ขุนปราบสวาทกาม 18+

    ตอนที่ 76 | ไฟสงคราม

    ขุนปราบกามสวาท

    ตอนที่ 76 | ไฟสงคราม

            

            "แม่หญิงทั้งสองจะเข้าร่วมกองทัพของข้าได้หรือไม่" หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจอันสุดแสนจะเร่าร้อน ทัพก็เริ่มดำเนินภารกิจต่อไปทันที ซึ่งเขาก็เริ่มพูดโน้มน้าวทั้งสองสาวมาได้สักพักแล้ว เขาถามนางทั้งสองคนที่นอนเปลือยกายอยู่ภายใต้อ้อมแขนของตัวเอง พลางมองหน้านางทั้งสองสลับกันไปมาไปด้วย

            "........" ทั้งสองสาวที่ได้ฟังคำถามของทัพต่างก็มองหน้ากันและครุ่นคิด เดิมทีนางทั้งคู่ก็ตั้งใจที่จะเข้าร่วมกับกองทัพของอาณาจักรผืนป่าอยู่แล้ว เพียงแต่ว่านางทั้งสองนั้นอยากที่จะยืดระยะเวลาการเกิดสงครามออกไปอีกหน่อย ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าสุดท้ายยังไงสงครามครั้งนี้ก็ต้องเกิดขึ้นก็ตาม

            "ข้าสัญญากับแม่หญิงทั้งสองว่าเราจะไม่มีทางแพ้สงครามนี้ และต่อให้ชะตาลิขิตมาให้เราต้องแพ้ ข้าก็จะเป็นทำลายชะตานั่นเอง" ทัพที่เห็นว่านางทั้งสองมีแววตาที่ลังเลก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันแข็งกร้าว

            นางทั้งสองนั้นมั่นใจอยู่แล้วว่าหากเข้าร่วมกับอาณาจักรผืนป่าตัวเองจะต้องเป็นผู้ชนะสงครามอย่างแน่นอน และต่อให้สุดท้ายจะกลายเป็นฝั่งพ่ายแพ้สงคราม นางทั้งคู่ก็ยังจะเข้าร่วมกับอาณาจักรผืนฝ่าอยู่ดี เพราะนั่นเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะหยุดยั้งการล่มสลายของพิภพหิมพานต์จากดรากันได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางทั้งคู่ไม่คิดที่จะปฏิเสธคำเชิญชวนของทัพเลย และยิ่งได้ฟังคำมั่นที่แสดงถึงความแน่วแน่ของเขา มันยิ่งทำให้นางทั้งคู่มั่นใจขึ้นไปอีก ว่าหากในกองทัพของอาณาจักรผืนป่ามีเขาคนนี้อยู่ จะไม่แพ้สงครามในครั้งนี้แน่นอน

            พลั่บ!!! ธาราที่ตัดสินใจได้แล้วจึงขยับร่างบางลุกขึ้นมา "ข้าธาราผู้ครองอาณาจักรวารีให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมกับอาณาจักรในสงครามครั้งนี้" จากนั้นนางก็กล่าวคำมั่นกับทัพ พะพายเองก็ขยับร่างบางลุกขึ้นมาเช่นเดียวกัน "ข้าพะพายแห่งอาณาจักรเวหาก็ให้คำมั่นว่าจะเข้าร่วมกับอาณาจักรผืนป่าเช่นเดียวกัน" จากนั้นนางก็ให้คำสัตย์เช่นเดียวกันธารา ธุลี,ธูลิ!!! ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็ลุกขึ้นมาโผกอดทั้งสองคนทันที

            "ขอบคุณแม่หญิงทั้งสองมากๆ ข้าขอบคุณจริงๆ" จากนั้นเขาก็กล่าวคำขอบคุณนางทั้งสองจากใจจริง เพราะการได้ทัพของทั้งสองอาณาจักรมาเข้าร่วมแบบนี้ มันยิ่งทำให้อาณาจักรผืนป่าเป็นต่ออาณาจักรธรณีขึ้นไปอีก

