ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 179 สัมปทานเหมืองแร่

            “เช่นนั้นพวกเราไปที่เมืองเจินหมิงกันก่อนเถอะพวกเราต้องได้สัมปทานเหมืองแร่ที่นี่โดยเร็วพวกเราจะได้หลุดพ้นจากความลำบากอย่างแน่นอนข้าให้สัญญา” เฟยหลงเอ่ยพร้อมกับเก็บแร่ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเขาเข้าไปไว้ในแหวนมิติทันทีจากนั้นจึงได้พาคนของตระกูลซานกลับไปยังเมืองเจินหมิง

            เมื่อมาถึงภายในเมืองเจินหมิงเฟยหลงพบว่าที่นี่แห้งแล้งและกันดารเป็นอย่างมาก พืชผักที่ปลูกแทบไม่ได้ผลผลิตพวกเขาตรงไปยังตำหนักเจ้าเมืองในทันที เมื่อมาถึงยังตำหนักเจ้าเมืองเจินหมิงพวกเขาได้พบกับเจ้าเมืองเจินหมิงอย่างไม่ยากเย็นเพราะมีน้อยครั้งที่จะมีคนต่างถิ่นเข้ามาภายในเมืองนี้พวกเขาถูกทหารรายงานตั้งแต่เข้าประตูเมืองมาแล้ว

            “คารวะท่านเจ้าเมืองข้าน้อยเฟยหลงศิษย์นิกายกระบี่สวรรค์”

            “โอ้...เป็นศิษย์นิกายกระบี่สวรรค์นี่เองเจ้ามีอะไรให้ชายแก่คนนี้รับใช้เช่นนั้นหรือ?”

            “ข้าน้อยอยากซื้อภูเขาสักลูกสองลูกพร้อมกับใบสัมปทานเหมืองแร่เหล็กขอรับ”

            “สัมปทานเหมืองแร่เหล็กเช่นนั้นหรือ?”

            “ได้สิ ได้สิ เจ้าตามข้ามาท่านเลขาท่านช่วยนำแผนที่ พร้อมกับใบสัมปทานมาให้ข้าหน่อย”

            เมื่อแผนที่ถูกกางออกมาเฟยหลงชี้ภูเขาสองสามลูกที่เขาต้องการ ให้เจ้าเมืองเจินหมิงดูตามแผนที่เจ้าเมืองเจินหมิงตรวจเช็คและให้เลขาสรุปค่าใช้จ่ายที่เฟยหลงต้องจ่าย

            “นายน้อยภูเขาสามลูกนี้พร้อมกับใบสัมปทานเวลาหนึ่งร้อยปีทั้งหมดเป็นเงิน สิบล้านเหรียญทองขอรับ”

            คนของตระกูลซานที่ได้ยินดังนั้นพวกเขาถึงกับหน้าถอดสีแตกต่างจากเฟยหลงในตอนนี้อย่างสิ้นเชิงเงินเพียงแค่สิบล้านเหรียญทองนับเป็นเงินจำนวนมากก็จริงแต่หากเขาสามารถผลิตอาวุธระดับทองได้สักสิบชิ้นก็สามารถได้ทุนทั้งหมดคืนกลับมาแล้ว

            “ท่านเจ้าเมืองตอนนี้เงินข้ายังไม่พอ จะขอผ่อนจ่ายให้ท่านได้หรือไม่?”

            “แล้วนายน้อยจะผ่อนจ่ายให้เราอย่างไร?”

            “ตอนนี้ต้องรอเพื่อนของข้ามาถึงก่อนว่าเขาได้เงินกลับมาเท่าไหร่?”

