แสงตะวันยามอัสดงสาดทอลงมาเป็สีแดงฉานราวโลหิต ทาบทาลงบนยอดเขา "หุบเหวอสนีบาต" ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เื้ัหมู่บ้านสกุลหลิว บรรยากาศรอบด้านเริ่มมืดสลัวและวังเวง
บนเส้นทางลูกรังทอดตัวลงมาจากตีนเขา ปรากฏร่างผอมแห้งของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีนาม "เย่เฉิน" กำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แผ่นหลังแบกตะกร้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่บรรจุ "ฟืนหนามเหล็ก" จนพูนล้น กิ่งไม้ชนิดนี้มีหนามแหลมคมดุจมีดโกน แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า เป็ของป่าหายาก... ชาวบ้านทั่วไปมิกล้าแม้แต่จะเฉียดกรายเข้าใกล้ เพราะหากถูกหนามเกี่ยวเพียงนิดเดียว พิษร้อนแรงในยางไม้จะกัดกินให้แผลเน่าเปื่อยไปหลายวัน
ท่อนแขนและแผ่นหลังของเย่เฉินเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเืกรัง ทั้งรอยเก่าและใหม่ทับซ้อนกันจนแทบไม่เห็นผิวเนื้อดี ทว่าใบหน้ามอมแมมกลับสงบนิ่ง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นไร้ซึ่งความเ็ปหรือน้อยเนื้อต่ำใจ มีเพียงความมุ่งมั่นฉายชัด... พร้อมจะก้าวเดินต่อไปทีละก้าว
เมื่อมาถึงลานหน้าเรือนหัวหน้าหมู่บ้าน เย่เฉินปลดตะกร้าหนักอึ้งลงจากหลัง เสียงฟืนกระทบพื้นดัง ตึง! ฝุ่นตลบอบอวล
"มาช้าจริง! ข้านึกว่าเ้ากลายเป็อาหารของสัตว์ร้ายไปแล้วเสียอีก"
เสียงตวาดดังขึ้นจากชายวัยกลางคนลงพุง ผู้กำลังนั่งจิบชาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ เขาคือ "หลิวซาน" หัวหน้าหมู่บ้านผู้ดูแลคลังเสบียง สายตารังเกียจเดียดฉันท์จับจ้องมายังเย่เฉิน ราวกับกำลังมองก้อนมูลสุนัขเปื้อนรองเท้า
เย่เฉินไม่โต้ตอบ เขาเพียงก้มศีรษะลงเล็กน้อย "ฟืนหนามเหล็กห้าสิบกิ่ง ครบตามจำนวนขอรับ"
หลิวซานปรายตามองกองฟืนเพียงแวบเดียว ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เขาหยิบหมั่นโถวสีคล้ำแข็งกระด้างราวกับก้อนหินลูกหนึ่ง กับเศษเนื้อตากแห้งชิ้นเล็กๆ ออกมาจากถาด แทนที่จะส่งให้ถึงมือ... หลิวซานกลับโยนมันลงบนพื้นดินฝุ่นเขรอะตรงหน้าเด็กหนุ่ม
"เอ้า! กินซะ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ… ยิ่งโต เ้าก็ยิ่งเหมือนปีศาจสายฟ้าในคืนนั้นเข้าไปทุกที แค่เห็นหน้าเ้า ข้าก็รู้สึกเหมือนจะซวยไปทั้งวัน"
คำพูดถากถางเสียดแทงเข้ากระดูกดำ เป็ความจริง... คนทั้งหมู่บ้านตราหน้าเขาว่าเป็ "ตัวกาลกิณี" ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งคร่าชีวิตคนไปเกือบครึ่งหมู่บ้าน เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันแอบดูอยู่หลังรั้วพากันหัวเราะคิกคัก รอสมน้ำหน้า ยามเห็นเย่เฉินหลั่งน้ำตาหรือแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา
แต่เย่เฉินกลับไม่ทำเช่นนั้น
