บทที่ 25 ผู้ที่ผูกกระดิ่งต้องเป็ผู้แก้กระดิ่ง
สวี่เจาตี้รู้ดีว่า เื่ซุบซิบนินทาเกี่ยวกับตัวเธอทั้งหมดนั้น ล้วนแต่เป็ผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็คนแพร่กระจายออกไป
ผู้ที่ผูกกระดิ่งต้องเป็ผู้แก้กระดิ่ง*[1]
เมื่อเื่ราวเกิดขึ้นเพราะเธอ ก็ควรจบลงที่ตัวเธอเช่นกัน
สวี่เจาตี้กล่าวว่า "พี่สะใภ้ เื่ที่คุณไปฟ้อง ฉันเข้าใจได้
แต่คุณกลับพูดว่าฉันหนีตามชายชู้ไป เื่นี้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน มีคนพูดกันไปต่าง ๆ นานา
หมวกใบนี้มันใหญ่เกินไปแล้ว คุณไม่มีหลักฐานอะไรมาพูดจาเหลวไหล ผลที่ตามมาอย่างเบาก็คือตอนนี้คนในหมู่บ้านมองฉันเป็ผู้หญิงไม่ดี แอบด่าฉันลับหลัง ถ้าสถานการณ์รุนแรงขึ้น ครอบครัวของเราและเจี้ยนกั๋วก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย
พี่สะใภ้ ฉันเข้าใจว่าเมื่อก่อนคุณอาจไม่รู้ถึงความร้ายแรงของเื่นี้ แต่ตอนนี้คุณน่าจะเข้าใจแล้วใช่ไหม?
เฝิงซิ่วเจวียนโกรธจนกัดฟัน มันเป็เธอเองที่พูดบนรถว่าจะกลับไปหาชายหนุ่มที่หมู่บ้าน เธออาจจะเสริมแต่งเื่ราวบ้าง แต่ก็พูดตามความจริง
สวี่เจาตี้ยัยอ้วนคนนี้ช่างไม่รู้จักอายเอาเสียเลย หล่อนกำลังบอกชัด ๆ ว่าให้เธอยอมรับว่าข่าวลือที่แพร่ออกไปจากปากของเธอเอง
คราวนี้โชคร้ายจริง ๆ เธอรู้สึกได้ถึงความโกรธที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในตัวของเจียงต้าไห่
เฝิงซิ่วเจวียนกัดฟันตบหน้าตัวเอง แล้วพูดว่า "น้องสาว ครั้งนี้ฉันปากพล่อยเอง ฉันไม่เข้าใจถึงความร้ายแรงของเื่นี้ คุณวางใจได้ ต่อไปนี้เื่ของคุณ ฉันจะไม่พูดแม้แต่คำเดียวกับคนอื่นอีก"
สวี่เจาตี้แค่นเสียงในใจ ใครจะเชื่อล่ะ?
แต่ก็ไม่มีโอกาสต่อไปแล้ว
สวี่เจาตี้พูดว่า "พี่สะใภ้ พูดตามตรงนะ พวกเราล้วนมาจากหมู่บ้านเดียวกัน ไม่มีใครสูงส่งกว่าใคร
อีกอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เจียงกับเจี้ยนกั๋วของบ้านเราก็แน่นแฟ้นมาก พวกเราควรจะอยู่ร่วมกันอย่างดีด้วย
พูดตามตรง เื่ครั้งนี้มันใหญ่โตมาก ฉันไม่อยากให้อภัยคุณจริง ๆ แต่ฉันก็ไม่อาจปล่อยให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนส่งผลกระทบต่อมิตรภาพของพวกเขาได้ ใช่ไหม?
