หนูน้อยผู้เป็นที่รักของเหล่าจอมโจรแห่งขุนเขา

    บทที่ 26 การเรียนหนังสือจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเจ้า!

    บทที่ 26 การเรียนหนังสือจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเ๽้า!


    หลังจากที่ผู้ตรวจการมณฑลกู้และคณะได้ปีนเขาและตรวจตราหมู่บ้านหนึ่งรอบ ต่างก็รู้สึกเหนื่อยและหิวกันแล้ว


    ห่าวเหรินเชิญผู้ตรวจการมณฑลกู้และนายอำเภอซ่งไปรับประทานของว่างที่บ้านของตน


    อู่อิงเหนียงกับแม่เฒ่าชิวกำลังยุ่งอยู่กับทำอาหารให้ชาวบ้าน จึงไม่มีเวลามาทำอาหารให้คนเหล่านี้โดยเฉพาะ


    นางจึงนำบัวลอยที่เหลือจากเมื่อวานมาต้มรวมกับผักจี้ ไม่ได้ใส่เนื้อ เติมน้ำลงไปเล็กน้อยพอสุกก็ยกออกไปเสิร์ฟ


    อู่อิงเหนียงวางถ้วยบัวลอยผักจี้ที่ยังร้อนระอุสองถ้วยลง "ขออภัยด้วยเ๽้าค่ะท่านทั้งสอง อาหารในหมู่บ้านช่างเรียบง่ายนัก หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจ" แล้วนางก็หมุนตัวรีบออกไปทำงานต่อ


    ในครัวยังมีนกพิราบตุ๋นสำหรับมื้อเย็นของจือจือ นางต้องคอยดูไฟ


    รูปร่างที่แข็งแรงกำยำของอู่อิงเหนียงนั้นตรงกับภาพสตรีชาวบ้านในความคิดของนายอำเภอซ่งพอดี


    อีกทั้งการพูดจาเดินเหินของนางก็เป็๲ธรรมชาติ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของผู้กล้า


    อู่อิงเหนียงรีบจากไปอย่างเร่งรีบ พวกเขาก็คิดว่านางคงเป็๲สตรีชาวบ้านที่เขินอายที่ต้องเจอชายแปลกหน้าจึงหลบไป


    ห่าวเหรินรินน้ำพุ๺ูเ๳าอันหอมหวานเติมให้พวกเขาสองถ้วย "เชิญผู้ตรวจการมณฑลกู้และท่านนายอำเภอซ่งตามสบายขอรับ"


    บัวลอยผักจี้ไม่ใช่อาหารแปลกใหม่ ทั้งผู้ตรวจการมณฑลกู้และนายอำเภอซ่งต่างก็เคยรับประทานมาก่อน


    โดยเฉพาะผู้ตรวจการมณฑลกู้


    เมื่อเขาเห็นใบผักจี้ที่สดอ่อนและน้ำซุปที่มีกลิ่นหอมของข้าว พอได้ลองชิมกลับพบว่ารสชาติช่างคล้ายกับฝีมือของมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา


    หลายปีก่อน ตอนที่เขายังเป็๲ปัญญาชนอยู่นั้น มารดาของเขาเพื่อประหยัดเงิน มักจะไปเก็บผักจี้มาต้มกับโจ๊กให้เขากิน


    ในสมัยนั้นขนมบัวลอยจะได้กินก็ต่อเมื่อถึงเทศกาลเท่านั้น เมื่อต้มรวมกับผักจี้แล้วช่างหอมอร่อยเหลือเกิน


    ขณะที่เขากินบัวลอย มารดาก็จะนั่งปะชุนเสื้อผ้าให้เขาอยู่ข้าง ๆ พลางมองดูเขากิน


    เมื่อนึกย้อนกลับไป มารดาของเขาจากไปแล้วกว่ายี่สิบปี ตัวเขาเองก็ผ่านวัยหกสิบปีมาแล้วเขาไม่ได้กินผักจี้มานานมาก


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้กินจนน้ำตาคลอ


    เขารู้ดีว่าถึงแม้บัวลอยชามนี้จะเรียบง่าย แต่คงเป็๲อาหารที่ดีที่สุดที่หมู่บ้านนี้จะหยิบยื่นให้ได้แล้ว


    นายอำเภอซ่งไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่รู้สึกว่าผักจี้นี้หอมอร่อยจริง ๆ และคิดว่าตอนลงเขาจะเก็บผักจี้ติดมือกลับไปสักกำ เพื่อให้แม่ครัวที่บ้านต้มให้กินตอนค่ำ


    หลังจากผู้ตรวจการมณฑลกู้และนายอำเภอซ่งกินเสร็จและกำลังจะกล่าวลา ซูจือจือก็กลับมาพอดี


    "ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเก็บผักจี้กลับมาแล้วเ๽้าค่ะ!"


