บทที่ 49
ณ สนามยิงธนูต่างมิติ แม้ว่าที่แห่งนี้จะได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สำหรับฝึกซ้อมยิงธนู แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์แห่งเทพมันย่อมมีความพิเศษซ่อนอยู่ นั่นก็คือฟังก์ชั่นเสริมมากมายหลากหลาย ตามแต่เจ้าของอย่างถังลู่จะเลือกมาใส่ไว้ที่นี่ และหนึ่งในนั้นก็คือสนามประลองการต่อสู้ ท่ามกลางลานดินกว้างที่ถูกล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์สูงเด่น และมีการตกแต่งด้วยลวดลายโบราณอย่างกับโคลอสเซียมในอิตาลี หนึ่งชายหนึ่งหญิงกำลังยืนประจันหน้ากันอย่างเงียบกริบ ถังลู่ยืนตรงอย่างสง่าพร้อมกับโบกพัดคลายร้อนอย่างแผ่วเบา กลับกันที่ด้านของเหมยเธอพยายามใช้เคียวยันร่างตัวเองอย่างยากลำบาก สภาพลานต่อสู้นั้นเละเทะเต็มไปด้วยหลุมน้อยใหญ่มากมาย และฝุ่นดินคละคลุ้งไปทั่ว ไม่ว่าใครที่มาเห็นก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่าที่แห่งนี้ผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาขนาดไหน แต่ฝ่ายหนึ่งมีเพียงท่าทางสบายๆเหมือนมาเดินเล่น กับอีกฝ่ายที่สะบักสะบอมเหมือนถูกเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว เป็นภาพที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง“เอ้า! หมดแรงซะแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนเรียกร้องให้ฉันมาสอนการต่อสู้ให้เองหรอกเหรอ” ถังลู่กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม แต่คำพูดนั้นมันกลับเสียดแทงใจผู้ฟังอย่างมาก“หึ! ฉันคิดว่าคุณคงไม่ทำกับนายกรหนักขนาดนี้หรอกใช่ไหมคะ! เทพฝึกหัดที่ใช้อาวุธไม่เป็นไม่มีทางที่จะรับมือการโจมตีของคุณได้แน่นอน” ยมทูตสาวพูดด้วยความโกรธเคืองกามเทพตรงหน้า“แบบฝึกหัดที่ฉันเลือกให้ก็ต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคนก็ถูกแล้วนี่ กามเทพระดับฝึกหัดจะมาใช้วิธีเดียวกับยมทูตระดับ 3 ได้ยังไงกันเล่า” ถังลู่แบมือยักไหล่เหมือนกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องปกติอย่างไรอย่างนั้น“ไม่! ฉันไม่ยอมหรอกคุณถัง! อีตาหน้าหวาน ไอ้เฒ่าทารก แกตั้งใจแกล้งฉันสินะ! ย้าก!!! เร่งความเร็ว! เงาลวงตา! คร่าวิญญาณ! ” เหมยโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า เพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าถังลู่กำลังกลั่นแกล้งทรมานเธออยู่นั่นเอง ที่สุดจึงพุ่งเข้าโจมตีแล้วเรียกใช้สกิลพร้อมกันถึงสามชนิด“เฮ้อ! แค่บทเรียนแรกก็ท้อใจจนคลั่งซะแล้วเหรอ ไม่ไหว ไม่ไหว” กามเทพระดับ 7 ทอดถอนใจอย่างเชื่องช้าในขณะที่อีกฝ่ายเข้าจู่โจมถึงตรงหน้าแล้ว ร่างลวงตานับสิบของเหมยง้างเคียวล้อมรอบตัวของถังลู่ในเวลาเดียวกันด้วยความเร็วสูง และทุกร่างของเธอก็เหมือนกันจนแยกไม่ออก ไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่าร่างไหนคือตัวจริง