ฉันเห็นว่าพี่สะใภ้มาขอโทษด้วยความจริงใจ ดังนั้นฉันจะยอมรับคำขอโทษของคุณ"
ยอมรับ แต่ไม่ให้อภัย
คำพูดนี้ทำให้เจียงต้าไห่มองสวี่เจาตี้ด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปเป็ครั้งแรก
ผู้หญิงคนนี้สามารถพูดได้อย่างมีเหตุผลเช่นนี้ ช่างหาได้ยากจริง ๆ
เห็นได้ชัดว่าที่จริงแล้วเธอก็ไม่ได้โง่เขลาเสียทีเดียว
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าภรรยาของตนเองเป็คนรู้เื่รู้ราว แต่เมื่อเทียบกันในวันนี้ แค่เพียงประโยคที่เธอพูดออกมาเมื่อครู่ ภรรยาของเขาก็ไม่อาจเทียบกับเธอได้เลย
สวี่เจาตี้สร้างความประหลาดใจให้กับเฉินเจี้ยนกั๋วอีกครั้ง เฉินเจี้ยนกั๋วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เห็นว่าสวี่เจาตี้ไม่ได้เสียเปรียบ จึงไม่คิดจะแสดงความคิดเห็นใด ๆ
เฝิงซิ่วเจวียนกล่าวว่า "ขอบคุณน้องสาว"
ขอบคุณบ้าอะไร ยัยอ้วนตายซากคนนี้คราวนี้จัดการเธอเข้าแล้วจริง ๆ
เจียงต้าไห่กล่าวว่า "น้องสะใภ้ เื่นี้เป็ความผิดของภรรยาผม ผมได้ตำหนิเธอไปแล้ว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคุณครั้งนี้ ผมก็มีส่วนรับผิดชอบครึ่งหนึ่งด้วย
ผมขอรับรองกับคุณว่า ต่อไปจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน"
สวี่เ้าตี้กล่าวว่า "พี่เจียง อย่าพูดแบบนั้นเลย นี่เป็เื่ระหว่างพวกเราผู้หญิงกันเอง พวกคุณรับผิดชอบในการปกป้องบ้านเมือง ส่วนพวกเราดูแลครอบครัว
ฉันหวังเพียงว่า ต่อไปเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นน้อยลง จะดีกว่า"
เจียงต้าไห่รู้สึกละอายใจอย่างลึกซึ้ง เขามองเฉินเจี้ยนกั๋วแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า "ได้ พวกเราก็ได้บทเรียนแล้ว
งั้นพวกคุณพักผ่อนแต่หัวค่ำเถอะ พวกเราขอตัวกลับก่อนนะ"
เฉินเจี้ยนกั๋วกล่าวอย่างสุภาพว่า "นั่งต่ออีกสักพักเถอะครับ"
จ้างต้าไห่พูดว่า "ไม่เป็ไร ๆ พวกคุณก็พักผ่อนเร็ว ๆ เถอะ"
เฉินเจี้ยนกั๋วส่งพวกเขาไปถึงประตู รอจนพวกเขาลงบันไดไปแล้วจึงปิดประตู
เขาดูอารมณ์ดีมาก ในที่สุดเื่ก็จบลงอย่างราบรื่น และผลลัพธ์ก็เกินความคาดหมาย
สวี่เ้าตี้พูดว่า "โอ้ พวกเขาลืมเอาซาลาเปาไปด้วย"
"ในเมื่อเขาเอามาให้แล้ว ก็เก็บไว้เถอะ"
สวี่เจาตี้รู้สึกว่ามันยุ่งยากนิดหน่อย ั้แ่นี้เป็ต้นไป เธอไม่อยากมีเื่เกี่ยวข้องกับเฝิงซิ่วเจวียนแม้แต่น้อย แต่เมื่ออาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน การติดต่อที่จำเป็ก็ยังต้องมี
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สวี่เจาตี้จึงพูดว่า "งั้นวันหน้าคุณกลับมาให้เร็วหน่อย คุณนวดแป้งหมี่ขาวแล้วพวกเราจะห่อเกี๊ยว คุณเอาไปให้พวกเขาจานหนึ่ง พวกเราจะได้ไม่เอาเปรียบพวกเขา"
เฉินเจี้ยนกั๋วรู้สึกประหลาดใจมาก แต่ในใจก็ดีใจ
เธอเปลี่ยนไปจริง ๆ
ถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ชีวิตของพวกเขาในอนาคตจะต้องราบรื่นขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
เฉินเจี้ยนกั๋วไม่รู้ตัวว่ามุมปากของเขายกขึ้นเป็รอยยิ้มเล็ก ๆ แล้วพูดว่า "ตกลง"
สวี่เจาตี้คิดสักครู่ แล้วพูดต่อว่า "ฉันเคยทำผิดพลาดมาก่อน แต่ฉันเป็คนที่มีหลักการและจุดยืนในการใช้ชีวิต
ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน มีเื่หนึ่งที่ฉันต้องพูดกับคุณให้ชัดเจน
เมื่ออยู่ข้างนอก พวกเราต้องเป็หนึ่งเดียวกัน คอยปกป้องซึ่งกันและกัน"
ในนั้น อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีอะไรก็พูดกันตรง ๆ ห้ามทำหน้าบึ้งใส่คนอื่น
คุณคิดว่าได้ไหม?
เฉินเจี้ยนกั๋วหยุดคิดครู่หนึ่ง นึกถึงอดีต พวกเขาต่างคนต่างอยู่ ทั้งสองคนต่างทำหน้าบึ้งใส่กัน แต่ตอนนี้เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว
"ได้ ผมสัญญา"
หลังจากที่ทั้งสองคนตกลงกันเรียบร้อย สวี่เ้าตี้อาบน้ำเสร็จแล้วกลับเข้าห้อง เหตุการณ์ก่อนหน้าที่ถูกเขามองเห็นร่างกายนั้นเธอได้โยนทิ้งไปจากความคิดแล้ว
…
เจียงต้าไห่และเฝิงซิ่วเจวียนเดินเข้าประตูมาด้วยกัน เจียงต้าไห่พูดเสียงเ็าว่า "ต่อไปเธอควรเรียนรู้จากคนอื่นให้มาก ๆ ดูสิว่าคำพูดของเขาช่างไพเราะเสนาะหูเพียงใด"
เฝิงซิ่วเจวียนยังรู้สึกน้อยใจอยู่ในใจ จึงบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจว่า "ฉันก็แค่พูดเล่นเท่านั้น แต่บางอย่างก็เป็สิ่งที่เธอพูดเองนะ
คุณบอกสิ ทำไมเธอถึงฉลาดขึ้นมาทันทีแบบนี้?
