ตอนที่แปดสิบเจ็ด Fallen Empire 2
ทุกคนคงอยากจะมีทาสหูแมวหรือสาวหูเอลฟ์กลายเป็นทาสของตนเอง
ด้วยเทคโนโลยีการตัดแต่งพันธุกรรมและการล้างสมองด้วยฮิปโนติกHypnotic Mind control และรูน Rune หรือตราทาส Slave Brand
ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
แต่เมื่อเรามาเป็นคนที่ตรวจนับภาษีจากประชากรทั้งหมด
มันจะทำให้ผมหงุดหงิดที่ประชากรทาสนั้นไม่ต้องเสียภาษี
แม้ตามอัตราประชากรของผมจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านล้านแต่หากนับประชากรที่เป็นทาสไปอาจจะมีถึงสามล้านล้านประชากรทาสนั้นมากกว่าประชากรที่จ่ายภาษีและหากนับพวกเอไอที่มีจิตวิญญาณMachine spirit
อาจจะมีมากกว่านั้นอีกสามเท่าตัว
ข้อเสียของการไม่ให้ประชากรที่มีสิทธิมีเสียงในฐานันดรทาสคือพวกเขาจะไม่ต้องจ่ายภาษีให้กับเราด้วย
มันมีสาเหตุอยู่ทีท่านหานเฟยจื่อหรือซางเอียงในประวัติศาสตร์ชอบที่จะแยกสำมะโนประชากรของครัวเรือนที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
และชอบได้รับบทเรียนผิดๆจากประวัติศาสตร์ที่ด่าว่าระบอบประชาธิปไตย
ที่ว่าระบอบที่ผู้ปกครองทรงธรรม
เผด็จการที่เป็นธรรมที่ดีกว่าประชาธิปไตยในหมู่โจรว่ากันไป
ด้วยความคดาหวังอยากให้มีพระเอกขี่ม้าขาวอย่างพระกัลกีกษัตริย์อาเธอร์ต่างๆมาช่วยพวกเราในเวลาที่ประเทศเกิดวิกฤติคับขัน
แต่ลืมประโยคที่ตามมาด้วยว่า
ระบบการปกครองที่มั่นคงที่สุดคือระบบการปกครองที่มีชนชั้นกลางจำนวนมากที่สุด
การคาดหวังให้มีราชาปราชญ์ Philosopher King นั้นก็คงจะสวยงามในทุ่งลาเวนเดอร์ได้ดี
แต่พวกเอ็งจะลืมเรื่องอัตราประชากรชนชั้นสูงกับชนชั้นล่างไม่ได้โว๊ย!!!
ความต้องการมีราชาปราชญ์หรือเผด็จการที่ทรงคุณธรรมเปี่ยมความสามารถนั้น
ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้ชนชั้นสูงร่ำรวยยิ่งขึ้นๆคนชั้นล่างยากจนลงๆ
แต่ประการใด
เพราะนักปราชญ์ทรี่สนับสนุนราชาปราชญ์หรือเผด็จการที่ทรงคุณธรรมนั้นยังย้ำเตือนถึงความมั่นคงของการมีประชากรชั้นกลางจำนวนมาก
หากประเทศใดมีการหดตัวของประชากรชั้นกลางและคนยากจนมากขึ้นเรื่อยๆ
ต่อให้มีราชาปราชญ์ช่วยปกครองประเทศก็คงพาประเทศไม่รอดแน่ๆ
เพราะว่า
Competent is a myth
คนมีความสามารถคือตำนาน
แนวคิดในหมู่นักการทหาร
ว่าข่าวกรองที่มาถึงโต๊ะของเรานั้นคือเรื่องโกหก
ไม่มีใครที่ตัดสินใจไม่ผิดพลาด
ดังนั้นในฐานะนายพลเราต้องพยายามหาความเห็นหลายด้านและข้อมูลให้มากที่สุดในการตัดสินใจ
ไม่มีใครไม่ผิดพลาด
ราชาปราชญ์เลยเป็นไปไม่ได้
ผมสามารถปกปิดความผิดพลาดในการวางแผนบุกแคลนเร้ดดราก้อนด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลของผม
ในการชุบชีวิตททหารของทั้งฝ่ายผมและฝ่ายเร้ดดราก้อนแคลนเอง
แต่ผมคงปกปิดไม่ได้อย่างนั้นตลอดไปหรือในการศึกทุกครั้ง
ทำให้ผมต้องหาทางให้มีคนที่มีความสามารถหลายๆคนเพื่อแบ่งเบาภาระของผมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
และพยายามเพิ่มชนชั้นกลางให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
การให้มีประชากรระดับล่างเป็นทาสนั้นก็คงสนุกดี
แต่มันทำให้เราสบายเกินไปจนไม่คิดเครื่องจักรที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตเราโดยไม่ต้องพึ่งแรงงานทาส
แม้ผมจะยอมรับว่าหากพวกเขาสร้างกองทัพทาสslave Army มากกว่านี้ที่สามารถส่งพวกทหารกองทัพทาสไปตายในสมรภูมิโดยไม่เสียค่าขวัญกำลังใจผมคงให้อภัยหลายๆอย่างให้กับพวกเขาก็ตาม
แต่เมื่อเขาดันคิดค้นการสร้างทาสหูแมวและยาสร้างความบันเทิงRecreation Drug
มากกว่าที่จะสร้างกองทัพทาสหรือกองยานที่สามารถบุกโจมตีชาวบ้านได้
ผมก็โมโหพวกเขาอย่างมาก
แต่จะกดดันมากไปก็ไม่ได้
เราต้องปกครองประเทศโดย
Rule of Law หลักนิติธรรม
ไม่อย่างนั้นประชากรจะมองว่าเราเป็นทรราชย์Tyranny ได้
ดังนั้นผมคิดว่านี่คือแผนการต่อไปของผม
ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ
หรือ
Emperor’s new groove
ว่าในช่วงที่กำลังทำอะไรหลายอย่างให้เข้าที่
ผมต้องแก้ปัญหาความเป็นคนล้าหลังที่มาจากอารยธรรมที่ยังไม่สามารถคิดค้นเทคโนโลยีเดินทางข้ามดวงดาวได้ก่อน
อย่างน้อยผมต้องเรียนรู้ให้ได้ว่าชาวบ้านเขาคิดกันอย่างไร
การที่เราไม่ได้มาอยู่ในยุคสามก๊กที่เรามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าคนในยุคเดียวกันก็มีปัญหาอย่างนี้ล่ะ