“เจ้าเป็นใคร” ซูโหยวเสวียนถามบุรุษชุดเหลือง
“พวกเจ้านั่นแหละเป็นใคร?” คนชุดเหลืองถาม
เสิ่นเฟิงแม้พ่ายแพ้คนชุดเหลืองแต่ก็รู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ มันเห็นซูโหยวเสวียนและเจียงเยี่ยนมาแล้ว มันจึงย่ามใจวิ่งอย่างรวดเร็วดุจหมาป่ากระโจน ต่อยหมัดใส่คนชุดเหลืองทันที
คนชุดเหลืองอดมีโทสะเล็กน้อยมิได้ บุรุษผมแดงผู้นี้พัวพันเขาไม่เลิกรา จึงกรีดกระบี่กลับหลังเป็นรูปเสี้ยวจันทร์ฟันใส่เสิ่นเฟิงทันที!
กระบี่ที่รวดเร็วยิ่งกว่าอัสนีบาต!
ฉัวะ
เห็นโลหิตกระเซ็นซ่านออกมาจากอกเสิ่นเฟิง มันคำรามด้วยความเจ็บปวด คนชุดเหลืองเห็นว่าคนผมแดงผู้นี้นิสัยอันธพาลอย่างยิ่ง มันจึงแทงกระบี่ใส่คอหอยเสิ่นเฟิงเพื่อสั่งสอน
ซูโหยวเสวียนสะบัดมือคราหนึ่ง ลูกดอกสีทองดอกหนึ่งก็พุ่งออก โจมตีใส่คนชุดเหลืองอย่างรวดเร็ว คนชุดเหลืองรั้งกระบี่กลับกระแทกใส่ลูกดอกสีทองทันที
มิคาด ลูกดอกสีทองคล้ายมีชีวิต มันวกอ้อมเข้าไปจู่โจมใส่ด้านหลังคนชุดเหลือง แต่คนชุดเหลืองคล้ายมีดวงตางอกเงยจากด้านหลัง มันไม่ต้องหันไปมอง แต่ใช้เพลงปลายด้ามกระบี่ ก็กระแทกลูกดอกร่วงหล่นลงพื้น
ซูโหยวเสวียนโบกแขนเสื้อนาง ก่อเกิดเป็นกระแสลมหอบหนึ่งพัดกระบี่แดงของเฮ่อจวงขึ้นมาไว้ในมือนาง เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนตวาดก้องแทงกระบี่ใส่คนชุดเหลืองทันที
ซูโหยวเสวียนสะบัดกระบี่ควับๆ ตัวกระบี่สีแดงก่อเกิดประกายสีแดงวูบวาบไปมามิอาจมองทัน คุกคามจนคนชุดเหลืองต้องถอยกายไปหนึ่งก้าว
ซูโหยวเสวียนไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามได้พักหายใจ นางเร่งเพลงกระบี่รวดเร็วขึ้น ประกายกระบี่สีแดงของนางคล้ายม่านหมอกปกคลุมบริเวณกว้าง รัศมีกระบี่ขยายคุกคามศัตรูไม่หยุด
กระบี่แดงของซูโหยวเสวียนคล้ายแปรเปลี่ยนเป็นร้อยเป็นพัน ครอบคลุมใส่ร่างคู่ต่อสู้ วิชากระบี่ของนางคล้ายป้อมปราการอันแข็งแกร่งใช้ได้ทั้งตั้งรับ ทั้งโจมศัตรูในท่าเดียวกัน
คนชุดเหลือพลันมีแววตาคมกริบ มันแทงกระบี่สีเงินออก พลังกระบี่รุนแรงเกิดเป็นแสงสีเงินจ้าที่ตัวกระบี่ แสงของมันเฉกเช่นแสงของดวงตะวันขับไล่ความมืดมิด
ชั่วพริบตานั้นเงาปราการกระบี่นับพันอันแข็งแกร่งถูกทำลายสิ้นในกระบวนท่าเดียว!
ซูโหยวเสวียนใจหายวาบ นางรีบพุ่งกายถอยอย่างรวดเร็ว แต่สภาวะกระบี่ของคนชุดเหลืองยังไม่หมด กระบี่ของเขายังคงตามติดแทงใส่คอหอยซูโหยวเสวียน
ซูโหยวเสวียนร้องก้อง นางยื่นมือซ้ายออกจากนั้นกวาดไปด้านซ้าย ทันใดนั้นอากาศรอบกายนางก็เปลี่ยนแปลง คนชุดเหลืองรู้สึกว่าสภาวะกระบี่ของเขาถูกควบคุมไว้
ยอดวิชาสลายดารา!
