เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 113 เบาะแสสู่มหาสุสาน


    เสือเขี้ยวดาบลายครามถูกปราบลงได้แล้ว ปิดตำนานสัตว์ร้ายที่สร้างความสะพรึงไปทั่วทุกหนแห่งที่มันได้เหยียบย่างไปถึง แม้จะปราบมันลงได้แต่หมู่บ้านบัลโลก็พินาศไปท่ามกลางกองเพลิงเช่นกัน แกรนด์กวาดมองสายตาไปรอบๆพลางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมเขาถึงจริงจังในการก่อสร้างกำแพง ป้อมปราการ และหอเตือนภัยล้อมรอบหมู่บ้าน ทั้งยังต้องมีคนเฝ้าและลาดตระเวนกันอย่างแข็งขันตลอดเวลา ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรให้มีการต่อสู้เกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับศัตรูที่มีพลังสูง ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็จะเป็นอย่างที่เห็น การสร้างปราการป้องกัน เน้นรูปแบบตั้งรับจะช่วยลดความสูญเสียได้มาก ทางด้านฝั่งชาวบ้านบัลโลที่หลบอยู่ภายในโบสถ์ร้าง ตอนนี้ทุกคนออกมายืนเกาะกลุ่มที่นอกโบสถ์กันแล้ว นั่นเพราะเมื่อครู่แรงระเบิดจากการต่อสู้ส่งผลให้เกิดแผ่นดินสั่นสะเทือนมาถึงนี่ เพราะความเก่าแก่ทรุดโทรมตามกาลเวลาของโบสถ์ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวโครงสร้างบางจุดจึงแตกหักร่วงหล่นลงมาเบื้องล่าง ชาวบ้านที่หลบอยู่ด้านในต้องวิ่งเบียดเสียดหนีตายออกจากโบสถ์กันจ้าละหวั่น แรงสั่นสะเทือนนี้เกิดจากทักษะเมก้าอิมแพค ท่าไม้ตายของบ็อบที่ใช้ทำลายคุกน้ำแข็งยักษ์ ซึ่งพลังบางส่วนของมันกระแทกลงพื้นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นที่เคียงได้รับผลกระทบ โบสถ์ร้างที่ใช้หลบภัยตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ชาวบ้านที่ไปหลบอยู่ในนั้นล้วนแล้วแต่เห็นเหตุการณ์จากการส่องผ่านทางช่องหน้าต่าง รูระบายอากาศและรูรับแสงของโบสถ์ที่มีอยู่ประปราย ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนคือหมู่บ้านที่ถูกกลืนกินท่ามกลางเปลวเพลิงสีฟ้า บ้านของพวกเขาที่กำลังลุกไหม้ต่อหน้าต่อตา ลำแสงเพลิงทำลายล้างที่ถูกยิงออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ล้วนกดบีบหัวใจของทุกคนจนไม่อาจจะเอ่ยคำใดออกมา ถ้าจะให้เดานั่นคงเป็นพลังของเสือเขี้ยวดาบลายคราม ความร้อนของมันแม้อยู่ที่โบสถ์ร้างยังรู้สึกได้ แล้วคนพวกนั้นล่ะ? พวกเขาไม่ถูกย่างสดไปแล้วรึ?“นี่มันขุมนรกรึยังไง?”หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ ตั้งแต่เจ้าอสูรร้ายตัวนี้ย่างกรายเข้ามาในเขตหมู่บ้านไม่มีคืนไหนเลยที่จะหลับอย่างเต็มตา เขาได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมา ทำทุกหนทางเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น หรือว่านี่คือชะตากรรมของพวกเขาที่ต้องก้มหน้ายอมรับอย่างไม่อาจฝืน? แม้กระทั่งการมาถึงของคนจากหมู่บ้านนักล่า ในคราแรกเขาก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นนักล่าหรือนักเดินทางกลุ่มไหนก็ล้วนแต่จบชีวิตให้มันอย่างง่ายดาย