บรรดาพวกผู้ชายก็พากันกลับมาถึงบ้านกันแล้ว ก็ต้องมองภูเขาขนมตรงหน้าอย่างตกใจเช่นกัน และคิดในใจเลยว่ามีเพียงแค่สองสาวน้อยที่บ้านเท่านั้นแหละที่จะมีผลงานตื่นตาให้พวกเราทุกๆคนได้ตื่นตระหนกเสมอๆ
“ปู่คะ ตาคะ อันนี้ขนมที่ปู่กับตาชอบไงคะ เสาร์น้อยทำไว้ให้เยอะแยะเลย”เสาร์น้อย
“ส่วนนี่ก็ของพ่อ น้าชาย และอาเล็กค่ะ”พี่สาวโจวหวู่
“โถ หลานสาวที่น่ารักทั้งสองของปู่”ปู่
“หลานสาวช่างเป็นเด็กที่รู้ความจริงๆเลย”ตา
“ขอบคุณครับลูกสาวที่น่ารักของพ่อ รู้ใจพ่อที่สุดเลย”พ่อ
“หลานสาว ก็รู้ใจอาเล็กมากจริงๆเลยนะน่ารักจริงๆเลย”อาเล็ก
“น้าชาย ชอบกินมากเลยทีนี้ไม่ต้องกลัวว่ามันจะหมดเร็วแล้ว ขอบใจจ้ะหลานสาว”น้าชาย
“ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเสาร์น้อยกับพี่สาวรักทุกๆคนเลย และต้องการให้ทุกๆคนได้กินของอร่อยที่ตนเองชอบได้เยอะค่ะ”เสาร์น้อย
“ใช่ค่ะ”พี่สาวโจวหวู่
“ทำไมน่ารักอย่างนี้ลูกสาวใครนะ”พ่อ
“หลานสาวใครนะ”ปู่ ตา อาเล็ก น้าชาย
“ลูกสาวพ่อคะ”สองสาวน้อย
“หลานสาวปู่ ตา อาเล็ก น้าชายค่ะ”สองสาวน้อย
ปู่ ตา พ่อ อาเล็ก น้าชาย ต่างก็พูดชื่นชมยกยอหลานสาวกันเต็มที่เลยไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ เรียกได้ว่าคนรอบข้างที่ฟังอยู่ด้วยตอนนี้ถึงกับขนลุกกันไปหมดแล้ว โดยเฉพาะพวกพี่ชายที่อดไม่ได้ที่จะนินทาพวกท่านกันแล้วในตอนนี้
“...................”พวกพี่ชาย ที่มองตามก็ได้แต่เบะปากน้อยๆออกมาด้วยความเอือมระอานิดหน่อยกับความเว่อร์วังของทั้งน้องสาวทั้งสองคน และทั้งปู่ ตา พ่อ อาเล็ก น้าชาย
“ทีพวกเราทำไม่เห็นพวกท่านทำตา และเสียงเล็ก เสียงน้อย แบบนั้นเลยนะครับ”พี่รองโจวซื่อ
“หลานสาว ที่น่ารัก!! อึ๋ยน่ากลัว”พี่ซานเยวี่ย
“หลานสาวใครนะ อึ๋ย…ฟังแล้วแปลกๆในน้ำเสียงมากๆครับ”พี่ซื่อเยวี่ย
“พอฟังแล้วรู้สึกขนลุกจริงๆเลยนะฮะ”พี่หว่านหว่าน
“จริงด้วย”พวกพี่ชาย ต่างก็ทำท่าขนลุก ลูบแขนของตัวเองไปมาอย่างรับไม่ได้!!
แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ได้ยินถึงกับแอบหัวเราะออกมาก็จริงดั่งที่ลูกชาย หลานชายพวกเธอพูดนั่นแหละใครว่าพวกผู้ชายทำเสียงเล็กเสียงน้อย เสียงหวานๆไม่เป็น ลองมาดูผู้ชายบ้านหลู และบ้านไช่เวลาพูดคุยกับสองสาวน้อยของบ้านเสียก่อนจะอึ้งกันเป็นทิวแถวไปเลย
“ใครจะคิดล่ะคะว่าคนตัวใหญ่ๆมาดนิ่งๆแบบนั้นจะพูดจาแบบนี้กับลูกสาหลานสาวได้ถึงขนาดนี้นะคะ”แม่
“จริงค่ะพี่สะใภ้ ถ้าเป็นคนอื่นๆคงไม่เชื่อแน่นอนว่าพวกผู้ชายบ้านเราจะมีช่วงอารมณ์หวานๆนิ่มๆกับลูกสาวหลานสาววแบบนี้ได้”อาสะใภ้
“ผิดจากที่จะพูดกับลูกชาย หลานชายเลยนะคะ น้ำเสียงจะไม่ใช่แบบนี้เลย ก็จะเหมือนพูดคุยปรกตินั่นแหละ”น้าสะใภ้
“พวกเขาคงจะคิดว่าเลี้ยงเด็กผู้หญิงในบ้านจะต้องนิ่มนวลล่ะแม่ว่า”ยาย
“ใช่ ต้องนุ่มนวลเข้าไว้”ย่า
“แต่ก็ไม่เห็นเป็นผลสักเท่าไหร่นะคะสำหรับลูกสาว หลานสาวบ้านของเราน่ะค่ะแม่ ลักษณะ ท่าทาง การพูดการจา เหมือนเด็กผู้ชายเสียมากกว่าอีกค่ะ
ความนุ่มนวลเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไปหรือก็ไม่มีเลยค่ะนอกเสียจากอยากจะได้อะไรก็จะทำได้ทันที
ความเรียบร้อยหรือก็ไม่มีแม้แต่นิดเดียวนะคะ ซนเป็นลิงพวกพี่ชายยังสู้ไม่ได้แม้สักคนเดียวเลย
พูดจาอ่อนหวานหรือยิ่งไม่มีทางเลยค่ะ คำพูดคำจาทะเล้น ตึงตัง ตลอดเวลา เวลาเรียกหาใครทีดังทั้งหมู่บ้านได้เลย”แม่
“ฮ่า….ฮ่า….”ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ก็อดที่จำหัวเราะไปไม่ได้เพราะที่แม่ของน้องเสาร์น้อยพูดมานั้นมันก็จริงทุกอย่างเลย เลี้ยงเด็กผู้หญิงสักคนมันเป็นเรื่องยากจริงๆสำหรับบ้านเรา !!
หลังจากพวกท่านกับสองสาวน้อยโดนบรรดาแม่ๆ และพวกพี่ชายนินทากันไปพอสมควรแล้ว แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นว่ามีคนมาช่วยกันบรรจุขนมไปแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้านเพิ่มอีกตั้ง 5 แรง
“ที่มีผสมน้ำตาลเคลือบแบบนี้ผมว่าคงจะต้องใส่หมดทุกบ้านละมั้งครับ เพราะเด็กๆ น่าจะชื่นชอบกันเป็นพิเศษ”พ่อ
“ก็จริงนะพี่ใหญ่ ผมก็คิดแบบนั้นแหละ”อาเล็ก
“แต่ว่าบ้านไหนมีเด็กเล็ก เด็กโตระดับไหนกันบ้างคะคงจะต้องถามเจ้าพวกลิงซนด้านโน้นล่ะครับ มีพวกเพื่อนๆพวกเขาในทุกครอบครัวย่อมจะรู้มากกว่าพวกเราแน่นอน”น้าชาย
“ก็จริงนะ”พ่อ
พ่อ น้าชาย อาเล็ก ต่างก็ช่วยบรรจุขนมเอาแบบครบทุกแบบเลย เพราะถึงอย่างไรเด็กเล็กกินอย่างนี้ไม่ได้ก็มีอย่างอื่นให้กินได้นั่นเอง
“เดี๋ยวถ้าบรรจุเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้พวกเด็กๆ เอาไปให้พวกเพื่อนๆเขาเองละกันนะ”ปู่
“ใช่ ให้พวกเด็กๆรับผิดชอบไป”ตา
“ครับพ่อ”พ่อ อาเล็ก น้าชาย
