เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 อันดับหนึ่งในการสอบขึ้นมัธยมปลาย (2)

            กระทรวงศึกษาธิการประกาศคะแนนตอนแปดโมงเช้าไม่ถึงเก้าโมงข่าวก็แพร่กระจายราวกับติดปีกไปถึงหมู่บ้านตงผิง

            ซูอินที่กำลังมีความสุขกับการได้กลับมาอยู่บ้านตัวเองจนลืมไปว่าวันนี้ประกาศผลสอบเธอตื่นตรงตามเวลาแล้ววิ่งออกกำลังกายสองรอบที่ลานนวดข้าวหลังบ้านตระกูลซูออกกำลังกายเสร็จจึงอาบน้ำก่อนจะพาเด็กชายตัวน้อยมานั่งอ่านหนังสือยามเช้า

            เนื้อหาในหนังสือยามเช้าไม่ใช่วิชาภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษแต่เป็นการท่องบทกลอนราชวงศ์ถัง 300 บท

            เธอสอนเด็กชายตัวน้อยท่อง “เจ้าห่านเอ๋ย”  “แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเหนือภูเขา”ทำให้เธอได้เรียนรู้บทกลอนโบราณเพื่อเพิ่มพูนความรู้ไปด้วย

            ทุกเช้า เธอเริ่มวันใหม่พร้อมกับเสียงน่ารักน่าชังของเจ้าตัวน้อยช่างเป็นวันที่สวยงาม

            การเรียนควรควบคู่ไปกับการพักผ่อนที่เหมาะสมหลังจากรับประทานมื้อเช้าซูอินจึงอยู่เป็นเพื่อนเล่นของเด็กชายตัวน้อยครู่หนึ่ง

            วันนี้ก็ยังคงเป็นการต่อสู้ของหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สทั้งห้าตัวเด็กชายตัวน้อยเล่นเกมนี้ซ้ำๆ หลายครั้งโดยไม่รู้จักเบื่อ เขาหยิบหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์สมาเปลี่ยนร่างเป็นรถสปอร์ตก่อนเหาะมาชนรถแบ็กโฮของเธอ

            “รถสปอร์ตชนรถแบ็กโฮได้ด้วยหรือ”

            เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ถ้างั้นพี่ก็แพ้แล้วสิมาเริ่มกันใหม่”

            ขณะที่กำลังจะเริ่มเล่นกันใหม่ เสียงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในห้องนอนก็ดังขึ้น

            “อันอัน รอแป๊บหนึ่งนะ พี่รับโทรศัพท์ก่อน”

            ซูอินเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโดยมีสายตาประหลาดใจของเด็กชายตัวน้อยที่มองมา เธอดูชื่อ “อวี๋ฉิง” ที่แสดงขึ้นมาหรือว่าเรื่องกองทุนบริจาคเงินการกุศลที่ช่วยเหลือนักเรียนยากจนจะคืบหน้าแล้วในใจของเธอนึกถึงเรื่องนี้จึงกดรับสายทันที

            “คุณหนู มีเรื่องอะไรจะชี้แนะหรือ”

            “ใครจะไปกล้าชี้แนะเธอ ตอนนี้เธอสอบได้อันดับหนึ่งแล้วนะ”

            ซูอินสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของอวี๋ฉิงผ่านโทรศัพท์ทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะได้สติและเอ่ยทวนคำพูดนั้นอีกครั้ง “อันดับหนึ่ง”

            “ใช่ วันนี้เป็นวันประกาศผลสอบนะ”

            คะแนนออกแล้วหรือ

            ซูอินเดินออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขกก่อนจะมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง บนนั้นมีตัวอักษรสีแดงเขียนไว้ ใช่จริงๆตามที่คุณครูเคยบอกในพิธีจบการศึกษาว่าวันนี้คือวันประกาศผลสอบ

            แต่…เธอมองนาฬิกาเรือนเก่าซึ่งบอกว่ายังไม่ถึงเวลาเก้าโมง

            “ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์ไปสอบถามได้ตอนสิบโมงหรือ”

            “นี่เธอโง่หรือเปล่า ทุกปีกระทรวงศึกษาธิการจะติดประกาศที่หน้ากระทรวง แม่ของฉันเพิ่งไปดูมาเธอเป็นนักเรียนที่ทำคะแนนได้เป็นอันดับหนึ่งของปีนี้ คะแนนรวม 575รวมทุกวิชาแล้วขาดไปแค่ 5 คะแนน ทิ้งห่างจากอันดับสองตั้ง 20 คะแนน”

            ซูอินถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้และชะงักไปครู่หนึ่ง ถึงจะค่อยๆเข้าใจเนื้อหาประโยคที่อวี๋ฉิงกล่าว

            คะแนนออกแล้ว

            เหมือนว่าเธอจะทำคะแนนสอบได้ดีได้คะแนนสูงและเป็นอันดับหนึ่งของปีนี้

            ซูอินคาดเดาไว้แล้วว่าการสอบครั้งนี้เธอน่าจะทำคะแนนออกมาได้ไม่เลวแต่คิดไม่ถึงว่าคะแนนจะสูงขนาดนี้