ตอนแรกฉันเป็ฝ่ายถูก แต่ทำไมสุดท้ายฉันกลับกลายเป็ฝ่ายผิดไปได้?"
เจียงต้าไห่พูดอย่างเคร่งขรึม "เฝิงซิ่วเจวียน ฉันขอเตือนเธออย่างจริงจัง เื่นี้มันจบไปแล้ว ต่อไปห้ามพูดถึงอีก
นอกจากนี้ ต่อไปห้ามนินทาต่อหน้าพวกผู้หญิงพวกนั้นด้วย
ถ้ามีครั้งหน้าอีก เธอพาลูกกลับบ้านเกิดไปซะ"
เจียงต้าไห่ลุกขึ้นเดินเข้าห้อง ไม่อยากพูดถึงเื่นี้อีก
เฝิงซิ่วเจวียนยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดปัญหาขึ้นตรงไหนกันแน่
เฉินเจี้ยนกั๋วนอนอยู่บนเตียง พอหลับตาลงก็เห็นร่างกายท่อนบนขาวผ่องของสวีเ้าตี้
เขาพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ในหัวเต็มไปด้วยภาพของสวี่เจาตี้
เขาที่ปกติมีการควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยม คืนนี้กลับรู้สึกร้อนรุ่มทั้งใจและกาย
ระหว่างพวกเขามีเพียงผนังกั้นกลาง แต่ก่อนไม่เคยรู้สึกว่าผนังนี้มีอะไร แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันเกินจำเป็
เขารู้สึกกระวนกระวายใจ จึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเย็นในห้องน้ำ แล้วจึงค่อย ๆ ผล็อยหลับไป
ใน่ครึ่งหลังของคืน เฉินเจี้ยนกั๋วรู้สึกร้อนจนแทบบ้า ในภวังค์ เขาเห็นสวี่เจาตี้อยู่ใต้ร่างของตน ดวงตาคู่งามเปี่ยมไปด้วยความรักหวานซึ้งชวนให้หลงใหล ริมฝีปากสีชมพูใต้สันจมูกโด่งเปล่งเสียงหัวเราะอย่างเย้ายวน ข้างหูคือเสียงครางแ่เบาของเธอ
เฉินเจี้ยนกั๋วรู้สึกคอแห้งผาก เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จูบเธออย่างดุดันราวกับหมาป่า ทั้งสองกอดรัดกันแนบชิดสนิท ช่างเป็ความสุขสมอย่างยิ่ง
เมื่อฟ้าสาง เฉินเจี้ยนกั๋วตื่นขึ้นและรู้สึกถึงความชื้นที่ด้านหน้ากางเกงขาสั้น เขาจึงตระหนักได้ว่าเมื่อคืนนั้นเป็เพียงความฝันอันเร่าร้อน
เฉินเจี้ยนกั๋วตบหน้าตัวเองอย่างหงุดหงิด
ช่างน่าอับอายเสียจริง
ช่างไม่เอาไหน
แค่มองเพียงแวบเดียว แค่แวบเดียวเท่านั้น ก็ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วเหรอ?
เขาขยี้ผมของตัวเองอย่างหงุดหงิด ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วย่องออกไปล้างหน้าแปรงฟันและออกกำลังกายตอนเช้า เมื่อกลับมาก็แวะโรงอาหารเพื่อตักโจ๊กและกับข้าวเล็กน้อย พร้อมไข่ต้มสองฟอง
่นี้ พอได้ยินเสียงกล่าวคำขวัญ สวี่เจาตี้ก็ไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว
เมื่อเฉินเจี้ยนกั๋วถืออาหารเช้ากลับมา เธอล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วและกำลังเช็ดพื้นอยู่พอดี
เมื่อเขาเดินเข้ามา เห็นพื้นถูกขัดจนเป็มันวาว นึกถึงความฝันเมื่อคืน หูของเขาก็แดงขึ้นมาทันที
สวี่เจาตี้เดินออกมาจากห้องน้ำ เฉินเจี้ยนกั๋วไม่แน่ใจว่าเป็ความรู้สึกของเขาเองหรือไม่ แต่รู้สึกว่า่สองวันนี้เธอดูผอมลงไปนิดหน่อย
อีกอย่างหนึ่งคือรูปร่างของเธอ... วันนี้ดูเพรียวและสง่างามกว่าปกติ
[1] ผู้ที่ผูกกระดิ่งต้องเป็ผู้แก้กระดิ่ง (解鈴還須繫鈴人) ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า เรียนผูกต้องเรียนแก้ หมายถึง รู้วิธีทําก็ต้องรู้วิธีแก้ไข