“เด็กๆ เดี๋ยวพวกขนมพวกลูกจัดการไปให้พวกเพื่อนๆเองนะตกลงไหม”พ่อ
“ตกลงครับผม”พวกพี่ชาย
พวกพี่ชายเองก็เต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ เพราะถึงอย่างไรพวกพี่ชายเองก็เต็มใจเป็นอย่างมาก ที่อยากจะให้พวกเพื่อนๆได้มีโอกาสมีขนมหลากหลายอย่างได้กินแบบพวกเราด้วย
เพราะรับรู้เลยว่าตอนที่อยากกินขนม และพวกเราไม่มีเงินหาซื้อกินได้เพียงแต่มองและนึกภาพขึ้นมาในหัวกันเท่านั้นเอง พวกเขาย่อมอยากจะมีเผื่อแผ่ทุกๆคนด้วย
“นี่ถ้าพี่น้องบ้านมูได้เห็นว่าพวกเรา เาอขนมไปฝากเยอะแยะแบบนี้ พวกเขาจะต้องดีใจมากๆแน่นอนเลยเนอะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ใช่พี่ใหญ่ เพราะขนาดขนมบางอย่างพวกเราก็พึ่งจะเคยได้กินกันเป็นครั้งแรก เหมือนกันนะ”พี่รองโจวซื่อ
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย
“แต่ที่น่าดีใจยิ่งกว่าอื่นใดก็คือขนมพวกนี้เนี่ยน้องสาวสองคนของพวกเรา และพวกน้องๆของเพื่อนๆพวกเราจะได้มีขนมกินกัน ในแบบที่พวกเราไม่เคยได้กินตอนอายุน้อยๆแบบนั้นนะ พี่ไม่อยากให้น้องๆต้องเป็นแบบพวกเราหรอกนะ”พี่ใหญ่โจวซาน
“จริง”พวกพี่ชาย
“แค่นี้พวกเราก็มีความสุขที่สุดแล้วนะครับ ที่จะได้เห็นน้องๆได้มีขนมถือกินอยู่ในมือหลังอาหารได้”พี่หว่านช่าง
“กินแบบที่ไม่ต้องห่วงว่ากลัวจะหมดด้วยนะครับ”พี่หว่านหว่าน
“ใช่ๆ”พวกพี่ชาย พูดกันไปก็ยิ้มแย้มหัวเราะกันไปอย่างมีความสุขที่สุด
เสาร์น้อยที่ได้ยินได้ฟัง ถึงกับนั่งอึ้งกันไปเลยนี่สินะเด็กในเมืองหลวงใหญ่ๆ กับเด็กตามชนบทความแตกต่างมีค่อนข้างเยอะเลย
“เด็กในเมืองหลวงที่มีทั้งเงินมากมายก่ายกอง ไม่มาสนใจขนมที่ทำเองหากินง่ายตามป่าตามเขาแบบนี้หรอก แต่เด็กแบบนี้สิแค่ขนมทำเองไม่ได้มีอะไรมากมาย ใช้เงินไม่กี่หยวนหาซื้อ บางอย่างไม่ได้หาซื้อแค่มองหาเอาในป่ามาทำเสียเกลือนิดหน่อย น้ำตาลนิดหน่อยก็อร่อยมากมายสำหรับเด็กพวกนี้แล้ว
ขนมที่ดูไม่ได้มีค่ามากมายอะไรแต่กลับมีคุณค่ามากมายสำหรับพวกเขาจริงๆ เป็นความสุขที่ดูแล้วเราก็มีความสุขใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ”เสาร์น้อย คิดอยู่ในใจและเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ว่าตัวเองนั้นมีความสุขขนาดไหนกันที่ได้อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้
กลับมาทางด้านพวกผู้ใหญ่กันบ้างที่พวกท่านเองถึงแม้จะพูดคุยกัน แต่มือก็ยังคงช่วยบรรจุขนมไม่หยุดเช่นกัน
“แล้ววันนี้ไปประชุมกันตกลงเป็นอย่างไรบ้างคะ”ย่า
“เรื่องมันเทศที่พึ่งเก็บเกี่ยวเสร็จไปกันก็ยังขอเวลาคิดกันอีกสักหน่อย เพราะแต่ละครอบครัวอยากจะเก็บเอาไว้เป็นเสบียงหลักสำหรับครอบครัวด้วย”ปู่
