ซุยซื่อกำลัง้าคนปรนนิบัติหรือ
ซิ่วอิ๋งฟังซู่เอ๋อพูดอย่างอ้อนวอน ในสมองเป็ฉากที่เห็นอยู่สวนดอกไม้นั่น... มือเฟิงซื่อที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นวางลงอย่างแรง
เสียงดังปัง ซิ่วอิ๋งมือสั่น สติถูกดึงกลับมา ฟังเฟิงซื่อเอ่ยด้วยท่าทางและสีหน้าดุดัน “ขนาดอี๋เหนียงตั้งครรภ์สองเดือนแล้วล้วนไม่รู้ พวกเ้ายังสามารถปรนนิบัติอันใดได้?!”
ซู่เอ๋อถูกตำหนิจนหน้าแดง ปากพะงาบๆ ไม่มีข้อถกเถียง
“ซินเหมย พาคนไปนำตัวคนที่ปรนนิบัติมัดทั้งหมดซุยอี๋เหนียงมา หนึ่งคนโบยสิบไม้” เฟิงซื่อออกคำสั่ง “ใครกล้าไม่เชื่อฟัง โบยยี่สิบไม้ แล้วขายเสีย”
ในเสียงสั่งการเรียบนิ่งแฝงไว้ด้วยความเข้มงวดที่ห้ามต่อต้าน
ซู่เอ๋อเหงื่อเย็นไหลในทันที ลอบกระวนกระวานในใจ ซินเหมยฟังคำสั่งแล้ว เรียกสาวใช้สูงวัยแรงมากสองคนเข้ามา เอาตัวซู่เอ๋อออกไปก่อน
ซิ่วอิ๋งนี่พึ่งจะเข้าใจ
ซุยอี๋เหนียงตั้งครรภ์แล้ว
แต่่เวลานี้ตอนชาติก่อน มีเื่ซุยอี๋เหนียงตั้งครรภ์ด้วยหรือ เสิ่นชิงเหวินเกิดปีที่สามสิบสี่ของปีเจินหยวน[1] ตอนนี้พึ่งปีที่สามสิบของปีเจิงหยวน
ซิ่วอิ๋งคิดย้อนหลังอย่างรอบคอบ แน่ใจว่าไม่มีเื่นี้
ซู่เอ๋อถูกอุดปากลากออกไปแล้ว ด้านนอกจวนได้ยินเสียงน้อมทักทายดังขึ้น นายท่านใหญ่เสิ่นสีหน้าเขียวคล้ำเดินเข้ามา “นี่จะทำอะไรกันหรือ”
เขาเพิ่งส่งหย่งผิงโหวจากไป ก็ได้ยินข่าวที่ซุยอี๋เหนียงตั้งครรภ์ เขารุดไปอย่างเร่งรีบ เพราะว่าซุยอี๋เหนียงสลบไปแล้ว ในเรือนวุ่นวายมาก มีเพียงซู่เสวี่ยค่อยดูแลอยู่ด้านข้างคนเดียว พอถามไปบอกว่ามารายงานข่าวให้เฟิงซื่อ แต่ค่อนวันแล้วไม่เห็นกลับไป เขานึกออกว่าวันนั้นซุยอี๋เหนียงบอกว่าเื่ของสองพี่น้องทำให้เฟิงซื่อโกรธนาง เลยลองมาดูหน่อย ใครจะไปรู้เห็นซู่เอ๋อถูกมัดปากแล้วลากออกไป
เฟิงซื่อลุกขึ้นยืน ซิ่วอิ๋งก็หันไปคารวะเขา
นายท่านใหญ่เสิ่นมองเฟิงซื่อที่มีสีหน้าไม่ดีเช่นเคย แต่น้ำเสียงกลับไม่แข็งกระด้างเหมือนตอนเข้าประตูแบบนั้นแล้ว “สาวใช้นางนี้ทำไมทำให้ฮูหยินโกรธแล้วล่ะ”
“นายท่านอยากจะช่วยข้าแบ่งเบาเื่ภายในเรือนหรือเ้าคะ” เฟิงซื่อยิ้มเย็นะเื เขามาได้ถูกเวลาจริงๆ ซุยอี๋เหนียงก็เป็ลมได้ถูกเวลาจริงๆ ผู้มาเยือนกลับเมื่อไหร่ นางก็เป็ลมเมื่อนั้น
ยังบอกข่าวใหญ่น่ายินดีขนาดนั้นอีก
นายท่านใหญ่เสิ่นสะอึกหนหนึ่ง เฟิงซื่อพูดได้นุ่มนวลมาก แต่กลับเตือนสติถึงสถานะของเขา ขุนนางท่านหนึ่งแทรกแซงเื่ของเรือนส่วนหลัง แพร่ออกไปไม่เพียงแต่ตบหน้าเฟิงซื่อเท่านั้น ชื่อเสียงของเขาก็ไม่ดีไปด้วย
เขาชะงักก่อนจะเอ่ย “ฮูหยินเข้าใจผิดแล้ว ข้าดูเหมือนจะลงโทษกัน คิดว่าซุยอี๋เหนียงเพิ่งตั้งครรภ์ ถึงย่างไรก็ตามอย่าให้เืกระทบเื่มงคลเลย ยิ่งกว่านั้นข้างกายนางตอนนี้มีคนปรนนิบัติที่นั้นคนเดียว าเ็แล้วอาจเป็เื่ได้”
ซิ่วอิ๋งได้ฟังแล้วเบิกตากว้าง บิดาของนางคนนี้ หัวใจเอียงไปด้านหนึ่งจนไม่รู้เื่แล้ว!
เฟิงซื่อได้ยินที่พูดก็หัวเราะเสียงเย็นอีก ผู้มีปัญญาหาเหตุผล ดูจากภายนอกสง่าผ่าเผย แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนี้ทั้งหมดเลยหรือ
“ความเป็อยู่ของชุยอี๋เหนียงกับสาวใช้สูงวัยที่คอยปรนนิบัติมีเกือบจะเท่าข้าฮูหยินคนนี้แล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าข้างกายจะมีสาวใช้ปรนนิบัติเพียงคนเดียว อี๋เหนียงตั้งครรภ์สองเดือนแล้วยังไม่รู้ ตอนนี้เป็ลมไปแล้ว ก็ไม่รู้จักปรนนิบัติ พวกนางเล่นลิ้นโปป้ด คนที่ไม่รู้ คงคิดว่าข้ากลั่นแกล้งอนุภรรยาในบ้าน ยิ่งสมควรตาย!”
นายท่านใหญ่เสิ่นถูกเสียงเข้มงวดประโยคสุดท้ายของนางทำเอาใจนคิ้วกระตุก ฟังดูแล้วเริ่มเอะใจ
ชุยอี๋เหนียงเคยตั้งครรภ์ สาวใช้ปรนนิบัติส่วนตัวก็รู้ เริ่องที่เ้านายมีระดูหรือไม่ จะไม่รู้ชัดได้อย่างไร ยิ่งกว่านั้นเฟิงซื่อพูดได้ถูกต้อง ความเป็อยู่ของซุยอี๋เหนียงอนุมีฐานะนางนี้ อีกนิดเดียวก็สามารถไล่ทันภรรยาเอกแล้ว ทำไมสาวใช้อยู่ปรนนิบัติในห้องคนเดียว
ใบหน้านายท่านใหญ่เสิ่นหนักอึ้งยิ่ง ความเ็าและเคร่งเครียดของเฟิงซื่ออ่อนลงบ้างแล้ว “ที่นายท่านพูดไม่ใช่ไม่มีเหตุผล ซุยอี๋เหนียงตั้งครรภ์ ไม่เหมาะที่จะเห็นเื ข้าไปดูชุยอี๋เหนียงก่อน จะได้ไปดูด้วยว่าคนเ่าั้ปรนนิบัติอย่างไรกันแน่” เฟิงพูดเสร็จก็จะออกไป ซิ่วอิ๋งรีบตามไปข้างหน้า เห็นท่าทางมารดาของนางไม่เรียกให้ตามไป ดึงแขนเสื้อนาง เฟิงซื่อจำใจต้องย่อเข่าครึ่งหนึ่งอยากจะห้ามปราม นางก้มไปที่หูของนางพูดเสียงเบา “ท่านแม่ ก่อนหน้านี้ข้าอยู่สวนดอกไม้เห็นสาวใช้สูงวัยให้ห่ออะไรบางอย่างกับซู่เสวี่ย ตอนนี้คิดว่า ดูเหมือนจะเป็ห่อยาชนิดหนึ่ง” เฟิงซื่อมองนางหลายครั้ง ซิ่วอิ๋งพยักหน้าแรงๆ
“งั้นเ้าก็ตามแม่มาดีๆ ไม่ต้องวุ่นวาย” เฟิงซื่อตบเบาๆ ไปที่ศีรษะนาง ลุกขึ้นจูงนาง
นายท่านใหญ่เสิ่นก็ตามมาด้วย เหมือนกับคิดอะไรมาตลอดทาง ตอนนี้ยังไม่ช้อนสายตามองเฟิงซื่อ
ในเรือนเล็กของซุยอี๋เหนียงยังปั่นป่วนวุ่นวาย สาวใช้สูงวัยเดินไปเดินมา แต่ไม่ไปในห้อง เฟิงซื่อเงียบไม่ออกเสียงจูงซิ่วอิ๋งเดินไปยังในห้อง
ในห้องนอนปิดหน้าต่างไว้ แสงค่อนข้างมืด แต่การตกแต่งที่ประณีตยังมองเห็นได้ในสายตาเดียว ภายในห้องยังมีกลิ่น เฟิงซื่อกวดสายตามองโต๊ะตัวยาว กระถางธูปลายสีเงิน้ามีควันพุ้งขึ้นเป็เกลียวอ่อนๆ
นายท่านใหญ่เสิ่นเข้าไปภายในห้องนอนแล้ว ถามว่าซุยอี๋เหนียงตื่นหรือยัง
ตอนที่เฟิงซื่อเข้ามา นายท่านใหญ่เสิ่นนั่งที่ขอบเตียง ซุยอี๋เหนียงทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ ตาสวยมองเขาอย่างหวงแหนเสน่หา ร่างกายก็อ่อนพิงอยู่บนร่างกายเขา
“แค่กแค่ก” เสียงซิ่วอิ๋งไอเบาๆ สองครั้ง
เหอะ...กลางวันแสกๆ ทำลายศีลธรรมอันดีงาม บิดาท่านนี้ก็ไม่คิด นางตอนนี้ยังเป็เด็ก ได้ยินเสียงบุตรสาว นายท่านใหญ่เสิ่นตื่นขึ้นมาจากดินแดนแห่งความอบอุ่นและนุ่มนวลชั่วขณะ ลุกขึ้นยืน อึกอักจนไม่กล้ามองหน้าเฟิงซื่อมารดาบุตรสาว ชุยอี๋เหนียงเกือบลงจากเตียง
เฟิงซื่อก้มศีรษะสายตาโกรธซิ่วอิ๋งที่ซน มาถึงข้างเตียง “ซุยอี๋เหนียงตอนนี้รู้สึกเช่นไรบ้างแล้ว”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะฮูหยิน”ซุยอี๋เหนียงอยากจะลงเตียง เฟิงซื่อชูมือห้ามขึ้น “ตอนนี้เ้าตั้งครรภ์อยู่ ก็ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
นายท่านใหญ่เสิ่นก็บอกใบ้ซู่เสวี่ยไปพยุงนางนอนลง ซุยอี๋เหนียงของคุณอย่างอ่อนแอ “ฮูหยินมาด้วยตัวเอง คงเป็ทนข้าไม่ได้แล้ว”
“ถ้าหากไม่ได้ยินว่าเ้าเป็ลมล้มไป สาวใช้ปรนนิบัติส่วนตัวไม่รู้ว่าเ้าท้องได้สองเดือน คนทั้งเรือนก็ไม่ปรนนิบติอยู่ข้างกาย ข้าคงไม่เดินมาครั้งนี้” เฟิงซื่อจัดแจงแขนเสื้อ พูดช้าๆ ไม่ใส่ใจ
ซุยอี๋เหนียงพอได้ยินพลันเงยหน้ามองนายท่านใหญ่เซิ่น เห็นเขาแววตาเคร่งขรึมกำลังมองตัวเองอยู่ ทันใดนั้นก็กำมือแน่น ใจนางเต้นค่อนข้างเร็วเอ่ยกลับไป “ข้าน้อยมีระดูไม่สม่ำเสมอ ตัวข้าเองก็ไม่เคยคิดว่า…”
“อืม…” เฟิงซื่อขัดจังหวะนาง “มีแล้วดูแลตนเองดีๆ เถอะ นายท่านเอ็นดูเ้า เลยเมตตาคนอื่นๆ ด้วยละเว้นบ่าวไม่ได้ความทั้งเรือนนี้ ข้าก็ไม่ลงโทษแล้ว”
ชุยอี๋เหนียงที่ยังมีคำจะกล่าวถูกอุดอยู่ที่ลำคอ ในใจไม่พอใจยิ่ง รู้ว่าเฟิงซื่อมองอุบายเล็กๆ ของนางออกแต่ไม่ถือสา กลายเป็สงสัยขึ้นมากกว่า นายท่านใหญ่เสิ่นฟังแล้ว รู้ว่าทำไมเฟิงซื่อก่อนหน้านี้หงุดหงิดกับการกระทำที่ปกป้องคนของเขา เพียงแค่ยืนนิ่งเงียบไว้
ถึงอย่างไรเขาก็เป็ขุนนางขั้นที่สี่ ได้คิดเงียบๆ ก็เข้าใจว่าทำไมข้างกายซุยอี๋เหนียงไม่มีคนปรนนิบัติมันเกิดอะไรขึ้น เขาค่อนข้างหงุดหงิดที่ก่อนหน้าตนเองมองไม่ออก
เฟิงซื่อจัดการได้อย่างง่ายดาย ซิ่วอิ๋งตะลึงเช่นกัน เพื่อเรียกร้องความเป็ธรรมให้มารดา สายตาที่โกรธคู่หนึ่งมองชุยอี๋เหนียง
ความคิดของทุกคนแตกต่างกัน เฟิงซื่อเอ่ยอีกครั้ง “เ้าตั้งครรภ์ วันหลังไม่สะดวกปรนนิบัตินายท่าน แต่นายท่านชอบเ้ามาแต่ไหนแต่ไร เวลาที่มาที่นี่คงไม่น้อยลง งั้นเอาเช่นนี้ วันข้างหน้าหากนายท่านมาให้ซู่เอ๋อ ซู่เสวี่ยในเรือนเ้าปรนนิบติเขาดีๆ ส่วนเ้าดูแลร่างกายให้ดี…”
เฟิงซื่อพูดเสร็จล้วนไม่มองสามคนที่ตื่นตระหนกใสักนิด จูงซิ่วอิ๋งเดินออกไป
ซิ่วอิ๋งเกือบหัวเราะจนสำลักช้ำใน มารดาของนางคนนี้ถึงจะเรียกว่านำอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d
[1] ชื่อรัชสมัย มักตั้งขึ้นใหม่ทุกครั้งที่ฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์