ทุกคนฟัง

    บงกช “นี่ท่านขุนในหัวมีอะไรอยู่กันแน่ทำไมถึงคิดอะไรที่ซับซ้อนแบบนี้ได้เล่า” นินปล่อยให้ทุกคนคิดเรื่องนี้ส่วนตัวเขาก็นัดทีมล่าสัตว์ประชุมกันที่บ้านของโทโมเอะในช่วงบ่าย

    นิน “ขอโทษนะที่ผมต้องขอยืมบ้านของเธอมาประชุม” โทโมเอะยิ้มออกมา

    “ไม่มีปัญหาข้าอยู่คนเดียวเบื่อๆ พอดี” เป็ดมองไปยังทั้งสองคน

    เป็ด “คุยอะไรกันเนี่ยทำไมไม่พูดภาษาไทยเล่า” วาสตบไปที่หัวของเป็ด

    “แกโง่หรือไงไม่เห็นหรือว่าเธอเป็นคนญี่ปุ่นจะพูดภาษาไทยได้ไง” เป็ดกลอกตา

    เป็ด “นี่พี่ตบข้าทำไมเนี่ย” วาสอายุยี่สิบกว่าๆ ถือว่าเป็นรุ่นพี่เป็ดนางจึงออกแนวพี่สาวนิดหน่อย ทองและแสนไม่ได้พูดอะไร

    นิน “เอาล่ะวันที่ 23 เราจะออกจากพระนครไปยังเมืองสิงหราชเพื่อไปล่าสิงขนดำจากข้อมูลที่พี่ทองให้มายังไม่มีใครล่ามันได้เลยแถมมีคนตายไปแล้วหลายคนมีใครมีความเห็นอะไรไหม “เขาแปลให้โทโทเอะฟังแต่ทุกคนไม่มีความเห็นอะไร

    นิน “เป็ดนายแน่ใจนะว่าไหว” เป็นพยักหน้า

    เป็น “หลังวันนั้นผมฝึกวิชาการต่อสู้เพิ่มแล้วขอรับสบายมาก” นินพยักหน้า

    นิน “ได้เมื่อได้เงินมาเราจะแบ่งเท่าๆ กันได้ยินว่าราคาของมันพุ่งไปถึงหนึ่งล้านแล้วดีไม่ดีเราอาจได้แก่นเวย์มันมาด้วยจะเพิ่มมูลค่าไปหลายเท่าเลย” ทุกคนพยักหน้า

    นิน “เอาล่ะงั้นตกลงตามนี้ “ทั้งห้าคนพยักหน้า

    นิน” งั้นเป็นว่าตกลงตามนี้ “ทองกล่าวออกมา

    ทอง” เอ็งจัดการเรื่องคุณพิมแล้วใช่ไหม” นินพยักหน้า

    นิน “แน่นอนอยู่แล้วผมบอกว่าไปขุดโสม” ทั้งสองหน้ากระตุก

    ทอง “ไอ้เวรเอ็งคิดว่าโสมหาได้ตามพื้นหรือเกิดขากลับไม่มีของจะทำอย่างไร” นินยักไหล่

    นิน “บอกว่าโชคร้ายหาไม่เจอไง” ทั้งสองหมดคำจะพูดเวลาผ่านไปช่างรวดเร็วจักรยานเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ ในวันที่ 23 นินและพวกออกเดินทางในตอนกลางตืนเพื่อไม่ให้พวกสันติสังเกตเห็นโดยจะแยกกันออกไปรวมตัวกันที่หน้าประตูเมือง นินหลบออกจากบ้านอย่างเงียบๆ แล้วไปบ้านโทโทเอะเพื่อนั่งรถม้าออกไปด้วยกันเขาติดสินบนคนจากหน้าประตูเมืองแล้วว่าให้รอพวกเราออกไปก่อนปิดประตู ทองและแสนออกไปพร้อมกันจากบ้านของทอง เป็ดและวาสออกจากโกดังเก็บของไปด้วยกัน นินสวมชุดสายลับที่ตัดที่ร้านป้าศรีโทโมเอะสวมชุดเกราะประจำตัวของนางพร้อมกับง้าวคู่ใจ ระหว่างที่พวกเขาจะพ้นประตูเมืองก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ตูมมมมม เสีย

    ดังมาทางอาคารของกรมพระตำรวจมันคือเสียงระเบิดพร้อมปรากฏร่างของกลุ่มคนปิดบังใบหน้าขึ้นมาเหนือกรมพระตำรวจ มันระเบิดอาคารหลังหนึ่งข้างในมีร่างของพันนาที่หัวขาดนอนอยู่ศพของมันไม่เน่าเปื่อยเพราะมีของในตัว พวกมันคนหนึ่งพุ่งเข้าไปจะไปเอาร่างของพันนาออกมาทว่า ตูมมมม ร่างของมันแหลกทันที คนที่อยู่หน้าสุดประหลาดใจ

    “อาคมป้องกันงั้นหรือ” ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น

    ” มาจริงๆ ด้วยสินะ “ใช่แล้วนี่คือท่านเจ้าคุณนั่นเอง เสียงของสตรีดังขึ้นจากในกลุ่มคนพวกนั้น

    ” ไปเอาร่างไอ้พันนามาไอ้เรื่องข้าจัดการเอง “ครืนนนนน ร่างของคนที่พูดมีประกายสายฟ้าออกมาจากร่างอย่างรุนแรง ครืนนนนน…

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน