เทพมังกรครองพิภพไซอิ๋ว

    ตอนที่ 40 แผนการ

             

            หลังจากที่เจวี๋ยหวู่หมิงได้ทำการช่วงชิงสำเร็จก็จึงได้รีบเข้าทำการตรวจสอบสภาพของร่างกายโดยเร็ว

             

            “อือ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยด่วน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีปราณบริสุทธิ์คอยหล่อเลี้ยงจนอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเริ่มที่จะเข้าที่เข้าทาง”

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงพึมพำกับตัวเอง ทันใดนั้นก็พลันสะดุ้งขึ้นทันใดนั้นก็ได้พบว่าร่างต้นของตัวเองไม่อาจพบเห็นได้แล้ว

             

            แม้ว่าจะแตกตื่น แต่ก็ยังคงต้องเผชิญหน้ากลับอันตรายที่ไม่อาจละเลยได้!

             

            เขาเองก็ไม่สนใจที่จะรักษาอาการบาดเจ็บภายใต้สภาวะจิตใจที่ตื่นตระหนก จึงได้รีบตรวจสอบสภาพร่างกายโดยเร็วย่อมไม่มีทางที่จะยอมปล่อยไปแม้แต่น้อย

             

            “คิดไม่ถึงว่า……คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นแบบนี้!”

             

            ในเวลานี้ร่างเดิมของเขา กำลังขดอยู่ภายในใจกลางหัวใจของร่างกายนี้อยู่จนเหมือนกับหดตัวจนเล็กลงไปตั้งไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าจนแทบจะไม่ต่างอะไรไปจากเม็ดทราย จึงไม่น่าแปลกที่เขาไม่ได้พบเห็นแต่ตั้งแรกได้

             

            อีกทั้งสถานะของร่างเดิมนี้ยังอยู่ภายในสิ่งที่คล้ายกับผลึกแก้วที่โปร่งใสดูไปแล้วน่าประหลาดเป็นอย่างยิ่ง

             

            เมื่อได้ทำความเข้าใจได้แล้วว่าร่างเดิมนั้นยังไม่ได้หายไปไหนเจวี๋ยหวู่หมิงก็สงบลงพอสมควร จากนั้นก็ได้เรียกระบบขึ้นมาอีก

             

            “คิดไม่ถึงว่าไม่เพียงแต่จะมีร่างเดิมที่เปลี่ยนไปนี่ที่แม้แต่ระบบก็ยังไม่ได้เป็นในแบบเดิมที่เคยเป็นอย่างนั้นสินะ”

             

            นี่ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นระบบที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพเมื่อเข้าสู่ร่างกายที่เป็นเหมือนกับต้นแบบแต่เดิมก็ยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายที่ไม่อาจเห็นได้อยู่แล้ว

             

            แต่ถึงอย่างนั้นทางระบบได้บอกกับเขาว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จะยังไม่หายไป เพียงแต่ถูกผนึกไว้เป็นการชั่วคราวเท่านั้นขอเพียงเขากลับไปถึงยังโลกหล้าเดิมได้ ทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้

             

            จากการแจ้งเตือนของระบบเขาเองก็เข้าใจถึงกฎเกณฑ์ในการทะลุมิติเวลาขึ้นมาได้มากแล้วเหมือนกัน

             

            ดวงจิตวิญญาณของเจวี๋ยหวู่หมิงกับฮวานอวิ๋นก็คือแก่นแท้ของจิตใจ ความจริงแล้วก็เหมือนกันอย่างไม่มีผิดเพี้ยนโดยที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแย่งออกจากกัน

             

            หรือจะบอกได้อีกนัยหนึ่งฮวานอวิ๋นก็คือเจวี๋ยหวู่หมิงในช่วงเวลายุคสมัยนี้ เหล่าสวรรค์หมื่นโลกาธารกาลเวลาอันยาวไกลยังได้มีตัวเองอีกนับไม่ถ้วนและทุกคนล้วนแต่เหมือนกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแต่ก็เป็นไปตามกฎธรรมชาติที่เป็นเอกเทศกันอยู่แล้ว

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงได้ข้ามภพมิติเวลาเพื่อมาชิงร่าง จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับการข้ามภพเข้ามาชิงร่างของตัวเองในอีกภพหนึ่ง

