ภาคที่2 GAMES START ตอนที่30 ก่อไฟ
" ค่อยยังชั่วที่มันยังอยู่ "สเตล่าและคานะช่วยกันผ่าเอางาของมันขนกลับไปที่บ้านระหว่างทางที่เงียบสนิทไม่มีใครเปิดการสนทนาเลย
" จะว่าไป...ปุยหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้" สเตล่าเอ่ยขึ้นมาขณะที่พวกเธอเดินผ่านป่าไม้ใหญ่
" ปุยไม่เป็นอะไรหรอกปกติมันก็หายไปหายมาตลอดอยู่แล้ว " คานะยิ้มอ่อนตอบกลับ
" จนถึงตอนนี้ฉันก็สงสัยนะว่าทำไมมอนสเตอร์ที่มีในดันเจี้ยนถึงมาอยู่กับพวกเธอได้"
" เธอรู้เหรอว่าปุยเป็นมอนสเตอร์" คานะจ้องตาสเตล่าไม่กะพริบ
" รู้สิ...ปุยเป็นมอนสเตอร์ที่ชื่อว่าแรปฟิตกระต่ายสีขาวที่มีปีกถือว่าหาได้ยากแต่ปกติแล้วมันไม่มีสกิลหรือเวทมนตร์แบบปุยหรอกที่สำคัญมันเป็นมอนสเตอร์เพียงไม่กี่ประเภทที่ไม่โจมตีมนุษย์ก่อนเพราะฉะนั้นเวลาคนที่เจอก็มักจะปล่อยผ่านไปพวกนักผจญภัยหรือทหารต่างก็รู้ดี "
" อือ...แบบนี้นี่เอง"
" ฉันก็เลยสงสัยไงทั้งความสามารถที่หลากหลายแถมยังตามพวกเธอออกมาจากดันเจี้ยนอีก แบบนี้มันแปลกเกินไปหรือปุยมันอาจจจะเป็นมอนสเตอร์พิเศษที่มีสติปัญญาด้วย" พวกเธอยังคงเดินหน้าต่อไปไปตามทางที่พวกเธอได้ทำไว้ พุ่มหญ้าต้นไม้เล็ก ๆถูกตัดและทำให้เรียบลงไปเดินได้สะดวกขึ้น
" ไม่รู้สิแต่การได้เห็นมันก็เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่หาได้จากโลกแบบนี้ โลกที่พวกฉันทำได้แค่หลบซ่อนไปเรื่อยๆ " คานะเหม่อมองข้างหน้าเมื่อสเตล่าได้เห็นใบหน้าที่ยังยิ้มแต่ก็มีความเศร้าแฝงอยู่เธอก็รู้สึกไม่ดีตามไปด้วยทันที
" หลบ ๆ ซ่อน ๆเหรอ...เดี๋ยวนะ ! แล้วพวกพี่ไอรีนจะแจ้งทหารมาจับเราไหมเนี่ย พืชพันธุ์ "สเตล่าสะดุ้งตื่นตัวเผลอหลุดเสียงดังออกมา
" จริงด้วยแต่นี่มันก็นานหลายวันแล้วนะถ้าพวกเขาจะจับพวกเราเอาค่าหัวจริงเขาก็คงไม่ปล่อยไว้นานขนาดนี้ "
" จริงของเธอ...แต่เราก็ยังไว้ใจคนอื่นมากไม่ได้ "ทันทีที่พวกเธอได้ออกจากป่ามองตรงไปข้างหน้าก็จะเห็นบ้านของไอรีนและโรแกนบ้านไม้ที่ดูทรุดโทรมถ้าได้เจอกับพายุรุนแรงก็คงไม่อาจต้านทานไว้ได้
" กลับมาอีกรอบแล้วค่ะ !" คานะยิ้มใหญ่ตะโกนออกไปหวังให้ไอรีนได้ยิน
" โอ้นั่นมันงาช้างยังงั้นเหรอ ? " โรแกนจ้องมองตาโต
" ใช่ค่ะคิดว่ามันน่าจะขายได้เงินพอสมควร " สเตล่าและคานะวางงาลงตรงหน้าโรแกน
" พวกพี่เอามันไปขายได้เลยค่ะเดี๋ยวพวกเราจะอยู่เฝ้าบ้านให้"