“แต่อีกใจหนึ่งก็ยังอยากจะนำไปขายส่วนหนึ่งเพื่อเป็นรายได้ขอบครอบครัวดังปรกติที่ทำมา”ตา
“อาจจะป็นเพราะว่าตอนนี้แต่ละครอบครัวมีเงินสำรองก้อนใหญ่กันอยู่ด้วยใช่ไหมคะพ่อ ถึงทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจยากหน่อยกับการที่ว่าจะนำมันเทศไปขายหรือนำไปแลกเปลี่ยนดีหรือไม่”แม่
“นั่นก็ใช่นะลูก เพราะตอนนี้พอจะมีเงินสำรองไว้แล้วและที่สำคัญมันเทศพวกนั้นก็สามารถเป็นเสบียงชุดใหญ่เก็บเอาไว้ได้มันก็เลยเป็นการยากสักหน่อยสำหรับการตัดสินใจในรอบนี้”ตา
“พวกเขาคงจะคิดว่าระหว่างอาหารกับรายได้ จะเลือกอะไรดีในตอนนี้”ยาย
“มันก็ตัดสินใจยากจริงๆนั่นแหละนะ เพราะถ้าเป็นดั่งปรกติการเก็บเกี่ยวผลผลิตของพวกเราแต่ละครอบครัวทุกครั้งจะต้องมีส่วนหนึ่งนำออกไปขายเสมอ”ย่า
“รอบนี้พวกเขาอาจจะอยากเก็บไว้เป็นเสบียงอาหาร เพราะอย่างน้อยๆก็ไม่ต้องเสียเงินหยวนในส่วนหนึ่งไปหาซื้อน่ะค่ะ”แม่
“ก็อาจจะเป็นไปได้นะ”ตา
พวกท่านเองก็นั่งพูดคุยเรื่องการประชุมหมู่บ้านที่ผ่านมานี้ เกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวผลผลิตล่าสุดก็คือมันเทศนั่นเอง ที่เสาร์น้อยเองและทุกๆคนในบ้านต่างก็รู้ดีว่า แต่ละครอบครัวเก็บเกี่ยวได้ผลผลิตมากมายเลยทีเดียวสำหรับการเก็บเกี่ยวรอบนี้
“ไม่ใช่มีเพียงแค่บ้านของเราเพียงเท่านั้นที่กำลังรื้อฟื้นที่ดินเก่าที่ทิ้งร้างไป ครอบครัวอื่นๆในหมู่บ้านก็เช่นกันต่างก็พูดคุยกันในเรื่องที่จะไปจัดการที่ดินที่ทิ้งไว้ให้กลับมาทำการเกษตรเพิ่มเติม”ตา
“ที่แน่ๆ ส่วนหนึ่งคือแบ่งเอาไว้ปลูกข้าว ปลูกมันเทศ ปลูกข้าวโพด ปลูกแก้วมัวกรสีเหลืองเป็นหลัก”ตา
“ส่วนการปลูกพืชพันธุ์อื่นๆ ก็กำลังลองพูดคุยกันอยู่ว่าจะเลือกพวกต้นเก๋าลัด แปะก๊วย วอลนัท ที่พวกเราเองก็มีพันธุ์ของมันอยู่แล้วจะนำไปทำอย่างไรต่อดี”ปู่
“แต่ดูท่าคนในหมู่บ้านก็ให้ความสนใจมากเช่นกัน แต่ติดตรงที่ว่าพื้นที่ที่จะแบ่งไปปลูกนั้นก็ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะทำอะไรเป็นหลัก”ตา
“พ่อเองก็เสนอแนะตามที่หลานเสาร์น้อยเคยเอ่ยไว้ด้วยว่า ให้ปลูกแบบผสมผสานกันไป เพื่อที่จะได้มีทางเลือกหลากหลายด้วย ซึ่งพวกเขาก็สนใจเช่นกัน”ปู่
“ยิ่งปุ๋ยที่ได้จากในป่ามาในครานั้น มันยิ่งทำให้พวกเราชาวเกษตรกรถึงกับตื่นเต้นและมีแรงมากขึ้นที่จะทำการเริ่มต้นเพาะปลูกต้นกล้ากันใหม่เร็วๆขึ้นกว่าเดิมอีก”ตา
“หมู่บ้านของพวกเรามาถึงตรงนี้ได้อย่างกับฝันไปจริงๆนะ”ปู่
“จริงค่ะ”ย่า ยาย
“ไม่รู้ว่าชาวบ้านที่หมู่บ้านอื่นๆจะได้รับผลอะไรบ้างนะคะ กับการที่เสาร์น้อยใช้นิ้ววิเศษผลิกฟื้นผืนป่าบริเวณนี้ทั้งหมดเลย”แม่