    เสียงของซูจือจือดังแว่วมาแต่ไกล


    วันนี้นางเก็บผักได้มากทีเดียว จึงรีบร้อนอยากจะกลับมาบอกบิดามารดา


    ไก่ป่าที่จับได้พร้อมลูกไก่ทั้งรังถูกฮวาเอ้อร์เหนียงขังไว้ในเล้าแล้ว ในตะกร้าไม้ไผ่บนหลังของนางเต็มไปด้วยผักจี้


    คืนนี้จะได้กินลูกชิ้นไก่ใส่ผักจี้อีกแล้ว


    วันนี้นางสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ออกจากบ้าน ตอนไล่จับไก่ป่าแล้วกลิ้งลงเนิน ชุดของนางโดนกิ่งไม้ข่วนจนฉีกขาด รองเท้าก็พัง ทั้งตัวเปื้อนโคลน


    หากท่านแม่เห็นเข้า ต้องโกรธแน่ ๆ


    ดังนั้นนางจึงจงใจลากเซวียเช่อกลับมาด้วย หากท่านแม่จะตีก้น นางก็จะหลบไปซ่อนหลังเซวียเช่อ


    เซวียเช่อร่างกายอ่อนแอ ท่านแม่คงไม่กล้าลงมือแน่


    ห่าวเหรินโบกมือเรียกพวกเขา "จือจือ อาเช่อ"


    จากนั้นก็หันไปแนะนำ "ท่านผู้มีเกียรติทั้งสอง ขออภัยที่ทำให้ขบขัน นี่คือบุตรสาวและหลานชายของข้าน้อยเองขอรับ"


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้และนายอำเภอซ่งต่างก้มมองดูซูจือจือและเซวียเช่อ


    เด็กทั้งสองใบหน้าเต็มไปด้วยฝุ่น ทั้งตัวสกปรก ตะกร้าไม้ไผ่บนหลังเต็มไปด้วยผักป่า


    โดยเฉพาะเด็กหญิง เสื้อผ้าขาดวิ่น รองเท้าที่สวมอยู่ก็เปิดอ้า


    "ท่านพ่อ วันนี้ข้าขุดผักป่าได้มากมาย ข้าเห็นไก่ป่าด้วย ข้าล้มกลิ้งลงเนินแล้วข้าก็..."


    ห่าวเหรินเห็นว่าเด็กทั้งสองไม่ได้รับ๤า๪เ๽็๤ จึงดึงรากหญ้าออกจากผมของซูจือจือแล้วพูดว่า


    "จือจือ อาเช่อ ไปล้างมือก่อน เดี๋ยวพ่อจะฟังพวกเ๽้าเล่าอย่างละเอียด"


    เซวียเช่อ "ขอรับ"


    ซูจือจือ "เ๽้าค่ะ"


    ซูจือจือยังพูดไม่ทันจบก็รีบไปล้างมือ นางวางตะกร้าไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยผักป่าไว้ที่หน้าประตูซึ่งพิงอยู่ข้างเท้าของนายอำเภอซ่งพอดี


    ในใจของนายอำเภอซ่งรู้สึกละอายใจอย่างที่สุด


    เขาไม่คิดว่าผักจี้ที่ตนเองเพิ่งกินไปนั้น เป็๲ผักที่เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ต้องปีนเขาขึ้นไปขุดมาทีละน้อย


    เด็ก ๆ ในหมู่บ้านไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าที่สภาพดี ทั้งตัวสกปรกขาดวิ่น เพียงเพื่อจะขุดผักป่าจำนวนเล็กน้อยถึงกับต้องกลิ้งตกลงมาจากเนินเขา


    เห็นได้ชัดว่าผักป่าเหล่านี้ได้มาไม่ง่ายเลย


    แต่เขาในฐานะขุนนางผู้ปกครอง กลับคิดจะเอาผักกลับไปด้วยสักหนึ่งกำมืออย่างน่าละอาย!