" งั้นเอาตามนั้นเลยไปกันเถอะไอรีน " โรแกนยิ้มไม่หุบแสดงความดีใจออกมาอย่างชัดเจนแม้ไอรีนจะดูเกรงใจแต่เธอก็ตกลงตามนั้น
" พวกเราจะรีบไปรีบมานะ" พวกเธอโบกมือให้อีกครั้งก่อนจะนำรถม้าเก่า ๆ ออกไป ถึงรถมันจะดูเก่าแต่ม้าของพวกเธอยังคงสง่างามแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่เป็นอย่างดี
" เราจะไปทำอะไรต่อดีล่ะ"
" พี่... "เสียงเล็กแหลมจากเด็กที่อยู่ภายในบ้านเธอแง้มประตูออกมาเล็กน้อยมองพวกเธอจากตรงนั้น
" ว่าไงเอมม่า "คานะยิ้มตอบกลับทำให้เธอเปิดประตูเดินออกมาทันที
" สอนเวทมนตร์ให้หนูอีกได้ไหมคะ? " เธอจ้องตาคานะไม่กะพริบ
น-น่ารัก คานะเคลิ้มมองหน้าเอมม่าจนสเตล่าต้องตบไหล่เพื่อเรียกเธอกลับมา
" ได้เลยงั้นเรามาเรียนกันเถอะ"
" พี่เขาตอบตกลง ! "เอมม่าตะโกนกลับเข้าไปในบ้านไม่นานเด็กคนอื่น ๆที่เหลือก็วิ่งออกมาดีใจกระโดดโลดเต้นกัน
" เอาล่ะ ๆใจเย็นกันก่อนนะพี่จะสอนทุกคนอย่างแน่นอน "คานะและสเตล่านั่งสอนพื้นฐานและหลักการต่าง ๆที่ควรรู้ให้พวกเธอแต่ดูเหมือนจะยากเกินไปที่จะจำได้หมดในรอบเดียว
ใช้เวลานานพอสมควรจนพวกเธอสามารถตอบคำถามเมื่อคานะและสเตล่าถามได้และเมื่อถึงเวลาเรียนเวทมนตร์ใหม่ ๆโดยที่ไม่ได้ร่ายตามหน้าต่างสเตตัสยิ่งทำให้พวกเธอตื่นเต้นมากกว่าเดิมเสียอีก
" อา...อะ !" เอมม่าพยายามทำให้มานารวมกลุ่มเป็นก้อนกลม ๆให้ได้แต่มันก็บิดเบี้ยวและแตกไปเสียก่อน
" โถ่หนูจะทำได้อยู่แล้วเชียว " เอมม่าทำหน้าบูดแก้มป่องแต่ก็ยังพยายามทำมันอีกครั้ง
" วันเดียวพวกเธอทำได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้วพี่เองก็ใช้เวลานานเป็นสัปดาห์เลยนะกว่าจะควบคุมมานาได้ "คานะยิ้มอย่างอ่อนโยนเอามือที่แม้จะหยาบหยาบกระด้างลูบหัวของเธอ
" ค่ะ ! "เธอกลับมายิ้มอีกครั้ง เสียงอันหนักแน่นมุ่งมั่นที่ตอบกลับทำให้คานะและสเตล่ายิ้มอ่อนออกมาอย่างอุ่นใจ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเมื่อดวงอาทิตย์ตกทำให้ท้องฟ้าเป็นสีส้มพวกเขารู้ได้ทันทีว่าต้องกลับเข้าบ้านแล้ว
" พี่ไอรีนยังไม่กลับมาเลย" ทากะจ้องมองไปยังถนนที่ใช้เข้าไปในเมือง
" นั่นไง ! "รถม้าคันหนึ่งที่กำลังมาตามถนน พวกเธอต่างก็ไปยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
" พี่กลับมาแล้ว "แม้ไอรีนจะยิ้มทักทายเหล่าเด็ก ๆ แต่คานะและสเตล่ามองต่างออกไปรอยยิ้มที่ฝืนออกมาทั้งความเศร้าดูหวาดระแวงและความกลัวแสดงออกมาจากสีหน้าของเธอ