แต่เมื่อได้สอดส่องดูสถานการณ์จากที่ห่างไกล แม้จะมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่มันก็เป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อพอสมควร เสียงระเบิดที่เกิดจากการปะทะอย่างรุนแรงดังมาถึงสถานที่หลบภัยอย่างไม่ขาดสาย ควัน ลูกไฟยักษ์ พายุเพลิงยักษ์ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เมื่อมันพังลงก็มีแผ่นดินไหวตามมา ถึงจะมองเห็นผ่านช่องของโบสถ์แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจได้ ที่นั่นเกิดอะไรขึ้นกันแน่? นี่เป็นการต่อสู้ของสัตว์ประหลาดรึยังไง?“ท่านพ่อ”เครต้าหันไปทางหัวหน้าหมู่บ้านเมื่อเสียงระเบิดจากการต่อสู้สงบลง ชาวบ้านต่างมองหน้ากันโดยไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกมา แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีคนใดที่จะกล้าลงไปเพราะไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์จบลงแล้วจริงๆ หรือถ้าจบ ใครล่ะที่เป็นฝ่ายชนะ?“พวกข้าลงไปดูเอง หากเจ้าอสูรร้ายนั่นมันยังมีชีวิตอยู่ข้าจะยิงพลุแดงขึ้นแล้วล่อมันไปทางอื่นให้ไกลที่สุด อาจจะยื้อเวลาได้ไม่มาก แต่พวกท่านต้องใช้จังหวะนั้นรีบอพยพไปที่อื่นโดยเร็ว พวกเราไป!”“เจ้า..เครต้า!”หัวหน้าหมู่บ้านไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมา เครต้าก็เรียกพรรคพวกของตนและตรงไปที่หมู่บ้านทันที ความตริงแล้วเครต้าและคนของเขาเตรียมใจที่จะตายตั้งแต่ตอนฝ่าวงล้อมออกจากหมู่บ้านแล้ว แต่กระนั้นก็ยังรอดมาได้จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาต่อจากนี้ก็ต้องเกิด เพราะทุกสิ่งอย่างล้วนเตรียมใจไว้แล้ว“เปลวเพลิงอ่อนกำลังลง”ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะมองไปข้างหน้า เปลวเพลิงจากการต่อสู้ที่ลุกโหมอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่อ่อนกำลังลงจนแทบจะมอดดับลงแล้ว ไม่มีเสียงจากการต่อสู้ใดๆตั้งแต่ที่พวกเขาตัดสินใจลงมาดู ไม่มีทั้งเสียงของเสือเขี้ยวดาบลายครามหรือคนจากหมู่บ้านนักล่า เมื่อพ้นเขตป่าและเขาสู่เขตหมู่บ้าน ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขาชะงักเหมือนถูกเชือกนับร้อยตรึงเอาไว้ หมู่บ้านบัลโลที่พวกเขาเกิดและเติบโตตอนนี้กลายเป็นแค่กองเถ้าถ่านปนเศษอิฐที่ผุพัง หากไม่เห็นกับตาพวกเขาไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่านี่คือหมู่บ้านบัลโล ทุกสิ่งอย่างที่อยู่ที่นี่พินาศไปภายในเวลาเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ!“เห้ย! ทางนี้เว้ย!”เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมาขณะที่พวกเครต้าตกอยู่ในภวังค์“นั่นเสียงของคนจากหมู่บ้านนักล่านี่! ทางนั้น!”เมื่อได้ยินเสียงของครีทเขาก็จำได้ทันที เครต้าพาคนมุ่งหน้าไปทางทิศต้นเสียงอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย ถ้าได้ยินเสียงแบบนี้แสดงว่าพวกเขายังไม่ตายสินะ หรือว่าพวกเขาจะชนะมันได้จริง? เมื่อคิดได้เช่นนั้นน้ำตาของทุกคนเล็ดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คงไม่ใช่ความฝันหรอกนะ? ชายหนุ่มตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่ รอยแดงที่ปรากฏและความแสบที่แผ่ซ่านเต็มแก้มทำให้เขารู้แล้วว่านี่ใช่ความฝัน คนจากหมู่บ้านนักล่าปราบเจ้าอสูรร้ายนั่นได้จริงๆ ไม่สิ แม้จะเป็นแค่การไล่เจ้าอสูรร้ายนั่นไปได้ก็เป็นเรื่องที่นั่นยินดีมากแล้ว แต่ตอนนี้พวกเขาต้องมุ่งหน้าไปทางต้นเสียงให้เร็วที่สุด คนจากหมู่บ้านนักล่าอาจมีใครกำลังบาดเจ็บและต้องการความช่วยเหลืออยู่!“มาไวดีนี่ กินเสร็จกำลังว่าจะไปเรียกอยู่พอดีเลย”แกรนด์เอ่ยทักทายเมื่อกลุ่มของเครต้ามาถึง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำให้พวกเขายืนแข็งค้างอีกครั้ง คนจากหมู่บ้านนักล่ากำลังนั่นย่างเนื้อกินอย่างสบายใจท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชนรายล้อม ใกล้กันนั้นมีเสือเขี้ยวดาบลายครามนอนแน่นิ่งอยู่ มันตายแล้ว! พวกเขาทำได้ยังไง? สังหารสัตว์อสูรสายเลือดโบราณได้โดยไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่สิ..แม้แต่รอยถลอกยังไม่ปรากฏด้วยซ้ำ! เครต้าเดินเข้าไปใกล้ร่างของเสือเขี้ยวดาบลายครามด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ พวกเขาเพิ่งจะเคยเห็นลักษณะของมันชัดๆก็ตอนนี้ เพราะทุกครั้งมันจะปรากฏตัวออกมาและสังหารผู้คนในพริบตา เครต้าเอาดาบของเขาทิ่มไปที่ร่างของมันสามสี่ครั้งก่อนที่รอยยิ้มทั้งน้ำตาของเขาจะเผยออกมา เขารีบจุดพลุสีเขียวยิงขึ้นฟ้าเป็นสัญญาณ แล้วสั่งให้คนเร่งเดินทางไปแจ้งข่าวให้พ่อของตนทราบโดยเร็วที่สุด“กินอะไรหน่อยมั้ย?”บ็อบยื่นเนื้อย่างชิ้นใหญ่ให้กลุ่มของเครต้าแต่ไม่มีใครกล้ารับ เพียงแต่ยกเบียร์ขึ้นมากระดกคนละเหยือกตามมารยาทเท่านั้น“พวกท่านทำได้ยังไง? ฆ่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแบบนั้นได้ยังไง?”“ก็พวกเราเป็นนักล่า นี่คืองานที่ทำประจำอยู่แล้ว มันแปลกตรงไหน? ถามแบบนี้หมายความว่าไง? อย่าบอกนะตอนที่ไปขอให้เรามาช่วยก็ไม่ได้คาดหวังจะทำสำเร็จ ทั้งที่คิดแบบนั้นอยู่แล้วก็ยังหลอกพวกเราให้มาเป็นอาหารของเจ้าสัตว์ร้ายนี่อีกเหรอ?”แกรนด์มองไปที่เครต้าด้วยใบหน้าทะมึนไม่สบอารมณ์ คนจากหมู่บ้านบัลโลถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินแบบนั้น“มะ..มะ ไม่ใช่นะท่าน ตอนที่ข้าได้เจอพวกท่านข้าก็รู้สึกมีความหวังอย่างน่าประหลาด ข้าไม่เคยคิดที่จะ..”เครต้ารีบพูดอย่างตะกุกตะกัก น้ำเสียงของเขาสั่นเครืออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ข้าล้อเล่นน่า ฮ่าๆๆ เป็นทางเราเองต่างหากที่ตอบตกลงมาเอง ที่จริงข้าควรจะมอบค่าตอบแทนให้พวกเจ้าสิถึงจะถูก เพราะพวกเจ้า..