ขณะที่ติณกำลังขับรถพาตัวเล็กไปกินข้าวอย่างอารมณ์ดี จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าจากกลุ่มไลน์ชื่อยาวเหยียดว่า "แก๊งนางฟ้าพญามาร" ก็ดังสนั่นลั่นรถ หน้าจอปรากฏภาพของ "ต้น" เพื่อนสาวสองคนสนิทที่กำลังแย่งซีนเพื่อนชะนีคนอื่น เบียดหน้าเข้ามาเต็มจอจนแทบทะลุออกมา
"อะไรย่ะ โทรมาทำไมตอนนี้ นังต้น" แก้มกดรับสายแล้วแว้ดใส่ทันทีตามประสาเพื่อนรักเพื่อนร้าย
ต้นจีบปากจีบคอพูดผ่านกล้อง "ฮัลโหลสาว... อยู่ไหนยะชะนี... คืนนี้ว่างมั้ย" ต้นกรีดนิ้วโชว์เล็บเจลสีแดงสด "พวกฉันจะไปเช็คอินร้านเหล้าเปิดใหม่นะ...ไปมั้ย"
แก้มเบะปากมองบน แล้วตอบกลับทันควันชนิดไม่ต้องคิด "ไม่-ว่าง-ย่ะ"
"อ้าว! ทำอะไรถึงไม่ว่างยะ" ต้นทำเสียงสูงปรี๊ด "อย่าบอกนะว่านอนอืดเป็นพะโล้เน่าอยู่ห้อง... เสียชาติเกิดชะนีหมด"
แก้มปรายตามองคนขับรถข้าง ๆ ที่นั่งยิ้มขำอยู่ แล้วยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ หันกลับไปยักคิ้วใส่กล้อง "โทษทีย่ะ... พอดีคืนนี้ฉันมีคิว 'กินผัว'... เอ้ย! กินข้าวกับผัวย่ะ" เน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำ "พวกหล่อนไม่มีผัวให้กิน ก็เชิญไปหาผู้ชายกันตามสบายเลยนะค้าาา... บายยย!"
"แหม่ ๆ ๆ ๆ!!!" เสียงต้นและเพื่อนสาวในแก๊งประสานกันดังลั่นลำโพงรถด้วยความหมั่นไส้ "พอนังชะนีมีผัวแล้วลืมเพื่อนฝูงเลยนะ... ตัดหางปล่อยวัดดีมั้ยเนี่ย อีคนอวดผัว"
ติณที่ขับรถอยู่ถึงกับส่ายหน้าขำ ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา "แก้ม... พูดอะไรเกรงใจเพื่อนบ้างสิครับ... เรานี่นะ ขิงเพื่อนตลอดเลย"
แก้มหันขวับมามองค้อนคนขี้เกรงใจ แล้วหันกลับไปเชิดหน้าใส่กล้อง "ไม่อายหรอกพี่ติณ... แค่นี้พวกมันก็อิจฉาแก้มจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว... ที่แก้มมีผัวน่ากินอย่างพี่ติณเนี่ย... จริงมั้ยคะอีคุณต้นนน"
พอได้ยินเสียงทุ้ม ๆ นุ่ม ๆ ของติณ และเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาแวบเข้ามาในกล้อง... อีต้นผู้เกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ก็เปลี่ยนโหมดเป็นเสียงสองทันที
"ว้ายยยย!... พี่ติณขาาาา~" ต้นยื่นหน้าเข้ามาใกล้กล้องจนแทบชิด ทำตาหวานเชื่อมหยดย้อยใส่ติณ "อย่าเพิ่งหลงนังแก้มคนเดียวนะคะ... แบ่งเวลามาให้ 'กะเทย' ตัวน้อย ๆ บ้างสิ..."
นางส่งจูบผ่านกล้องรัว ๆ "หนูอยากเป็นเมียพี่ติณเหมือนกันนะคะ... สโลแกนแก๊งเรา 'ผัวเพื่อนก็เหมือนผัวเรา' ค่ะ... ว่างเสมอ รอเสียบอยู่นะคะ จุ๊บ ๆ!"