" ได้เงินมาตั้งสามเหรียญทองเป็นงาที่มีลักษณะเดียวกับหินเวทถึงแม้ความเข้มข้นไม่มากแต่มันก็ขายได้ในราคาดี" โรแกนถือถุงเงินยิ้มกว้างหุบไม่อยู่เปิดถุงให้เห็นเหรียญสีทอง
" โห้ ! "พวกเด็ก ๆ ต่างก็มองดูตื่นตาตื่นใจ
" เรามีเงินซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ แล้วนะ แถมเราจะมีเงินซื้อวัสดุมาซ่อมบ้านได้ด้วย "โรแกนยิ้มใหญ่เห็นฟันขาว ๆ ชัดเจน
" เดี๋ยวเถอะโรแกนเงินนี่ต้องเป็นของพวกคานะสิเธอเป็นคนหางามานะ " ไอรีนเอามือตบหลังเสียงดัง
" โทษที ๆ ฮ่าฮ่า "เขาหัวเราะแห้ง ๆ ยื่นถุงเงินให้พวกคานะ
" ไม่เป็นไรค่ะพวกพี่ให้ที่พักกับเราก็ถือว่าเป็นค่าตอบแทนแล้ว "เธอดันมือของโรแกนกลับไปหาตัวเขาเอง ส่งยิ้มที่ดูแล้วสบายใจให้กับพวกเขา
" พวกเธอนี่ใจดีจริงๆ ...ไม่นึกเลยว่าจะเป็นอาชญากร " เสียงเฮฮาของพวกเด็กได้เงียบหายไปท่ามกลางความตึงเครียดคานะและสเตล่ายืนจ้องมองด้วยความตกตะลึงเกร็งจนมือสั่น เมื่อเธอมองไปที่ไอรีนเธอก็หลบหน้าหนีไม่กล้าสบตา
" พี่ขอโทษนะ "เสียงอันแสนเศร้าของไอรีนที่เอ่ยออกมาพร้อมกับทหารอีกหลายนายที่แอบอยู่ในรถม้าของเธอพวกเขาใช้ดาบชี้มาทางพวกคานะและค่อย ๆ เดินล้อมพวกเธอไว้
" ยอมให้จับกุมซะดี ๆพวกกบฏ ถ้าไม่ขัดขืนพวกเราก็จะไม่รุนแรง " เสียงอันหนักแน่นของนายทหารที่พยายามข่มขู่โดยใช้ดาบในมือ
" พวกเขาจะทำอะไรพี่คานะ"เอมม่าพยายามจะวิ่งเข้ามาแต่ไอรีนและโรแกนช่วยกันจับพวกเธอไว้พาหนีถอยห่างออกไป
" พวกพี่เขาจะเข้าไปในเมืองกันเฉยๆ ไม่มีอะไร " เธอกอดเอมม่าไว้ในอ้อมอกไม่ให้เห็นหน้าพวกคานะอีก
" เฮ้อ...ยังไงก็ขอบคุณสำหรับที่พักนะคะเราเข้าใจดีการที่มีคนแปลกหน้าแถมยังมีประกาศจับมาอยู่ใกล้ตัวมันคงอันตรายไว้ใจไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะไม่โกรธพวกพี่หรอก...งั้นไว้เจอกันใหม่นะคะ "คานะและสเตล่ายังคงยิ้มอ่อนมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนแทนที่จะโกรธแค้น
" หยุดพูดได้แล้ว ! เอามือยกขึ้นเหนือหัว" ปลายดาบจ่อเข้าที่คอของคานะแต่พวกเธอก็ไม่มีความรู้สึกเกรงกลัวใด ๆ
" พี่จะไปไหน ! "เสียงร้องของพวกเด็ก ๆ ที่ตะโกนออกมาสุดเสียง
" พี่ต้องออกเดินทางต่อแล้วไว้เจอกันใหม่คราวหน้าหวังว่าพวกเธอจะเก่งจนเป็นจอมเวทได้นะ "มือที่ยกขึ้นเลื่อนลงมาระดับหัวไหล่