            “เอาเช่นนี้เป็นไงท่านผ่อนจ่ายให้เราเดือนละสามล้านเหรียญทอง ส่วนหนึ่งล้านเหรียญทองนายน้อยจ่ายเป็นเงินก้อนงวดแรกนายน้อยคิดว่าเป็นอย่างไร”

            “เช่นนั้นก็ตกลงตามนั้นท่านเจ้าเมืองมีอีกเรื่องหนึ่งข้าอยากจะขอร้องท่านท่านช่วยเกณฑ์กำลังพลจำนวนหนึ่งร้อยนายเพื่อคุ้มครองเหมืองแร่ของพวกเราได้หรือไม่? หากท่านทำได้ ข้าจะทำให้ฝนตกที่เมืองเจินหมิงของท่านสองครั้งต่อหนึ่งเดือนท่านคิดว่ายังไง”

            “ท่านทำได้จริงๆ  เช่นนั้นหรือ หากท่านทำได้จริงข้ายินดีอย่าว่าแต่หนึ่งร้อยคนเลยสองร้อยหรือสามร้อยคนข้าก็ยินดีส่งคนไปหากท่านสามารถทำให้ฝนตกได้อย่างที่ท่านกล่าวจริงๆ”

            เฟยหลงเดินออกมาด้านนอกตำหนักเขาร่ายเวทอยู่ครู่หนึ่ง ฉับพลันเมฆฝนพลันก่อตัวขึ้นมาทั่วทั้งเมืองเจินหมิงเหล่าชาวบ้านต่างแหงนมองดูก้อนเมฆสีดำที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองเจินหมิงในเวลานี้เจ้าเมืองและเลขาต่างตกตะลึงกับสิ่งที่พวกเขาเห็น

            แปะ!!  แปะ!!  แปะ!!  แปะ!!  เสียงหยดน้ำเริ่มตกลงมาจากท้องฟ้า จนกระทั่ง

            ฉ่า!!!! ฝนตกลงมาอย่างทั่วถึงทั้งเมืองเจินหมิงเหล่าชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ บางคนถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นขอบคุณสวรรค์น้ำตาของเจ้าเมืองและเลขาคลออยู่ที่เบ้าตาสิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดและหวังจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆตลอดหลายสิบปีมานี้ตอนนี้สามารถแก้ปัญหาได้เพราะเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปีคนนี้

            ฝนตกนานกว่าสองชั่วโมงจนน้ำเติมเต็มพื้นที่ไร่นาและหนองบึงอย่างรวดเร็ว พื้นดินที่เคยแห้งแล้งตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความชุ่มชื้นรอยยิ้มและหยดน้ำตาของชาวบ้านจำนวนหลายหมื่นคนปรากฎให้เห็นโดยทั่ว

            “เพียงแค่นี้ เดือนละสองครั้งคงจะทำให้เมืองเจินหมิงแห่งนี้ไม่แห้งแล้งอีกต่อไปและข้าขอแนะนำให้ท่านเจ้าเมืองออกกฎห้ามตัดต้นไม้และขอให้พวกเขาปลูกต้นไม้ทุกครัวเรือน จะปลูกที่ไหนก็ได้ภายในหนึ่งปีต้องปลูกต้นไม้คนละไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยต้นแล้วปัญหาความแห้งแล้งจะไม่เกิดกับเมืองเจินหมิงของท่านอีกต่อไปเมื่อต้นไม้พวกนั้นเติบโตขึ้น ฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาลเอง”

            “ได้ ได้ ได้ข้าจะทำตามที่นายน้อยแนะนำขอบคุณนายน้อยเป็นอย่างมากที่ให้ความช่วยเหลือตาแก่คนนี้ ให้นอนตายตาหลับข้าเป็นเจ้าเมืองเจินหมิงแห่งนี้มาหลายสิบปี พยายามแก้ไขปัญหาพวกนี้มาโดยตลอดวันนี้ได้นายน้อยช่วยเหลือปัญหาที่ติดค้างคาใจตาแก่คนนี้ได้นายน้อยโปรดรับการคารวะจากข้าด้วย” เจ้าเมืองเจินหมิงคารวะเฟยหลงด้วยความยินดีเฟยหลงรีบเข้าประคองร่างของเจ้าเมืองเอาไว้

            “ท่านเป็นเจ้าเมืองที่เป็นห่วงบ้านเมืองจริงๆ ข้านับถือคนแบบท่านหากมีสิ่งใดที่ท่านต้องการให้ข้าช่วยเหลือในภายหน้าโปรดบอกข้ามาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