ข้าถึงตามหาไอ้เสือบัดซบนี่จนเจอ”“หา? ท่านจะมอบข้าตอบแทนให้เรา? นี่ข้าหูฝาดไปรึเปล่า? ไม่ใช่ทางเราเหรอที่เป็นหนี้บุญคุณท่าน?”“เอาน่า มานั่งคุยกันรอทุกคนกลับมาก่อน”แกรนด์ชวนให้กลุ่มขอเครต้านั่งลงที่ข้างๆกองไฟของพวกเขา เปลวบริเวณโดยรอบค่อยๆอ่อนกำลังลงและมอดดับสนิทด้วยพลังของเอเลน่า ไม่นานนักชาวบ้านบัลโลก็ทยอยกลับมาที่หมู่บ้านจนครบ และเป็นดังคาด ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีสีหน้าโศกเศร้า หมู่บ้านที่ตั้งรกรากมาแต่ครั้งบรรพบุรุษเหลือแต่เพียงเศษซากและเถ้าถ่านเช่นนี้ แม้เสือเขี้ยวดาบลายครามจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่ต่อจากนี้พวกเขาก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะการจะฟื้นฟูหมู่บ้านขึ้นมาใหม่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย พวกเขาไม่มีอะไรติดตัว ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร ไม่มีเครื่องมือใดๆ“ทุกคนฟังทางนี้”แกรนด์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ก้องกังวาน คนที่ก้มหน้าด้วยความโศกเศร้าสิ้นหวังก็พลันเงยหน้าขึ้นมาฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะพูดอย่างไม่รู้ตัว“ข้ารู้ว่าทุกคนกำลังโศกเศร้าอยู่ ข้าเองก็เสียใจเช่นกัน ถึงหมู่บ้านจะมอดไหม้ไปแล้ว แต่ชีวิตคนก็ยังอยู่ ค่ำคืนนี้แม้จะเกิดความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ทุกชีวิตยังอยู่ครบ ทั้งตัวท่านคนที่ท่านรัก ไม่มีใครที่ต้องจากไปจากคมเขี้ยวของเจ้าอสูรร้ายหรือจากเปลวเพลิงที่เพิ่งจะมอดดับนี้ บ้าน ทรัพย์สิน ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถหาและสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่ชีวิตไม่อาจหวนกลับคืนมาได้ จงลุกขึ้นมาอีกครั้ง! ลุกขึ้นให้สมกับที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หมู่บ้านนักล่าของข้ายินดีต้อนรับชาวบ้านบัลโลทุกคน ที่นั่นมีพร้อมทั้งที่พักอาศัย มีงานให้ทำพร้อมกับค่าแรง มีคนคอยดูแลความปลอดภัยทั้งยามหลับและยามตื่น จะไม่มีใครต้องสูญเสียคนที่รักจากสัตว์ร้ายเช่นนี้อีก นี่คือคำเชื้อเชิญจากข้า แน่นอนว่าหากไม่ต้องการจะมาอยู่กับเราก็ไม่เป็นไร ข้าจะมอบอาหารและเงินจำนวนหนึ่งให้คนผู้นั้นเพื่อใช้ในการเดินทางไปที่ที่เขาอยากไป”เสียงของแกรนด์ดุจดั่งน้ำเสียงของเทพเจ้าที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือมวลมนุษย์ที่กำลังทุกข์ยาก ปกติแล้วผู้คนที่ตกอยู่ในสภาพนี้ส่วนใหญ่ล้วนแต่อดตาย ดีหน่อยหากมีผู้มาพบเข้า คนผู้นั้นก็จะขายตัวเป็นทาสเพียงเพื่อแลกเศษอาหารไว้ประทังชีวิต แต่ชายคนนี้เมื่อพูดจบก็นำอาหารมากมายออกมาจากแหวนมิติและแจกจ่ายทุกคนอย่างถ้วนหน้า ไม่มีใครกลัวว่าจะกินไม่อิ่มเพราะจำนวนอาหารนั้นมากมายพอที่คนพันคนกินทั้งเดือนก็ไม่หมด อาหารส่วนใหญ่เป็นแท่งที่มีเนื้อสัตว์ปรุงด้วยเครื่องเทศอัดแน่นอยู่ด้านใน