" ออกเดินทางเข้าคุกน่ะสิยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้ ! " มือของคานะเอื้อมไปจับข้อมือของนายทหารที่จ่อปลายดาบมาอย่างรวดเร็วเธอบิดมือของเขาจนดาบหล่นลงมาพร้อมกับเสียงร้องดังลั่น
" อ๊าก !มัวทำอะไรกันอยู่รีบจับเธอสิ " ขณะที่พวกเขายังยืนอึ้งอยู่คานะและสเตล่าก็วิ่งแทรกตัวหนีออกไปเสียแล้วกว่าพวกทหารจะรู้ตัวพวกเขาก็ได้เห็นเพียงแค่แผ่นหลังของคานะ
" พวกเธอหนีไปแล้ว !รีบตามไปเร็ว " กลุ่มนายทหารวิ่งไล่พวกเธอเข้าไปในป่าขณะที่ฟ้าค่อย ๆมืดลงเรื่อย ๆ
" ฉันก็คิดไว้แล้วว่าพวกเขาต้องแจ้งทหารมาจับ" สเตล่าพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
" พวกพี่เขาคงได้เห็นใบประกาศในเมืองนั่นแหละจะโทษพวกเขาที่แจ้งจับเราก็ไม่ได้ใครเขาจะมาเชื่อใจคนที่พึ่งเจอกันล่ะ "เวทบอลไฟพุ่งผ่านหูของคานะไปหวุดหวิดเธอหันไปร่ายเวทน้ำตั้งเป็นกำแพงไว้แต่พวกเขาก็เลือกที่จะวิ่งอ้อมแทน
" พวกเขามีสี่คนเองนะแถมเท่าที่ฉันตรวจสอบดูเลเวลมากสุดก็แค่สี่เอง" สเตล่ารวบรวมมานาไว้ที่ปลายมีดเตรียมใช้เวทโจมตีสวนกลับ
" ถ้าแค่ทำให้ตามไม่ได้ก็คงพอ"คานะและสเตล่าหยุดวิ่งและแอบอยู่หลังต้นไม้แทนโดยอาศัยความมืดทำให้พวกเขามองเห็นได้ยากขึ้น
" ไปเร็ว !พวกเธอมีประกาศจับมานานหลายเดือนแล้วแต่ก็ยังจับไม่ได้ถ้าพวกเราทำได้ก็มีโอกาสเลื่อนยศแน่ๆ "
" อ๊าก "หมัดตรงต่อยสวนเข้าที่ท้องของนายทหารคนหนึ่งขณะที่เขาวิ่งตรงไปข้างหน้าแรงจากคานะทำให้เขาหมอบลงกับพื้นทันที
" เธออยู่นั้นจับไว้ให้ได้" ขณะที่อีกสามคนกำลังสนใจคานะ สเตล่าก็แอบเข้ามาด้านหลังและใช้มีดแทงเข้าที่ลุกลี้ลุกลนจะถีบเขาให้ล้มลงไป
" เราโดนล้อม "นายทหารอีกสองคนที่ยังยืนอยู่กำลังตกใจสับสนพวกเขาหันหลังชนกัน
" [ Fire Ball ] " เขาใช้ดาบเหวี่ยงลูกไฟใส่คานะแต่เธอก็สร้างกำแพงน้ำขึ้นมาดับไฟก่อนที่มันจะถึงตัวเธอ
" อ-อะไรกันพวกเธอใช้เวทโดยไม่ต้องร่ายได้ด้วย แบบนี้มันพวกระดับสูงไม่ใช่หรือไง "คานะและสเตล่าค่อย ๆเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นมีดสั้นที่กำลังรวบรวมมานาเตรียมพร้อมสำหรับใช้เวทมนตร์ทันที
" อ-อย่าเข้ามานะ "เสียงที่สั่นกลัวของพวกเขาที่เหมือนได้มองเห็นสัตว์ดุร้ายกำลังก้าวเข้ามาดาบที่ตวัดใส่พวกเธอก็ช้าจนคานะและสเตล่าหลบได้สบาย ๆมีดสั้นที่กำลังจะแทงแต่ก็ยั้งมือไว้และปล่อยหมัดจากมืออีกครั้งเข้าไปที่ท้องแทนต่อด้วยลูกเตะที่เหวี่ยงเข้าที่หัวคว่ำลงไปนอนกับพื้น