             

            อีกทั้ง ยังจำเป็นที่จะต้องเป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะตายเท่านั้นการช่วงชิงเช่นนี้ จึงจะสามารถประสบผลได้อย่างราบรื่น

             

            และในกฎเกณฑ์ของแต่ละภพล้วนแต่มีข้อแตกต่างกันและก็มีวิถีสวรรค์ที่แตกต่างกันดังนั้นทักษะพลังอันมหาศาลที่เจวี๋ยหวู่หมิงถือครองอยู่แต่เดิมจึงได้ถูกผนึกเก็บเอาไว้

             

            วิธีในการหวนกลับของเขาจึงถือว่ามีความพิเศษเป็นอย่างยิ่งก็คือจำเป็นที่จะต้องทำความปรารถนาด้วยสถานะของผู้ถูกช่วงชิงให้สำเร็จลุล่วงก็จะถือเป็นการสิ้นสุดของเหตุและผล แล้วจึงจะสามารถหวนคืนสู่การเป็นตัวเองได้

             

            หลังจากที่ย้อนกลับไปแล้ว ระบบจะจัดสรรตามระดับความปรารถนาและเหตุผลให้สำเร็จเองทันทีที่กลับคืนสู่ร่างเดิม โดยการใช้พลังที่เลื่อนขั้นระดับการบำเพาะท่ามกลางภพรองด้วยเป็นต้น

             

            แต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้เขาก็มีแต่ต้องใช้ชีวิตในฐานะของฮวานอวิ๋นต่อไปกันแล้วอีกทั้งยังเป็นที่แน่นอนว่าไม่อาจที่จะเปิดเผยร่างเดิมได้ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องพบพานกับการขับไล่และทำลายจากวิถีสวรรค์ก็เป็นได้

             

            ถึงยังไง ก็ยังคงมีกฎเกณฑ์อยู่อีกมากมายที่เจวี๋ยหวู่หมิงยังต้องค่อย ๆ ค้นหาด้วยตัวเองอยู่

             

            “ในเมื่อก็มาแล้ว ก็จงอยู่อย่างมีความสุขเถอะ”

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆแล้วก็เข้าทำการตรวจสอบหน้าต่างสถานะจากระบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้น

             

            ผู้อุปถัมภ์:เจวี๋ยหวู่หมิง

             

            สมญานาม:นักล่ากาลเวลา

             

            เผ่าพันธุ์:มนุษย์

             

            ระดับขั้น:มนุษย์ธรรมดา(สถานะ:บาดเจ็บสาหัส)

             

            มนตราคาถา:ไม่มี

             

            ทักษะ:กลืนกินมิติช่อง(ทักษะคู่ชีวิต)

             

            สมบัติวิเศษ:ไม่มี

             

            ค่าปราณบริสุทธิ์:300แต้ม

             

            สถานีย้อนคืน:45000แต้มสะสม

             

            และก่อนอื่นก็คือการเปรียบเทียบด้วยระบบระบบเช่นนี้แทบจะเป็นระบบที่มีแต่ความว่างเปล่าแล้วเท่านั้นไม่เพียงแต่จะไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรมากมาย แม้แต่ทักษะกับมนตราคาถาก็ยังหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

             

            ทุกอย่างเหมือนกับต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังโชคดีที่ยังมีความสามารถของกลืนกินมิติช่องอยู่ด้วยทักษะคู่ชีวิตแบบนี้ แม้แต่วิถีสวรรค์ก็ยังไม่หยุดเอาไว้ได้

             

            เขาที่สามารถอาศัยการใช้ทักษะกลืนกินก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดไปได้ทีละก้าว เพียงแค่นี้ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวดีแล้ว

             

            เมื่อได้ใช้ค่าปราณบริสุทธิ์ที่เหลือไว้อยู่ไม่มากนักเจวี๋ยหวู่หมิงทางหนึ่งทำการรักษาอาการบาดเจ็บอีกทางก็ได้นึกถึงความปรารถนาของฮวานอวิ๋น

             

            เขากลับมีเป้าหมายในใจอยู่สามสิ่ง:

             