บวกกับทุกร่างนั้นมีพลังออร่าสีม่วงจากสกิลคร่าวิญญาณห่อหุ้มทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นท่าสังหารสุดอำมหิตท่าหนึ่งเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ใช่สำหรับถังลู่ เพราะเขาเพียงยืดแขนออกไป และใช้เพียงนิ้วมือสองนิ้วก็คีบจับคมเคียวมรณะไว้อย่างง่ายดายเหมือนหยิบขนม ส่วนเหมยเมื่อถูกหยุดท่าอันรุนแรงอย่างกะทันหัน เธอก็ถูกแรงของตัวเองสะท้อนกลับจนมือสองข้างหลุดออกจากด้ามเคียว“โอ้ย!” ยมทูตสาวร้องออกมาเมื่อร่างของเธอตกกระแทกพื้นดิน ด้วยความสับสน และเจ็บปวดเหมยไม่อาจลุกขึ้นในตอนนี้ จึงทำได้เพียงนอนเฉยๆอยู่กับพื้นเพียงเท่านั้น“ถ้านี่เป็นในการต่อสู้จริงเจ้าได้ตายไปแล้ว ศัตรูไม่รอให้เจ้าลุกขึ้นมาหรอกนะ” ถังลู่เหลือบสายตามองต่ำอย่างดูแคลนยมทูตสาว และกล่าวถ้อยคำตอกย้ำความอ่อนแอของเธอ“บ้า...เอ้ย!” เหมยพยายามเค้นคำสบถออกมาจากปากเพื่อคลายความเจ็บปวด ในตอนนี้เธอจุกไปทั้งตัวซึ่งมันไม่ใช่เพราะเธอตกลงมากระแทกพื้น แต่เป็นเพราะแรงสะท้อนกลับอันมหาศาลนั้นส่งผลต่อกายทิพย์อันแข็งแกร่ง เท่านี้ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าถังลู่นั้นมีพลังมากเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว ถังลู่ที่มองดูเหมยเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นสักพักก็กลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม อย่างกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน จากนั้นก็เข้าไปนั่งยองๆข้างศีรษะของยมทูตสาวเพื่อคุยกับเธอใกล้ๆ“เจ็บมากรึเปล่าเหมย?” รอยยิ้มบนหน้าของผู้ดูแลโบสถ์ยังคงมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นเช่นเคย“เจ็บสิ! รุนแรงเกินไปแล้วนะคุณถัง!” เหมยตะโกนใส่หน้าถังลู่ แล้วน้ำตาของเธอก็ไหลซึมออกมา“โอ๋ๆๆ อย่าร้องไปเลยนะ เค้าขอโทษนะ เดี๋ยวเค้าพาตัวเองไปเที่ยวดีไหม” ถังลู่พูดเสียงอ่อนเหมือนกำลังง้ออีกฝ่าย แต่คำพูดของเขามันเหมือนกับกำลังง้อเด็กน้อยไม่รู้จักโตมากกว่า“นี่! ฉันไม่ใช่เด็กนะถึงจะหายโกรธง่ายๆแบบนี้! แล้วคุณจะพาฉันไปเที่ยวที่ไหนล่ะ?” แม้จะเคืองกับคำพูดของคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่ายมทูตสาวจะอยากไปเที่ยวจนไม่ใส่ที่จะโกรธต่อ“ไปเที่ยวทะเลเป็นไง อยากไปไหม?” ถังลู่เสนอด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร“อืม...ก็ได้!” และแล้วรถตู้ก็เดินทางมาจนถึงที่หมาย ท่าเรือขนาดเล็กในหมู่บ้านประมงห่างไกลความเจริญ วิวทิวทัศน์ที่ด้านหนึ่งเต็มไปด้วยป่าไม้ ส่วนอีกด้านเป็นชายทะเลงดงาม เรียกได้ว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งกรก็อดที่จะตื่นเต้นกับบรรยากาศตรงหน้าไม่ได้ จนลืมความกังวลใจไปหมดสิ้น“ที่นี่สวยมากๆเลยครับ!” กรที่ลงมาจากรถตู้ ได้สัมผัสกับสายลม และแสงแดดก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมออกมา“จริงด้วยครับคุณกร ผมไปมาหลายที่แล้วแต่ยังไม่เคยเจอที่ไหนสวยเท่าที่นี่มาก่อน ไม่น่าเชื่อเลยว่ายังเหลือที่ริมทะเลที่มีธรรมชาติดั้งเดิมแบบนี้เหลืออยู่” ลุงคนขับรถกล่าวชื่นชมด้วยอีกคน ในตอนนี้พวกเขาแทบจะลืมไปแล้วว่าไม่ได้กำลังมาเที่ยวเสียด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะเดวิดเปิดประตูท้ายรถเพื่อขนของ และนั่นก็ทำให้ลุงคนขับรถต้องรีบวิ่งมาช่วยตามหน้าที่“แหม คุณเดวิดรีบจังเลยนะครับ กว่าเรือจะออกอีกตั้งหนึ่งชั่วโมงไม่ใช่เหรอครับ?” ลุงหยิบของไปพูดไปด้วยซึ่งก็เป็นไปตามปกตินิสัยของเขา แต่ด้านของเดวิดนั้นยังมีสีหน้าบึ้งตึงไม่หาย“ผมอยากจะรีบจัดของให้เรียบร้อยก่อนน่ะ หากขาดเหลืออะไรจะได้เตรียมไว้ทันก่อนเรือออก” เทพหมอตอบกลับไปตามเหตุผล แต่น้ำเสียงนั้นไม่ค่อยจะสู้ดีเหมือนกับว่าเขากำลังคิดมากกับเรื่องบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่ากรที่คอยดูอยู่ตลอดนั้นรู้สาเหตุดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่กามเทพหนุ่มก็ไม่อยากจะพูดถึงมันตอนนี้“เดี๋ยวเอาตามที่คุณเดวิดบอกก็แล้วกันครับ หากเก็บของเสร็จเร็วพวกเราก็จะได้พักเร็ว ไปกันเถอะครับลุง” เพื่อไม่ให้เดวิดรู้สึกกดดันเกินไป กรจึงเลือกที่จะทำตามที่เทพหมอต้องการโดยไม่ถามอะไร อย่างไรก็ตามตอนนี้ภายในใจของกรที่คิดพิจารณามาตลอดทาง เขาพอจะคาดเดาได้ว่าเรื่องความทรงจำในชาติก่อนของเหล่าเทพนั้นเป็นเรื่องร้ายแรงเรื่องหนึ่งในแดนเทพ แต่เพราะมันไม่ค่อยเกิดขึ้น รวมทั้งไม่มีระบุไว้ในกฎเกณฑ์ข้อห้ามใดนั่นก็หมายความได้อย่างเดียวว่ามันเป็นเรื่องต้องห้ามที่ไม่ควรพูดถึงนั่นเอง แต่เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง หากไม่ทราบที่มาที่ไปรวมถึงวิธีป้องกันแก้ไขแล้วล่ะก็กรคงจะอกแตกตายแน่ๆ เพราะเขารู้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้แบบครึ่งๆกลางๆไปแล้ว แต่โชคยังดีที่ทั้งเดวิด และถังลู่น่าจะรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะเลี่ยงที่จะตอบคำถามแต่ในอนาคตเขาก็ยังมีโอกาสที่จะถาม หลังจากที่ขนของขึ้นเรือโดยสารซึ่งดัดแปลงมาจากเรือประมงลำเล็กของชาวบ้านเสร็จ กรที่ว่างอยู่ไม่มีอะไรทำก็เลือกที่จะเดินเที่ยวดูบรรยากาศรอบๆท่าเรือคนเดียว ส่วนคุณลุงคนขับรถก็ไปนั่งพักในร้านขายของชำใกล้ๆเพื่อรอเวลา ด้านเดวิดเองก็ลงไปนั่งเงียบๆรอในเรืออยู่คนเดียว‘นี่คุณเดวิดจะเงียบไปถึงเมื่อไรนะ? เฮ้อ!’ กรบ่นขึ้นมาในใจเพราะตอนนี้เขาก็ว่างจนไม่รู้จะทำอะไรดีนอกจากเดินไปเดินมาอยู่แถวนี้เท่านั้น จนเมื่อกรเดินชมวิวถ่ายรูปเล่นคนเดียวจนทั่วทั้งท่าเรือ แวะซื้อของที่ระลึกนิดหน่อยก็มานั่งพักอยู่ที่ร้านขายของชำ เพราะว่ายังไม่ถึงเวลาออกเรือบวกกับแดดยังแรงอยู่ การได้มานั่งดื่มน้ำอัดลมเย็นๆจึงเป็นอะไรที่ดีกว่าในเวลานี้“น้ำแดงกระป๋องเท่าไรครับ?” กามเทพหนุ่มถามราคากับเจ้าของร้าน“ไม่เป็นไรคุณกร เดี๋ยวผมจ่ายให้” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลังของกร และเมื่อเขาหันกลับไปก็ได้พบกับ...“เอ๋!!! คุณถัง!”