    นายอำเภอซ่งรู้สึกเหมือนศีรษะหนักพันชั่ง ละอายใจจนไม่กล้าแม้แต่จะมองเด็กคนนี้


    "เด็ก ๆ มานี่สิ" ผู้ตรวจการมณฑลกู้ก้มตัวลง


    ตอนนี้ซูจือจือล้างมือและหน้าเสร็จแล้วเดินออกมา ใบหน้าดูสะอาดขึ้นมากแต่ตัวยังคงสกปรกอยู่


    "ท่านปู่มีธุระอันใดหรือเ๽้าคะ?"


    เซวียเช่อมีท่าทีระแวดระวังผู้คนนอกหมู่บ้านโดยสัญชาตญาณ เขาไม่ได้เข้าไปใกล้มากนักและไม่ค่อยเอ่ยวาจาด้วย


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้คิดว่าเด็กในหมู่บ้านขี้อายและกลัวคนแปลกหน้า


    ห่าวเหรินเตือนอยู่ข้าง ๆ


    "นี่คือท่านผู้ตรวจการมณฑล ต้องเรียกว่าท่านผู้ตรวจการมณฑล"


    เซวียเช่อ "ท่านผู้ตรวจการมณฑล"


    ซูจือจือ "ท่านปู่ผู้ตรวจการมณฑลเรียกข้าด้วยเ๱ื่๵๹ใดหรือเ๽้าคะ?"


    ห่าวเหรินกำลังจะเตือนอีกครั้ง แต่ผู้ตรวจการมณฑลกู้ยกมือขึ้น "ไม่เป็๲ไร"


    ดวงตาคู่งามของซูจือจือทั้งกลมโตและเป็๲ประกาย มองทะลุเข้าไปในใจผู้คน


    เซวียเช่อก็มีใบหน้าที่งดงามได้สัดส่วน กิริยามารยาทเรียบร้อย


    เมื่อเด็กทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน ดูราวกับเทพบุตรเทพธิดาน้อยคู่หนึ่ง


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้มีหลานชายอายุไล่เลี่ยกัน พวกเขาได้เริ่มเรียนรู้การอ่านเขียนแล้ว


    แต่เด็ก ๆ ตรงหน้านี้กลับต้องสวมใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งไปขุดผักป่าใน๺ูเ๳า


    แม้ว่าผู้ตรวจการมณฑลกู้ในอดีตจะมีฐานะยากจน แต่ก็ไม่ได้ลำบากถึงขนาดนี้


    เขามองดูแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก


    เมื่อนึกถึงหัวหน้าหมู่บ้านห่าวที่เขียนอักษรได้สวยงามแต่ไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก ผู้ตรวจการมณฑลกู้จึงตัดสินใจบางอย่างในใจ


    เขาถามซูจือจือและเซวียเช่อว่า "เด็ก ๆ พวกเ๽้ารู้หรือไม่ว่าการเรียนหนังสือคืออะไร?"


    เซวียเช่อ "รู้ขอรับ"


    ซูจือจือ "รู้สิเ๽้าคะ ข้าต้องไปโรงเรียนทุกวันเลย"


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้แปลกใจ "ในหมู่บ้านของพวกเ๽้ามีอาจารย์สอนหนังสือด้วยหรือ?"


    ซูจือจือชี้ไปที่ผู้เฒ่าฉินที่อยู่ไม่ไกล "ท่านผู้นั้นคืออาจารย์ของพวกเราเ๽้าค่ะ"


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้มองไปทางนั้น


    เห็นชายชราที่มีหูเพียงข้างเดียว กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกสานตะกร้าไม้ไผ่ หลังค่อมเหมือนกุ้งในแม่น้ำ


    สานช้า ๆ ดูเหมือนสายตาก็ไม่ค่อยดี สานแล้วก็รื้อ รื้อแล้วก็สานใหม่...


    "นั่นคืออาจารย์ของพวกเ๽้าหรือ?"


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้มองดูแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก


    "ไม่ เ๽้าเด็กน้อย เ๽้ายังไม่เข้าใจหรอก!"


    "ท่านปู่จะส่งพวกเ๽้าไปเรียนหนังสือที่อำเภอ"


    ผู้ตรวจการมณฑลกู้กล่าวจนน้ำตาคลอเบ้า


    "ชีวิตนี้ช่างลำบากเหลือเกิน"


    "การเรียนหนังสือจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของพวกเ๽้า!"