“ หมอจอนช่วยพาผมไปพบคนไข้ก่อนนะครับ” เทียนบอกหมอจอน
“ ตามมาเลยครับ” หมอจอนพาเทียนไปห้องคนไข้ที่โดนหนังควายเสกเข้าท้อง
ภายในห้องคนไข้ เจอคนที่มาเยี่ยมคนไข้หลายคน มีทั้งชายและหญิง พอหมอเข้าไปทุกคนก็หลบไปอยู่อีกมุมหนึ่ง หมอจอนยังทักทายคนที่มาเยี่ยมคนหนึ่งคุยกันเหมือนเคยมารักษาอาการเดียวกันนี้เลย
“ คนไข้รู้แล้วใช่ไหมว่ามีหนังควายเข้าไปอยู่ในท้องของคุณ” เทียนเริ่มถาม
“ ใช่ครับ “ คนไข้บอก
“ ผมเป็นหมอผ่าตัดที่จะผ่าเอาชิ้นหนังนี้ออกมา ผมจะถามคนไขไม่กี่ข้อกรุณาบอกความจริง” เทียนบอกให้รู้ไว้ก่อน
“ หมอถามได้เลยครับ” คนไข้บอก
“ คุณมีเพื่อนที่มีอาการแบบเดียวกันกี่คน “ เทียนถาม
“ มีอาการแบบนี้ แล้วรักษาไปแล้ว 3 คนครับ ผมเข้ามาเป็นคนที่ 4” คนไข้บอกตรงตรง
“ คุณมีความขัดแย้งกับใคร ทำไมเขาถึงได้ทำคุณไสยใส่พวกคุณแบบนี้”
เทียนใส่คำถามตรงเป้าทันที
“ คุณหมอพูดอะไร คุณหมอไม่ได้เป็นตำรวจ คุณหมอถามแบบนี้กับผมไม่ได้นะครับ” คนไข้เริ่มมีอารมณ์ไม่อยากบอก
“ นี่เพื่อประโยชน์ของคุณเองนะ ไม่เช่นนั้น พวกคนที่ทำอาจจะใช้ของหนักขึ้นแล้วพวกคุณจะรับไหวหรือ” เทียนยังถามต่อ
“ คุณหมอรู้ได้ยังไงว่าผมโดนของ” คนไข้ยังไม่ยอมบอก
“ สิ่งที่ผมควรถามก็ถามไปแล้ว คุณเตรียมตัวอีก1 ชม ผมจะผ่าเอาหนังออกให้”เทียนพูดเสร็จก็เดินออกไปรอที่ห้องผ่าตัดทันที
ไม่นานก็เข็นผู้ป่วยมาเทียนรอให้พยาบาลฉีดยาชาให้คนไข้ พอยาชาออกฤทธิ์
เทียนคว้ามีดผ่าแผลกว้างนิ้วเดียวแล้วเทียนก็หยิบหนังออกมา เสร็จแล้วเทียนใช้พลังเทพบริสุทธิ์ รักษาแผล จนหายปกติ พยาบาลผู้ช่วยมองอย่างตกตะลึง
“ เสร็จเรียบร้อย ไม่ต้องทำแผลให้คนไข้กลับบ้านได้” เทียนพูดจบก็เอาแผ่นหนังใส่ขวดเดินออกไปทันที
กลับมาถึงบ้านเทียนนั่งทำสมาธิตรวจสอบกับแผ่นหนังควายที่ได้มาจากท้องคนไข้
แล้วเอาไข่มุกปราบวิญญาน ออกมาแล้ววางไปไว้ใกล้กับหนังควาย แล้วไข่มุกก็เกิดสีเหลืองนวล ส่องไปสัมผัสกับแผ่นหนังควาย จนมันสลายกลายเป็นควัน แล้วถูกดูดเข้าไปในไข่มุกปราบวิญญาน
“ นึกไม่ถึงไข่มุกปราบวิญญาน สามารถทำลายคุณไสยได้ด้วย” เทียนเอ่ยเบาเบา
เช้าเทียนกับน้องสาวก็ไปโรงพยาบาล พอถึงโรงพยาบาลผอ.เตียงก็รีบดึงเทียนไปคุยที่ห้องทันที
“ สุดยอดมหัศจรรย์ จริงๆ เลย วิชาที่หมอเทียนไปเรียนมา ได้ผล พี่ชายของผมหายแล้วจริงๆ เมื่อวานส่งตรวจ MRI แล้วมะเร็งหายไปแล้ว ตรวจเลือดก็ไม่พบอะไรตอนนี้พี่ชายกับพี่สะใภ้ออกจากห้อง ICU อยู่ห้องธรรมดา พวกเขาอยากขอบคุณหมอเทียน พวกเราไปกันเถอะ หมอเทียนจะได้ดูด้วย” ผอ.พูดด้วยความตื่นเต้น เทียนเดินตามไปอย่างว่าง่าย
