ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบสี่ ผู้บัญชาการองครักษ์วังหลวง3
นี่คือเรื่องราวของอำนาจที่หลายคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่
ตามตำราของจวงจื้อมีพี่ชายของนางสนมคนโปรดของท่านอ๋องท่านหนึ่งเป้นคนไม่เอาไหนเกกมะเหรกเกเรไปวันวัน
ท่านอ๋องคิดว่ามอบงานสำคัญให้ไม่ได้จะทำให้เสียหายจึงมอบหมายหน้าที่ให้
นับดาวบนฟ้า
แต่อำนาจเพียงแค่
นับดาวบนฟ้า
นั้นไปอยู่ในมือของคนนิสัยไม่ดีเกกมะเหรกเกเรแล้วมันก็กินความให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปได้
โดยพี่ชายกินความอำนาจ “นับดาวบนฟ้า”ของตนเองให้กินความไปถึง
การควบคุมการจุดเตาไฟของชาวบ้าน
ด้วยข้ออ้างที่มีแต่คนที่มีพรสวรรค์ทางด้านโกงกินมาแต่กำเนิดจิตใจวิปริตต้องการทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน อยู่สงบสุขไม่ได้เท่านั้นที่จะคิดขึ้นมาได้
ทำให้ชาวบ้านต้องจ่ายค่าสินบน ภาษีค่าปรับต่างๆหากต้องการจุดเตาไฟด้วยเหตุผลข้างๆคูๆว่า
การจุดไฟของชาวบ้านรบกวนการนับดาวของตนเอง
เหมือนเรื่องตลกที่ตำรวเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายเคยมีคำพูดเปรยๆเกี่ยวกับการมีทนายมาในคดีว่า
ทำให้การทำงานของพวกเขายากขึ้น
ทั้งที่พวกเขามีหน้าที่รักษากฎหมายแท้ๆ
แต่การรักษากฎหมายตีความอย่างเคร่งครัดจำกัดขอบเขตอำนาจหน้าที่
จะทำให้อำนาจ
ดุลยพินิจ
ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการต่างๆลดน้อยถอยลง
ตั๋งฮวงไม่คิดว่าตนเองจะมีพรสวรรค์ในด้านโกงกินและการเป็นขุนนางกังฉินมาแต่กำเนิดขนาดพี่ชายของนางสนมผู้นั้น
จึงทำได้เพียงแค่ใช้อำนาจในขอบเขตหน้าที่ของตนเองเท่านั้น
ในยุคศักดินาล้าหลังเช่นนี้ที่ระบบกฎหมายไม่เข้มงวดชัดเจนทำให้
การนับดาวบนฟ้า
กลายเป็น
การควบคุมการจุดเตาไฟของชาวบ้าน
สร้างความเดือดร้อนแก่คนทั่วไป
อาจจะเพราะคนพวกนี้โลภโมโทสันขาดจิตสำนึกจากสมุดปกแดงตามแนวทางของท่านเหมาไท่จู่
เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
คิดแต่จะกัดกินพี่น้องพวกพ้องร่วมชาติประเทศชาติจะเหลืออะไรกันเล่า?
“เตรียมทรายและดินและน้ำไว้ให้เรียบร้อยต่อไปนี้ข้าจะเริ่มก่อตั้ง
ค่ายผจญเพลิง
ขึ้นมาในนครหลวงแห่งนี้”
ผมฉวยโอกาสตั้งหน่วยงานที่ช่วยในด้านการป้องกันอัคคีภัย..ที่อยู่ใต้อำนาจของผมขึ้นมาดื้อๆ