กระบี่คนชุดเหลืองสั่นพลิ้วไม่หยุด ทันใดนั้นก็เบี่ยงเบนไปทางซ้ายเองราวกับถูกเส้นใยที่มองไม่เห็นดึงลากไป กระบี่จึงแทงซูโหยวเสวียนพลาดผิด
เทพธิดาแห่งเขาคุนหลุนรุกกลับบ้าง นางแทงกระบี่ใส่อกคนชุดเหลืองอย่างแม่นยำ คนชุดเหลืองรีบถอยกายไปสองก้าวค่อยหลบรอดกระบี่ของซูโหยวเสวียนได้
ซูโหยวเสวียนร่ายรำเพลงกระบี่อย่างรวดเร็ว เพลงกระบี่นางคล้ายสายน้ำไหลเมฆพลิ้วล่อง ทั้งรวดเร็วทั้งงดงาม กระบวนท่าต่อเนื่องตามติด ไม่ปล่อยให้คนชุดเหลืองมีโอกาสใช้กระบี่แม้แต่ครั้งเดียว
คนชุดเหลืองถอยกายไม่หยุด ซูโหยวเสวียนเร่งเพลงกระบี่ขึ้นอย่างเผ็ดร้อน ประดุจดังลมคลุ้มฝนคลั่ง แต่ในท่ากระบี่ยังแฝงความงดงาม ทุกท่าที่นางย่างก้าว ทุกครั้งที่เปลี่ยนกระบวนท่า ประดุจเทพธิดาร่ายรำกระบี่บนสรวงสวรรค์ สะกดผู้คนให้ตกตะลึง
เจียงเยี่ยนเคยฝึกวิชากระบี่กับไป๋เหวินโจว ไป๋เหวินโจวสอนเคล็ดเพลงกระบี่หกประการให้มัน ซูโหยวเสวียนเองก็ใช้เคล็ดเหล่านั้น แต่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคือความงดงามในเพลงกระบี่นาง ไป๋เหวินโจวมิอาจเทียบได้
ในสมัยราชวงศ์ถัง มีสตรีนางหนึ่งนามกงซุนต้าเหนียง ชำนาญการขับร้อง ร่ายรำและวิทยายุทธ ยามที่นางร่ายรำกระบี่คู่ อานุภาพปกคลุมไปทั่วบริเวณ เพลงกระบี่คล่องแคล่วว่องไวราวเหาะเหินได้ ชื่อเสียงของนางสะท้านแผ่นดิน จนราชสำนักต้องเรียกนางเข้าวัง ตั้งนางเป็นนางรำกระบี่ของถังเสวียนจงฮ่องเต้ (ค.ศ. 685–762) ฝีมือการร่ายรำกระบี่ของนาง เหนือกว่านางรำแปดพันคนขององค์กษัตริย์ ได้รับยกย่องเป็นเทวีแห่งกระบี่
ซูโหยวเสวียนศึกษาเพลงกระบี่ของยอดเทวีกระบี่กงซุนต้าเหนียง นำปมเด่นของเพลงกระบี่กงซุนต้าเหนียง มาผสานกับเพลงกระบี่ของวังนริมล บัญญัติเป็นเพลงกระบี่เฉพาะตัวขึ้น
เห็นเพลงกระบี่ซูโหยวเสวียนแนบเนียนไร้ช่องโหว่ดุจดังภูษาไร้ตะเข็บ กระบวนท่าต่อเนื่องตามติด คุกคามจนคนชุดเหลืองต้องถอยไปถึงผนังถ้ำ
ทุกคนต่างเห็นแน่ชัดซูโหยวเสวียนกำลังจะได้รับชัยชนะ จู่ๆ คนชุดเหลืองสะกิดเท้าเบาๆ ร่างเขาก็ลอยขึ้นไปยังเพดานถ้ำอย่างรวดเร็ว เขาแทงกระบี่ออกประกายสีเงินส่องแสงเจิดจ้า จนผู้มีฝืมือปานกลางอย่างจินเซียะและเจียงเยี่ยนต้องรีบหลับตาลง
ร่างของคนชุดเหลืองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ เห็นแสงสีเงินสว่างโรจน์ดุจแสงดาวตก กระบี่ของคนชุดเหลืองก็พุ่งเข้าหาซูโหยวเสวียนด้วยพลังรุนแรงมหาศาล ไร้ประมาณไร้สิ้นสุด
เพียงแค่กระบี่เดียวก็พิชิตกระบวนท่านับไม่ถ้วนของซูโหยวเสวียนได้!