ถึงห้องคนป่วย เจอทั้งคู่แสดงความขอบคุณกันยกใหญ่ เทียนขอจับชีพจร เป็นไปได้จริงๆ สามารถหายได้
“ เรื่องนี้ขอให้ผอ.ทำตามสัญญาด้วย เพราะถ้าเรื่องนี้คนรู้มากกว่านี้ จะเกิดความโกลาหลกันไปทั่ว “ เทียนบอก
“ ผมรู้ แต่ว่าหมอเทียนจะไม่รักษาโรคนี้ให้ใครมันน่าเสียดายอุตส่าห์ไปร่ำเรียนมา” ผอ.เตียงกล่าวอย่างเสียดาย
“ ผมไม่ได้บอกว่าไม่รักษา แต่ขอให้แล้วแต่โชควาสนาของคน คนนั้น” เทียนมองไปที่พี่ชายผอ.เตียงที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ผอ.เตียงก็รู้สึกยินดียิ่งนัก
เทียนออกมาว่าจะไปทักทายเพื่อนๆ แต่พอมาถึงห้องฉุกเฉิน มีพยาบาลมาเรียก
ให้ไปช่วยดูคนป่วยด้วย มีเคสประหลาดอีกแล้ว เทียนรีบไปทันที ก็เห็นมีชายคนหนึ่ง มีอาการแปลกๆ อาเจียนมีเส้นผมออกมา แล้วก็เริ่มมีใบมีดออกจากปาก
เทียนรีบเข้าไปช่วยเอาไข่มุกดูดวิญญานไปแปะไว้ที่หน้าอก ที่กำลังจะอาเจียนออกมาก็หยุดทันที แล้วมีกลุ่มควันออกมาจากหน้าอกจุดที่ เทียนได้วางไข่มุกเอาไว้ ไม่นานกลุ่มควันก็หายไป ชายคนนั้นก็อ่อนแรงลง แต่ก็ปลอดภัยแล้ว
พยาบาลเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รีบเดินมากระซิบกับหมอเทียนทันที
“ หมอเทียนนี่เขาถูกคุณไสยอีกแล้วหรือ” พยาบาลถาม
“ รู้ด้วยหรือ อาการแบบนี้เรียกว่า คุณไสย” เทียนถามกลับแล้วยิ้ม
“ โธ่ หมอเทียนตอนนี้คนเข้ารู้กันทั่วแล้ว อาการแปลกๆ แบบนี้ เริ่มมากันบ่อย
ไม่รู้เมืองเราตอนนี้เกิดอะไรขึ้น พวกพ่อมดหมอผี เต็มไปหมด ทำร้ายกันด้วยเวทย์มนต์คาถา ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้” พยาบาลบ่นให้ฟัง เทียนได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหัว
เสร็จจากห้องฉุกเฉิน เทียนโทรไปที่หน่วยสืบลับ
“ สวัสดีครับ ปู่อินทรีย์ ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ตอนนี้มีคนไข้ ถูกคุณไสยเล่นงานกันมากขึ้น” เทียนสอบถามปู่อินทรีย์
“ อาเทียนเธอกลับมาแล้วก็ดี มีเรื่องเยอะแยะให้ช่วย ว่างๆ เธอเข้ามาที่สำนักงานด้วยนะ ตอนนี้มีพวกแก๊งทะเลาะกัน แล้วไปเชิญพวกมีวิชามาจากทางเหนือแก๊งหนึ่ง และทางตะวันออกอีกแก๊งหนึ่ง ทางการก็ไม่มีหลักฐานกระทำผิดเลยทำอะไรไม่ได้ “ ท่านปู่อินทรีย์อธิบายด้วยความเหนื่อยหน่าย
“ ให้ผมกวาดล้างให้หมดเลยไหมครับ “ เทียนลองถามดู
“ ได้ก็ดีน่ะซิ แต่ว่าเจ้าคนเดียวไม่ไหวหรอก พวกนี้มันมีกันเยอะมาก” ปูอินทรีย์เป็นห่วง
“ ไม่เป็นไรผมจะระวังครับ” เทียนบอกเสร็จก็รีบเดินไปหาเพื่อนๆ ที่กำลังรอเทียนอยู่เพื่อไปกินข้าวกัน