            "แม่หญิงทั้งสองยังอยากพักอีกหน่อยหรือไม่" ทัพคลายอ้อมแขนก่อนที่จะถามนางทั้งสองคน เพราะว่าเขานั้นอยากที่จะพานางทั้งคู่กลับวางแผนการศึกที่อาณาจักรผืนป่าแล้ว ทั้งสองสาวที่ได้ฟังคำถามของเขาก็พากันส่ายหัวพร้อมๆ กัน เพราะทั้งคู่ได้นอนพักมานานพอสมควรแล้ว "ถ้าเช่นนั้นเราไปที่อาณาจักรผืนป่ากันเลยได้หรือไม่ จะได้วางแผนการศึกกันเลย" ทัพถามต่อทันทีหลังจากที่ได้ฟังคำตอบของทั้งคู่

            "ได้เจ้าค่ะท่านทัพ ข้าทั้งสองก็อยากรู้แผนการศึกในครั้งนี้แล้วเหมือนกัน" พอพูดจบธาราก็ร่ายเวทย์สร้างอาภรณ์ขึ้นปกปิดร่างกายของทั้งตัวเอง ทั้งพะพาย และทัพ

            "ถ้าเช่นเราก็ออกเดินทางกันเลยเถอะ" พอพูดจบทัพก็เรียกเจ้าสีนิลมาอาคมคู่ใจออกมา ส่วนทั้งสองสาวก็ร่ายเวทมนตร์พาเอาร่างกายของตัวเองลอยขึ้นมาจากพื้น เพื่อเตรียมตัวทุ่งหน้าสู่อาณาจักรผืนป่าที่อยู่ไกลออกไปอีกหลายหุบเขา

            ตู้ม!!!!!! แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะได้เริ่มเคลื่อนไหว ก็เกิดเสียงระเบิดดังก้องขึ้นมา มันดังเสียจนชั้นบรรยากาศสั่นไหวไปหมด แม้กระทั่งพื้นดินเองก็สั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา ตามด้วยควันสีดำที่ลอยขึ้นมาจากอีกฝั่งของภูเขาที่อยู่ห่างไกลลิบตาๆ ซึ่งมันก็มันจุดที่อาณาจักรผืนป่าตั้งอยู่นั้นเอง ทัพที่เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ทันทีเลยว่าที่อาณาจักรผืนป่าต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นเป็นแน่

            "ไปเร็วสีนิล!!!!" เขาก็เลยรีบควบเจ้าสีนิลออกไปทันที ม้าอาคมที่เห็นว่าเจ้านายร้อนรนแบบนั้นก็รีบก้าวขาวิ่งขึ้นไปในอากาศมุ่งหน้าสู่อาณาจักรผืนป่าทันที ทั้งสองสาวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบเคลื่อนตัวตามทัพไปทันที ซึ่งนางทั้งสองก็ร้อนรนไม่ต่างอะไรจากทัพเลย เพราะหากอาณาจักรผืนป่าล่มสลาย พิภพหิมพานต์ก็จะล่มสลายไปด้วย

            "นี่มัน........." ทัพที่ควบเจ้าสีนิลมาจนถึงอาณาจักรผืนป่าแล้วก็อึ้งจนแทบพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะทั่วทั้งอาณาจักรผืนป่าในตอนนี้นั้นกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ มังกรนับพันตัวกำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้าของอาณาจักร ซึ่งเขาก็ไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ด้านอาณาจักรตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เพราะมีธุลี,ธูลิเรียเวทมนตร์ขนาดใหญ่ครอบอาณาเขตของอาณาจักรอยู่

            "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ธาราพูดพลางเดินตรงเข้าไปหาบาเรียนั้น จากนั้นนางก็ขยับฝ่ามือเรียวบางขึ้นไปสัมผัสบาเรียตรงหน้า เปี้ยะ!!!!! และทันทีที่ฝ่ามือนางสัมผัสลงไป ก็เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตที่มือของนางทันที ตู้ม!!!! จากนั้นกระแสไฟฟ้านั้นก็เกิดการระเบิด พาเอาร่างบางของนางกระเด็นถอยหลังไปตามแรงระเบิดนั้น พลั่บ!!! จนทัพต้องพุ่งเข้ามารับตัวของนางเอาไว้

            "บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ธารา" ธาราส่ายหัวแทบคำตอบหลังจากที่ได้ฟังคำถามของทัพ ถึงแรงระเบิดมันจะมากพอสมควรแต่มันก็สร้างได้เพียงรอยขีดข่วนให้นางเท่านั้น

            "ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเวทมนตร์กักขัง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกันคนข้างในออกมาและกันคนข้างนอกเข้าไป" พะพายพูดขึ้นมาหลังจากมองสำรวจบาเรียนั้นอยู่สักพัก "แต่ดูเหมือนว่าจะมีทางเข้าไปได้อยู่" จากนั้นนางก็พูดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ใช้เวทมนตร์สแกนบาเรียนั้น