ซูโหยวเสวียนเข้าใจโดยฉับไว คนชุดเหลืองแสร้งทำเป็นถอยเพื่อศึกษาเพลงกระบี่นาง หาจุดอ่อนในเพลงกระบี่นาง ระหว่างนั้นคนชุดเหลืองค่อยๆ สะสมพลังไว้ที่กระบี่จนเปี่ยมล้น เพื่อใช้พิชิตนางในกระบวนท่าเดียว
เห็นกระบี่คนชุดเหลืองพุ่งใส่ซูโหยวเสวียนอย่างรวดเร็ว นางหลบไม่ทันรีบยกกระบี่โลหิตขึ้นตั้งรับ
เคร้ง!
เสียงกระบี่ปะทะกันอย่างเรียบง่ายธรรมดา แต่กระบี่แดงในมือซูโหยวเสวียนหลุดลอยออกไปปักติดกับผนังถ้ำ พลังกระบี่คนชุดเหลืองยังไม่สิ้นสุด กระบี่ยังคงแทงใส่หน้าอกซูโหยวเสวียนต่อ
ซูโหยวเสวียนพลันร้องก้องนางสะบัดฝ่ามือขวาใช้ออกด้วยยอดวิชาสลายดารา เส้นใยลมปราณที่มองไม่เห็นออกจากฝ่ามือนางในชั่วพริบตา ใยลมปราณเหล่านั้นม้วนพันกระบี่คนชุดเหลืองไว้ นางลากมือขวาไปด้านขวากระบี่ของคนชุดเหลืองก็ถูกชักจูงไปด้วย
แต่คนชุดเหลืองเร่งพลังกระบี่ตนเพิ่มขึ้น ตัวกระบี่สีเงินเปล่งแสงเจิดจ้า ถึงกับตัดเส้นใยลมปราณของซูโหยวเสวียนออก!
คนชุดเหลืองเพิ่มแรงขึ้นไปอีก กระบี่คนชุดเหลืองยังคงแทงใส่หน้าอกซูโหยวเสวียนต่อ
เจียงเยี่ยนตั้งแต่เห็นคนชุดเหลืองพุ่งกายลงมาจากเพดานถ้ำก็ทราบว่าซูโหยวเสวียนมีอันตราย มันเร่งพลังเทพดับสูญขึ้น จี้นิวชี้ออกยิงดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ใส่คนชุดเหลืองทันที
แสงสีขาวพุ่งใส่คนชุดเหลืองอย่างแม่นยำ คนชุดเหลืองอุทานดังเอ๊ะ เขารั้งกระบี่กลับ ม้วนตัวกลางอากาศคราหนึ่งก็หลบพลังดรรชนีของเจียงเยี่ยนได้
คนชุดเหลืองทิ้งตัวลงพื้นอย่างมั่นคง ขณะจะอ้าปากถาม เขารู้สึกร่างกายเขาทั้งหมดกำลังถูกควบคุมโดยสายใยลมปราณที่มองไม่เห็นนับพันเส้นซึ่งม้วนรัดตัวเขาไว้
ที่แท้สักครู่ซูโหยวเสวียนแทบตายใต้กระบี่คนชุดเหลือง นางจึงมีโทสะยิ่ง ใช้พลังขั้นสูงสุดของวิชาสลายดาราควบคุมคนชุดเหลืองไว้ ซูโหยวเสวียนร้องก้องนางกวาดสองมือออกไปด้านข้าง พลังลมปราณของนางกำลังจะฉีกกระชากร่างคนชุดเหลืองให้ขาดเป็นหลายสิบชิ้น เหมือนกับที่สลายพลังมังกรดำของเจียงเยี่ยน!