“ ลูกพี่ไม่เจอกันนานเลย กลับมาคราวนี้มีพวกเราต้องฉลองกันหน่อย” เจ้าอ้วนเอ่ยก่อนใคร
“ ใช่ หายไปนาน คราวนี้มีอะไรมาฝากกันบ้างหรือเปล่า” อันอันถามหาของฝากอีกแล้ว
เทียนหยิบของฝากออกมาหลายชิ้นมีทั้งเครื่องประดับทั้งชายและหญิง เอามาวางแล้วให้พวกเพื่อนๆ เลือกกันเอาเอง
“ โอโฮ้ นี่มันของโบราณชัดๆ ลูกพี่เอามาได้ยังไงนี่” เจ้าผอมร้องเสียงดัง
“ นั่นซิ ของพวกนี้ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน นายได้มายังไง” คุณชายกรก็ถาม
“ ปิ่นหยกโบราณ เนื้อหยกแท้ นี่มันของแท้เลยใช่ไหม” ริษายังสงสัย
“พวกนายเอาไปเหอะ ฉันไปเจอของพวกนี้ที่ตลาดตอนไปอบรมที่ต่างประเทศ
ฉันไม่ได้ถามของพวกนี้จริงหรือไม่จริงหรอก เห็นแปลกๆ ก็เลยเหมาๆ มา”
เทียนเอ่ยแบบสบายๆ
พอกลับทานอาหารกลางวันก็มีเรื่องเข้ามาอีก มีผู้คนหลายคนต่างถูก ควายขวิด
เป็นแผลบาดเจ็บหนักหลายสิบคน แล้วจู่ๆ ก็เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอีก
เพราะคนเจ็บมาจากทั้งสองแก็งค์ ต่างก็จะให้หมอรักษาฝ่ายตนเองก่อน
เทียนมาถึงเห็นคนไม่บาดเจ็บ กลับส่งเสียงดัง เทียนเดินเข้าไปตบที่หน้าทีเดียวเปรี้ยง สลบไปหนึ่ง แล้วจับหัวอีกสองคนชนกัน ตูม สลบไปอีกสอง
เทียนเดินเข้าไป อัดคนทั้งหมดที่ไม่ใช่คนเจ็บอีกสิบกว่าคน แล้วจับโยนออกไปจากห้องฉุกเฉิน จนหมด
“ คนไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า” เทียนพูดเสร็จก็หันกลับเข้าห้องฉุกเฉิน
เทียนเข้าไปรักษาคนเจ็บและก็สอบถามไปด้วยได้ความว่า เป็นคนของแก๊งเสือดำ ปะทะกับแก๊งราชสีห์ ตอนนี้ทั้งสองได้เชิญหมอผีจากชายแดนเขมรอยู่ฝ่ายเสือดำ และ หมอผีชายแดนพม่าอยู่ฝ่ายราชสีห์ วันนี้มีการปล่อยสัตว์เวท มาใส่ฝ่ายตรงข้าม จึงทำให้บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย กรี๊ง กรี๊ง มีเสียงโทรศัพท์ ดังเข้ามา
“ อาเทียนมีเรื่องด่วนเข้ามา เวลานี้เกิดเหตุมีสัตว์ร้ายแปลกประหลาดไล่ทำร้ายผู้คนในที่ตลาดใหญ่ติดหอนาฬิกาประจำเมือง ทางเราส่งผู้พันธานีไปจัดการแล้วแต่ผู้พันธานี แจ้งกลับมาว่า ไม่สามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดเหล่านี้
อาเทียนเธอช่วยไปดูด่วนเลยนะ” ปู่อินทรีย์ พูดน้ำเสียงร้อนรน
“ ครับผมจะไปทันที” เทียนรับคำแล้วดูอาการผู้ที่เข้ามายังไม่มีใครมีอาการหนัก
เทียนเลยออกจากห้องฉุกเฉิน ไปที่หอนาฬิกา ทันที
พอเทียนไปถึงก็เห็นสภาพตลาด มีสภาพสินค้ากระจัดกระจายไปทั่ว มีผู้ครีบวิ่งเก็บของกันวุ่นวาย เห็นมีควายตัวใหญ่ 2 ตัว พุ่งเข้าใส่กันจนข้างของข้างทางล้มระเนระนาดไปหมด มีกองกำลังทหาร มาอยู่เกือบ200คน แต่ไม่สามารถหยุดยั้ง