" แค่นี้ก็คงพอแล้วแหละ" คานะมองพวกทหารที่ยังร้องโอดครวญกับความเจ็บปวดก่อนจะวิ่งต่อไปลึกไปในป่าหวังไม่ให้ใครพบเจอได้อีก
" เราจะไปที่ไหนล่ะจะอยู่ในป่าหรือยังไง ? " สเตล่าถามขณะที่พวกเธอออกมายังทุ่งหญ้าโล่งที่ที่เคยถูกเจ้าช้างวิ่งไล่ฟ้าที่มืดจนมองเห็นได้ยากแถมพวกเธอก็ไม่มีใครใช้เวทไฟได้สักคน
" อุปกรณ์ก็ดันอยู่ที่บ้านนั้นซะด้วยถ้าจะจุดไฟก็คงต้องอาศัยวิธียุคก่อนแล้วมั้ง "ขณะที่สเตล่าดูลุกลี้ลุกลนแต่คานะกลับนิ่งสงบเดินไปเรื่อย ๆ ไปยันถ้ำเล็ก ๆที่เคยใช้หลบช้าง
" ฉันมีนี่ "คานะยื่นไฟแช็กที่กำอยู่ในมือให้เธอดู
" เธอเอามันมาจากไหนเนี่ย" สเตล่าตกใจมองด้วยความงง
" ก็ตอนที่จัดการพวกทหารนั่นแหละยังไงเราก็พอจะมีไฟไว้ใช้บ้าง" พวกเธอหยุดอยู่หน้าถ้ำไม่รู้ทางที่จะไปต่อได้แต่นั่งกอดเข่ารอฟ้าสว่าง
" สเตล่า...เธอคงยังไม่มีใบประกาศจับถ้าเลิกมากับพวกเราก็อาจจะปลอดภัยกว่านะ"
" ไม่ล่ะ "เธอตอบกลับเสียงแข็ง
" การที่ได้อยู่กับพวกเธอมันทำให้ฉันรู้สึกมีไฟขึ้นมาอีกครั้งปกติฉันแค่ต้องการตามหาไอ้เวรนั่นเพื่อล้างแค้นแต่ตอนนี้ฉันกลับไม่ได้อยากขนาดนั้นแล้ว"
" คนที่เธอตามหาคงจะเหมือนกิใช่ไหมล่ะนั่นคงเป็นเหตุผลที่เธอโจมตีเขาตอนแรก "
" อืม...ฉันจำหน้าของมันได้แค่รางๆ แต่ที่ไม่มีวันลืมเลยก็คือมนตร์ดำที่มันใช้ "
" ฉันจะไม่ถามเหตุผลที่เธอจะแก้แค้นหรอกแต่ตอนนี้เธอก็เหมือนครอบครัวเดียวกับเราแล้วฉันคงไม่ต้องปกปิดความลับอะไรอีกแล้ว" คานะพูดเสียงเนือย ๆ เหมือนไม่มีแรง
" พวกเราสามคน...ฉันเซนและก็กิ พวกเราเป็นคนที่ถูกอัญเชิญมาทั้งถูกฝึกอย่างหนักถูกทรมานทั้งกายและใจพวกพ้องก็เริ่มล้มตายจากกันไปเรื่อย ๆจนในที่สุดพวกเราก็ร่วมมือกันหนีออกมาได้สำเร็จ "
" ถ้าให้เดาคนที่ริเริ่มคิดแผนก็คือกิใช่ไหม? "
" ใช่...เขาเป็นคนที่ทั้งฉลาดและใจเย็นอยู่ตลอดตอนที่พวกเราอยู่ด้วยกันแรก ๆฉันเดาความคิดเขาไม่ได้เลยสักนิดแต่พอได้คุ้นเคยกันฉันก็บอกได้เลยว่าเขาเป็นห่วงพวกเรามากแค่ไหน" สเตล่ายิ้มเจื่อนคิดอะไรแปลก ๆ
" ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ยอ่านความคิดยากเสียจริงเท่าที่ดูเขาไม่เหมือนคนที่เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นสักเท่าไหร่เลย"
" ฮ่าฮ่าฮ่า "คานะหัวเราะในลำคอเธอยิ้มอ่อนออกมาแต่มันกลับดูแล้วเศร้า