            “ได้หากคราวหน้าข้าต้องการให้นายน้อยช่วยเหลือสิ่งใดข้าจะรายงานให้ท่านทราบด้วยตัวข้าเองส่วนนายน้อยหากต้องการสิ่งใดนายน้อยก็ไม่ต้องเกรงใจบอกข้ามาได้เลยหากข้าสามารถทำได้ข้ายินดีที่จะช่วยเหลือนายน้อยทุกอย่าง”

            “ได้ตกลงตามนั้นขอบคุณท่านเจ้าเมืองและท่านเลขามากที่ช่วยเหลือพวกเรา”

            “พวกเรายินดีรับใช้นายน้อยส่วนเรื่องทหารนั้นพวกเราจะส่งไปเมื่อพวกท่านเริ่มทำเหมืองส่วนเรื่องเงินหนึ่งล้านเหรียญทองนั้นนายน้อยพร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาจ่ายก็ได้”

            “เฟยหลง เฟยหลงข้าคิดว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว อยู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนักจนทำให้ข้ามาช้านี่เงินดาบของเจ้าสามารถขายได้ในราคาถึงสองล้านห้าแสนเหรียญทองเลยทีเดียวตอนแรกข้าคิดว่าจะขายได้สักหนึ่งล้านเหรียญทองเท่านั้นแต่เมื่อเห็นโรงประมูลเปิดพอดีข้าเลยส่งมันเข้าร่วมประมูลนี่เงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วยังคงเหลือเงินสองล้านสี่แสนกว่าเจ้ารับมันไปสิ”หวังจื่อหยิบแหวนมิติส่งให้กับเฟยหลง

            เฟยหลงจึงเงินจำนวนหนึ่งล้านเหรียญทองส่งให้กับทานเจ้าเมืองและอีกหนึ่งล้านเหรียญทองให้กับซานเหมา เพื่อให้เขาเริ่มซื้ออุปกรณ์ต่าง  ๆ ในการทำเหมืองแร่รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างที่พักอาศัยสำหรับคนในตระกูลเหมาที่จะมาทำเหมืองแร่

            “ท่านเจ้าเมืองนี่เงินจำนวนหนึ่งล้านเหรียญทองส่วนที่เหลือข้าจะมาจ่ายตามเวลาที่กำหนด”

            “ขอบใจเจ้ามากเฟยหลง”เจ้าเมืองรับเงินพร้อมกับส่งให้กับเลขาของเขานำไปเก็บเข้าคลังในทันที

            “ท่านผู้อาวุโสนี่เป็นเงินก้อนแรกข้าจ่ายเป็นค่าแร่เหล็กให้พวกท่านก่อนเมื่อพวกท่านขุดแร่เหล็กมาได้ค่อยส่งให้ข้าทีหลังท่านนำเงินส่วนนี้ไปสร้างที่พักอาศัยและสถานที่เก็บแร่ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง  ๆ ที่จำเป็น หากมันยังไม่พอขอให้ท่านมาบอกข้าข้าจะหามาให้ท่านเอง”

            “ขอบคุณนายน้อย”ซานเหมาเปลี่ยนสรรพนามเรียกเฟยหลงตามท่านเจ้าเมืองในทันที ส่วนคนอื่น ๆภายในตระกูลต่างพากันยิ้มไม่หุบ

            “จริงสิ ท่านเจ้าเมืองรบกวนท่านช่วยหาช่างตีเหล็กหรือตระกูลที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการตีเหล็กและสถานที่เรียนให้กับเด็กตระกูลซานทั้งหมดด้วยข้าไม่แน่ใจว่าจะมีจำนวนเท่าไหร่ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง”เฟยหลงเอ่ยพร้อมกับหยิบเงินออกมาให้ท่านเจ้าเมืองอีกสองแสนเหรียญทอง

            “นายน้อยแต่เงินนี่สามารถสร้างสถานศึกษาได้เลยนะขอรับ”เลขาเจ้าเมืองเอ่ยขึ้นมา

            “เช่นนั้นก็ดีท่านช่วยสร้างสถานศึกษาสำหรับเด็กภายในเมืองเจินหมิงแห่งนี้เลยก็ดี เด็ก ๆจะได้มีสถานที่เรียน พวกชาวบ้านจะได้มีเวลาทำมาหากินกันมากขึ้น ”

            “ข้าขอบคุณแทนชาวเมืองเจินหมิงทุกคนน้ำใจของเจ้าในครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืมส่วนเรื่องของตระกูลที่ตีเหล็กภายในเมืองเจินหมิงแห่งนี้ ก็คงเป็นตระกูลอี้ของท่านเลขาอี้จง”

            “เรื่องนี้นายน้อยไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะกลับไปพูดกับท่านผู้นำตระกูลเองคิดว่าคงไม่มีปัญหาที่ตระกูลอี้จะทำงานร่วมกับนายน้อย”

            “ขอบคุณพวกท่านมาก” หลังจากนั้นเฟยหลงจึงได้พาทุกคนลาท่านเจ้าเมืองซานเหมาและซานฉีได้เรียกคนตระกูลซานกลับมาทุกคนเพียงเวลาสิบวันคนของตระกูลซานที่ได้ทราบเรื่องพวกเขารีบกลับมายังเมืองเจินหมิงในทันทีที่ดินของตระกูลซานถูกปรับเปลี่ยนเป็นตำหนักขนาดใหญ่สำหรับเป็นที่พักอาศัยภายในเวลาไม่กี่วัน

            ข่าวลือเรื่องตระกูลซานแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในเมืองเจินหมิงตำหนักขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าอยู่ใจกลางเมือง เฟยหลงมองไปรอบ ๆ เมืองเจินหมิงที่ตอนนี้เริ่มเขียวขจีไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่เริ่มงอกเงยแตกหน่อออกมาให้เห็น

            เจ้าเมืองเจินหมิงได้จัดตั้งสถานศึกษาเจินหมิงขึ้นมาหลังจากได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากเฟยหลงพร้อมกับว่าจ้างบัณฑิตมาสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ  ทางชาวเมืองเองก็มีน้ำใจพวกเขานำผักและผลผลิตที่พวกเขาปลูกได้มาแบ่งปันทำอาหารให้เด็กๆ ได้ทาน

            ครึ่งเดือนผ่านไปเฟยหลงร่ายเวทสร้างฝนขึ้นมาอีกครั้งตามคำสัญญาตระกูลซานได้เริ่มทำการทำเหมืองแร่เหล็กหลินลู่โดยความคุ้มครองของทหารเมืองเจินหมิง ส่วนตระกูลอี้ได้ตอบรับข้อเสนอทำงานร่วมกับเฟยหลงตามที่เลขาอี้แนะนำ

            เฟยหลงจึงได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนตระกูลอี้พร้อมกับหวังจื่อเมื่อไปถึงตระกูลอี้เฟยหลงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี

            “นายน้อยเฟยหลง นายน้อยหวังจื่อข้าน้อยอี้หวัง ผู้นำตระกูลอี้ยินดีที่วันนี้นายน้อยได้มาเยี่ยมตระกูลอี้ของพวกเรา”

            “รบกวนพวกท่านแล้ว”

            “ท่านอี้หวังท่านช่วยพาพวกเราทั้งสองไปชมสถานที่ตีเหล็กของพวกท่านได้หรือไม่?”

            “ได้ขอรับนายน้อยเชิญนายน้องทั้งสองทางนี้ขอรับ”

            “เป็นสถานที่ที่ดีมากเลยที่เดียวอุปกรณ์ต่าง ๆ ครบครัน ท่านอี้หวังข้าเองไม่รู้หรอกนะว่าพวกท่านจะเคยตีเหล็กเช่นไรมาก่อนแต่เมื่อพวกท่านทำงานร่วมกับข้า พวกท่านต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้าโดยไม่มีข้อยกเว้นเพราะหากพวกท่านไม่เชื่อฟังข้าเหล็กหลินลู่พวกนี้พวกท่านไม่สามารถตีมันออกมาเป็นอาวุธได้อย่างแน่นอนหากท่านคิดว่าความรู้ที่สั่งสมมาของพวกท่าน ทำให้พวกท่านมั่นใจว่าจะสามารถตีเหล็กหลินลู่นี้ได้ข้าก็จะไม่ห้าม”