เขาย่อตัวลงอย่างช้าๆ มือหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบหมั่นโถวเปื้อนฝุ่นขึ้นมา ปัดมันออกเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะกัดกินอย่างเงียบเชียบและใจเย็น ราวกับนี่คืออาหารรสเลิศ
ในใจกระจ่างแจ้งยิ่งนัก… ศักดิ์ศรีไม่อาจทำให้อิ่มท้อง และโทสะก็ไม่อาจทำให้รอดชีวิต
‘ด่าทอไปเถิด เหยียดหยามข้าไปเถิด… ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ วันหนึ่งข้าจะปีนขึ้นไปอยู่เหนือพวกเ้าทุกคน’
เย่เฉินเคี้ยวหมั่นโถวคำสุดท้าย กลืนลงคอพร้อมความขมขื่น แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังเดินกลับไปยังที่พักซอมซ่อของตนโดยไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว ทิ้งให้หลิวซานมองตามด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ยามไม่อาจยั่วโมโหเด็กหนุ่มได้สำเร็จ
วายุคลั่งยามราตรีเริ่มโหมกระหน่ำ หอบเอากลิ่นอายความหนาวเหน็บจากหุบเหวอสนีบาตให้ไหลบ่าลงมาปกคลุมทั่วหมู่บ้านสกุลหลิว เสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านซอกหิน... ราวกับเสียงร่ำไห้ของภูตพราย
ณ สุดขอบหมู่บ้าน ปรากฏเพียงกระท่อมไม้ผุพังมุงหญ้าคาแห้งกรังตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยว โครงสร้างโยกคลอนส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกคราที่ต้องปะทะกระแสลมรุนแรง
เย่เฉินผลักประตูไม้แทบจะหลุดจากบานพับเข้ามาภายใน ความมืดมิดรอบกายหาได้ทำให้เขาหวาดหวั่น เขาคุ้นเคยกับมันยิ่งกว่าแสงสว่าง ภายในห้องว่างเปล่าไร้เครื่องเรือน มีเพียงกองฟางเก่าใช้ต่างเตียงนอน เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิบนกองฟาง ลมหายใจเริ่มติดขัด ใบหน้าเคยเรียบเฉยบัดนี้ซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า
"อึก…"
เขากัดฟันจนกรามเกร็งแน่น ข่มกลั้นเสียงครางในลำคอ มือสั่นเทาค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าเนื้อหยาบขาดวิ่นออกจากกาย ท่อนบนผอมแห้งจนเห็นซี่โครงปรากฏแก่สายตา ทว่าสิ่งที่น่าตระหนกคือาแฉกรรจ์นับไม่ถ้วน ทั้งรอยแผลเก่ากลายเป็แผลเป็นูน และรอยแผลใหม่จากหนามฟืนเหล็กกรีดลึกเข้าไปในเนื้อหนัง
พิษร้ายจากยางไม้เริ่มออกฤทธิ์รุนแรง ปากแผลบวมเป่งเป็สีม่วงช้ำ ดั่งมีเพลิงกาฬลุกไหม้อยู่ภายใต้ิั ความเ็ปทิ่มแทงลึกถึงกระดูกดำ หากเป็คนทั่วไปคงดิ้นทุรนทุรายสิ้นสติไปแล้ว แต่เย่เฉินกลับยังคงนั่งนิ่งประดุจรูปสลักหิน หลับตากำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าเพื่อสะกดข่มความทรมาน
‘ความเ็ปเพียงเท่านี้… มิอาจเทียบได้กับคืนนั้น’
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องกัมปนาทเลื่อนลั่นมาจากยอดเขาหุบเหวอสนีบาต
เปรี้ยง!
แสงอสนีบาตแลบแปลบปลาบสาดส่องผ่านรูรั่วของหลังคา กระทบเข้ากับแผ่นอกเย่เฉิน เผยให้เห็นปานดำขนาดใหญ่รูปร่างประหลาด คล้ายรากไม้หรือสายฟ้าฟาด พาดผ่านจากไหล่ซ้ายลงมาจรดกลางหน้าอก ในชั่วขณะเสียงฟ้าคำรามก้อง... ปานดำพลันเรืองแสงสีม่วงจางๆ ออกมา!