" อย่าพึ่งพูดถึงพวกเขาเลยดีกว่าเราหาทางเอาตัวรอดแล้วไปตามหาพวกเขากันแต่ฉันก็เชื่อนะ...ว่าพวกเขาไม่เป็นอะไรแน่นอน "คานะเหลือบมองเข้าไปในทางเข้าถ้ำเล็ก ๆ ที่มีแสงเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย
" อย่าบอกนะว่าที่นี่คือทางเข้าดันเจี้ยน"
" จะลองเข้าไปดูไหม ?" สเตล่าชะเง้อคอมองเข้าไป
" เอาสิในดันเจี้ยนมีทั้งแสงสว่างแถมยังมีอาหารอีกพวกเราเข้าไปหลบในนั้นก่อนก็ดี "พวกเธอแทรกตัวเข้าไปข้างในค่อย ๆ เดินลงทางที่เป็นเนินลงไปเรื่อย ๆแสงที่ปลายทางอยู่ไม่ไกลมากนัก
" ดันเจี้ยนจริง ๆ ด้วยไปกันเถอะ " คานะเดินนำหน้าสเตล่าผ่านทางเดินที่เป็นทางโล่งพื้นดินที่มีหินปะปนเกลื่อนกลาดตลอดเส้นทางโดยไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏออกมาเลยสักตัว
" โอโห้ที่นี่มันใช่ดันเจี้ยนแน่เหรอ ? " พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลด้วยรัศมีไม่ต่ำกว่าสิบกิโลเมตรพืชพันธุ์มากมายที่อุดมสมบูรณ์พร้อมไปด้วยแหล่งน้ำและแสงจากคริสทัล
" ดันเจี้ยนแบบพิเศษเหมือนกับตอนที่เจอกับก่อนหน้านี้พวกเราเคยเผชิญมันมาแล้วครั้งหนึ่งครั้งนี้จะไม่แยกกันอีก "คานะและสเตล่ามุ่งตรงไปยังใจกลางของพื้นที่แห่งนี้ทันที
" ระวังข้าง ๆ "สเตล่าตะโกนเสียงดังเตือนคานะที่ไม่ทันได้มอง กลุ่มมอนสเตอร์ตัวเล็ก ๆที่เกาะอยู่บนต้นไม้บินกระจายตัวออกมาพร้อมกับกระสุนเวทลมพุ่งเข้าใส่พวกเธอ
" อ๊าก ! "กระสุนเวทลมพวกนั้นเชี่ยวโดนแขนคานะไป
" คานะ "สเตล่าสะบัดโล่ลมออกมาป้องกันคานะไว้
" ฉันไม่เป็นไรแค่ตกใจนิดหน่อย " มานาที่ก่อรวมกันเป็นดาบครอบคลุมมีดสั้นของคานะเมื่อเธอตวัดฟันใส่พวกมันเวทน้ำที่คมเหมือนดาบก็ตัดผ่าร่างของมอนสเตอร์ที่เหมือนนกตัวเล็กขาดเป็นสองท่อนแต่ด้วยจำนวนที่มากทำให้มันกระจายออกไปล้อมรอบตัวพวกเธอแทน
" เดี๋ยวฉันจัดการเอง "กลุ่มมานาที่รายล้อมร่างของสเตล่าเธอกำลังสร้างใบมีดขนาดเล็กขึ้นมาและเมื่อเหวี่ยงสะบัดมือที่ถือมีดอยู่ใบมีดลมพวกนั้นก็พุ่งกระจายไปรอบ ๆ ตัวโดยที่เธอยังควบคุมไม่ให้โดนคานะได้อีกด้วย
ร่างของมอนสเตอร์ประเภทนกร่วงหล่นลงพื้นไปพร้อมๆ กับเลือดที่กระเด็นไปทั่ว เธอยังคงทำซ้ำหลาย ๆ ครั้งแม้พวกมันจะยิงกระสุนลมสวนเข้ามาแต่เวทพวกนั้นก็ถูกป้องกันไว้ได้ด้วยเวทลมที่เธอร่ายไว้อีกชั้นหนึ่งพวกมันไม่มีทางสู้ใด ๆ ได้เลยจนจำนวนที่เหลือรอดน้อยกว่าสิบตัวบินหนีตายไปทันที
" ฉันว่ามันมีอะไรแปลก ๆ นะ" เส้นทางที่เป็นพื้นหญ้าเตียน ๆ ผิดธรรมชาติ