            หนึ่งนั้นก็คือพยายามชดเชยความปรารถนาของผู้ที่ถูกเขาช่วงชิงร่างไปผู้นั้นอย่างสุดความสามารถซึ่งมีนามว่ากู่ยี่และเดิมก็เป็นพลทหารหมุนเวียนที่มีความชำนาญในการทำเครื่องเคลือบเป็นอย่างดีคนหนึ่ง

             

            เดิมทีพลทหารหมุนเวียนนี้สมควรที่จะทำงานให้แก่องค์จักรพรรดิเป็นเวลาสามเดือนก็จะสามารถกลับบ้านเกิดได้

             

            แต่กลับเป็นเพราะเรื่องบางอย่างจึงได้รับโทษจากหลานชายของเว่ยจงเสียนนามเว่ยกวางหลาง ถูกบังคับส่งตัวมาจนถึงป้อมปราการเมืองหวู่หลิงแดนเซียงเป่ย

             

            “ช้าก่อน หลานชายของเว่ยจงเสียน หรือว่าเราจะอยู่ในช่วงราชวงศ์ต้าหมิงงั้นเหรอ?ที่นี่ก็คือเมืองหวู่หลิงแดนเซียงเป่ย? ช่วงเวลาก็คือปีที่ห้าเดือนหกของรัชสมัยเทียนฉี”

             

            “แต่ถ้าหากเป็นไปตามความทรงจำของฮวานอวิ๋นที่นี่ย่อมสมควรที่จะเป็นสิ่งที่เรียกกันว่าทางโลก ซึ่งไม่ใช่โลกบำเพ็ญเซียนสภาพแวดล้อมของที่นี่เองความจริงแล้วก็ถือว่าเหมาะสมสำหรับการบำเพ็ญรอจนกระทั่งทำความปรารถนาอย่างที่หนึ่งจนแล้วเสร็จ ก็จะกลับไปกันได้แล้ว”

             

            “ความปรารถนาอย่างที่สองของฮวานอวิ๋นกับความปรารถนาอย่างที่สามถือว่าสามารถทำให้สำเร็จได้ในเรื่องเดียวกันได้ก่อนอื่นก็คือไปหาชรุนหยางเจินจวินเพื่อล้างแค้นขอเพียงเอาชัยผู้ที่เป็นผู้นำฝ่ายธรรมะผู้นี้ได้อย่างแท้จริงตัวเองที่เป็นผู้สืบทอดของเกาะสุขสราญรมณ์ ก็ต้องมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อถึงเวลานั้นคิดว่าความปรารถนาที่จะกอบกู้เกาะสุขสราญรมณ์ของฮวานอวิ๋นก็จะเป็นอันคลี่คลายแล้ว”

             

            แต่เมื่อทำความปรารถนาได้สำเร็จก็ยังคงเป็นส่วนของการทำความปรารถนาได้สำเร็จถึงยังไงเจวี๋ยหวู่หมิงก็ยังไม่ลืมเป้าหมายของการข้ามภพมิติเวลาอยู่แล้ว

             

            เขายังจำเป็นที่จะต้องออกค้นหามนตราคาถามาให้ได้มากที่สุดวัตถุสวรรค์สมบัติปฐพีรวมไปจนถึงทรัพยากร จากนั้นก็ได้ใช้ระบบเพื่อทำการเลื่อนขั้นขอบเขตและพลังอันมหาศาล

             

            การใช้วิธีประเภทนี้เมื่อเทียบกับการกลืนกินเพื่อวิวัฒนาการเพียงอย่างเดียวยังถือได้ว่าได้ผลมากยิ่งกว่า ถึงอย่างไรในภายหลังเมื่อได้มาจนถึงขอบเขตเช่นตอนนี้ก็เหมือนกับการติดอยู่ในระดับที่ยากจะข้ามพ้นไปได้ ต่อให้มีความบริสุทธิ์ของเลือดเนื้อมากกว่านี้ก็ยังยากที่จะทะลวงพลังขอบเขตได้

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงได้ขบคิดจนกระจ่างชัดเจนในขณะที่กำลังคิดที่จะขยับเคลื่อนไหวร่างกายก็ได้พบว่าก่อนหน้านี้ตรงหน้าอกกับส่วนของซี่โครงได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงขยับเล็กน้อยก็จะส่งผลกระทบจนต้องสะดุ้งขึ้นในทันที

