ตอนนี้แลนซ์และแอนนามีเพื่อนใหม่เพิ่มมาสองคนแล้ว คือริชาร์ด และโดโรธี โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนแอสตรัลให้ผ่านพร้อมๆกันหมดทั้งสี่คน
และวันสอบคัดเลือกก็จะถึงในวันพรุ่งนี้แล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ทั้งสี่คนจะได้ทบทวนวิชาเวทมนตร์ที่พวกเขาอุตส่าห์ฝึกฝนกันมาตลอด ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกสถาณที่ซึ่งมีพื้นที่กว้างหน่อย นั่นคือป่าหวงห้ามซึ่งเต็มไปด้วยมอนสเตอร์อันตราย
สำหรับแลนซ์และแอนนา การเข้าเรียนเป็นการใช้เวลาว่างตลอดสามปีให้เป็นประโยชน์ เพราะเมื่อพวกเขาอายุสิบห้าแล้ว ทั้งสองก็จะเลือกเดินบนเส้นทางนักผจญภัยอิสระ คอยจัดการกับหายนะสีดำและมีรายได้จากตรงนั้น เมื่อหายนะสีดำหมดไป ทั้งสองจะวางมือและช่วยกันเลี้ยงดูโจแอนนาอย่างเต็มที่
แต่ทว่าริชาร์ดกับโดโรธีไม่เป็นเช่นนั้น การได้เรียนและจบจากโรงเรียนชั้นนำนั้นจะทำให้พวกเขามีอนาคต และสามารถทำงานในสมาคมจอมเวท หรือเป็นเจ้าพนักงานรัฐได้ การศึกษามันคืออนาคตของพวกเขา ดังนั้นแลนซ์และแอนนาจึงอยากสนับสนุน
ทั้งสี่นัดเจอกันที่ชายป่าหวงห้ามเวลากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่พวกมอนสเตอร์จะออกหากิน แน่นอนว่าบริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนย่างกรายเข้ามา นอกจากพวกนายพรานหรือคนจากกิลด์นักผจญภัย
“ทั้งสองคนจะต้องแข่งกันล่ามอนสเตอร์ในป่านี้” แลนซ์กล่าว “ไม่ต้องห่วง พวกเธอทั้งสองคนแข็งแกร่งพอที่จะจัดการมอนสเตอร์บริเวณนี้ได้หมดแล้ว”
ริชาร์ดและโดโรธีพยักหน้ารับ ไม่มีความสงสัยในแววตาของริชาร์ดแม้แต่น้อย ส่วนโดโรธีนั้นยังคงมีตื่นเต้นอยู่บ้าง เธอจึงเรียกสิงโตหินออกมาคุ้มกันตั้งแต่เนิ่นๆ โดยสิงโตหินของเธอคราวนี้ตัวสูงใหญ่กว่าสามเมตรแบบตอนแรก บ่งบอกถึงความชำนาญในการควบคุมของเธอที่พัฒนาขึ้น
“แอนนาจะไปกับโดโรธี” แลนซ์กล่าว “ส่วนฉันจะไปกับริชาร์ด โดยทั้งฉันและแอนนาจะไม่ช่วยต่อสู้กับมอนสเตอร์ พวกเธอต้องสู้เองถ้าพบเจอ”
ทั้งสองพยักหน้ารับ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปคนละทาง โดยโดโรธีและแอนนาเจอกับมอนสเตอร์หมู่ป่าทันทีเมื่อเข้าไปในป่า โดโรธีสั่งให้สิงโตหินเข้าต่อสู้กับหมูป่า สิงโตของเธอนั้นมีความใกล้เคียงกับสิงโตของจริงแล้วในตอนนี้ มันเข้าหาหมูป่าด้วยการกระโจนใส่ และกัดขย้ำคอจนมอนสเตอร์หมูป่าสิ้นชีพในไม่กี่อึดใจ
“โดโรธี เธอคุมโกเล็มพิทักษ์ป้อมปราการได้เป็นที่น่าพอใจแล้ว” แอนนากล่าว “ดังนั้นต่อไปห้ามใช้มัน ลองสู้ด้วยกำลังของเธอดูนะ”
“ค่ะ” โดโรธีพยักหน้า ก่อนที่ทั้งสองจะช่วยกันมองหามอนสเตอร์ เพื่อฝึกให้โดโรธีใช้เวทต่อสู้ด้วยตัวเอง เผื่ออยู่ในสถาณการณ์ที่ไม่อาจใช้เวทอัญเชิญได้