ความอดอยากหิวโหยนี้เกิดขึ้นกับหมู่บ้านบัลโลนานกว่าครึ่งเดือน ถึงกับทำให้ชาวบ้านบางส่วนแทะเปลือกไม้กินเพื่อประทังชีวิต อาหารที่พวกเขาได้รับในตอนนี้รสชาติมันจึงเหมือนถูกส่งลงมาจากสรวงสวรรค์ ไม่แค่เพียงอิ่มท้อง รสชาติของมันยังยอดเยี่ยมอย่างถึงที่สุดอีกด้วย ในสายตาของพวกเขานี่คืออาหารแห่งทวยเทพ“ขอบคุณท่านหัวหน้า ขอบคุณท่านจริงๆ”ชาวบ้านทั้งหมดเอ่ยขอบคุณทั้งน้ำตา พวกเขาเหมือนได้เกิดใหม่หลังจากต้องทนทุกข์ในนรกอดอยากมานาน ทุกคนตกลงพร้อมใจที่จะย้ายไปยังหมู่บ้านนักล่า จำนวนคนที่มีอยู่ตอนนี้คือ 1480 คน เป็นเด็กถึงหนึ่งในสี่ หลังจากพูดคุยอยู่สักพักแกรนด์ก็มอบหมายให้กลุ่มของเครต้าเป็นคนนำทางไปยังหมู่บ้านนักล่า พวกเขาเคยไปที่นั่นมาก่อนจึงน่าจะคุ้นเคยเส้นทาง แกรนด์เองก็ได้ติดต่อทางหมู่บ้านไปแล้วเรื่องจัดหาที่พักและงานที่ต้องทำไว้ เมื่อได้คนเพิ่มจากที่นี่ จำนวนประชากรในหมู่บ้านจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ก็เพิ่มมากขึ้น สำหรับหมู่บ้านนักล่าสิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่ยิ่งเป็นการเพิ่มขุมกำลังในการพัฒนามากขึ้น“เดินทางโดยสวัสดิภาพ เมื่อถึงหมู่บ้านจะมีคนจัดหาที่พักและงานสำหรับพวกท่าน”แกรนด์เอ่ยกับอดีตหัวหน้าหมู่บ้านบัลโล พร้อมกับเอาเกวียนลากออกมาจากแหวนมิติเพื่อสำหรับบรรทุกเสบียงไว้กินระหว่างการเดินทาง“ขอบคุณท่านมาก ท่านคือเทพเจ้าของเราโดยแท้ ต่อจากนี้ไม่ว่าท่านจะให้ทำอะไรพวกเราก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้น แค่มีอาหารให้ สำหรับพวกเราก็เพียงพอแล้ว ข้าจะไปกล้ารับอย่างอื่นจากท่านอีกได้อย่างไร”“ที่หมู่บ้านนักล่า ทุกคนคือพลเมือง ไม่ใช่ทาส ทุกคนมีหน้าที่ตามความสามารถและความถนัด อยู่ที่นั่นจะไม่มีใครสนถึงชาติกำเนิด พวกเราพิสูจน์คุณค่าของตัวเองด้วยความสามารถ ตอนนี้ท่านคือพวกเดียวกันกับเราแล้ว ยืดอกอย่างภาคภูมิไว้เถอะ”แกรนด์เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น ในตอนที่ชาวบ้านเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านนักล่าก็เป็นเวลาเกือบรุ่งสางแล้ว ทีมมังกรสายฟ้าแยกทางไปอีกทิศ โดยพวกเขาต้องการตามหาวัตถุดิบเพื่อใช้สร้างยาเพิ่มความเร็วในการฝึกและยาอื่นๆ แน่นอนว่าภายในช่วงสองปีครึ่งยาประเภทนี้ต้องราคาสูงลิ่วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนแน่ และเป้าหมายแรกในการตามล่าวัตถุดิบคือเผ่าอันเดธ แกนชีวิตพวกมันเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในยาสูตรของเอเลน่า จากม้วนกระดาษที่เครต้าให้มา หากมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เขาเขียนขึ้นอีกประมาณ 300 กิโลเมตรจะเจอกับเมืองเซนทิเนล เมืองขนาดกลางที่เป็นเมืองชายแนวกันชนชายแดน อยู่ภายใต้การปกครองของนครหลวงคาเธจ แม้จะได้ชื่อว่าเมืองขนาดกลาง แต่ความยิ่งใหญ่ของมันก็ใกล้เคียงกับเมืองกลอเซนเลยทีเดียว