เย่เฉินสะดุ้งเฮือก มือขวากุมหน้าอกแน่น ความร้อนระอุสายหนึ่งปะทุขึ้นจากภายใน มิใช่พิษจากหนามเหล็ก แต่เป็ขุมพลังพลุ่งพล่านไปตามเส้นชีพจรดั่งม้าป่าตกตื่น เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา… "ลูกปัดหินสีนิล" ผิวขรุขระขนาดเท่าหัวแม่มือ ร้อยด้วยเชือกถักเก่าคร่ำครึ
นี่คือสมบัติเพียงชิ้นเดียว... สิ่งหลงเหลือจากกองซากปรักหักพังในคืนครอบครัวถูกสายฟ้าสังหารสิ้น เป็สิ่งอัปมงคลที่ชาวบ้านต่างขยาดกลัว
"เ้ากำลังหิวอีกแล้วรึ…"
เย่เฉินเอ่ยเสียงแหบพร่า จ้องมองลูกปัดหินในมือเริ่มสั่นไหวตอบรับเสียงคำรามของฟ้าดิน
ชั่วพริบตาต่อมา ปรากฏการณ์อัศจรรย์ก็บังเกิด ลูกปัดหินสีนิลดูดซับไอพิษสีม่วงคล้ำจากาแทั่วร่างเย่เฉิน ความร้อนแรงดั่งไฟเผาอันควรจะคร่าชีวิตเขา กลับถูกกระชากเข้าไปในลูกปัดอย่างรวดเร็ว ความเ็ปมลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซ่านเย็นสบายแผ่กระจายทั่วสรรพางค์กาย าแสมานตัวด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็น
เย่เฉินกำลูกปัดแน่น ดวงตาเคยสงบนิ่งบัดนี้ทอประกายลึกลับ... ลึกล้ำดั่งห้วงมหรรณพ
"คนพวกนั้นตราหน้าว่าข้าคือขยะไร้ค่า… หารู้ไม่ว่า สายฟ้าซึ่งพรากทุกสิ่งไปจากข้า ได้ทิ้งสิ่งนี้ไว้เป็ข้อแลกเปลี่ยน"
พายุฝนโหมกระหน่ำตลอดทั้งคืนจางหายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงหยาดน้ำค้างเกาะพราวบนยอดหญ้า และกลิ่นอายความชื้นลอยอวลในอากาศ แสงอรุณรุ่งสาดส่องผ่านรอยแตกผนังไม้เข้ามาภายในกระท่อม ปลุกให้เย่เฉินตื่นจากภวังค์สมาธิ
เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ั์ตาสีดำสนิทคู่นั้นทอประกายกล้าแกร่งดุจเหล็กกล้าผ่านการตีขึ้นรูป ความอ่อนล้าเคยเกาะกุมร่างกายมลายหายไปจนสิ้น เขาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังประสานกันราวทำนองเพลงแห่งการเปลี่ยนแปลง
เย่เฉินก้มลงสำรวจร่างกายตนเอง ร่องรอยาแฉกรรจ์จากหนามเหล็กอันเหวอะหวะเมื่อคืน บัดนี้เลือนหายไป หลงเหลือเพียงผิวเนื้อเรียบเนียน ทว่าภายใต้ผิวัันั้นกลับให้ความรู้สึกแข็งแกร่งและทนทานผิดไปจากเดิม
"พลังจากลูกปัดหิน… ไม่เพียงรักษาาแ แต่ยังขัดเกลาร่างกายข้าด้วย"
เขาพึมพำแ่เบา พลางกำหมัดแน่น ััได้ถึงขุมพลังสายใหม่ไหลเวียนอยู่ใต้ิั มันมิใช่พลังปราณอันยิ่งใหญ่ของยอดคน แต่เป็พลังกายเนื้อบริสุทธิ์และดุดัน
เย่เฉินก้าวเดินออกจากกระท่อม สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าเต็มปอด สายตาจับจ้องไปยังก้อนหินขนาดใหญ่เท่าศีรษะมนุษย์ข้างทางเดิน หินก้อนนี้เขาเคยพยายามยกมันเพื่อฝึกกำลังเมื่อเดือนก่อน แต่ทำได้เพียงขยับมันเล็กน้อยเท่านั้น
ฟุ่บ!
ร่างผอมบางพุ่งตัวออกไปรวดเร็ว เท้าขวาจิกแน่นลงบนพื้นดินส่งแรงผ่านเอวขึ้นสู่หัวไหล่ ก่อนจะซัดหมัดขวาออกไปปะทะก้อนหินโดยไร้ซึ่งความลังเล
ปัง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินกระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง บนผิวหินแกร่งปรากฏรอยหมัดลึกลงไปเกือบหนึ่งนิ้ว รอยร้าวละเอียดวิ่งพล่านแผ่ขยายรอบจุดปะทะ เย่เฉินดึงหมัดกลับมามองดูหลังมือตน มีเพียงรอยแดงจางๆ ปรากฏอยู่เท่านั้น ไร้ซึ่งอาการาเ็หรือกระดูกร้าวแต่อย่างใด
มุมปากเด็กหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มหาได้ยากยิ่งบนใบหน้าอันเ็า
"กายาเหล็กไหลขั้นต้น… ในที่สุดข้าก็ก้าวข้ามขีดจำกัดของคนธรรมดาได้แล้ว"
เสียงนกกาเริ่มส่งเสียงร้องเตือน ยามเช้าได้มาเยือนอย่างเต็มตัว เย่เฉินเก็บลูกปัดหินสีนิลไว้แนบอกอย่างมิดชิด เขาจัดแจงเสื้อผ้าขาดวิ่นให้เข้าที่ คว้ามีดเดินป่าเล่มเก่าขึ้นสนิมเหน็บไว้ข้างเอว
วันนี้เขาจะไม่ขึ้นเขาไปเก็บฟืนหนามเหล็กเพื่อแลกเศษอาหารอีกต่อไป เป้าหมายของเขาเปลี่ยนไปแล้ว… ป่าลึกด้านหลังหุบเหวอสนีบาต แหล่งอาศัยของสัตว์อสูรดุร้าย คือสถานที่เดียวที่จะช่วยให้เขาบ่มเพาะพลังจากลูกปัดหินนี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
"หลิวซาน… พวกเ้าทุกคนที่เคยเหยียบย่ำข้า จงรอคอยเถิด วันที่ข้ากลับลงมาจากหุบเขา จะเป็วันที่พวกเ้าต้องชดใช้"
เย่เฉินหันหลังให้หมู่บ้าน ก้าวเดินมุ่งหน้าสู่ม่านหมอกหนาทึบของป่าลึก แผ่นหลังเคยงองุ้มบัดนี้ยืดตรงสง่าผ่าเผย พร้อมเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่ตนเองจะเป็ผู้ลิขิต
ม่านหมอกหนาทึบปกคลุมผืนป่าหลังหุบเหวอสนีบาตราวกับกำแพงสีขาว กั้นแบ่งโลกภายนอกออกจากดินแดนแห่งความตาย ต้นไม้โบราณขนาดมหึมาแผ่กิ่งก้านสาขาบดบังแสงตะวัน ทำให้บรรยากาศภายในป่ามืดสลัวแม้จะเป็เวลากลางวันแสกๆ
เย่เฉินย่างเท้าก้าวเข้ามาในอาณาเขตอันตรายด้วยความระมัดระวัง ทุกย่างก้าวแ่เบาดุจแมวป่า ประสาทััได้รับการขัดเกลาจากลูกปัดหินตื่นตัวเต็มที่ หูได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ร่วงหล่นหรือเสียงลมหายใจของแมลงตัวเล็ก
ครืด… ครืด…
เสียงขูดขีดแหลมสูงดังแว่วมาจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า พร้อมกลิ่นสาบสางรุนแรงโชยมาตามลม เย่เฉินหยุดชะงัก มือขวากระชับด้ามมีดเดินป่าเล่มเก่าแน่น สายตาเพ่งมองฝ่าความมืดสลัวเบื้องหน้า
ทันใดนั้น พุ่มไม้ก็ถูกกระแทกจนแตกกระจาย ร่างมหึมาสีดำทะมึนพุ่งทะยานออกมาด้วยความเร็วปานลูกธนู!
