ตอนที่ 41 รังซอมบี้
กัสยืนอยู่ที่ริมหน้าต่างกำลังมองไปยังภูเขาด้านหลังโรงเรียนซึ่งมันเชื่อมต่อกับผืนป่าที่อันตราย มีสัตว์กลายพันธุ์อยุ่ในพื้นที่นี้จำนวนมากป่าในแถบนี้ถ้าจะเรียกว่าป่าดิบชื้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว มันเป็นสภาพป่าที่เกิดจากการปรับตัวของพืชให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่มีใครรู้ว่าก่อนจะเป็นป่ามันเป็นเมืองถนนนอกเมือง ชนบทหรือป่าดั้งเดิมจริง ๆ
แต่ที่นั่นมีการค้นพบฐานทัพทหารในช่วงแรกมีผู้เล่นลอร์ดหลายคนแอบเสียดาย ถ้าสามารถเลือกฐานทัพนี้เป็นค่ายได้ คงจะดีไม่น้อยแต่นั่นก็เป็นได้แค่ความเพ้อฝันเท่านั้น
ค่ายแห่งนั้นอยู่ลึกในป่าที่ไม่รู้จักมีซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์อยู่จำนวนมากแค่ระยะเวลาในการเดินทางเข้าไปก็เกือบจะหมดเวลาไปทั้งวันแล้ว
กัสวางแก้วในมือลงแน่นอนว่าเขาไม่ได้ดื่มแอลกอฮอร์ แต่เป็นน้ำอัดลมธรรมดาเท่านั้น
ชีวิตของเขาหลงอยู่ในการต่อสู้และความเมามานานแล้วมันทำลายเขาในหลาย ๆ ด้าน จนกว่าจะมีความแข็งแกร่งที่มากพอเขาจะไม่หยิบของพวกนี้ขึ้นมาดื่มง่าย ๆ
อีกอย่างปัจจุบันอายุเขายังไม่20 ปีด้วยซ้ำ เขาจึงไม่อยากรีบร้อนทำลายร่างกายขนาดนั้น
“พวกนั้นคงใกล้จะถึงกันแล้วทางเราก็ต้องเตรียมตัวได้แล้ว ไปหาพันธมิตรกัน” กัสกล่าวก่อนจะหันกลับมาด้านหลังมีแอรีสลิชและสุดท้ายคือฮันน่า
...
กลับมาที่ออสก้า เบนจามิน เลียมและมาโครพวกเขาต่างก็ยืนมองสิ่งที่เห็นอยู่ด้านหลังของต้นไม้ใหญ่สิ่งที่เห็นนั้นคือซอมบี้ที่นอนขดตัวกันอยู่ในเงาของต้นไม้พวกมันพยายามแทรกตัวลงในดิน มีใบไม้ปกปิดตามตัวเท่าที่จะทำได้
จากจำนวนแล้วมีซอมบี้อย่างน้อยหลายร้อยตัวกระจัดกระจายไปรอบพื้นที่
ออสก้าไม่มีสีหน้าของความตื่นตระหนกเลยค่อย ๆ ถอยออกมารวมกับคนอื่น ๆ เบนจามินรีบเตือนสหายทั้งสองคนพวกเขาก็แสดงความเป็นมืออาชีพเช่นกัน
ถอยกลับมารวมและพูดคุยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“พวกเราอยู่ในรังของซอมบี้”เบนจามินเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้กับออสก้าฟังเพราะกลัวเขาไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
ออสก้าตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ ข้างกันก็มีอมีเลียและทหารที่ปรึกษาอีกนายที่ยืนฟังด้วยทั้งสามราวกับผู้ฟังทีดีไม่พูดแทรกใด ๆ ทั้งนั้น