             

            ที่ยิ่งย่ำแย่ยิ่งกว่าก็คือปราณบริสุทธิ์กลับสามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บตรงจุดตายเท่านั้นก็ถูกใช้ไปจนหมดภายในพริบตา

             

            “ร่างกายนี้ ถือว่าได้รับความเสียหายหนักเลยทีเดียว แต่ก็ยังโชคดีที่เส้นลมปราณภายในร่างกายไม่ได้มีส่วนไหนที่ไม่สมบูรณ์ไม่อย่างนั้น คงจะมีปัญหาในการบ่มเพาะอย่างแน่นอน

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงขยับกายดิ้นรนหันไปมองรอบข้างที่กองเต็มไปด้วยคนตาย เลือดไหลนองเป็นสายธาร ตายกันอย่างอเนจอนาถและยังมีอีกาอีกนับไม่ถ้วนบินวนเวียนอยู่กลางเวหา กำลังกู่ร้องเสียงดังเหมือนกับกำลังรอคอยเขมือบอาหารมื้อใหญ่

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงหลับตาลง ทำการสัมผัสอากาศรอบบริเวณวินาทีนั้นก็จึงค่อยถอนหายใจออกมาแล้ว:

             

            “ต้าหมิงกับต้าถังถึงอย่างไรก็ไม่อาจที่จะเทียบกันได้ พลังลมปราณที่บางเบาเกรงว่าแม้แต่หนึ่งในร้อยก็ยังมีไม่ถึงเลย”

             

            แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็ยังคงอยู่ในความคาดหมายของเจวี๋ยหวู่หมิงแล้วช่วงรัชสมัยต้าถัง น่าจะมีพลังที่เข้มข้นยิ่งกว่า จึงมีปีศาจเดินกันเพ่นพ่านที่ไหนที่คล้ายกับตอนนี้ แผ่นดินแห่งการบำเพ็ญพรตมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยจนเรียกได้ว่าหาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง

             

            ส่วนผู้ที่มีความสามารถอันยิ่งใหญ่เกรงว่าคงจะอพยพไปกันตั้งแต่แรกแล้ว

             

            เจวี๋ยหวู่หมิงที่ได้คาดคะเนมาตั้งแต่แรกจนกระทั่งลืมตาขึ้นในทันที จนแววตาเผยประกายอันคมกล้าออกมา

             

            “แย่แล้ว แต่เป็นแบบนี้ก็ดีที่นี่ถึงยังไงก็ไม่ได้มีอันตรายเหมือนอย่างพิภพไซอิ๋วขนาดนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลมากจนเกินไป”

             

            ในใจเจวี๋ยหวู่หมิงคล้ายกับเกิดเป็นความยินดีโดยที่ไม่ทราบสาเหตุพร้อมทั้งไหลเวียนบันทึกไตรแสงวารีเยือกขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ

             

            นี่ก็คือคัมภีร์ลับที่ไม่ถ่ายทอดให้แก่คนภายนอกของเกาะสุขสราญรมณ์ ซึ่งมีแค่เพียงผู้บำเพ็ญพรตก่วงเมี่ยวกับฮวานอวิ๋นเท่านั้นที่ใช้เป็น

             

            เมื่อในกาลก่อนผู้บำเพ็ญพรตก่วงเมี่ยวได้สำเร็จสู่วิถีโอสถ และก็ถูกฝ่ายธรรมะคอยต่อต้าน นั่นก็สืบเนื่องมาจากมนตราคาถาแขนงนี้

             

            แต่ก็อย่าได้เห็นนี้คือคัมภีร์วิเศษวิถีมารแขนงหนึ่งแต่หากปล่อยสู่โลกภายนอกก็ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นที่สนใจและเข้าห้ำหั่นแย่งชิงจากสำนักน้อยพรรคใหญ่ของเหล่าผู้บำเพ็ญมากน้อยแค่ไหนจนถึงขั้นเลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว

             

            ศิษย์จากพรรคใหญ่แน่นอนว่าย่อมไม่ใส่ใจอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นผู้บำเพ็ญที่กระจัดกระจายโดยทั่วไป ต่างก็จะเดินไปพลางคลำไปพลาง ดั่ง [1] คลำหินข้ามธารยังไงก็ต้องมีเคล็ดวิชาบางส่วนที่ทำให้เกิดเป็นวิถีอันยิ่งใหญ่ขึ้นได้และหากเป็นเช่นนั้นก็สามารถเตรียมจุดธูปเซ่นไหว้บรรพบุรุษกันได้เลย

             

            [1]หรือวิธีข้ามแม่น้ำที่ตนไม่รู้ความลึกเชี่ยวโดยการคลำก้อนหินไปทีละก้อนนั่นเอง

             

            ด้วยพรสวรรค์ของเจวี๋ยหวู่หมิงถึงแม้จะมีพลังลมปราณที่ดูจะน้อยนิดจนเกินไปแต่เพียงแค่ในยังอยู่ในระหว่างที่หายใจก็ได้ไหลเวียนบันทึกไตรแสงวารีเยือกมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็ม ๆ

             

            พลังลมปราณวารีท่ามกลางอากาศ ในระหว่างที่กำลังไหลเวียนมนตราคาถาก็ได้ถูกชักนำเข้ามา ไม่ทันไรก็ชักนำจนเกิดเป็นหมอกวารี ปกคลุมเข้ามาเป็นสาย

             

            “ก๊า!”

             

            ในส่วนลึกของดวงจิตพลันเกิดเป็นเสียงดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

             

            ภายในเส้นลมปราณของเจวี๋ยหวู่หมิงทันใดนั้นก็มีขุมพลังอันเย็นเยียบขุมหนึ่ง คล้ายกับธารลมปราณดั่งเส้นไหม

             

            เส้นลมปราณพวกนี้จะคอยไหลเวียนอยู่ตามเส้นลมปราณ กำลังค่อยๆ ไหลอยู่อย่างเชื่องช้าถึงกับเริ่มเข้าฟื้นฟูจุดที่มีอาการบาดเจ็บภายในร่างกายเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

             

            ภายใต้การกระตุ้นของเจวี๋ยหวู่หมิงบันทึกไตรแสงวารีเยือกได้ถูกไหลเวียนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดูดซับพลังลมปราณ

             

            ทันใดนั้นก็ได้ผันแปรเปลี่ยนจนเกิดเป็นพลังลมปราณฟื้นฟูซ่อมแซมอาการบาดเจ็บในร่างกายขึ้นอย่างรวดเร็ว

             

            คัมภีร์วิเศษวิถีมาร ยังไงก็ยังคงเป็นคัมภีร์วิเศษวิถีมาร

             

            ภายใต้การใช้พลังลมปราณตามร่องรอยที่อยู่บนร่างกายของเจวี๋ยหวู่หมิง โดยที่เป็นความเร็วที่แม้แต่ตาเปล่าก็ยังสามารถมองเห็นได้โดยที่เริ่มเข้าสู่การสมานแผล

             

            เมื่อตกดึก ร่างกายของเขาฟื้นคืนมาได้พอประมาณแล้ว

             

            “ร่างกายนี้ จะอ่อนแออะไรขนาดนี้แทบจะไม่สามารถรองรับพลังลมปราณไปได้มากกว่านี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น……”

             

            เมื่อในเวลาที่เขาได้นึกถึง《บันทึกไตรแสงวารีเยือก》ที่แสดงผลอยู่บนหน้าต่างสถานะจากระบบก็ได้มีความคิดอย่างหนึ่งผุดขึ้น

             

            บ่มเพาะด้วยตัวเองมีอย่างที่ไหนที่จะไปสู้เทียบกับการเลื่อนขั้นจากระบบได้ทันทีกันล่ะ

             

            “เราเองก็มีระบบ ทำไมยังต้องไปบ่มเพาะเป็นขั้นเป็นตอนอะไรแบบนั้นกันด้วยล่ะแต่ถึงอย่างนั้นปราณบริสุทธิ์เองก็ได้ถูกใช้จนหมดสิ้นไปแล้วซึ่งถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง”

             

            ทันใดนั้นปลายจมูกก็ได้กลิ่นคาวเลือดดูเหมือนว่ากองซากศพที่อยู่โดยรอบ ภายในดวงตาของเจวี๋ยหวู่หมิงก็พลันสาดเป็นประกายขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวขึ้นวาบ

            .

            .

            .