            "ยังไง เราจะเข้าไปได้ยังไง" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็ถามขึ้นมาอย่างร้อนใจทันที เพราะถึงแม้จะมองเข้าไปไม่เห็นถึงพื้นที่ด้านในของอาณาจักร แต่จากที่มองจากตรงนี้ ด้านในนั้นมันก็น่าจะยับเยินไม่ใช่น้อยเลย

            "ไม่ใช่เรา แต่เป็นท่าน ท่านเป็นผู้เดียวที่จะผ่านบาเรียนี้เข้าไปได้" พะพายหันมาพูดกับทัพพร้อมกับก้มตัวลงไปหยิบก้อนหินที่พื้นขึ้นมา แล้วขว้างมันใส่บาเรียนั้น พลั่บ!!!! ซึ่งทันทีที่ก้อนหินสัมผัสกับบาเรียนั้น มันก็เกิดการลุกไหม้และสูญสลายหายไปจนไม่เหลือเศษธุลี

            "หมายความว่ายังไง" ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็สงสัยไม่ใช่น้อย ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นคนเดียวที่เข้าไปได้

            "บาเรียถูกสร้างขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง ด้วยขนาดและความแข็งแกร่งของมัน ผู้สร้างต้องมีพลังมหาศาลเป็นแน่ มันไม่ใช่เพียงแค่บาเรียกักขังธรรมดาๆ เท่านั้น แต่มันคือบาเรียที่ปฏิเสธทุกอย่างที่จะเข้าไปและออกมา มีเพียงแค่คนของอาณาจักรปฐพีเท่านั้นที่ผ่านเข้าออกบาเรียนี้ได้ แต่ท่านเป็นข้อยกเว้น" พะพายตอบพร้อมกับเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าทัพ

            "ท่านคือตัวตนที่ดรากันไม่ได้คาดคิดเอาไว้ว่าจะมาอยู่ที่นี่ ตอนนี้ท่านเป็นคนเดียวแล้วที่จะหยุดการล่มสลายของพิภพหิมพานต์ได้" จากนั้นนางก็พูดต่ออีกครั้ง ทัพที่ได้ฟังแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันที จากนั้นเขาก็เดินผ่านร่างบางของนางที่อยู่เบื้องหน้า แล้วไปหยุดอยู่ตรงบาเรียที่ปิดตายอาณาจักรผืนป่าอยู่

            "เรื่องนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ข้ามาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว" พอพูดจบทัพก็เอี้ยวใบหน้าหันกลับไปมองพะพายและธาราที่อยู่ด้านหลัง "สงครามครั้งนี้ข้าจะเป็นคนจบมันเอง" จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง พลั่บ!!!!! เพียงเสี้ยววินาทีที่พูดจบ อักขระอาคมทั่วทั้งร่างกายของทัพก็เปล่งแสงสีทองอมส้มออกมา พร้อมกับผิวกายของเขาที่เกิดการลุกไหม้ จนเกิดเป็นไอน้ำปะทุออกมาทั่วร่างกาย

            "รอก่อนนะบุษบา" จากนั้นเขาก็พูดถึงนางอันเป็นที่รักด้วยเสียงแผ่วเบา "จงตื่นอาภรณ์กระทิงไฟ" แล้วปลุกอาภรณ์กระทิงไฟขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบ ร่างกายของทัพในตอนนี้นั้นถูกปกคลุมไปด้วยพญาเหล็กไหลจนผิวกายแปลเปลี่ยนเป็นสีดำ อักขระอาคมทั่วทั้งร่างก็เกิดการเผาไหม้จนเปล่งแสงสีทองอมส้มออกมา แม้กระทั่งชั้นบรรยากาศรอบๆ ตัวเองก็เกิดการเผาไหม้ตาม จนเกิดเป็นไอน้ำและเปลวไฟขึ้นมาเป็นระยะๆ พลั่บ!!!!!! และเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที ทัพร่างอาภรณ์กระทิงไฟก็ได้หายไปจากตรงนั้น เหลือไว้เพียงแค่สองผู้ครองนครที่ยืนอึ้งกับพลังอันมหาศาลของทัพ


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    คล้ายกับเรื่องขุนปราบสวาทกาม 18+ ที่คุณอ่าน