มหาเวทปราการผู้พิทักษ์ของโดโรธีนั้นเน้นเขตแดนและการอัญเชิญ ดังนั้นจุดอ่อนของเธอจึงเป็นการสู้แบบตัวต่อตัวหรือประชิด แต่นี่ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตายถ้าไม่หาทางแก้ แอนนาจึงสอนให้โดโรธีประยุกต์ใช้เวทควบคุมธาตุดิน ซึ่งอยู่ในบทย่อยของมหาเวทมาเสริมพลังตน
ดาบศิลาแกร่งใหญ่กว่าสามเมตรถูกห่อหุ้มบนเรเปียร์ของโดโรธี ก่อนที่เธอจะใช้มันฟาดฟันใส่มอนสเตอร์หมูป่าอีกตัวที่เจอ ด้วยระยะยาวของดาบประกอบกับศิลาเสริมพลังเวท จึงทำให้หมูป่าปีศาจสิ้นใจในการฟาดดาบเพียงครั้งเดียว ที่เธอทำแบบนี้ได้เพราะเธอสร้างเวทเขตแดนบนดาบของเธอ และอัญเชิญศิลาขนาดใหญ่มาห่อหุ่มใบดาบ
หลังจากนั้นโดโรธีจึงลองสร้างวงเวทเขตแดนบนอากาศ ด้วยการร่างวาดมันสดๆ แน่นอนว่าศาสตร์การร่างวงเวทบนอากาศนั้นยากที่สุดแล้ว เพราะเสี่ยงกับความไม่สมมาตรของตัววงเวท และผลลัพธ์ที่อาจด้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องทำ ถ้าอยากอยู่รอดเมื่อถูกประชิด
แท่งศิลาหินแหลมคมปรากฏบนวงเวทอากาศของโดโรธี และพุ่งเข้าหาหมาปีศาจสองหัวที่ดุร้ายกว่าหมูป่าปีศาจ แท่งศิลาหินนั้นกระแทกใส่หมาปีศาจสองหัวจนมันตกใจหนีไป แน่นอนว่านี่ยังไม่ดีพอ แต่สำหรับเด็กอายุสิบสิงถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
“สำเร็จแล้วค่ะ” โดโรธีกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ “แบบนี้ฉันสามารถสู้ไป และร่างวงเวทบนอากาศไปด้วยได้แน่ๆ หากฝึกเรื่อยๆ”
ระหว่างที่หมาป่าปีศาจกำลังหนีไปแอนนาร่างวงเวทบนอากาศอย่างชำนาญ วงเวทที่เธอร่างไม่ใช่วงเวทสำหรับปล่อยเวทตามปกติ หากแต่เป็นวงเวทเขตแดน แถมยังเป็นเขตแดนแบบติดตามตัวอีกด้วย
เวทเขตแดนของแอนนาพุ่งเข้าติดตามหมาป่าปีศาจในระยะประชิด ก่อนที่มันจะเรืองแสงสีแดงแล้วปล่อยใบดาบเพลิงร้อนๆทะลุร่างหมาป่าปีศาจผู้โชคร้าย การกระทำของแอนนาทำเอาโดโรธีกลืนน้ำลายคำโต
“อย่าให้มอนสเตอร์ประเภทสุนัขหนีไปได้” แอนนากล่าว “เพราะมันจะไปตามพวกมา...แต่ก็นะ เธอทำได้ดีแล้วแล้วล่ะ”
โดโรธีนั้นตะลึงกับการร่างวงเวทเขตแดนกลางอากาศของแอนนา มันรวดเร็วและทรงพลังกว่าของเธอ ซ้ำยังสามารถติดตามเป้าหมายได้โดยไม่เสียความสมมาตรของตัววงเวท นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเวทเขตแดนที่ทรงพลังขนาดนี้
“ขอโทษนะคะ คุณแอนนาใช้เวลาฝึกกี่ปีกัน ถึงทำได้ขนาดนั้น”
“จำไม่ได้เหมือนกัน” แอนนากล่าวก่อนจะเรียกวงเวทเขตแดนมาประจำอยู่ด้านหลังของเธอ “แต่เดี๋ยวอีกหน่อยเธอก็ทำได้”
เนื่องจากมหาเวท ซอร์ด อินเฟอร์โน่ มหาเวทเก่าของแอนนานั้นอาศัยพลังจากเทพธิดาวัลไคเรีย ต้องใช้เวทเขตแดนประกอบเพื่ออัญเชิญศาสตราเทพ ทำให้แอนนามีความชำนาญในการสร้างวงเวทเขตแดน ดังนั้นเธอจึงเหมาะที่จะฝึกสอนโดโรธีมากที่สุด
และการนำวงเวทเขตแดนมาใช้แทนวงเวทปกตินั้นมีข้อดีอยู่ นั่นคือเราจะประหยัดมานาในขั้นตอนกระบวนการก่อร่างวงเวท และร่ายเวทได้เร็วกว่าวงเวททั่วไป แต่แน่นอนว่ามันต่างกันไม่มาก จอมเวทที่มีความชำนาญแล้วจึงไม่ได้สนใจเวทเขตแดน หากว่าตนไม่ได้ใช้เวทประเภทเขตแดนหรืออัญเชิญ
ตัดมาทางด้านของแลนซ์ แลนซ์กำลังลอยตัวกลางอากาศดูริชาร์ดใช้วิชามหาเวทตัดผ่าสวรรค์ (Heaven Slash) สู้กับฝูงหมาป่าปีศาจสองหัวที่เข้ามารุม วิชาของริชาร์ดเป็นการสู้ระยะประชิดด้วยอาวุธ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่กำลังกายที่แข็งแกรง และพลังลมปราณในร่าง หรือที่วิชาเวทเรียกกันว่า การโคจรประสานเวท
ลำแสงสายฟ้าซึ่งผ่านตัวดาบตวัดร่างของปีศาจหมาป่าออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย ก่อนที่ริชาร์ดจะใช้เวทดาบสายฟ้าขยายความยาวของการโจมตีเป็นห้าเมตร แล้วตัดผ่าหมาป่าที่อยู่ไกลออกไปอีกสองตัว
แค่เพียงสองกระบวนท่า หมาป่าปีศาจสองหัวสามตัว จากสิบตัวก็ถูกสังหารไปแล้ว ทำให้ที่เหลือเริ่มระวังตัวกันมากขึ้น และเริ่มล้อมวงดูริชาร์ดจากที่ไกลๆ
“คิดว่าการโอบล้อมและโจมตีทีเผลอจะได้ผลสินะ” ริชาร์ดกล่าว “แต่เสียใจด้วยพวก ฉันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
วงมหาเวทขนาดใหญ่กว่าหนึ่งเมตรปรากฏบนหัวของริชาร์ด ก่อนที่ริชาร์ดจะชูดาบขึ้นฟ้า สายฟ้าจากวงเวทผ่าลงกลางดาบนับไม่ถ้วนและไหลผ่านวนรอบตัวเขา ทำให้ร่างกายของริชาร์ดเต็มไปด้วยพลังของเวทจากธาตุสายฟ้า
จังหวะนี้มีหมาป่าปีศาจตัวหนึ่งเห็นช่องว่าง มันพุ่งเข้ามาหาริชาร์ดหมายจะขย้ำคอ แต่แล้วจู่ๆร่างของมันก็เกิดควันคละคลุ้ง ก่อนที่ร่างของมันจะแข็งทื่อร่วงลงกับพื้น และลุกไหม้ในทันที
มันถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตตายคาที่ เมื่อคิดจะเข้ามาใกล้ริชาร์ด ริชาร์ดนั้นไม่เป็นอะไรเพราะมันเป็นพลังของเขา แต่ไม่ใช่กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
พื้นดินรอบบริเวณมหาเวทเริ่มร้อนและมีควันครุกรุ่น ในขณะที่ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มแห้งตายและเหลืองกรอบหลังจากริชาร์ดใช้พลังเวท แม้จะดูน่าเกรงขามและรุนแรง แต่นี่เป็นผลลัพธ์จากการที่ริชาร์ดยังคุมพลังได้ไม่นิ่ง พลังทำลายเลยกระจายไปสู่สภาพแวดล้อมภายนอกเกินจำเป็น
แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว สำหรับการเริ่มต้นใช้มหาเวทครั้งแรก ริชาร์ดเริ่มร่ายเวทบทอัญเชิญทันที
“พลังแห่งกิเลนสวรรค์จงฉีกกระชาก วัชระจากฟากฟ้าจงลงมาสถิตย์ในดาบ จงทลายอุปสรรคที่กั้นขวางตัวข้าทั่วทุกแห่งหน เฮฟเว่น แสลช!!”
เกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนแสบแก้วหู พร้อมกับลำแสงสายฟ้ากระจายออกไปแปดทิศ เมื่อริชาร์ดทำการตวัดดาบอย่างแรง ความเร็วในการโจมตีและความรุนแรงของมหาเวท ทำเอาหมาป่าปีศาจอีกหกตัวที่เหลือตายกันหมด ไม่มีรอดแม้แต่ตัวเดียว พวกมันทุกตัวนอนขาชี้ฟ้า พร้อมร่างกายที่มีควันครุกรุ่นสุกไหม้
“ยอดเยี่ยม” แลนซ์กล่าวพลางปรบมือ “แบบนี้ยังไงก็สอบผ่านรอบคัดเลือกแน่ๆ”
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้นครับ อาจารย์แลนซ์” ริชาร์ดกล่าวพลางหายใจหอบแรงๆหนึ่งที ก่อนที่เขาจะโคจรประสานเวทปรับพลังมานาในร่าง เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับผลกระทบจากการใช้มหาเวท “สามเดือนผมยังฝึกได้ขนาดนี้ ไอ้พวกที่โตมากับเวทมนตร์มันจะไปถึงไหนแล้วนะ”
“มั่นใจในตัวเองหน่อย” แลนซ์กล่าวพลางตบบ่าริชาร์ด เขาแอบสะดุ้งชักมือกลับ เพราะยังคงมีไฟฟ้าสถิตย์เหลือในร่างของอีกฝ่าย
“อยู่นี่เอง” เสียงแอนนาดังมาจากด้านหลังของแลนซ์ เมื่อเขาหันไปมองก็เห็นเธอเดินมากับโดโรธี
“ล่าได้กี่ตัวคะ” โดโรธีกล่าวก่อนจะมองซากหมาป่าปีศาจที่กำลังนอนแอ้งแม้งขาชี้ฟ้า เธอถึงกับตกตะลึงเมื่อนับจำนวนของมัน
“ริชาร์ด เธอชนะแล้วล่ะค่ะ ทางฉันได้แค่ห้าตัวเอง”
“ถึงจะห้าตัว” แอนนากล่าว “แต่ห้าตัวของโดโรธีสามารถขายให้กิลด์นักผจญภัยได้ค่ะ เพราะวัตถุดิบจากร่างของมอนสเตอร์ไม่เสียหาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ริชาร์ดจึงหันไปดูมอนสเตอร์ของอีกฝ่าย ที่สิงโตหินลากมากองรวมกัน หมูป่าปีศาจห้าตัวล้วนนั้นอยู่ในสภาพที่เสียหายน้อยมาก สามารถเก็บไปให้กิลด์นักผจญภัยเพื่อตีราคาได้เลย
แต่ทว่ากลุ่มของแลนซ์ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับขนชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจทำลายศพทิ้งทั้งหมด เพื่อป้องกันพวกมันฟื้นคืนขึ้นมาเป็นอันเดด หรือถูกหายนะสีดำมาปล่อยเมล็ดพันธุ์ใส่จนกลายเป็นหายนะสีดำตัวต่อไป
“วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะ” แลนซ์กล่าวขณะที่ทุกคนรวมตัวกัน ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายกว่าๆ พวกเขาเลยเวลาอาหารเที่ยงมาแล้ว “เสร็จแล้วเราจะไปฉลองกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการสอบคัดเลือกพรุ่งนี้ ดีไหมทุกคน”
ทั้งแอนนา โดโรธี และริชาร์ดต่างพยักหน้ารับ แต่ทว่าในขณะที่กลุ่มของแลนซ์กำลังจะออกจากป่านั้นเอง แลนซ์นั้นกลับพบกับคนรู้จักเสียก่อน
“ไง ทารกแห่งวงการเวทมนตร์”
ผู้กล่าวคำนี้คือคาลอส เพื่อนร่วมห้องตัวแสบของริชาร์ดนั่นเอง เขามีองครักษ์เป็นจอมเวทในชุดคลุมสีขาวคุ้มกันสองคน และด้านหลังมีไอวี่ หญิงในดวงใจของริชาร์ดตามมาด้วย
“สวัสดีค่ะทุกคน” ไอวี่กล่าวทักทายกลุ่มของแลนซ์ “ตรงนี้มันอันตรายนะคะ ไม่ทราบว่ามาทำอะไรกันหรือ”
“ถามได้” ริชาร์ดกล่าว “ก็มาฝึกซ้อมน่ะสิ”
“ฝึกซ้อมหรือ” คาลอสกล่าวพลางยิ้มเยาะ “แต่เอาเถอะ ถ้าใช้ถึงสี่คน การล้มหมูป่าปีศาจสักตัวสองตัว ก็คงทำได้ไม่ยาก”
ในขณะที่ริชาร์ดกำลังจะกล่าวโต้กลับ แอนนานั้นเอามืออุดปากริชาร์ดเสียก่อน จังหวะนั้นแลนซ์จึงเอ่ยถามทันที
“พวกนายใช้สองคนล้มหมูป่าปีศาจหรือ” แลนซ์เอ่ยถามคาลอส อีกฝ่ายไหวใหล่ก่อนจะตอบ
“ถ้าเมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตัวฉันในตอนนี้พัฒนาจนสามารถสู้กับหมาป่าปีศาจได้ถึงสองตัวเลยนะ...พูดแล้วจะหาว่าคุย หมาป่าปีศาจสองหัว มอนสเตอร์ระดับซีน่ะ พวกนายเคยเห็นไหม”
“ส่วนฉันล้มมันได้หนึ่งตัวจ้า” ไอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง “วิเศษไปเลยใช่ไหม”
หัวใจของริชาร์ดเต้นแรงๆหนึ่งที มันเต้นแรงเพราะความภาคภูมิใจ ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังคุยไว้ถึงการฆ่าหมาป่าปีศาจได้สองตัว แต่ตัวเขานั้นสามารถจัดการได้สิบตัว มากกว่าอีกฝ่ายถึงแปด เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความเหนือกว่า และภาคภูมิใจกับความเหนือกว่านี้
“คาลอสเก่งใช่ไหมล่ะริชาร์ด” ไอวี่กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ทางริชาร์ดเองก็สู้ๆนะ พรุ่งนี้สอบคัดเลือกแล้วด้วยสิ ต้องพยายามนะ เพราะแอสตรัลมีพวกลูกขุนนางจากหลายอาณาจักรมาสมัครด้วย”
“อืม จะพยายาม” ริชาร์ดกล่าว “ไว้เจอกันที่โรงเรียนนะ”
กลุ่มของแลนซ์ไม่มีใครพูดอะไรต่อ พวกเขาตัดสินใจเดินกลับเข้าเมืองเพื่อเฉลิมฉลอง ทิ้งกลุ่มของคาลอสไว้เบื้องหลัง
“คุณหนูครับ ในระยะยี่สิบกิโลไม่มีหมาป่าปีศาจสองหัวอยู่เลย”
คนคุ้มกันของคาลอสคนหนึ่งกล่าวเมื่อใช้เวทตรวจจับ ก่อนที่เขาจะกลืนน้ำลายคำโต เพราะเขาตรวจสัญญาณการใช้พลังงานจากมหาเวทที่หลงเหลือได้ รวมทั้งเวทเขตแดนที่ถูกทิ้งร่องรอยเอาไว้อย่างไม่ใส่ใจอีกหลายจุด
“สงสัยเพราะเราล่าหมูป่าเกินไป มันเลยไม่มาหากินแถวนี้” คาลอสกล่าว “งั้นวันนี้ถือว่าซ้อมมือเบาๆ ฆ่าเฉพาะหมูป่าปีศาจแล้วกันเนอะ ไอวี่”
“ค่ะ” ไอวี่ยิ้มรับ ก่อนจะกระชับไม้เท้าเวทของเธอแน่น “พวกเรามาพยายามกันเถอะ”