" ในดันเจี้ยนพิเศษไม่มีอะไรแปลกหรอกนี่อาจจะเป็นรูปแบบที่มันสร้างขึ้นเองหรือไม่ก็มีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่อาศัยอยู่ด้วย" พวกเธอเดินไปตามทางเรื่อย ๆ คอยมองสาดส่องระวังทุกฝีก้าว
" ถ้าเจอพวกนกยักษ์อีกไม่เอาแล้วนะขอเป็นอะไรที่อยู่บนพื้นได้ไหม " เวทลมยิงออกมาจากป่าด้านข้างอย่างรวดเร็วแต่คานะและสเตล่าก็ไหวตัวทันสร้างโล่มานาป้องกันไว้ได้
" เวทลมอีกแล้วเหรอถ้ามันไม่โดนเข้ากับพวกกิ่งไม้พุ่มหญ้าก่อนเราก็คงจะไม่รู้ตัวเลย...ที่นี่มันอันตรายจริงๆ " สเตล่าพยายามมองหาที่มาแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
" ถึงเวลาต้องใช้เสริมกำลังแล้วพวกเราต้องรีบสำรวจที่นี่แล้วหาทางเข้าออกเตรียมไว้ให้เรียบร้อย "สเตล่าพยักหน้าตอบรับ
" [ เสริมกำลังระดับสอง ] "พวกเธอวิ่งตรงไปตามทางที่เป็นพื้นหญ้าเรียบเตียนต่อไป
เสียงหายใจพะงาบดังถี่ ๆมอนสเตอร์จำนวนมากยังคงเข้ามาไม่หยุดหย่อน บาดแผลจากทั้งไฟลวกและรอยถลอกรอยช้ำเต็มไปหมดแม้พวกเธอทั้งเจ็ดคนจะร่วมมือกันแต่ก็ไม่อาจต่อกรกับพวกมันได้เมื่อมานาน้อยลงไปทุกที
" ฉันคิดว่าพวกมันน่าจะไม่มาเพิ่มอีกแล้ว" ฟรานกระโดดถอยออกมาตั้งหลักอีกครั้ง
" ได้ยินแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยแต่แค่พวกที่อยู่ที่นี่เราก็ไม่มีมานาจะฆ่าพวกมันได้หมดแล้วนะ "
เดี๋ยวนะตรวจจับสิ่งมีชีวิตจากด้านหลังได้อีก " มีอะไรบางอย่างมาทางด้านหลังเรา !" ฟรานตะโกนบอกด้วยความตื่นตระหนกเช่นเดียวกับคนที่ได้ยิน
" ยังจะมีเพิ่มอีกเหรอตาย ๆ" ชาญหลบออกมาอยู่กับฟรานเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อพักหายใจอีกครั้งทั้งกอริลลาและช้างตัวใหญ่อาละวาดจนพื้นเละไปหมด
" เราควรถอยได้แล้วขืนใช้มานาไปมากกว่าได้หมดแรงแน่ ๆ " ซันนี่ลดอาวุธของเธอลง
" มันมาแล้ว "ฟรานตะโกนลั่นด้วยความตกใจ เวทน้ำพุ่งผ่านพวกเธอยิงเข้าที่ลำตัวของกอริลลาเต็ม ๆ กระแทกมันกระเด็นออกไปท่ามกลางความตึกตะลึงของพวกเธอ
" โลกกลมจริง ๆ เลยนะพวกเธอ" พีชกับโยเดินมาด้วยกันสีหน้าบึ้งตึง
" พีชเธอมาได้จังหวะเลยพวกเธอพอจะมีขวดมานาบ้างไหม ? " ฟรานและคนอื่น ๆเดินเข้ามาหาเธอ พีชร่ายเวทกำแพงลมขนาดใหญ่ขวางกั้นพวกมอนสเตอร์ไว้ให้พอดี
" มีอยู่แล้วแต่จะมาขอฟรี ๆไม่ได้หรอกนะ " น้ำเสียงที่เอื่อยเฉื่อยเหมือนไม่อยากจะช่วยพีชมองตาฟรานอย่างมีเลศนัย
" งั้นเธอต้องการอะไร ?"