เจ้าสัตว์2ตัวที่กำลังสู้กันได้ เทียนมองไปที่บนตึกสูงที่อยู่ไกล เห็นคนที่ควบคุมสัตว์เวทย์ มองมาแต่ไกล ส่วนอีกฝ่ายก็จ้องมาจากบนตึกอีกหลังหนึ่งเหมือนกัน
เทียนเดินเข้าไปหาผู้พันธานีที่ยืนรอ อยู่อย่างกระวนกระวาย
“ หมอเทียน มาพอดีเลย เมื่อครู่ท่านผอ.อินทรีย์ แจ้งว่าจะส่งหมอเทียนมาผมนี่ดีใจมากเลย” ผู้พันธานีรีบทักทาย
“ สถานการณ์ เป็นอย่างไรบ้างครับ” เทียนขอรายละเอียดทันที
“ ครั้งแรกที่เราได้รับแจ้งเหตุเพียงแค่ 2 แก๊งยกพวกตีกัน แต่พอมาถึงกลับเจอ
ตัวประหลาด2ตัวกำลังสู้กันอยู่ มันทำลายสิ่งของรอบตัวไปหมด ใช้อาวุธถล่มใส่มันมันไม่รู้สึกอะไรเลย มันกลับชนพวกเรากระเด็นบาดเจ็บไปหลายคน ก็เลยถอยกันออกมา
จนกระทั่งหมอเทียนมาถึงนี่แหละ” ผู้พันธานี รายงาน
“ รอสักครู่ผมจะจัดการมันทั้ง 2 ตัวก่อนค่อยคุยกันต่อ” เทียนพูดจบก็หยิบ ดาบสัตตะโลหะออกมา แล้วก็หายตัวไปทันที ผู้พันธานีและลูกน้องตกใจตะลึงอ้าปากค้าง “ นี่หายตัวได้ด้วยหรือ” ผู้พันธานีรำพึงเบาเบาอกมา
เทียนมาปรากฏตัวอีกทีบนหลังควายเวทย์ร่างใหญ่ตัวหนึ่ง แล้วเทียนก็ปักมีดไปบนหัวด้านหลังของมัน ฉึก! มันส่งเสียงร้องดังลั่น แล้วร่างมันก็หายไปกลายเป็นหุ่นควายตัวเล็กตัวหนึ่ง เทียนปล่อยไฟเผาจนกลายเป็นควันหายไป
แล้วมองไปที่อีกตัวหนึ่งซึ่งกำลัง มองมาเช่นกัน ควายเวทย์ตัวนี้ยังไม่ทันขยับ
ก็ถูกเทียนที่เคลื่อนย้ายตัวมาด้านข้าง แล้วฟันไปที่หัวมันทันที ฉัวะ ! หัวมันขาดลงมากองกับพื้น กลายเป็นหุ่นควายตัวเล็ก คอขาด เทียนเผามันอีกตัว
เทียนเคลื่อนย้ายตัวเองไปบนตึกด้านใต้ ที่มีคนควบคุมสัตว์เวทย์ พรึบ!
มีผู้คนจากแก๊งเสือดำอยู่สิบกว่าคน และมีชายวัยกลางคนใส่ชุดขาวทั้งตัวสวมประคำที่คอ เทียนปรากฏร่างอย่างกระทันหัน ทุกคนต่างตกใจ
ได้ยินเสียงหัวหน้าสั่ง “ยิงมัน” เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนทุกเม็ดพุ่งไปที่จุดเดียว เทียนปล่อยพลังออกมาป้องกัน ลูกกระสุนทุกเม็ด กลับหยุดนึ่งกลางอากาศ เทียนใช้เข็มสังหารปล่อยออกไป สิบกว่าเล่ม ปุ ปุ ปุ ๆ โดนจุดสลบ
ล้มไปกองกับพื้นทันที เหลือแต่ ชายชุดขาวยืนอยู่ด้วยความตกใจ แล้วเขาก็หยิบ
กล่องอะไรบางอย่างออกมา แล้วโยนมาที่เทียน ตูม ! กล่องระเบิดกลายเป็นตัวแมลงแปลกๆ คล้ายต่อ แต่ตัวใหญ่กว่า3 เท่า โผล่ออกมาเป็นกลุ่มใหญ่
เทียนปล่อยเปลวไฟเผาพวกมันทันที ฟู่ ๆ ๆ ไม่ทันได้เข้าใกล้เทียนเลย กลายเป็นขึ้เถ้ากันหมดแล้ว