ยอดวิชาสลายดาราคือยอดวิชาแห่งวังนิรมล วิชานี้จะทำให้ผู้ฝึกสามารถใช้พลังลมปราณตนกระจายออกเป็นเส้นใยอันเหนียวแน่นที่มองไม่เห็นนับพันกระจายออก สามารถใช้ทั้งชักนำกระบวนท่าหรือพลังของศัตรูได้ หากฝึกปรือถึงขั้นสูง สามารถใช้ลมปราณกระจายเป็นเส้นใยนับร้อยนับพันไปพัวพันร่างศัตรูไว้และฉีกกระชากร่างศัตรูในชั่วพริบตา
คนชุดเหลืองรู้สึกร่างกายตนจะขาดเป็นเสี่ยงๆ แต่แววตาเขายังคงนิ่งสงบดุจน้ำในบ่อ ทันใดนั้นเขารวบรวมพลังขึ้นกวาดกระบี่ออกครั้งหนึ่งถึงกับตัดเส้นเส้นใยลมปราณที่มองไม่เห็นของซูโหยวเสวียนนับพันขาดสะบั้น
กระบี่คนผู้นี้ลึกล้ำถึงขั้นทำลายลมปราณ เป็นสุดยอดแห่งวิชากระบี่!
ซูโหยวเสวียนใจสั่นสะท้าน แต่นางไม่เสียสมาธิ ยอดวิชาวังนิรมลไหนเลยจะพ่ายแพ้โดยง่าย นางเตรียมใช้ยอดวิชาสลายดาราอีกครั้ง ส่วนคนชุดเหลืองก็เร่งพลังไปที่ตัวกระบี่จนเกิดแสงสีเงินส่องสว่างไปทั่วบริเวณนั้น
“ช้าก่อน พวกท่านไม่รู้จักกัน เหตุใดจะต้องต่อสู้หมายเอาชีวิตด้วยเล่า” เจียงเยี่ยนกล่าว ปกติเขาเป็นเด็กหนุ่มรักสงบ ไม่ชมชอบการฆ่าฟันอยู่แล้ว จู่ๆ สองฝ่ายไม่รู้จักกันกลับต่อสู้เอาเป็นเอาตาย นับว่าไร้เหตุผลจริงๆ
“ที่นี่เป็นอาณาเขตของปราชญ์มารบริสุทธิ์ บุรุษชุดเหลือง หากเจ้ายังกำแหงอาละวาดไม่เลิก ข้าจะให้เจ้าได้เห็นฝีมืออาจารย์ข้าบ้าง” เจียงเยี่ยนแสร้งทำเป็นยกชื่อปราชญ์มารบริสุทธิ์มาข่มขู่ หวังให้คนชุดเหลืองเสียขวัญ ไม่กล้ากำแหงเกินไป
คนชุดเหลืองพลันคลายลมปราณออกอย่างรวดเร็ว เขามีสีหน้าแปลกใจ
“ปราชญ์มารบริสุทธิ์เป็นอาจารย์เจ้าหรือ?”
เจียงเยี่ยนรู้สึกว่าแผนตนเองได้ผล จึงรีบกล่าว “ใช่ หากอาจารย์ข้ารู้ว่าเจ้ามาอาละวาดถึงถิ่น เขาไม่ปล่อยเจ้าแน่”
คนชุดเหลืองมีสีหน้าไม่เชื่อ ถามต่อ “ข้าจะรู้ได้อย่างไรเจ้ามิได้โกหก”
เจียงเยี่ยนไม่พูดมาก เขาแทงดรรชนีเป็นท่ากระบี่ต่างๆ ใช้ออกด้วยวิชาดรรชนีกระบี่เทพสวรรค์ เพียงแต่ไม่ใช้พลังลมปราณออกมา คนชุดเหลืองเห็นเจียงเยี่ยนใช้วิชานี้ก็พยักหน้าเล็กน้อย
“เขาเป็นอย่างไรบ้าง?” คนชุดเหลืองรีบถาม
“เขาสบายดี” เจียงเยี่ยนตอบ
“นำข้าไปหาเขา” คนชุดเหลืองกล่าว
เจียงเยี่ยนรีบถาม
“ท่านรู้จักอาจารย์ข้าหรือ?”
คนชุดเหลืองกล่าวว่า
“รู้จักมากกว่าผู้ใด”
ซูโหยวเสวียนเห็นคนชุดเหลืองรู้จักปราชญ์มารบริสุทธิ์ก็คลายพลังนางลง เจียงเยี่ยนบอก
“เจ้าเป็นอะไรกับอาจารย์ข้ากันแน่?”
“แล้วเจ้าจะรู้เอง”
เจียงเยี่ยนไม่มีทางเลือก เขาจึงพาคนชุดเหลืองไปหาไป๋เหวินโจว…
--- จบตอน ---คนชุดเหลืองเป็นใครกันแน่นะ มีความสัมพันธ์ยังไงกับไป๋เหวินโจว โปรดติดตามตอนต่อไปจ้า