มันคือ "หมูป่าขนเหล็ก" สัตว์อสูรระดับต่ำ... นิสัยดุร้าย ขนตามร่างกายแข็งแกร่งและคมกริบราวเข็มโลหะ เขี้ยวสีขาวโง้งยาวสองข้างดูน่าเกรงขาม ั์ตาสีแดงฉานจ้องมองมาที่เย่เฉินด้วยความกระหายเื
"หมูป่าขนเหล็ก… คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ"
เย่เฉินไม่ถอยหนี แม้จะเป็ครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตามลำพัง แต่หัวใจกลับเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นระคนท้าทาย
โฮก!
เ้าสัตว์ร้ายคำรามลั่นก่อนจะตะกุยเท้าพุ่งเข้าใส่ หมายจะขวิดร่างเด็กหนุ่มให้ทะลุด้วยเขี้ยวคู่ั์ เย่เฉินเบี่ยงตัวหลบฉากออกไปด้านข้างด้วยความเร็วเหนือกว่าคนทั่วไป ร่างกายพริ้วไหวหลบหลีกการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกันนั้นก็เหวี่ยงมีดในมือฟันเข้าที่ลำคอของมันเต็มแรง
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ประกายไฟแลบแปลบปลาบ มีดเดินป่าสนิมเขรอะไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนิัอันแข็งแกร่งของหมูป่าได้ ซ้ำร้ายแรงสะท้อนยังทำให้มีดหักสะบั้นคามือ
"มีดธรรมดาทำอะไรมันไม่ได้จริงๆ ด้วย…"
เย่เฉินโยนด้ามมีดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย เขาไม่มีอาวุธอื่นเหลืออยู่อีกแล้ว… นอกจากร่างกายตนเอง หมูป่าขนเหล็กเมื่อเห็นศัตรูไร้อาวุธ มันยิ่งได้ใจ หันกลับมาเตรียมพุ่งชนอีกครั้ง
เย่เฉินสูดลมหายใจลึก โคจรพลังจากลูกปัดหินที่หลอมรวมเข้ากับกระดูกและกล้ามเนื้อ ิัเริ่มเปล่งประกายสีทองแดงจางๆ
"ในเมื่อศาสตราไร้ผล… ข้าก็จะใช้หมัดคู่นี้สังหารเ้า!"
เมื่อหมูป่าพุ่งเข้ามาในระยะประชิด เย่เฉินไม่หลบอีกต่อไป เขาย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อส่งแรง ปักหลักยืนหยัดต้านรับแรงปะทะ แล้วซัดหมัดขวาออกไปปะทะกับหน้าผากสัตว์ร้ายตรงๆ
ตึง!
เสียงปะทะหนักหน่วงดั่งค้อนทุบเหล็ก ร่างมหึมาของหมูป่าขนเหล็กหยุดชะงักกลางอากาศ แรงกระแทกมหาศาลส่งผ่านจากหมัดเย่เฉินทะลุทะลวงเข้าไปภายในกะโหลก เสียงกระดูกแตกร้าว กร็อบ! ดังขึ้นอย่างน่าสยดสยอง ร่างสัตว์ร้ายเซถลาไปด้านหลังสองสามก้าว ั์ตาสีแดงหม่นแสงลง ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นดิน สิ้นใจตายคาที่ด้วยหมัดเพียงหมัดเดียว
เย่เฉินยืนหอบหายใจเล็กน้อย ก้มลงมองกำปั้นตนที่ไร้รอยขีดข่วน แม้จะปะทะกับขนเหล็กแหลมคม แต่ิัเขากลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า
"นี่หรือคือกายาเหล็กไหล… พลังที่ข้าไม่เคยกล้าแม้แต่จะฝันถึง"
เขาทรุดตัวลงนั่งข้างซากสัตว์ร้าย หยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ออกมาแล่เนื้อส่วนที่ดีที่สุดและเก็บเขี้ยวของมัน นี่คือทรัพย์สินชิ้นแรกที่เขาหามาได้ด้วยพลังตนเอง มิใช่การเก็บเศษเดนที่คนอื่นทิ้งไว้
ท่ามกลางความเงียบสงัดของป่า เย่เฉินแหงนหน้ามองลอดแมกไม้ขึ้นไปบนท้องฟ้า แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นลุกโชนยิ่งกว่าเดิม
เส้นทางของผู้แข็งแกร่ง… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
[จบตอนที่ 1]