ชายชุดขาวยังไม่ยอมแพ้ หยิบข้าวสารสีดำในย่ามออกมาแล้วทำปากท่องมนต์ แล้วขว้างเข้าใส่เทียน เม็ดข้าวสารสีดำกลายร่างเป็นคน แต่สภาพเหมือนซอมบี้มากกว่า
ต่างก็ยกมือพุ่งเข้าไปจะบีบคอเทียน ที่ยืนมอง แล้วพูดว่า “ช่างมีลูกเล่นเยอะจริงๆ” เทียนปล่อยดาบสัตตะโลหะออกมาทั้ง 2 เล่ม ปล่อยให้มันพุ่งเข้าไปแทงทะลุ ซอมบี้เหล่านี้ พอโดมดาบพุ่งทะลุตัวไป ซอมบี้เหล่านี้ก็สลายหายไปกลายเป็นข้าวสารสีดำ แล้วก็กลายเป็นควันระเหยหายไป
“ คุณเป็นใคร” ชายชุดขาวหมดอาวุธแล้ว เริ่มเสียงอ่อน
“ ผมชื่อหมอเทียน “ เทียนพูดแค่นั้น ก็พุ่งเข้าไปต่อยที่ระหว่างปลายคางกับกกหู
เปรี้ยง! หัวทิ่มพื้นเท้าชี้ฟ้า หมดสภาพ เทียนใช้ไข่มุกปราบปีศาจดูดพลังจิตวิญญานออกมาจดหมด ต่อไปนี้ไม่มีพลังจิตวิญณานก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป
ไม่มีโอกาสสร้างความเดือดร้อนให้ใครได้อีก เหลืออีก 1 พรึบ!
เทียนมาปรากฏตัวทางด้านทิศเหนือของยอดตึกอีกแห่งหนึ่ง เห็นชายชุดดำ ใสประคำสีแดงคล้องคอ ดูแล้วประหลาดตา ข้างหลังมีลูกน้องของแก๊งราชสีห์อีกสิบกว่าคน ชายชุดดำเห็นเทียนก็หยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งแล้วโยนออกมาตรงหน้าเทียน พรึบ ! กลับเป็นเด็กผมแดงมัดจุก ร่างกายเหมือนเด็ก แต่ตัวใหญ่กว่าเทียนเล็กน้อย มือถือทวนยาว ใส่เสื้อสีแดงคล้ายเอี๊ยม ของเด็กจีน นุ่งโจงกระเบนสีแดงเหมือนเด็กไทย ใส่รองเท้าสเก็ตโรลเลอร์เบลดแบบมีไฟ มันส่งเสียงออกมา
“ พ่อ เป็นหรือตาย” มันส่งเสียงถามชายชุดดำ
“ ตาย “ ชายชุดดำตอบ เด็กผีตนนี้ก็ใช้ทวนทิ่มที่หัวใจของเทียนทันที
เทียนหลบออกซ้ายแล้วใช้เท้าถีบเข้ายอดอก เด็กผีตนจนถอยไปหลายก้าวรองเท้าสเก็ตไหลไปกับพื้นเกิดไฟกระพริบถี่ๆขึ้น เด็กผีโกรธมากหน้าแดง
เข้าทวนเข้าใส่เทียนอีกครั้งคราวนี้มีพ่นไฟออกจากปากอีกด้วย
เทียนไม่อยากเล่นด้วยแล้ว เลยปล่อยหมัดสายฟ้าพุ่งเข้าไปที่เด็กผีทันที
เปรี้ยง เด็กผียังไม่ทันเข้าใกล้เทียนเลย ถูกสายฟ้าเข้าใส่เต็มๆ ร่างกายไหม้เกรียม
กลายเป็นตุ๊กตาเหมือนเดิม แต่ยังมีเสียงออกมา “พ่อ หนู ไม่ สู้ แล้ว”
ชายชุดดำไม่ยอมแพ้ ถอดลูกประคำสีแดง ขว้างเข้าใส่เทียนอีก ลูกประคำสีแดงนับสิบ แยกออกจากกัน แต่ละเม็ดขยายร่างใหญ่เท่าลูกโบว์ลิ่ง มีดวงตาปรากฏ
และมี ปากใหญ่เป็นรอยหยัก เหมือนตะเกียงฟักทองของพวกฝรั่ง ต่างพุ่งเข้ามาหาเทียนทุกเส้นทาง เทียนใช้ดาบสัตตะโลหะ ชี้ไปบนท้องฟ้า แล้วสายฟ้าจากปลายดาบสัตตะโลหะ ก็กระจายออกไปรอบ เข้าปะทะกับ ลูกประคำปีศาจ เปรี้ยง
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง สายฟ้าฟาดไปโดนเจ้าลูกประคำปีศาจ ระเบิดเป็นผุยผง