            นี่ไม่ใช่แค่ไม่เลว แต่มันดีมากๆ

            แม้ว่าผลคะแนนนี้เป็นเพราะเธอฉวยโอกาสแต่เมื่อตระหนักว่าตัวเองสอบได้อันดับหนึ่ง ความตื่นเต้นก็แผ่ไปทั่วร่างซูอิน

            “กรี๊ด! ฉันสอบได้อันดับหนึ่งหรือ”

            “ใช่ๆๆ! เธอสอบได้อันดับหนึ่ง”

            “กรี๊ด!!! ฉันสอบได้อันดับหนึ่งจริงหรือ”

            “ใช่ๆๆ! เธอสอบได้อันดับหนึ่ง อันดับหนึ่งของเมือง!”

            ใช้เวลาสนทนาผ่านโทรศัพท์ไม่นานแต่กลับทำให้ทั้งสองคนพัฒนาความสนิทสนมมากขึ้นกว่าเดิมปากอ้ากว้างพร้อมกับเสียงที่ดังราวกับคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวช

            ซูอันที่เห็นพี่สาวคนใหม่แสดงอาการบ้าคลั่ง : …

            ตะโกนอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดซูอินก็ดึงสติกลับมาจากความดีใจเธอหันไปดูดวงตากลมของเด็กชายตัวน้อยที่มองมา เขาเอียงศีรษะพร้อมเอานิ้วแตะริมฝีปากเธอลูบศีรษะของเขาด้วยความอ่อนโยน

            เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอจึงถามถึงคะแนนของอวี๋ฉิง

            “ลำดับที่ 520 หรือ ก็น่าจะติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของห้องเราน่ะสิ”

            “ใช่ พวกเราสามารถสอบเข้าโรงเรียนเดียวกันได้ด้วย”

            อวี๋ฉิงดีใจก่อนจะให้คำมั่นสัญญาด้วยความภาคภูมิใจ “ขึ้นมัธยมปลาย ฉันจะดูแลเธอเอง!”

            “ขอบคุณนะคุณหนู!”

            ซูอินตอบอย่างนอบน้อม จากนั้นก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้พร้อมถอนหายใจ“ไม่รู้ว่าตอนนี้สวีเหวินเหวินเป็นยังไงบ้างพ่อแม่ของเธอหย่ากัน คุณป้าหยางพาเธอย้ายออกไปเบอร์โทรศัพท์ที่ทิ้งไว้ในหนังสือรุ่นก็เป็นเบอร์บ้าน ตอนนี้ฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย”

            อวี๋ฉิงนึกไถึงพิธีจบการศึกษาเมื่อครั้งก่อนสวีเหวินเหวินพูดถึงเรื่องที่บ้านไม่มีเงินด้วยสีหน้าเศร้าหมองทำให้แม่ของเธอไม่สามารถเข้าร่วมโอกาสที่นานๆจะมีสักครั้งอย่างการเข้าร่วมการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นในตัวมณฑล

            จากการสอบถามซูอินทางโทรศัพท์ ทำให้อวี๋ฉิงได้รู้เรื่องที่น่าหดหู่และสถานการณ์ปัจจุบันเพิ่มขึ้น

            “แม่ของสวีเหวินเหวินทำถูกแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นไว้ตอนนี้เธอคงกลับไปอยู่บ้านคุณยายฉันจำได้ว่าหมู่บ้านคุณยายของสวีเหวินเหวินอยู่ใกล้บ้านเกิดของพ่อฉันมากเดี๋ยวฉันจะไปถามเรื่องนี้ให้”

            เมื่อได้ข้อสรุป ซูอินจึงวางโทรศัพท์ ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรโทรศัพท์อีกสายหนึ่งก็โทรเข้ามา

            คนที่โทรมาคือหลินเฉวียน เขาแสดงความยินดีที่เธอสอบได้อันดับหนึ่ง

            “คุณอาหลินก็ไปดูประกาศเหมือนกันหรือคะ”

            ซูอินแอบรู้สึกละอายใจ ทุกคนต่างจำได้แต่เธอที่เป็นคนสำคัญในเรื่องกลับลืมเสียเอง

            หลินเฉวียนเป็นชายโสดไม่มีบุตร ที่ไปดูประกาศก็เพื่อซูอินอีกฝ่ายนึกถึงเธอ ตื่นแต่เช้าเพื่อไปดูประกาศผลสอบ ทำให้ซูอินอดประทับใจไม่ได้

            “ขอบคุณค่ะคุณอาหลินอันที่จริงการที่ฉันได้คะแนนสูงเช่นนี้ก็ต้องขอบคุณคุณด้วย หากไม่มีโรงแรมสบายๆให้พัก และอาศัยอยู่กับตระกูลหลิงต่อ ฉันคงทำได้ไม่ดีเท่านี้รบกวนคุณอาหลินช่วยขอบคุณทุกๆ คนแทนฉันด้วยนะคะ”

            ซูอินกล่าวออกมาจากใจจริง

            ตอนที่เธออยู่กับตระกูลหลิงทุกครั้งที่ลืมตาก็จะเห็นภาพสองแม่ลูกตระกูลหลิงคอยหาเรื่องหากตื่นเช้าก็บอกว่ารบกวนคนอื่น หากตื่นสายก็บอกว่าไม่มีมารยาทหากปริมาณอาหารมากไปก็จะดูหยาบกระด้าง…ตลอดเวลาทั้งหมดนั้นก็เพื่อคอยหาเรื่อง ทั้งๆที่มันไม่มีอะไร

            เมื่อชาติก่อนเธออาศัยอยู่กับตระกูลหลิงมาตลอดการสอบขึ้นมัธยมปลายเธอทำคะแนนได้ไม่ดีเข้าโรงเรียนมัธยมลำดับที่หนึ่งของเมืองด้วยคะแนนต่ำที่สุดแล้วยังถูกหลิงเมิ่งสวมรอยเข้าเรียนที่นั่นแทนอีก

            เธออยากขอบคุณโรงแรมแห่งนี้สำหรับที่พักสะอาดและสะดวกสบายแต่เมื่อคำพูดนี้เข้าหูของหลินเฉวียน มันก็เปลี่ยนเป็นอีกความหมายหนึ่งทันที

            ยึดตามธรรมเนียมไว้ ผู้คนล้วนไม่ติติง[1]

            แค่คำพูดแสดงความยินดีหนึ่งคำไม่เพียงทำให้เด็กสาวมองว่าเขาตื่นแต่เช้าเพื่อไปตรวจสอบคะแนนให้เธอยังช่วยเธอกล่าวขอบคุณพนักงานคนอื่นๆ ในโรงแรมด้วย

            ในจิตใจของเด็กคนนี้นึกถึงคนอื่นเสมอไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย แต่เธอก็จำใส่ใจถึงแม้เป็นเพียงคำขอบคุณประโยคเดียวแต่ก็ทำให้หลินเฉวียนยินดีช่วยเหลือเธออย่างจริงใจจากก้นบึ้งของหัวใจ

            หลังจากวางโทรศัพท์เขาตรงไปยังบ้านที่เด็กสาวซื้อที่หมู่สาม ถนนฟางไหนๆ ตอนนี้เขาก็ว่าง จึงพาเหล่าหลิวไปตรวจสอบดู

            จบการสนทนาทางโทรศัพท์กับหลินเฉวียนได้ไม่นานซูอินก็ได้รับโทรศัพท์สายที่สาม

            คราวนี้เป็นทางโรงเรียนที่โทรมาครูใหญ่กล่าวแสดงความยินดีด้วยตนเอง ชื่นชมเธอที่ยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับโรงเรียนจากนั้นจึงให้ครูที่ปรึกษาชั่วคราวอย่างหลินซิ่วเชิญเธอไปร่วมถ่ายภาพที่โรงเรียนและต้องการให้รางวัลผู้สำเร็จการศึกษาดีเด่นแก่เธอ

            ระดับการศึกษาและความแตกต่างด้านหลักสูตรต่างๆ ทำให้เด็กที่สอบได้อันดับหนึ่งมักจะมาจากโรงเรียนมัธยมทดลองและทุกปีหลังจากประกาศผลสอบก็จะมีการทำบอร์ด “นักเรียนที่สอบได้อันดับหนึ่ง” เมื่อทำติดต่อกันมาหลายปีจึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

            หากเป็นซูอินในชาติก่อนที่มีนิสัยเก็บตัวและขี้อาย เธอคงลังเลแล้วลังเลอีกแต่ตอนนี้เธอไม่ต่อต้านเรื่องแบบนี้ เธอได้ชื่อเสียง โรงเรียนได้หน้าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แล้วทำไมต้องปฏิเสธ

            “ขอบคุณครูใหญ่และคุณครูนะคะ แต่ว่าตอนนี้หนูกลับมาอยู่ที่บ้านพ่อแม่ที่ชนบทที่นี่ไกลจากโรงเรียนสิบกว่ากิโลเมตร หากกลับไปเกรงว่าคงไม่ค่อยสะดวกเอาแบบนี้ได้ไหมคะ เรานัดเวลากัน หนูจะได้เตรียมตัวล่วงหน้า”

            เหมือนว่าการคุยโทรศัพท์ครั้งนี้จะมีการเปิดลำโพงไว้ไม่นานนักเสียงของครูใหญ่ก็ดังขึ้น

            “ไม่ต้องหรอกนักเรียนซูอิน เดี๋ยวทางโรงเรียนจะส่งรถไปรับเธอเอง”

            เรื่องนี้จึงได้ข้อสรุปเช่นนี้

     

    --------------------------------------------------------------------

    [1] ยึดตามธรรมเนียมไว้ผู้คนล้วนไม่ติติง หมายถึง เป็นคนมีมารยาทกับผู้อื่นให้มากย่อมไม่มีใครตำหนิ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841