ติณหันมามองกล้องแวบหนึ่ง แล้วแกล้งเล่นตามน้ำกับเพื่อนแฟนอย่างอารมณ์ดี "ใจเย็น ๆ ครับน้องต้น..." ยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่กล้อง "รอก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่จัดคิวให้... พี่รักทุกคนนะครับ แบ่ง ๆ กันได้"
"กรี๊ดดดดด!!!... ได้ยินมั้ยพวกมึง พี่ติณบอกจะจัดคิวให้กู... กรี๊ดดดด!!" เสียงกรีดร้องด้วยความฟินของต้นและแก๊งนางฟ้าดังลั่นรถจนลำโพงแทบแตก
แก้มเห็นท่าไม่ดี รีบกดวางสายหนีทันทีด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันมาฟาดต้นแขนล่ำ ๆ ของคนเจ้าชู้ไปหนึ่งป้าบ
"แหม... จัดคิวเลยเหรอพ่อคุณ... รักทุกคนเลยนะ" แก้มทำหน้ายักษ์ใส่ "เดี๋ยวเถอะ... ปากเก่งนักนะ... เดี๋ยวคืนนี้จะโดนไม่ใช่น้อย... ห้ามบ่นว่าเหนื่อยนะลุง"
ติณหัวเราะ ก่อนจะรวบมือเล็กมาจูบเบา ๆ "ยอมแล้วครับทูนหัว..."
หลังจากวางสายจากแก๊งนางฟ้าพญามาร รถของติณก็เลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ร่างเล็กของแก้มก็แทบจะดีดลงจากรถด้วยความหิวโซบวกความกระดี๊กระด๊า เดินนำลิ่วตรงดิ่งไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นร้านโปรดชนิดไม่รอใคร โดยมีติณเดินล้วงกระเป๋าตามหลังมาติด ๆ พร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดูในความเด็กของแฟนสาว
"พี่ติณเร็ว ๆ สิคะ... พยาธิในท้องหนูประท้วงจะเผาร้านแล้วเนี่ย" แก้มหันมาเกรี้ยวกราดใส่คนเดินช้า
"ขอโต๊ะมุมด้านในสุดที่เป็นส่วนตัวหน่อยนะคะน้อง" แก้มหันไปบอกพนักงานต้อนรับ ก่อนจะได้ที่นั่งในมุมสงบที่มีฉากไม้ไผ่กั้นเป็นสัดส่วน ปลอดสายตาคนภายนอกสมใจอยาก
ก่อนจะรัวรายการอาหารใส่พนักงานจนจดแทบไม่ทัน "น้องคะ... เอาซาชิมิ... ข้าวหน้าปลาไหล... เทมปุระรวม... ยำแซลมอนแซ่บ ๆ... อ้อ ขอหอยนางรมสดด้วยนะคะ อีก 2 ที่"
ติณเลิกคิ้วสูง มองแฟนเด็กที่สั่งเหมือนตายอดตายอยากมาจากไหน "เดี๋ยว ๆ... สั่งเยอะขนาดนี้ กินหมดเหรอเรา... ตัวก็แค่นี้ เดี๋ยวท้องก็แตกตายพอดี"
แก้มยักไหล่พลางรับชาเขียวเย็นมาดูดแก้กระหาย "หมดสิคะระดับนี้แล้ว... กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะพี่ติณ" ก่อนจะโน้มตัวข้ามโต๊ะมานิดหนึ่ง แล้วกระซิบเบา ๆ "อย่าลืมสิว่าคืนนี้หนูต้องใช้พลังงานเยอะ... ถ้ากินไม่อิ่ม... เดี๋ยวไม่มีแรงขย่มพี่นะ"
พูดหน้าตายตาใสแจ๋ว แต่คนฟังแทบสำลักน้ำชา ติณได้แต่ส่ายหน้ายอมแพ้ให้กับความแก่นเซี้ยว "เบาได้เบานะครับ... ถึงจะมุมส่วนตัว แต่ผนังมีหูประตูมีช่องนะครับ"
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ... สงครามการกินขนาดย่อมก็เริ่มขึ้น แก้มเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างมีความสุข แก้มป่อง ๆ ขยับไปมาเหมือนหนูแฮมสเตอร์ที่กำลังตุนเสบียง ส่วนติณแทบไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าตัวเองเลย เพราะมัวแต่นั่งแกะกุ้ง คีบปลา ใส่จานให้คนรัก แล้วก็นั่งเท้าคางมองเธอกินอย่างเพลิดเพลิน
"กินเลอะเป็นเด็กไปได้..." ติณเอื้อมมือไปใช้นิ้วโป้งเช็ดคราบซอสที่เลอะมุมปากให้อย่างเบามือ
แต่แทนที่แก้มจะเขินอาย ด้วยความที่เป็นมุมลับตาคน จึงใช้โอกาสนี้รุกฆาต มือเล็กคว้าข้อมือหนาไว้แน่น ก่อนที่ลิ้นเล็กสีชมพูจะตวัดเลีย คราบซอสที่ติดอยู่บนนิ้วโป้งของเขาช้า ๆ สายตากลมโตช้อนมองเขาอย่างหยาดเยิ้มสื่อความหมาย
"อื้ม..." ก่อนจะขยับหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจรดกัน "ซอสร้านนี้หวานจังเลยค่ะ... แต่แก้มว่า..." เว้นจังหวะ แล้วกัดเบา ๆ ที่ปลายนิ้วเขา "สู้น้ำของพี่ติณไม่ได้หรอก... อันนั้นน่ะ หวานกว่าตั้งเยอะ"
ติณชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดเฮือก ร่างกายร้อนวูบวาบเหมือนโดนไฟช็อตกลางร้านอาหาร
"ยัยตัวแสบ..." ติณกัดฟันกรอดด้วยความมันเขี้ยว เสียงแหบพร่ากระซิบตอบกลับไป "เล่นแรงแบบนี้... ระวังตัวไว้นะ... เดี๋ยวจะโดนลากกลับคอนโดเดี๋ยวนี้แหละ... จะป้อนให้กินจนจุกคอเลย"
แก้มหัวเราะคิกคักชอบใจที่ปั่นหัวคนแก่สำเร็จ "อุ๊ย... กลัวจังเลยค่ะ... งั้นรีบกินดีกว่า เดี๋ยวโดนจับกินแทนข้าว"
...
ช่วงเวลาอาหารกลางวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และหวาดเสียวหัวใจพี่ติณสุด ๆ เมื่อเช็คบิลเสร็จ ติณก็ขับรถมาส่งแก้มที่หน้าตึกออฟฟิศ
"ตั้งใจทำงานนะตัวแสบ... อย่ามัวแต่เม้าท์กับเพื่อนเพลินล่ะ" ติณกำชับ พลางเอื้อมมือไปจัดผมเผ้าคนตัวเล็กให้เข้าที่ "เลิกงานแล้วรีบกลับห้องเลยนะ เดี๋ยวพี่จะรีบเคลียร์งาน"
"รับทราบเจ้าค่า... คุณลุงขี้บ่น" แก้มทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งแบบกวนโอ๊ย พร้อมกับย่นจมูกใส่คนแก่ไปหนึ่งที ก่อนจะเปิดประตูรถทำท่าจะลง แต่แล้วก็ชะงัก หันขวับกลับมา แล้วฉวยจังหวะทีเผลอ เขย่งตัวข้ามคอนโซลกลางไปกดจมูกหอมแก้มสาก ๆ ฟอดใหญ่
ฟอดดด!
ไม่พอแค่นั้น... ร่างเล็กยังโน้มหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหู ทิ้งท้ายด้วยประโยค ที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"พี่ติณรีบกลับนะคะ..." ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "คืนนี้หนูจะรอให้พี่มาถูหลังให้นะคะ... เอาแบบทุกซอกทุกมุมเลยนะ"
พูดจบก็ขยิบตาปิ๊ง ๆ ให้หนึ่งที แล้วรีบวิ่งจู๊ดลงจากรถ หันมาโบกมือบ๊ายบายส่งจูบวิ้งค์ ๆ ให้ก่อนจะวิ่งเข้าตึกไป ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้คนแก่หัวใจจะวายเล่น ๆ
ติณได้แต่ส่ายหน้าให้กับความแสบสันเกินพิกัดของเมียเด็ก "ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ..."
เมื่อตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า ความวุ่นวายภายในร้านก็ค่อย ๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงเจ้าของร้านหนุ่มไฟแรง ที่กำลังทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงนวดขมับตัวเองเบา ๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการต่อสู้กับกองเอกสารและตัวเลขบัญชีมาตลอดทั้งบ่าย
"ก๊อก... ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ดึงสติของชายหนุ่มที่กำลังจมดิ่งอยู่กับกองเอกสารให้หลุดจากภวังค์ ติณขมวดคิ้วมุ่นพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือด้วยความแปลกใจ
‘หกโมงเย็นแล้ว... พนักงานกลับกันไปหมดแล้วนี่นา แล้วใครกันที่มาหาเอาป่านนี้'