" ส่วนแบ่งของเงินที่ได้ครึ่งหนึ่งต้องเป็นของพวกเรา"
" นี่เธอจะมากไปแล้วพวกเราเป็นคนจัดการพวกมันตั้งมากขนาดนี้แต่เธอสองคนพึ่งจะมา "ชาญพูดเสียงแข็งเถียงกลับทันที
" ใจเย็นก่อนชาญนี่พีชยังไงเราก็เป็นเพื่อนกันนะ เราจะแบ่งทุกคนเท่า ๆ กันแบบนี้ได้ไหม "ซันนี่ดันตัวชาญออกไปให้ไกล
พีชนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร
" เอาไงดีล่ะ "ซันนี่หันกลับไปกระซิบคุยกับฟรานและพรรคพวก
" อ้าว ๆ เร็วหน่อยกำแพงลมใกล้จะพังแล้วนะ" พีชยิ้มเยาะมองดูพวกเขาที่กำลังร้อนรนซากิจ้องเธอตาเขม็งราวกับอยากจะเข้าไปซัดทันที
" จ้องแบบนั้นคิดว่าฉันจะกลัวเหรอมันไม่เหมือนตอนนั้นแล้วที่ฉันเป็นได้แค่เด็กน้อยที่แทบจะทำอะไรไม่ได้พวกเธอโชคดีที่มีมีความสามารถทางด้านเวทมนตร์และกายภาพที่สูงแต่ในเรื่องการพลิกแพลงตามสถานการณ์ก็ยังมือใหม่อยู่"
" เอาเลยโย "กำแพงลมเปิดช่องว่างออกเล็กน้อยโยเหวี่ยงค้อนยักษ์นั้นส่งบอลไฟขนาดใหญ่เท่าตัวคนพุ่งเข้าไปภายในนั้น
" เวทผสานนี่ฉันขอตั้งชื่อว่าเตาอบแห่งความตาย " บอลไฟลูกนั้นระเบิดออกรัศมีของไฟกว้างปกคลุมตั้งแต่เพดานยันพื้นด้านล่างสายลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนพัดเอาไฟพวกนั้นวนเป็นวงกลมเหมือนกับพายุโล่มานาที่สร้างขึ้นทำเป็นกำแพงกั้นไฟพวกนั้นไว้กับมอนสเตอร์
" ที่นี่เข้าใจหรือยังล่ะ" แสงไฟส่องสว่างไม่หยุด ทั้งกอริลลาและช้างก็ไม่อาจจะดับไฟพวกนั้นได้แม้จะพยายามหนีแค่ไหนก็ไม่มีทางหนีได้เช่นกันพวกมันทำได้แค่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาเท่านั้นก่อนจะตายไป
" ส-สุดยอด "ฟรานถึงความยืนอึ้งไปเลยเมื่อได้เห็นไฟพวกนั้นยังคงลุกไหม้ต่อไปจนกระทั่งเสียงร้องได้เงียบสนิท
" แต่ยังไงวิธีนี้ก็เอาไว้ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเพราะวัตถุดิบต่างๆ ที่จะเอาไปแลกเงินรางวัลก็จะด้อยคุณภาพตามไปด้วยฉันทำให้พวกเธอดูว่าวิธีใช้เวทไม่ได้ทำแค่จะเอาชนะลูกเดียวแต่ต้องนึกถึงความคุ้มค่ากับมานาที่เสียไปด้วย"
พวกฟรานยืนนิ่งเงียบไม่กล้าตอบโต้อาจจะเพราะความอายหรืออะไรก็ตาม
" มาช่วยกันเก็บซากแล้วไปรับรางวัลกันดีกว่า"
" นี่พีชทำไมตอนแรกเธอถึงเรียกค่าตอบแทนสูงขนาดนั้นล่ะ "โยกระซิบคุยกับพีชสองคน
" ก็แค่จะแกล้งฟรานสักหน่อยยังไงพวกเขาก็เป็นเพื่อนจากโลกเดิมของฉันแต่ฟรานฉันแค่หมั่นไส้เป็นพิเศษเฉย ๆ" พีชยิ้มเยาะหัวเราะคิกคิก หลังจากนั้นพวกเธอทุกคนก็ช่วยกันแยกประเภทชำแหละและขนพวกมันออกไปข้างนอก