เช่นนั้นแล้วอาณาเขตภายใต้การปกครองของเมืองหลวงจึงสุดอยู่ที่แนวผาไหมพิษทางตอนเหนือ ซึ่งก็หมายความว่าหมู่บ้านบัลโลรวมถึงหมู่บ้านนักล่าเองก็ตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวงด้วย แต่นี่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลว่าจะมีคนจากเมืองหลวงระแคะระคายตามมาจับ นั่นเพราะใครจะมีเวลาไปสำรวจพวกบ้านป่ากัน เพราะแค่เมืองใหญ่ชายแดนยังห่างหมู่บ้านนักล่าตั้งเกือบหกร้อยกิโลเมตรแล้ว เมืองหลวงยิ่งแล้วใหญ่ ระยะทางห่างจากหมู่บ้านนักล่าสี่พันกว่ากิโลเมตร“ขับนิ่มขึ้นเยอะ นั่งสบายชวนหลับจริงๆ”บ็อบอ้าปากหาวจนน้ำตาเล็ดขณะที่นั่งอยู่บนเรือเหาะที่กำลังมุ่งหน้าไปเมืองเซนทิเนล“แล้วเรื่องเสือตัวนี้จะเอายังไงกับมันดี?”เอเลน่าถามด้วยความสงสัย มันคือฝันร้ายของแกรนด์ในอดีต ตลอดเวลาที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงมันทีไร แกรนด์จะปล่อยจิตสังหารออกมาด้วยเสมอ เอเลน่าคิดว่าการที่แกรนด์มองเห็นมันจะชวนให้เขาหวนนึกถึงภาพในอดีตหรือเปล่า จะทำลายมันกระนั้นหรือ? แต่แกรนด์ที่ทุกคนรู้จักไม่ใช่คนที่จะทำลายชิ้นส่วนมีค่าแบบนั้นอย่างไร้เหตุผล“ข้าจะใช้ประโยชน์ทุกอย่างจากมันให้คุ้ม ใช้ทุกส่วนของมันเพื่อไถ่โทษ เริ่มจากตัดหัวไปติดข้างฝา ถลกหนังมาทำเป็นชุด อุปกรณ์ป้องกัน เอาเขี้ยวมาทำมีด เสียดายสัตว์อสูรประเภทนี้มันใช้ประสานร่างไม่ได้ ไม่งั้นคนที่ได้ไปคงแข็งแกร่งน่าดู มันเหนือกว่าจระเข้บึงโลหิตของเคเซอร์เสียอีก ไว้ค่อยคิดตอนกลับหมู่บ้านก็แล้วกัน นั่นไงถึงแล้ว เมืองเซนทิเนล”แกรนด์ชี้ให้ทุกคนดูข้างหน้า เรือเหาะบินตัดผ่านเมฆออกมาก็ปรากฏให้เห็นเมืองอยู่เบื้องหน้า ขนาดของมันเมื่อมองจากมุมสูงแม้จะเล็กกว่ากลอเซนแต่ขนาดก็ใกล้เคียงกันมาก นี่คือเมืองกันชนระหว่างชายแดนเมืองหลวง แน่นอนว่าข่าวกบฏแห่งกลอเซนย่อมทำให้พวกเขาถูกจับตาจากทางจักรวรรดิ เมื่อเข้าไปภายในเมืองทุกคนก็สวมใส่ผ้าคลุมและทำตัวเป็นนักเดินทางทั่วไป เมื่อจองที่พักเรียบร้อยแล้วแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปที่ตนสนใจ แกรนด์ออกไปหาเลือกซื้อสิ่งของมีค่าต่างๆรวมถึงหาข่าวว่ามีพวกอันเดธอยู่แถวนี้รึเปล่า โดยมีไคลน์ตามไปด้วยไม่ห่าง เอเลน่ามุ่งหน้าไปร้านหนังสือเพื่อรวบรวมตำราที่มีประโยชน์ให้มากที่สุด เวนไฮร์ไปกว้านซื้อวัตถุดิบที่จำเป็นที่ต้องใช้ในหมู่บ้านทุกอย่าง บ็อบออกไปซื้อตุนเครื่องปรุง เครื่องเทศ รวมถึงเหล้ายารสชาติแปลกใหม่ที่มีเฉพาะเมืองนี้ให้พร้อม แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ภัตตาคารใหญ่ของเมือง และเหมือนจะลืมสิ่งที่ได้รับมอบหมายไปเสียแล้ว ส่วนครีทไปหาข่าวที่บาร์และซ่องเช่นเคย“หัวหน้า เมืองนี้มีวัตถุดิบที่เราต้องการเพียบเลย แหวนมิติเงินสองวงที่อยู่กับข้าใส่ไม่พอจริงๆ”เวนไฮร์กลับมายังที่พักเป็นคนท้ายๆ การหาซื้อวัตถุดิบมากมายเพียงตัวคนเดียวของเขาเป็นงานที่หนักพอสมควร แกรนด์เอาแหวนมิติเงินสองวงมาส่องดูพลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ“ดีมาก ทั้งหมดนี่ใช้เงินไปเท่าไหร่?”