กระทั่งเบนจามินกล่าวจบก็ยังไม่แน่ใจว่าพวกเขาเข้าใจสถานการณ์นี้หรือไม่
“เราตกอยู่ในอันตรายพวกคุณเข้าใจไหม เราจะถอยกันก่อนหรือเดินหน้าต่อ”
ออสก้าและอมีเลียต่างก็หันกลับไปมองทหารที่ปรึกษาข้างๆ รอคำตอบเช่นกัน
เบนจามินประหลาดใจเล็กน้อยเพราะคิดว่าออสก้าและอมีเลียคือคนตัดสินใจในที่นี้แต่กลับพบว่าพวกเขาให้ความสนใจกับทหารที่ปรึกษาที่สวมฮู้ดคนนั้นแทน
“ท่านฮอร์คิงว่ายังไง”ออสก้าเอ่ยปากถามขึ้นมา
“สำรวจรอบ ๆหาจำนวนที่พอจะประเมินได้ว่ามีซอมบี้มากแค่ไหน ระหว่างนั้นก็ทำแผนที่และตำแหน่งไปด้วยเลย”ฮอร์คิงกล่าวสั้น ๆ ราวกับกระชับ
ออสก้าและอมีเลียเริ่มกระจายคนของตัวเองและสำรวจโดยไม่สนใจท่าทีของทั้งสามคนอย่างเบนจามินและพรรคพวกเลย
พวกเขาได้แต่ยืนดูคนพวกนี้ที่ไม่เกรงกลัวฝูงซอมบี้แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้ว่าพวกของออสก้านั้นใกล้ชิดกับซอมบี้แค่ไหน
คนอื่น ๆ อาจจะหวาดกลัวแต่พวกเขากลับมองซอมบี้เหล่านั้นเป็นแค่พวกที่ไม่ได้รับโอกาสในการเปลี่ยนจากท่านลอร์ดเท่านั้นเอง
“คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมดไม่กลัวรังของซอมบี้หรือยังไง”
“เราเอายังไงต่อ”
“ถอยก่อนไหมถ้ารังซอมบี้โดนรบกวน ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครรอดแน่”
เบนจามินคิดสักพักก่อนจะกล่าว“รอดูสถานการ์ก่อน พวกนี้คงไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงหรอกน่า”
หลังจากรอสักพักข้อมูลหลายชุดก็ถูกส่งมาให้กับฮอร์คิงทหารที่ปรึกษาฮอร์คิงเริ่มวาดตำแหน่งที่ถูกรายงานเป็นภาพในสมองจากนั้นเขาก็พยักหน้าและสั่งให้เดินไปยังทิศทางหนึ่งในทันที
“เส้นทางนั้นออกจากตรงนี้ได้แต่ต้องระวังไว้ด้วย เพราะนั่นเป็นเพียงช่องโหว่ของรังนี้” ฮอร์คิงกล่าวจบก็เงียบไปอีกครั้ง
ออสก้ากลับมาทำหน้าที่นำทหารของตัวเองเดินทางต่อทันที
ตลอดกระบวนการไม่มีการร้องขอให้ทั้งสามคนช่วยเหลือแต่พวกเขากลับมองดูอยู่และติดตามทุกสถานการณ์
“แค่นี้?” เลียมไม่เข้าใจ
“ตามไปแต่ระวังตัวเอาไว้ด้วย” เบนจามินเตือนพวกเขา
“ทำไมต้องระวังด้วยล่ะ”เลียมถามอย่างสงสัย
มาโครด้านข้างอธิบายแทน“คิดว่ายังไง ทำไมพวกซอมบี้ถึงเว้นเส้นทางตรงนั้นไว้”
เลียมคิดตามและเข้าใจได้ในทันที
มีคนเยอะฝีเท้าย่อมไม่เบาเวลาผ่านไปย่อมมีซอมบี้ที่อยู่ใกล้ ๆ บางตัวตื่นขึ้นมาแต่ว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะได้ลืมตาก็โดนหอกของออสก้าแทง
ปัง!!!
ขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกันได้อย่างปลอดภัยตอนนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากทางด้านขวามือป่าทั้งหมดที่เคยตกอยู่ในความเงียบก็เริ่มลืมตาตื่นขึ้น
ฝูงนกที่พบเห็นได้ยากในโลกภายนอกพากันกระพรือปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพวกมันบินเป็นวงกลมไม่กล้าลงมาง่าย ๆ นกพวกนี้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมมันแข็งแกร่งกว่านกปกติทั่วไป
ถึงอย่างนั้นนกพวกนี้ก็ไม่ได้ลงมาโจมตีพวกเขาเพราะมันกลัวสิ่งที่มากับเสียงปืนมากกว่าหรือไม่ก็พวกมันแค่รอเก็บส่วนที่เหลือ
รังซอมบี้รอบ ๆ เหมือนกับถูกกระตุ้นพากันเคลื่อนไหวช้าๆ แววตาที่ขุ่นมัวของพวกมันกำลังมองมาที่เบนจามินและพรรคพวก กลับกันมันกลับมองข้ามทหารมืดไปจนหมด
พวกเขาก็ไม่ทันได้สังเกตเหมือนกัน เพราะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ใครจะมีเวลามาสังเกตคนอื่นๆ
“รีบออกไปจากที่นี่”
เบนจามินแม้จะมีฉายานักฆ่าซอมบี้ที่โด่งดังในหอคอยชั้นแรกแต่ว่าเขาไม่ได้ทรงพลังขนาดรับมือกับฝูงซอมบี้นับพัน ๆ ตัวได้แบบนี้
ออสก้าพยักหน้าเห็นด้วยแม้จะไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับซอมบี้พวกนี้ แต่ภารกิจของพวกเขาคือสนับสนุนคนทั้งสามคนพวกนี้เหมือนกับเนื้ออันโอชะที่เดินอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้หิวโหยยังไงก็ปิดบังไม่มิด
และกัสก็ย้ำแล้วว่าห้ามเปิดเผยตัวตนของพวกเขาเด็ดขาด
ทั้งกลุ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดในทันทีซอมบี้ที่ขวางทางอยู่ถูกเบนจามินฆ่า แต่จะเลือกฆ่าเฉพาะตัวที่ขวางทางจริง ๆเท่านั้น เพื่อไม่ให้ความเร็วลดลง
ทหารมืดวิ่งตามด้านหลังแต่สุดท้ายความเร็วก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งทำให้ระยะห่างของเบนจามินกับทหารมืดทิ้งห่างกันเรื่อยๆ
“บ้าจริงทหารพวกนี้อ่อนแอกว่าเราเกินไปถ้าวิ่งแบบนี้พวกเขาโดนทิ้งแน่” มาโครเตือน
“ช่างพวกมันก่อนไหม เราช้าก็ตายเหมือนกัน” เลียมหันมาพูดขณะที่พึ่งระเบิดสมองของซอมบี้ตัวหนึ่งด้วยมือเปล่า
เบนจามินในตอนนี้ไม่ได้หันกลับไปมองเพราะสายตาของเขาถูกดึงดูดโดยเสียงปืนที่ดังมาจากข้าง ๆพวกเขาทั้งสามไม่มีใครใช้ปืน เพราะมันจะทำให้สถานการณ์แย่ลง
แล้วใครกันที่ใช้ปืนจนปลุกรังซอมบี้ ไม่นานคำตอบก็ปรากฏเมื่อมีกลุ่มผู้เล่นนักผจญภัยนับสิบคนกำลังวิ่งหนีตายมาทางพวกเขาแต่ละคนมีปืนคนละกระบอก พากันยิงใส่ซอมบี้ที่ไล่ตามมาด้านหลัง
ซอมบี้มาจากทุกทิศทางไม่นานพวกเขาก็โดนรุมกินทีละคนจนเหลือกันอยู่แค่ 5 คนเท่านั้น
นักผจญภัยเหล่านั้นเลือกจะวิ่งมาหาเบนจามินและพรรคพวก
“บ้าเอ้ย พวกมือสมัครเล่นพวกมันมาทำบ้าอะไรกันที่นี่” เลียมตวาดอย่างโมโห
มือสมัครเล่นที่ว่านั้นก็คือผู้เล่นนักผจญภัยระดับต่ำพวกนี้อย่างมาก็แค่มีพลังระดับพื้นฐานขั้นกลาง ค่าความแข็งแกร่งที่ 45-50 หน่วยเท่านั้น
“ไม่ใช่พวกธรรมดาหรอก มีอาวุธครบมือแต่โง่เกินไป” มาโครวิเคราะห์
มีผู้เล่นอยู่มากในหอคอยชั้นแรกหลายกลุ่มโด่งดัง แต่หลายกลุ่มก็งั้น ๆ พวกนี้เป็นอย่างหลังมีอาวุธครบมือแต่ขาดประสบการณ์ ส่วนใหญ่ก็ตายกันลักษณะนี้
“พวกมันจงใจ หาทางทิ้งห่างจากพวกมันเร็วเข้า”เบนจามินมองหาทางรอด
ตอนนั้นก็มีเสียงตะโกนเรียกพวกเขาเป็นเสียงของออสก้า
“ทางนี้”
ออสก้าเรียกทั้งสามคน ซึ่งตอนนี้กำลังตรึงกำลังอยู่ที่แนวหินซึ่งด้านหลังเป็นผาสูงตระหง่าน ทหารมืดที่ถือโล่เบากลมทั้งหมดเริ่มใช้โล่เหล็กที่พกมาด้วยสร้างเป็นกำแพงป้องกันขึ้นมา
การเข้าป่าในครั้งนี้ไม่ได้มีโล่หนักขนาดเท่าบานประตูมาด้วยเพราะว่าการเคลื่อนที่ในป่าทหารโล่หนักที่เชื่องช้าและยังต้องแบกโล่หนัก ๆ จะกลายเป็นภาระอย่างมาก
โล่พวกนี้คือโล่ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ ด้วยพิมพ์เขียวโล่กลมเบาT1 ขนาดมันเล็กกว่าโล่ที่ทำจากประตูแต่ยังใช้งานได้
“ไปหาพวกเขา” เบนจามินตะโกนบอก
เลียมและมาโครไม่มีความลังเล รีบทำตามคำสั่งของเบนจามินพวกเขารอดมาได้หลายครั้งเพราะเชื่อใจการตัดสินใจของชายคนนี้
แม้ว่าทหารพวกนั้นจะยืนหลังชนกำแพงหินและเบนจามินเลือกจะไปหาพวกเขาก็ยังทำตาม
ทั้งสามพากันวิ่งเข้าไปหาทหารมืดเหล่านั้น ขณะที่ออสก้ายกมือขึ้นให้เหล่าทหารโล่เปิดทาง
ทหารโล่คนหนึ่งเบี่ยงตัวหลบเบนจามินกับพวกอีกสองก็พุ่งผ่านช่องว่างนั้นเข้าไปด้านในทันทีก่อนที่โล่จะกลับมาปิดอีกครั้ง
ซอมบี้ตัวหนึ่งที่ไล่ตามหลังทั้ง 3มาถูกกระแทกด้วยโล่จนกระโหลกใบหน้ายุบหงายหลังกลับไปยังทางที่มันวิ่งมา ก่อนจะโดนซอมบี้ตัวอื่นๆ วิ่งมาเหยียบซ้ำจนตาย
ซอมบี้นับร้อยหรืออาจจะมากกว่านั้นวิ่งเข้ามากระแทกใส่พวกทหารโล่ที่อยู่ด้านนอกทหารมืดด้านในใช้หอกแทงผ่านช่องว่างของโล่ทั้งด้านบนและด้านข้าง เพื่อฆ่าซอมบี้ที่เข้ามาโจมตี
แต่นี่เป็นแค่การยื้อเวลาเท่านั้นด้านหลังพวกเขาคือกำแพงหินตั้งฉากราวกับหน้าผา สูงห้าสิบเมตร
“ปีนขึ้นไป” ทหารที่ปรึกษาผู้สวมฮู้ดกล่าวขณะชี้ไปด้านหลัง
ไม่มีใครรอช้าทุกคนต่างก็พากันปีนขึ้นไปบนหน้าผานั้นทันทีทหารค่อย ๆ ลดจำนวนลงและถอยหลังหลังชิดกำแพงหินมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เดี๋ยว! เราจะทิ้งพวกเขาไว้แบบนี้เหรอ”เบนจามินอดที่จะหันมาถามไม่ได้
ออสก้าไม่ได้พูดอะไร ซึ่งนั่นก็ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้ว
“หัวหน้าทหารด้านล่างจะตายกันหมด” มาโครหันกลับไปมองทหารโล่ที่โดนรุมล้อมโดยซอมบี้นับไม่ถ้วนมันมีเป็นพันตัวแล้ว
“ไปกันต่อ” เบนจามินกัดฟันปีนขึ้นไปต่อ
ทหารเหล่านี้อยู่ภายใต้ลอร์ด มีออสก้าเป็นผู้นำอีกฝ่ายตัดสินใจแล้วเขาก็เข้าไปยุ่งไม่ได้
ตอนนี้ในใจของเบนจามินกำลังเต็มไปด้วยความโกรธต่อพวกนักผจญภัยที่ทำรังซอมบี้ปั่นป่วนพวกนั้นไม่รู้ว่ามันรอดไปได้หรือไม่ แต่ถ้าได้พวกมันจะต้องชดใช้กับเหตุการณ์ครั้งนี้