ชายชุดดำโกรธแค้นมาก แต่ไม่ยอมแพ้ หยิบอะไรบางอย่างแล้วยัดเข้าไปในปากตัวเอง ไม่นานร่างกายชายชุดดำก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายร่างเป็นเหมือนยักษ์ตัวสีเขียว แต่มีเขี้ยว งอกออกมา หน้าผากมีเขางอกมา หนึ่งเขา
“ นี่มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย “ เทียนรู้สึกประหลาดใจมากขึ้น
พวกแก๊งราชสีห์เห็นอาจารย์ที่เชิญมาเริ่มแปลงร่างก็ถอยห่างออกไป หลายคนก็ไม่ได้กลัวอะไร จึงถูกจับแล้วขว้างเข้าใส่เทียนเป็น เหมือนขว้างถ้วยขว้างชามเล่นซะอย่างนั้น เทียนรีบใช้พลังต้านเอาไว้ ทำให้คนที่โดนขว้างมาไม่เกิดอันตรายมากนัก
เจ้าปีศาจยักษ์ตัวเขียว ทุบอกตัวเอง เหมือนกับคิงคอง เวลาโกรธ เสร็จแล้วมันก็กระโดด พุ่งเข้ามาที่ตรงหน้าเทียน แล้วเงื้อหมัดขวาเพื่อที่จะอัดไปที่ใบหน้าของเทียน ในขณะที่ เทียนปล่อยให้ม่านพลังหายไป เพราะว่าอยากจะลองดูพลังของเจ้าปีศาจยักษ์เขียวตัวนี้ เทียนใช้ฝ่ามือซ้ายรับหมัดที่ปีศาจยักษ์ปล่อยมา หมับ! หมัดเจ้ายักษ์ถูกหยุดด้วยฝ่ามือเล็กจ้อยของเทียน มันตกใจผงะ เล็กน้อย แต่เทียนก็ใช้จังหวะนี้
พุ่งหมัดแยบใส่ไปที่จมูกเจ้าปีศาจยักษ์ โครม! มันหงายหลังไปทันที
ขณะที่กำลังจะลุกขึ้น ก็มีหลังเท้า พุ่งเข้ามาที่ปลายคางอีกที เปรี้ยง ! ร่างเริ่มโอนเอนแบบว่าจะล้มดีหรือไม่ล้มดี ยังไม่ทันจะล้มก็เจอเข้ากับท่า Back kick แบบเทควันโด เข้าไปที่ท้องน้อย ล้มไปกับพื้นหงายชี้ฟ้า
เทียนยังไม่ยอมหยุด พุ่งกระโดดตัวลอยใช้เข่าคู่พุ่งเข้ากระแทกตรงที่หน้าอก เจ้าปีศาจยักษ์ที่ลงไปนอนอยู่แล้วเสียงดัง ปึก! น้ำสีเขียวไหลออกมาจากปาก ร่างกายก็ค่อยเปลี่ยนกลายเป็นชายชุดดำ เสื้อผ้าขาดวิ่น นอนหายใจรวยริน มีรอยคราบอาเจียนออกมาจากปากเต็มไปหมด
เทียนหยิบไข่มุกออกมาแล้วดูดพลังจิตวิญญานออกมาจนหมด กลายสภาพเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังจิตอีกต่อไป ส่วนพวกแก๊งราชสีห์ต่างก็วิ่งหนีออกไปตั้งแต่
อาจารย์ที่เชิญมากลายเป็นปีศาจไปแล้ว เทียนไม่สนใจคนพวกนี้ จัดการตัวต้นเรื่องก็พอแล้ว แต่เทียนรู้สึกประหลาดใจกับพลังตัวเอง เพราะปกติในแดนโลกมนุษย์จะถูกจำกัดพลังแค่ จิตวิญญานขั้นสูง แต่ทำไมตัวเขาเองรู้สึกว่าเขาไม่ถูกจำกัดพลัง และยังสามารถใช้ได้ดังใจนึกแม้กระทั่งพลังมหาเทพขั้นสูง ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ในดิดแดนโลกมนุษย์ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่มีอำนาจพลังสูงที่สุด ในโลก ?.........