“คงจะมีหลายหมู่บ้านแน่นอนที่จะใช้ชีวิตได้ดีขึ้นกว่าเดิม ผืนป่าที่เราเคยเห็น และเคยคิดว่าอุดมสมบูรณ์มากแล้วพอมาเจอหลานสาวใช้นิ้ววิเศษช่วยเท่านั้นแหละ กลับได้รู้เลยว่าความอุดมสมบูรณ์จากธรรมชาติที่แท้จริงมันเป็นอย่างไรกันแน่”ปู่
“บรรพบุรุษของพวกเราแต่ละรุ่นถึงได้พูดได้สอนกันเสมอว่า ทรัพย์สมบัติจากธรรมชาติมีเก็บเกี่ยวได้ไม่หมด ถ้าคนเราไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไป”ตา
“จริงค่ะ”ทุกๆ คนต่างก็เห็นด้วยกับข้อนี้และการใช้ชีวิตก็แตกต่างจากเดิมกันด้วย
“จากที่พ่อขับรถผ่านเส้นทางเข้าเมืองมา ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะเส้นทางน้ำที่แห้งเหือดไปก็กลับมาไหลผ่านร่มเย็น สายลมพัดผ่านรู้สึกสดชื่นมากๆ คงจะมีหลายหมู่บ้านที่ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำสายย่อยเหล่านี้มากๆเลยทีเดียวล่ะนะ”ตา
“น้ำกิน น้ำใช้ สำคัญสำหรับพวกเราจริงๆค่ะถ้าไม่มีก็ลำบากมากเหลือเกิน โดยเฉพาะเอามาใช้สำหรับการเพาะปลูกการเกษตรที่เป็นรายได้หลักสำหรับชาวบ้านเกษตรกรแบบพวกเรา”แม่
“ใช่ แม่น้ำคือปัจจัยหลักที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิตของพวกเราจริงๆ”ปู่
“กรี๊ด……”
จากที่กำลังพูดคุยในเรื่องที่มีสาระและเคร่งเครียดกัน ต่างก็พากันตกใจเสียงกรี๊ดร้อง ของสองสาวน้อยของบ้าน พอพวกท่านกันไปมองทางต้นเรื่องก็ต้องพากันยิ้มและส่ายหน้ากันออกมา
ภาพที่เห็นก็คือเหล่าบรรดาพ่อๆ ต่างเย้าแหย่ลูกๆหลานๆกันอย่างสนุกสนาน ดันหัว ดันตัว ปิดปาก ดึงทึ้งกันเพื่อแกล้งลูกๆหลานๆ ไม่ให้กินขนมกันอย่างสนุกสนาน
ที่แสบสุดก็คงจะสองสาวนี่แหละที่ดูแล้วจะเป็นหัวโจกนำพ่อ อาเล็ก น้าชาย กลั่นแกล้งพวกพี่ชายไม่ได้กินขนมล่ะ
“เฮ้อ…..เล่นเอาตกใจหมดเลยเจ้าตัวแสบนี่”แม่
“แสบที่สุดจริงๆค่ะดูสิพากันนำพ่อแกล้งพวกพี่ชายกันหมดเลย”อาสะใภ้
“พวกพี่ๆก็โตกันเสียเปล่าจริงๆนะคะ พากันเล่นซนไปกับพวกเด็กๆไปเสียอีก”น้าสะใภ้
“ปล่อยไปเถอะ พวกเด็กๆกำลังสนุกสนาน และมีความสุขกันขนาดนั้น”ยาย
“ใช่ นานๆทีจะได้พวกเด็กๆเล่นซนน่า”ย่า
“..................”แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้
“นานๆทีจะเล่นซนเหรอคะ??”แม่
“ก็ใช่น่ะสิ”ย่า ยาย ประสานเสียงแบบไม่ได้มองอะไรเลย
“เฮ้อ………”แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ก็ได้แต่พากันทอดถอนใจไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ นี่ขนาดนานๆทีซน?? ถ้าซนเป็นประจำจะขนาดไหนกันเนี่ย?? ไม่อยากจะคิดจริงๆเลย
************
พวกเด็กพากันช่วยบรรจุขนมต่างๆเพื่อจะนำไปแจกเพื่อนๆในหมู่บ้านเจียวจิ้นด้วยตัวเอง และแน่นอนก็เพลิดเพลินไปกับการหยิบขนมเข้าปากอีกด้วย