“เจ็ดพันสองร้อยล้านเหรียญขอรับ”“หืม? เทียบกับของที่ได้มานับว่าจ่ายน้อยกว่าที่คิดนะ นี่เจ้าไปขู่อะไรคนขายรึเปล่า?”“ก็นิดหน่อย เหอะๆ”“ได้เรื่องแล้วโว้ยยยยยยย!!!”ครีทวิ่งตะโกนโหวกแหวกมาแต่ไกล ในมือกำม้วนกระดาษเก่าๆไว้ เขาที่กลับมาเป็นคนสุดท้ายเหมือนจะคาบข่าวสำคัญกลับมาด้วย“มีข่าวสำคัญอะไรงั้นเหรอ?”“นี่! ข้ามอมเหล้าไอ้พ่อค้าขี้คุยจากเมืองหลวงจนมันยกแผนที่ให้ พวกเจ้ารู้รึเปล่า นี่มันแผนที่มหาสุสาน ว่ากันว่าอันเดธที่นั่นมีเป็นแสนเป็นล้าน และที่สำคัญ..”ครีทหรี่เสียงลงแล้วเคียงคอมาพูดอย่างแผ่วเบา“แต่เห็นว่าที่มหาสุสานนั่นมีสัตว์เทวะอยู่ด้วยว่ะ”“เดี๋ยวๆ ข้อมูลนี่เชื่อถือได้แค่ไหน?”แกรนด์ฟังดูแล้วมันดูทะแม่งยังไงชอบกล นอกจากอันเดธเป็นแสนเป็นล้านอยู่ที่นั่น ดันมีสัตว์เทวะไปปนอยู่อีก ใครเชื่อตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง สมองมันคงมีปัญหาด้านการใช้ตรรกะและเหตุผลแล้วล่ะ“ห๊ะ! มีสัตว์เทวะด้วย! อย่างงี้ก็อันตรายสิ!”นั่นไง แกรนด์วิเคราะห์ยังไม่ทันเสร็จบ็อบก็เชื่อสิ่งที่ได้ยินไปแล้ว“เห้ย! ข้าว่าคนนิสัยอย่างเจ้านั่นมันก็คงโม้ไปอย่างงั้นแหละ บ้ารึเปล่าอันเดธเป็นแสนเป็นล้าน ถ้ามีจริงมันไม่บุกยึดเมืองได้เลยเหรอ แล้วสัตว์เทวะบ้าที่ไหนมันจะไปอยู่กับอันเดธได้วะ ข้าว่ามันคงเมาเหล้าเคล้ายากล่อมประสาทของข้ามากกว่า เลยพูดออกมาเป็นตุเป็นตะอย่านั้น ฟังอะไรจากคนเมาต้องหารสักสามส่วนไว้เป็นอย่างต่ำ แต่แผนที่นี่ค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นของจริง ทันทีที่เจ้าขี้คุยนั่นพูดถึงสถานที่แห่งนั้น ข้ารู้สึกได้ว่าอารมณ์ของผู้คนกับบรรยากาศภายในบาร์เปลี่ยนทันที เห็นว่าเป็นตำนานเมืองของนักเดินทางด้วยนี่”ครีทอธิบายออกมาพร้อมกับส่งม้วนแผนที่ให้แกรนด์ดู“โอ้!..นี่เจ้าเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ข้านึกมาตลอดว่าสมองเจ้าคงไม่ต่างจากข้า”บ็อบมองครีทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเหมือนไม่อยากจะเชื่อ“ให้มันรู้ซะบ้าง ข้าคือหัวหน้าหน่วยข่าวกรองนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ”“ตอนสืบข่าวอยู่ในย่านการค้าข้าก็ได้ยินอะไรประมาณนี้มาเหมือนกัน มหาสุสานงั้นเหรอ? แผนที่ม้วนนี้บอกทางละเอียดดีจริงๆ มีหลายสถานที่ หืม?..”แกรนด์คลี่แผนที่ดูพลางพูดไปด้วยอย่างอารมณ์ดี แต่พอไล่ดูเรื่อยๆเขากลับสะดุดกับบางอย่างที่อยู่บนม้วนกระดาษแผ่นนี้“ทำไมแผนที่เป็นรู? นี่มันรอยไหม้หนิ?”“เอ่อ..คือว่า..ตอนนั้นเมากันเละเทะ ข้าเลยเผลอปัดมือไปโดนเทียนล้มใส่มันน่ะ เหอะๆ”“มันไหม้จนขาดเป็นรูตรงแถวๆพิกัดมหาสุสานพอดี แล้วเราจะไปถูกได้ไงวะเนี่ย?”

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน